<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตโพล เปิดผลสำรวจความต้องการของคนไทยในยุคโควิด-19 เผย &#039;วัคซีน&#039; นำโด่งอันดับ 1 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.2564&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี ความต้องการของคนไทยในยุคโควิด-19 กลุ่มตัวอย่าง 1,510 คน ระหว่างวันที่ 23-26 สิงหาคม 2564 พบว่า ความต้องการอันดับ 1 ของประชาชน ณ วันนี้ คือ การมีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ประชาชนได้ฉีดวัคซีนครบทุกคน ร้อยละ 84.12 โดยความหวังที่คิดว่าน่าจะสมหวัง คือ การได้รับถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม ร้อยละ 67.44 ความหวังที่คาดว่าน่าจะผิดหวัง คือ รัฐบาลจริงใจ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแก้ปัญหา ร้อยละ 90.64 ตัวช่วยที่ประชาชนฝากความหวังมากที่สุด คือ ตนเอง ร้อยละ 68.39&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมความต้องการของประชาชน ณ วันนี้ คืออยากให้รัฐบาลเร่งควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ให้ได้โดยเร็ว ด้วยการนำเข้าวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงและฉีดให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง เพราะมองว่าวัคซีนจะช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติและเศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ หากรัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ปัญหาตามความต้องการของประชาชนครั้งนี้ ก็จะส่งผลให้ประเทศไทยฟื้นตัวจากโควิด-19 ได้เร็วขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ขวัญนภา สุขคร ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง ลำปาง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จากผลโพล พบว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุด คือ กระบวนการบริหารจัดการของภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1) การป้องกัน ประชาชนต้องการวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ และฉีดครบ 100% 2) การดูแลรักษา ต้องการการดูแลรักษาที่เท่าเทียม และให้ความสำคัญต่อบุคลากรด่านหน้า และ 3) การฟื้นฟู ต้องการให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเดินหน้า ผลโพลสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่ประชาชนสมหวังเป็นเพียงการแจกจ่ายสิ่งของและเงินช่วยเหลือ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ใช่ความต้องการที่แท้จริงของประชาชน และการช่วยเหลือส่วนใหญ่ก็มาจากภาคประชาชนด้วยกันเอง ประชาชนจึงผิดหวังต่อการแก้ไขปัญหาของภาครัฐที่ขาดความจริงใจ และไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม ภาครัฐจึงต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการให้ มากที่สุด โดยเริ่มจากความจริงใจ รับฟังความคิดเห็น มีแผนที่ชัดเจนทั้งแผนการป้องกัน แผนการดูแลรักษา และแผนการฟื้นฟู สื่อสารไปยังประชาชนได้เข้าใจ สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น จึงจะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ตรงกับความต้องการที่แท้จริง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความต้องการของคนไทย, ดุสิตโพล, ยุคโควิด-19, วัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612ade63a2a63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2021 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2021 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพลเปิดรูปแบบ&#039;เรียนแบบไหน ห่างไกลโควิด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค. 2564 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เรียนแบบไหน ห่างไกล โควิด กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)จำนวน 1,079 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 28 &amp;ndash; 30 มกราคม พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นสำคัญที่ค้นพบ คือ จำนวนมากหรือร้อยละ 47.8 ระบุ เรียนที่ สถาบันการศึกษา แบบเดิม เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย นักเรียน นักศึกษาเสี่ยงจะติดโควิด-19 ระดับมากถึงมากที่สุด รองลงมาคือ ร้อยละ 25.6 ระบุ การเรียนแบบผสมผสาน ระหว่าง ออนไลน์ กับ สลับไปโรงเรียน นักเรียนนักศึกษาเสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด และร้อยละ 11.7 ระบุ การเรียน ออนไลน์ ที่บ้านอย่างเดียว นักเรียน นักศึกษา เสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อจำแนกกลุ่มตัวอย่างออกตามพื้นที่ ระหว่าง กรุงเทพมหานคร กับ สมุทรสาคร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.8 ของคนกรุงเทพมหานคร เทียบกับ ร้อยละ 36.5 ของคนสมุทรสาคร ระบุ เรียนที่ สถาบันการศึกษา เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย นักเรียน นักศึกษาเสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ ร้อยละ 28.8 ของคนกรุงเทพฯ เทียบกับ ร้อยละ 22.3 ของคนสมุทรสาคร ระบุ เรียนแบบผสมผสาน ระหว่าง ออนไลน์ กับ สลับไปโรงเรียน นักเรียนนักศึกษาเสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด นอกจากนี้ ร้อยละ 14.8 ของคนกรุงเทพฯ เทียบกับ ร้อยละ 8.1 ของคนสมุทรสาคร ระบุ เรียน ออนไลน์ ที่บ้านอย่างเดียว นักเรียน นักศึกษา เสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึง รูปแบบการเรียน ปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19 มากที่สุด พบว่า จำนวนมากหรือร้อยละ 48.1 ระบุ เรียนออนไลน์ ที่บ้านอย่างเดียวห่างไกลโควิด-19 มากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 24.6 ระบุ เรียนแบบผสมผสานระหว่าง ออนไลน์ กับ สลับไปโรงเรียน ห่างไกลโควิด-19 และร้อยละ 27.3 ระบุ เรียนที่สถาบันการศึกษาแบบดั้งเดิม เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย ห่างไกลโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อจำแนกรายพื้นที่ระหว่าง กรุงเทพมหานคร กับ สมุทรสาคร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 56.3 ของคนกรุงเทพมหานคร เทียบกับ ร้อยละ 39.3 ของคนสมุทรสาคร ระบุ เรียนออนไลน์ที่บ้านอย่างเดียว ห่างไกลโควิด-19 มากที่สุด &amp;nbsp;ในขณะที่ ร้อยละ 18.5 ของคนกรุงเทพมหานคร เทียบกับ ร้อยละ 30.9 ของคนสมุทรสาคร ระบุ เรียนแบบผสมผสาน ระหว่าง ออนไลน์ กับ สลับไปโรงเรียน ห่างไกลโควิด-19 มากที่สุด และร้อยละ 25.2 ของคนกรุงเทพฯ เทียบกับ ร้อยละ 29.8 ของ คนสมุทรสาคร ระบุ เรียนที่สถาบันการศึกษา แบบเดิม เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัยห่างไกลโควิด-19 มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.4 พอใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ต่อ การทำหน้าที่ของ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในขณะที่ร้อยละ 16.9 พอใจปานกลาง และร้อยละ 3.7 พอใจค่อนข้างน้อย ถึง ไม่พอใจเลย ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มก้อนของคนกรุงเทพมหานครมีสัดส่วนของคนที่ไวต่อความรู้สึกความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากกว่ากลุ่มก้อนของคนสมุทรสาคร ในรูปแบบการเรียนที่ห่างไกลโควิด ดังนั้นจากข้อมูลที่ค้นพบครั้งนี้ มีข้อเสนอแนะทางเลือก 3 แนวทางได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) จำแนกแยกแยะมาตรการรูปแบบการเรียนสำหรับกลุ่มเด็กเล็ก กับเด็กโต ใช้มาตรการแตกต่างกันโดยยกระดับป้องกันการแพร่ระบาดกับเด็กเล็กสูงกว่า เด็กโต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร ควรจะเคร่งครัดต่อการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ระดับสูงสุดไว้ก่อนโดยเน้นไปที่การเรียนออนไลน์ที่บ้านหรือสถานที่เหมาะสมอื่น แล้วแต่ผู้ปกครองจะพิจารณา เช่น บ้าน ที่ทำงาน และอื่น ๆ ที่เล็งเห็นว่าปลอดภัยมากกว่าให้ไปเรียนที่สถานบันการศึกษาอาจจะป้องกันได้ยากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) รูปแบบการเรียนแบบผสมผสาน การเรียน ออนไลน์ ที่บ้าน และการสลับไปสถานศึกษา น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ช่วยลดความเสี่ยงและผ่อนปรนผลกระทบต่อครอบครัวและสถานศึกษา ได้สำหรับพื้นที่สมุทรสาคร แต่ สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครน่าจะยังคงไว้ระดับป้องกันความเสี่ยงสูงกว่าสมุทรสาคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะที่น่าพิจารณาอีกประการหนึ่งคือ แต่ละสถาบันการศึกษาหรือเขตการศึกษา ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจและแสดงความเห็นต่อผลกระทบจากรูปแบบการเรียนห่างไกลโควิด-19 ได้อย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีความปลอดภัยรอดพ้นโควิด-19 ต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91516</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเรียนการสอน, ซูเปอร์โพล, ยุคโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210131/image_big_601623b1ad79d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุคโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเวลา 8 เดือนเต็มนับจากจีนแจ้งองค์การอนามัยโลกพบการแพร่ระบาดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ โรคโควิด-19 จนถึงวันนี้การระบาดในภาพรวมระดับโลกยังคงรุนแรง บางประเทศคุมอยู่ บางประเทศระบาดระลอก 2 บางประเทศตั้งแต่เริ่มจนบัดนี้ยังคุมไม่ได้ วัคซีนที่คิดว่าเป็นทางออกนั้นน่าจะเริ่มใช้ปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า แต่กว่าจะใช้อย่างทั่วถึงและป้องกันได้ดีอาจต้องรออีกหลายปี ซ้ำร้ายกว่านั้นผลกระทบจากโรคระบาดไม่จบสิ้นทันทีหลังมีวัคซีน ต้องรออีกหลายปี เกิดชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) เป็นที่มาของ &amp;ldquo;ยุคโควิด-19&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;3 ระยะยุคโควิด-19 : &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุคโควิด-19 ในที่นี้แบ่งตามการมียากับวัคซีน ระยะแรกคือช่วงที่ยังไม่มียากับวัคซีนที่ใช้ได้ผลจริง ระยะกลางคือเริ่มใช้อย่างแพร่หลาย ระยะยาวคือมียากับวัคซีนหลายตัวหลายชนิด วิธีรักษาใหม่ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะแรก ยังไม่มียากับวัคซีนที่ใช้ได้ผลจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นช่วงที่โลกเพิ่งรู้จักโควิด-19 เกิดภาวะช็อก แนวทางป้องกันรักษาเน้นสกัดกั้นการแพร่เชื้อ เพราะยังไม่มียาหรือวัคซีนที่ใช้ได้ผลจริง เศรษฐกิจสังคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รัฐบาลประเทศต่างๆ มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ลดภาวะช็อกจากวิกฤติเศรษฐกิจสังคม เริ่มเกิดชีวิตวิถีใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงหลังของระยะแรกนี้ความตื่นตระหนกเริ่มหายไป โควิด-19 ไม่ใช่ของใหม่อีกแล้ว การระบาดยังคงอยู่ บางเมืองเปิด บางเมืองปิด เปิดๆ ปิดๆ เริ่มทดลองใช้ยากับวัคซีน วิธีการรักษาแบบต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางรัฐบาลอยู่ได้ บางรัฐบาลต้องล้มไปหรือเปลี่ยนแปลง เห็นการแข่งขันช่วงชิงระหว่างมหาอำนาจ การจับกลุ่มพันธมิตรแม้กระทั่งเรื่องการพัฒนาวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะกลาง เริ่มใช้ยากับวัคซีนอย่างแพร่หลาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะนี้เริ่มต้นเมื่อมีใช้ยาและ/หรือวัคซีนที่ใช้ได้จริง กระจายอย่างแพร่หลาย อาจเริ่มต้นกลางปีหน้า (2021 หรือปี 2022) จนกระทั่งยากับวัคซีนกระจายแก่หลายพันล้านคน&amp;nbsp; ระยะนี้อาจกินเวลาไปถึงปี 2024-25 ขึ้นกับจำนวนผู้ได้รับยาหรือวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าการระบาดในประเทศจะรุนแรงหรือไม่ ผลกระทบต่อการเมืองเศรษฐกิจสังคมจะเห็นชัดเป็นรูปธรรม หลายธุรกิจล้มหายตายจาก เกิดธุรกิจแนวใหม่ (หรือปรับเปลี่ยนวิธีประกอบการ) ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ บางบริษัทจะเจริญก้าวหน้ากว่าก่อน ชีวิตวิถีใหม่เป็นบรรทัดฐานสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในระยะนี้ผลระดับมหภาคชัดเจน หลอกใครไม่ได้อีกแล้ว บางอย่างเป็นผลถาวร เป็นความเข้าใจผิดถ้าคิดว่าธุรกิจทั้งหมดจะฟื้นตัวทันที และทุกคนได้กลับเข้าทำงาน ควรสนใจตัวเลขกำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คะแนนนิยมของรัฐบาลขึ้นกับความสามารถในการจัดการโควิด-19 สภาพปัญหาเศรษฐกิจการเมืองสังคมอันเป็นผลโดยตรงจากโรคระบาด ทุกพรรคต้องมีนโยบายเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเจริญมั่งคั่งของประเทศเปลี่ยนไป ประเทศที่จัดการได้เร็วมีประสิทธิภาพจะเป็นที่โดดเด่น ได้โอกาสจากโรคระบาด ในขณะที่บางประเทศอ่อนแอลง งบลงทุนหดหาย ล้มลุกคลุกคลานทุกมิติ โควิด-19 คือภัยคุกคามแห่งชาติที่ร้ายแรงที่สุด ไม่ใช่ประเทศปรปักษ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในระยะนี้จะเห็นการแบ่งขั้วแบ่งฝ่ายทางการเมืองระหว่างประเทศผ่านการรับความช่วยเหลือ จะใช้วัคซีนของชาติตะวันตก ของรัสเซียหรือจีน วาระโลกคือการแก้ปัญหาโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะยาว มียากับวัคซีนหลายตัวหลายชนิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มระยะนี้เมื่อมียากับวัคซีนหลายชนิด พัฒนาปรับปรุงจากยารุ่นแรกๆ การพัฒนาวิธีรักษาใหม่ๆ แข่งกับการแพร่ระบาดและการกลายพันธุ์ของไวรัส ได้ยากับวัคซีนที่ปลอดภัย ทุกคนใช้ได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะใช้ (บางคนไม่ยอมใช้แม้ฉีดฟรี วัคซีนผ่านการรับรอง ผู้นำประเทศ บุคคลสำคัญฉีดวัคซีนโชว์) ผู้ติดโรครายใหม่ยังมีอยู่ แต่การระบาดไม่เป็นภัยเช่นก่อนหน้านี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในระยะนี้มุ่งชี้โลกภายใต้ผลที่เกิดขึ้นจากโรคระบาด การมีวัคซีนช่วยลดการติดโรค แต่ปัญหาอันเกิดจากการระบาดก่อนหน้านี้จะฉายภาพให้เห็นผลกระทบระยะยาว ผลจากโควิด-19 จะกินเวลาหลายปี (อาจยาวไปถึง 2030 หรือไกลกว่านั้น จนกว่าโควิด-19 ไม่ใช่ภัยร้ายแรงอีกต่อไป โลกเข้าใจผลกระทบระยะยาว)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลกระทบสำคัญคือสภาพการเมืองสังคมเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ประเด็นหนึ่งที่น่าติดตามคือหนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือนที่ถีบตัวขึ้นสูง รัฐจะแก้อย่างไร ส่งผลกระทบอย่างไร จะเห็นการถอยหลังเข้าคลองของหลายประเทศ (อารยธรรมถดถอย) พร้อมกับปัญหาเศรษฐกิจสังคมมากมาย จำนวนผู้ยากจนยากไร้คือดัชนีชี้วัดตัวหนึ่ง ปัญหาสุขภาพระยะยาวอันเนื่องจากโควิด-19 สถานการณ์เช่นนี้จะรุนแรงในประเทศที่อ่อนแอยากจนอยู่แล้ว โควิด-19 เป็นภัยซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายกว่าเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นเด่นชัดแตกต่างจากเดิม ส่งเสริมเงินดิจิทัล สังคมไร้เงินสด เทคโนโลยีหรือสิ่งประดิษฐ์บางอย่างเป็นที่นิยม เช่น ระบบฝังชิปในร่างกาย เมืองใหญ่ลดความแออัด การออกแบบโรงงาน สำนักงานที่ติดตั้งระบบป้องกันเชื้อโรค ระบบการรับคนเข้าทำงานที่รองรับการทำงานแบบกึ่งออฟฟิศกึ่งบ้าน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในระดับปัจเจกที่ควรติดตามคือปัญหาสุขภาพระยะยาวของผู้ที่เคยติดเชื้อโรคโควิด-19 ผลกระทบต่อแต่ละครอบครัวที่สภาพครอบครัวไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือประเทศอื่นๆ จะเป็นที่นิยมชมชอบ ส่งผลต่อการผูกมิตร ขั้วอำนาจโลกเบี่ยงเบนจากเดิม (หันไปขั้วใดขั้วหนึ่งมากขึ้น) ความเป็นมหาอำนาจบางประเทศลดลงบางประเทศเพิ่มขึ้น มีผลต่อความนิยมลัทธิการเมือง ระบบเศรษฐกิจโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;อาจต้องรออีกหลายปี :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นความเข้าใจผิดถ้าคิดว่าโลกจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังมีวัคซีนปีนี้ปีหน้า ประเด็นที่ต้องติดตามคือวัคซีนให้ภูมิคุ้มกันกี่เดือนกี่ปี ป้องกันได้มากน้อยแค่ไหน ครอบคลุมไวรัสที่กลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ หรือไม่ ต้องเข้าใจว่าวัคซีนแต่ละตัวแต่ละยี่ห้อมีประสิทธิภาพต่างกัน ณ ตอนนี้ถกเถียงเรื่องความน่าเชื่อถือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แอนโทนี เฟาซี (Anthony Fauci) กล่าวเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ว่าโอกาสที่จะได้วัคซีนคุณภาพสูงมีน้อย ตอนนี้นักวิจัยคิดว่าถ้าได้ผลสัก 75% ถือว่าดีแล้ว หรือถ้าได้ผล 50-60% ก็ยอมรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านรัสเซียประกาศแล้วว่าวัคซีนตัวแรกของตน Sputnik V ใช้กับคนอายุ 18-60 ปีเท่านั้น หมายความว่าผลการวิจัยไม่รองรับการใช้ในเด็กกับผู้สูงวัย จึงต้องติดตามต่อว่าวัคซีนตัวอื่นๆ ใช้ครอบคลุมทุกวัยหรือไม่ หรือต้องวิจัยวัคซีนที่ใช้เฉพาะกลุ่มวัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การมีวัคซีนในปีนี้ปีหน้าเป็นเรื่องดีช่วยคลายความวิตกกังวลแต่ไม่เป็นเหตุฟื้นคืนสู่สภาพเดิม อาจต้องรออีก &amp;ldquo;หลายปี&amp;rdquo; ในการพัฒนาวัคซีนรุ่นใหม่ๆ ได้ตัวที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากพอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำถามสำคัญคือเมื่อเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวเร็ว ผลที่เกิดขึ้นคืออะไร จะทนไหวไหมถ้าต้องตกงานอีก 3 ปี ครอบครัวจะเป็นอย่างไรหากรายได้หายไปกึ่งหนึ่ง บริษัทจะทนขาดทุนได้กี่ปีหากการปรับเปลี่ยนยังไม่ใช่ทางออก ผลระยะยาวโดยรวมที่ตามมาเป็นเช่นไร เป็นประเด็นที่ต้องวิเคราะห์ลงรายละเอียด มองโลกตามที่เป็นจริง หากคนตกงานเพิ่ม 50% จะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ ประเทศจะถอยหลังกี่ปี ระบบโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งเหล่านี้มีผลต่อ &amp;ldquo;แผน&amp;rdquo; &amp;ldquo;นโยบาย&amp;rdquo; ตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ธุรกิจ ไล่ไปจนถึงระดับประเทศ เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องศึกษา ผู้มีสติปัญญาต้องให้ความรู้ รัฐต้องปรับเปลี่ยนนโยบายให้เร็วมากพอ แก้ไขปัญหาตรงจุด ไม่ยึดติดกับสิ่งที่เคยมีเคยเป็น ความเข้าใจที่ถูกต้องคือโลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เป็นอีกยุคแล้ว ผลจากโควิด-19 จะอยู่กับโลกอีกหลายปี หลายอย่างจะเปลี่ยนไป เป็นทั้งโอกาสกับการทำลายล้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลี เซียนลุง นายกฯ สิงคโปร์ ขอให้ประชาชนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ยืนหยุ่นปรับตัววิกฤติโควิด-19 จะผ่านพ้นแน่ แต่อาจใช้เวลามากกว่าที่คิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางออกเบื้องต้นคือต้องให้ความสำคัญกับความมั่นคงอาหาร ทุกคนศึกษาความรู้เพิ่มเติม หาอาชีพใหม่หรืออาชีพเสริม รวมตัวช่วยเหลือเป็นกลุ่มก้อน ขอความช่วยเหลือจากรัฐได้ แต่อย่ารอรัฐเพียงอย่างเดียวเพราะรัฐแค่เยียวยาไม่ได้ช่วยทั้งหมด หาวิธีรักษาพลังใจให้เข้มแข็ง เช่น พูดคุยกับคนที่มีกำลังใจดี ปรึกษาผู้ที่จะช่วยเสริมสร้างกำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ามองแง่บวกโควิด-19 อาจผลักดันให้คนในชาติเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น ความร่วมมือต่างหากที่ช่วยให้อยู่รอด ใช้เสรีภาพเพื่อให้ส่วนรวมก้าวไปข้างหน้า ได้พบสิ่งดีใหม่ๆ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;--------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ภาพ : คนไทยอยู่เป็น ลดรายจ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ที่มา : https://www.facebook.com/PublicrelationsYasothon/posts/2681770112036546&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;----------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75906</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญชัย คุ้มปัญญา, ยุคโควิด-19, สถานการณ์โลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089f896a7c6.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
