<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุลเจิม&#039;เดือด!ปลุกไล่อาจารย์มธ.เหี้......ยๆ แปลงข่าวลือเป็นคำสาปแช่ง ลั่น!หมายังรู้บุญคุณคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.64- ม.จ. จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นี่หรือคือสิ่งคนที่เป็นครูบาอาจารย์ คิดได้ ขาดสติ ไร้ปัญญา สิ้นคิด หลงตนเอง หมายังรู้บุญคุณคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรามาร่วมแรงร่วมใจไล่ อจ เหี้.......ยๆ คนนี้ออกไปจากธรรมศาสตร์กันเถอะครับ นึกว่าแน่ใช่ไหม คำด่าไม่ทะลุเข้าไปในกะโหลก ไม่มีสติ หลงตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอาจารย์ที่ม.จ.จุลเจิมระบุถึงคือ รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร คณะสังคมวิทยา และมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ให้ความเห็นว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ข่าวลือ ถ้าไม่จริง ก็แปลงเป็น คำสาปแช่ง แล้วกันครับ&amp;quot;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102881</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวลือ, ท่านใหม่, ม.จ. จุลเจิม ยุคล, ยุกติ มุกดาวิจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609dfdf3171be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาจารย์มธ.ชี้การสืบทอดอำนาจทำลาย&#039;อนาคตใหม่&#039;คนรุ่นใหม่อาจสิ้นหวัง แล้วเลือกละทิ้งประเทศนี้มากขึ้นเรื่อยๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.62 - เพจเฟซบุ๊ก ชาติพันธุ์นิพนธ์ ของนายยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ &amp;nbsp;เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;quot;คุณกำลังทำลายความหวังดีต่อประเทศชาติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกคุณไม่ได้เพียงกำลังทำลายพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง หรือกลุ่มการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่พวกคุณกำลังทำลายความหวังที่คนจำนวนมากมีต่อความก้าวหน้าของประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นใหม่ที่เริ่มสนใจประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามีอะไรที่คาดได้หลายอย่างก็จริง แต่ก็มีสิ่งเหนือความคาดหมายอยู่หลายเรื่องเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่คาดได้คือ เรารู้แน่อยู่แล้วว่าพรรคใหญ่ที่ครองเสียงภาคเหนือตอนบนและอีสาน ก็จะยังได้เสียงส่วนใหญ่จากที่นั่น เรารู้แน่อยู่แล้วว่าพรรคใหม่ที่มุ่งสืบอำนาจเผด็จการทหารจะได้เสียงไม่น้อย แต่ก็ไม่มีทางมากพอที่จะเป็นที่หนึ่ง พวกเราคาดเดากันอยู่แล้วว่า ภาคกลางและกรุงเทพฯ จะเป็นดินแดนที่มีการพลิกผันรวนเรที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่เกินคาดคือ แม้แต่คนกรุงเทพฯ เองก็ยังเลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตยมากกว่าพรรคฝ่ายเผด็จการ เมื่อรวมกับกลุ่มคนหันหลังให้เผด็จการทหารทั่วประเทศ ก็มีคะแนนเสียงรวมกันมากกว่ากลุ่นคนที่แน่ชัดว่าสนับสนุนการสืบทอดของฝ่ายเผด็จการทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอย้ำว่า แม้แต่คนกรุงเทพฯ ที่เคยสนับสนุนเผด็จการ เคยสนับสนุนพรรคการเมืองที่สนับสนุนเผด็จการ พวกเขาหลายคนทิ้งนกหวีดแล้วหันมาเลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตย หาไม่แล้ว พรรคที่เคยสนับสนุนให้เผด็จการขึ้นสู่อำนาจก็จะไม่พ่ายแพ้ราบคาบราวแมลงเหม็นจนตรอกอย่างทุกวันนี้หรอก หาไม่แล้ว แม้พรรคที่พวกเขาเคยจงเกลียดจงชังอย่างเอาเป็นเอาตาย ก็จะไม่ได้ที่นั่งถึง 1 ใน 3 ของ สส. เขตในกรุงเทพฯ หรอก หาไม่แล้วพรรคหน้าใหม่ก็จะไม่สามารถเบียดพรรคที่ระดมคนมาปูทางให้ทหารตกเวทีการเลือกตั้งกรุงเทพฯ ไปอย่างไร้เงาได้หรอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคาดไม่ถึงที่เกี่ยวพันกันต่อมาคือ แม้ว่าหลายคนจะอยากให้เป็นเช่นนั้น แต่คนที่แอบคิดแบบนั้น ก็แทบไม่เชื่อว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น คือการที่ สส. ผู้แก่กล้าของพรรคที่สนับสนุนเผด็จการขึ้นสู่อำนาจน่ะ พ่ายแพ้ราบคาบในหลายเขตที่แม้จะเป็นเขต &amp;quot;ของตาย&amp;quot; หรือเขต &amp;ldquo;เอาเสาไฟฟ้ามาลงก็ยังได้รับเลือก&amp;rdquo; ก็ตาม สิ่งนี้เกิเขึ้นกระทั่งในถิ่นของพรรคนี้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหนืออื่นใดคือความคาดไม่ถึงที่มีต่อความสำเร็จของพรรคอนาคตใหม่ ผมมั่นใจว่าผมพูดไม่ผิดนักหากจะบอกว่า แม้แต่คนในพรรคอนาคตใหม่เองก็คาดไม่ถึงหรอกว่าพวกเขาจะมาได้ไกลถึงเพียงนี้ ไกลขนาดโค่น สส. เขตที่ลงหลักปักฐานในหลายๆ ที่อย่างถล่มทลาย ไกลขนาดที่ สส. เขตจำนวนมากคือคนหน้าใหม่ในแวดวงการเมืองระดับประเทศ ไกลขนาดที่ การจะดิสเครดิตพรรคนี้ได้ ไม่ใช่ด้วยข้อหาเก่าๆ คือ &amp;quot;การซื้อเสียง&amp;quot; อีกต่อไป แต่ต้องใช้กลไกพิศดารทางกฎหมายมากมายเพื่อทำลายล้างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่อยากพูดว่าพรรคอนาคตใหม่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง จริงอยู่ว่าพวกเขาทุ่มเทอย่างยิ่ง พวกเขายึดมั่นในหลักการอย่างแน่วแน่ พวกเขาเต็มไปด้วยพลังของคนหนุ่มสาว พวกเขามีข้อเสนอหลายอย่างที่ค่อนข้างหนักแน่น พวกเขาวางแผนหลายด้านอย่างรัดกุม แต่ผมก็ยังเห็นว่า นั่นเป็นเพียงด้านเดียวของความสำเร็จของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ว่าอย่างนั้นก็เพราะว่า พรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นมาในจังหวะทางการเมืองที่สอดรับกับพวกเขาอย่างยิ่งหลายประการด้วยกัน เป็นช่วงจังหวะที่แสดงให้เห็นถึงการเแลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของการเมืองไทยอีกก้าวหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการรอคอยอย่างอดทนที่จะให้เผด็จการทหารพิสูจน์ตนเองมานานเกือบ 5 ปี ผู้คนจำนวนมากสังเกตเห็นได้แล้วว่า เผด็จการทหารไม่ใช่คำตอบต่ออนาคตต่อไปของพวกเขาอีกแล้ว ความกลัวต่อ &amp;quot;ผีทักษิณ&amp;quot; ของผู้คนเหล่านี้จำนวนหาศาลเบาบางลง หรือไม่ก็ เมื่อคิดคำนวณแล้วดูจะน้อยลงกว่าความเบื่อหน่ายต่อความกักขฬะและไร้น้ำยาของพวกเผด็จการทหารเต็มทีแล้ว เวลาของเผด็จการหมดลงแล้ว อย่างน้อยก็ในระยะสั้นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดอีกอย่างคือ อำนาจเผด็จการเกือบ 5 ปีนั่นแหละ ที่สร้างการตัดสินใจแบบใหม่ให้กับคนที่เคยสนับสนุนเผด็จการ หลายคน &amp;quot;ตาสว่าง&amp;quot; หรืออย่างน้อยก็ &amp;quot;เบื่อหน่ายทหาร&amp;quot; มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการต่อมา เห็นได้ชัดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ได้สร้าง &amp;quot;ช่องว่างระหว่างวัย&amp;quot; ขึ้นทั่วไปในหลายพื้นที่ทางสังคม ความแตกต่างของการตัดสินใจทางการเมืองนั้นเกิดขึ้นระหว่างรุ่นในระดับครัวเรือน คนในครอบครัวเดียวกันจำนวนมากลงคะแนนด้วยฐานความคิดที่แตกต่างกัน คนรุ่นใหม่ Gen Y ที่เพิ่งเลือกตั้งครั้งแรกจำนวนมาก เลือกพรรคใหม่ๆ ซึ่งแน่นอนว่าตัวเลือกที่ชัดเจนในนั้นก็คือพรรคอนาคตใหม่ ผมเดาว่า ไม่น้อยกว่า 70% ของคนที่เพิ่งมีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก เลือกพรรคอนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่าข้อสรุปนี้มีข้อยกเว้นมากมาย แต่พูดได้ว่า การเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอีกครั้งสำคัญของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเปลี่ยนแปลงนี้ยังสะท้อนวิธีคิดเรื่องการเลือกตั้ง ว่าเป็นการเลือกโดยดูจากนโยบาย อุดมการณ์ของพรรคการเมือง มากกว่าสายสัมพันธ์และตัวบุคคล สำหรับผู้ลงคะแนนจำนวนมาก ดังมีพรรคอนาคตใหม่เป็นตัวอย่างสำคัญ ผู้สมัคร สส. เขตมีความสำคัญน้อยกว่าพรรคการเมือง หากมีการเลือกในระบบปาร์ตี้ลิสต์แบบเดิม เชื่อได้ว่า พรรคที่วาดหวังจะสนับสนุนเผด็จการกลับมา จะยิ่งพ่ายแพ้กว่านี้อย่างมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเลือกพรรคการเมืองสะท้อนคุณภาพการเมืองที่เปลี่ยนไปอย่างยิ่ง ขณะที่ สส. เขตสะท้อนความนิยม และอาจจะรวมทั้งสายสัมพันธ์ใต้ระบบอุปถัมภ์ในระดับท้องถิ่น ที่สั่งสมขึ้นมาจากอำนาจบารมีด้วยทุนทางสังคมและเศรษฐกิจของผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น หากแต่การเลือกพรรคการเมืองโดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับผู้สมัคร สส. เขต และการลงคะแนนเพื่อหวังจะให้เสียงของตนได้ถูกนับในการสนับสนุนพรรคการเมืองเพื่อให้มี สส. ปาร์ตี้ลิสต์นั้น คือการเลือกที่ปลอดจากสายสัมพันธ์ส่วนตัวโดยสิ้นเชิง เป็นการเลือกเพื่อหวังผลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศโดยแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการต่อมา การที่พรรคอนาคตใหม่ได้รับความนิยมสูงนั้น ส่วนสำคัญอย่างยิ่งคือการที่พวกเขาเป็นคนหน้าใหม่ในการเมือง เป็นคนรุ่นใหม่ในการเมืองไทย พวกเขาส่วนใหญ่ยังไม่มีประวัติในการเมือง ส่วนใหญ่ยังไร้ที่ติติง เป็นกลุ่มที่สมัยก่อนเราเรียกว่า &amp;quot;เลือดใหม่&amp;quot; ไม่ใช่ &amp;quot;น้ำเน่า&amp;quot; ทางการเมือง นี่สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยปัจจุบันต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงจากระบอบน้ำเน่าทางการเมืองอย่างก้าวกระโดด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การหลุดจากระบอบอุปถัมภ์ การเลือกผู้แทนหน้าใหม่ การเลือกพรรคเลือกนโบายมากกว่าตัวบุคคล การที่คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างจแข็งขันทั้งในฐานะผู้สมัคร สส. และผู้ออกเสียงเลือกตั้ง การตัดสินอนาคตอย่างสันติด้วยการเลือกตั้ง เหล่านี้คือภาวะทางการเมืองแบบใหม่ของไทยที่ก้าวหน้าขึ้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หรือที่เราอยากให้เกิดขึ้นในหน้าใหม่ของการเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากกล่าวเฉพาะผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหน้าใหม่ ในบริบทโลกาภิวัตน์ขณะนี้ คนรุ่นใหม่จำนวนมากมีความใฝ่ฝันและมีศักยภาพจริงที่จะย้ายครอบครัวไปทำมาหากินในต่างประเทศ คนรุ่นใหม่ที่ผมรู้จักจำนวนมากเริ่มคิดว่าตนเองไม่ได้เป็นประชากรของประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น พวกเขายังคิดว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลก การที่พวกเขาหันมาใส่ใจการเมืองไทย ไม่เพียงลบคำสบประมาทที่พวกคนเฒ่ามีต่อพวกเขาว่าเฉื่อยชาทางการเมืองและไม่สนใจชีวิตของสังคมดิจิทัลออนไลน์ แต่ยังชี้ว่าพวกเขายังมีความหวังต่อประเทศนี้ พวกเขายังรักประเทศนี้ไม่น้อยกว่าคนเฒ่าคนแก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเกิดภาวะล้มเหลวของการเมืองในประเทศ จากการทุบทำลายความหวังของคนเฒ่าคนแก่ ของคนที่ต้องการสืบทอดอำนาจเผด็จการทหาร หากพวกคุณที่ต้องการสืบทอดอำนาจทุบทำลายการเมืองที่ก้าวหน้าซึ่งกำลังเริ่มต้นขึ้นในประเทศไทย ทั้งประชาชนที่อยากเห็นความก้าวหน้าและคนรุ่นใหม่ที่รักประเทศชาติ รักอนาคตตนเอง พวกเขาอาจจะยิ่งสิ้นหวัง แล้วเลือกละทิ้งประเทศนี้ไปมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอมรับเสียเถอะว่า คนที่ยังยินดีให้เผด็จการกลับมาปกครองน่ะ เหลือน้อยลงเต็มทีแล้ว การดื้อด้านคงความเชื่อของพวกคุณอยู่น่ะ มีแต่จะทำร้ายประเทศไทยที่คนอื่นๆ เขาก็รักไม่น้อยไปกว่าพวกคุณ หยุดทำร้ายประเทศด้วยการพยายามผูกขาดอำนาจได้แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34451</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำลายความหวังดีต่อประเทศ, ฝ่ายประชาธิปไตย, พรรคอนาคตใหม่, ยุกติ มุกดาวิจิตร, อาจารย์ธรรมศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc169e649ba0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2018 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2018 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มคนอยากเลือกตั้งโวยถูกออกหมายจับ ปลุกสังคมประณาม สน.ชนะสงคราม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.2561 - กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group &amp;ndash; DRG ได้โพสต์เฟซบุ๊ก แถลงการณ์กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เรื่อง การออกหมายจับผู้จัดและผู้เข้าร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;รวมพลังกันอีกครั้ง เดินหน้าถอนราก คสช.&amp;rdquo; ว่า ตามที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ได้ออกหมายเรียกผู้จัดและผู้เข้าร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;รวมพลังกันอีกครั้ง&amp;nbsp;เดินหน้าถอนราก คสช.&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2561 ที่หน้ากองทัพบก ดังรายชื่อต่อไปนี้ 1.กรกช แสงเย็นพันธ์ 2. ชลธิชา แจ้งเร็ว 3.ภัทรพล ธนเดชพรเลิศ 4.มัญจา หม่องคำ 5.ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร 6.วิศรุต อนุกูลการย์ และ 7.อภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ &amp;nbsp;ให้ไปรายงานตัวในวันที่ 9 เมษายน 2561 นั้น ผู้ถูกออกหมายเรียก 6 คนแรกได้แจ้งขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนเป็นหนังสือโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว โดยเลื่อนไปเป็นวันที่ 30 เมษายน 2561 เนื่องจากผู้ถูกออกหมายเรียกเพิ่งได้รับหมายในระยะกระชั้นชิดหรือยังไม่ได้รับหมาย และมีภาระกิจอื่นที่นัดไว้ก่อนแล้ว แต่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามปฏิเสธคำขอดังกล่าว และให้ไปรายงานตัวในวันที่ 18 เมษายน 2561 ซึ่งผู้ถูกออกหมายเรียกได้แจ้งเป็นหนังสือยืนยันว่าจะไปเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่ 30 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ต้องหาสะดวกและอยู่ในเวลาอันควร แต่ในท้ายที่สุดสถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามได้ออกหมายจับผู้ถูกออกหมายเรียกทั้ง 6 คนดังกล่าว ส่วนนายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากแต่ไม่ได้ไปปรากฏตัวที่ศาลก่อนยกคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวน จึงถูกออกหมายจับไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราในนามของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ขอยืนยันว่าการกระทำของเราเป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมตามหลักการประชาธิปไตย แม้จะมีความพยายามจากฝ่าย คสช. ในการตรากฎหมายและออกคำสั่งอันขัดกับรัฐธรรมนูญมาเพื่อคุกคามพวกเรา และบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมเพื่อดำเนินคดีกับพวกเรา แต่เราเชื่อมันในความบริสุทธิ์ จึงไม่เคยคิดที่จะหลบหนีการแจ้งข้อหาใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการออกหมายจับแก่ผู้ถูกออกหมายเรียก 7 คนข้างต้นโดยสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม จึงเป็นการปฏิบัติต่อประชาชนเสมือนอาชญากรร้ายแรงผู้กำลังหลบหนีคดี ทั้งที่ข้อเท็จจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นการใช้กระบวนการทางกฎหมายมาข่มขู่ประชาชนโดยขัดต่อหลักนิติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เราขอชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยว่าในช่วงที่ผ่านมาได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้จัดและผู้เข้าร่วมกิจกรรมเรียกร้องการเลือกตั้งบางคนด้วย อันเป็นการคุกคามประชาชนโดยปราศจากเหตุผลและความชอบธรรม เราขอประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสังคมจะร่วมกันประณามด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7597</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรกช แสงเย็นพันธ์, กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, คสช., ชลธิชา แจ้งเร็ว, ภัทรพล ธนเดชพรเลิศ, มัญจา หม่องคำ, ยุกติ มุกดาวิจิตร, วิศรุต อนุกูลการย์, สน.ชนะสงคราม, หมายจับ, หมายเรียก, อภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc328a5b280.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
