<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59406</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนจ่อสยบ‘ไวรัสโคโรนา’ ‘อิตาลี’โคม่าปิดประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; วิกฤติโควิด-19 ในจีนใกล้ยุติ ผู้ติดเชื้อหรือเสียชีวิตเพิ่มไม่ถึง 20 ราย หูเป่ย์ผ่อนคลายมาตรการกักกัน แต่อิตาลีสวนทางสั่งปิดเมืองทั้งประเทศตั้งแต่วันอังคาร ยุติกิจกรรมหมู่ในที่สาธารณะทั้งหมด ทำเนียบขาวเผยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ &amp;nbsp;ไม่เคยตรวจหาเชื้อ แม้คนใกล้ชิดหลายรายกักกันตนเองแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีและข้อมูลจากเว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เมื่อวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2563 กล่าวว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เริ่มพบผู้ติดเชื้อครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ของจีนเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ได้แพร่เชื้อติดผู้คนใน 110 ประเทศและดินแดนแล้วถึงขณะนี้ โดยมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 114,000 ราย และมีเพียงภูมิภาคแอฟริกา, ลาตินอเมริกา และโอเชียเนีย ที่ยังไม่มีรายงานการระบาดใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับเบิลยูเอชโอเตือนไว้ว่า มีภาวะคุกคามจริงๆ ที่โควิด-19 จะเป็นโรคระบาดทั่วโลก โดยทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การนี้กล่าวว่า โรคภัยนี้ไม่มีความเมตตาปรานีต่อโลกของเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลเมื่อช่วงค่ำวันอังคารระบุว่า ถึงขณะนี้ชาวโลกสังเวยไวรัสชนิดนี้แล้ว 4,012 ชีวิต โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกในหลายประเทศ ทั้งที่จีน, อิตาลี, อิหร่าน, เกาหลีใต้, ฝรั่งเศส, สหรัฐอเมริกา, สเปน, สหราชอาณาจักร, เลบานอน, เยอรมนี และแคนาดา ขณะเดียวกัน ปานามา, มองโกเลีย, บูร์กินาฟาโซ และไซปรัสเหนือ ยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเดินทางไปเยี่ยมเมืองอู่ฮั่นที่เป็นศูนย์กลางต้นกำเนิดของวิกฤติครั้งนี้ สีกล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่นและมณฑลหูเป่ย์ถูกควบคุมไว้ได้ จีนประสบความสำเร็จเบื้องต้นในการคุมสถานการณ์ให้คงที่และพลิกสถานการณ์ได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาต่อมาทางการจีนประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์มณฑลภาคกลางแห่งนี้ ซึ่งประชากร 56 ล้านคนถูกจำกัดพื้นที่เคลื่อนไหวมาตั้งแต่เดือนมกราคม รัฐบาลท้องถิ่นเผยว่า ชาวหูเป่ย์จะได้รับแจ้งรหัสสีทางแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือ โดยผู้ที่ได้รับรหัสสีเขียวในพื้นที่ที่มีความเสียงระดับกลางและต่ำจะได้รับอนุญาตให้เดินทางได้ภายในมณฑลนี้ แต่ยังไม่มีการแจ้งว่าประชาชนสามารถออกนอกมณฑลได้ และดูเหมือนว่าการผ่อนคลายยังไม่รวมถึงผู้คนในเมืองอู่ฮั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของทางการจีนเมื่อวันอังคารเผยว่า จีนมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 17 คน และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 19 คน เป็นยอดต่ำที่สุดนับแต่จีนเริ่มรายงานข้อมูลการติดเชื้อเมื่อปลายเดือนมกราคม และส่งสัญญาณว่าสถานการณ์เลวร้ายของจีนใกล้ยุติแล้ว ยอดรวมถึงขณะนี้จีนแผ่นดินใหญ่มีผู้เสียชีวิต 3,136 คน จากผู้ติดเชื้อ 80,754 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ของเกาหลีใต้ก็ดีขึ้นเป็นลำดับเช่นกัน โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งเกาหลี (เคซีดีซี) มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 131 ราย ซึ่งเป็นยอดที่ต่ำกว่า 150 รายครั้งแรกในช่วง 2 สัปดาห์ ยอดรวมผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 7,513 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 54 คน ขณะที่อิหร่านมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 881 รายในวันอังคาร ยอดรวมเพิ่มเป็น 8,042 ราย และมีผู้เสียชีวิตอีก 54 ราย รวมถึง 291 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่สถานการณ์หนักสุดในเวลานี้กลับเป็นอิตาลี ข้อมูลถึงช่วงค่ำวันอังคารของไทย อิตาลีมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 463 คนเมื่อวันจันทร์ ส่วนผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 9,172 ราย ข้อมูลของดับเบิลยูเอชโอระบุว่าอิตาลีเป็นประเทศที่มีประชากรสูงอายุมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากญี่ปุ่น ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุคือกลุ่มที่เสี่ยงต่อไวรัสโคโรนามากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอิตาลีพยายามใช้มาตรการหนักหน่วงขึ้นเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ด้วยการขยายการปิดเมืองที่บังคับใช้ในแคว้นและ 14 จังหวัดภาคเหนือเมื่อวันอาทิตย์ เป็นครอบคลุมประชากร 60 ล้านคนทั่วทั้งประเทศ โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันอังคารที่ 10 มีนาคม จนถึงวันที่ 3 เมษายน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ จูเซปเป คอนเต ของอิตาลี ลงนามกฤษฎีกาฉบับนี้เมื่อเที่ยงคืนวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2563 โดยกล่าวว่า ทุกคนต้องเสียสละเพื่อปกป้องสุขภาพของพลเมืองในประเทศนี้ โดยมาตรการที่ประกาศใช้นี้สรุปง่ายๆ คือ จงอยู่กับบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการควบคุมนี้จะจำกัดการเดินทางทั่วประเทศ โดยยกเว้นเฉพาะการทำงานเร่งด่วนที่สุดหรือเหตุผลด้านการแพทย์และงานฉุกเฉิน โรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่เริ่มปิดตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วจะขยายเวลาปิดไปถึงวันที่ 3 เมษายนตามมาตรการนี้เช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชุมนุมของคนจำนวนมากในสถานที่สาธารณะหรือกลางแจ้งทั้งหมดเป็นสิ่งต้องห้าม ซึ่งรวมถึงการจัดงานแต่งงานและงานศพ การแข่งขันและกิจกรรมกีฬาในทุกระดับต้องยกเลิก รวมทั้งการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศ มีเพียงกีฬาทัวร์นาเมนต์ระหว่างประเทศที่แข่งขันต่อได้ แต่ห้ามมีผู้ชม ร้านอาหารและบาร์ถูกกำหนดเวลาเปิด-ปิดระหว่าง 06.00-18.00 น. โดยมีข้อแม้ว่าต้องรักษาระยะห่างของลูกค้าแต่ละคนไม่ต่ำกว่า 1 เมตร ศาสนสถานสามารถทำกิจกรรมได้ด้วยข้อแม้เดียวกันว่าแต่ละคนต้องรักษาระยะห่างไม่ต่ำกว่า 1 เมตร แต่โรงละคร โรงภาพยนตร์ ไนต์คลับ สกีรีสอร์ต และสถานบริการลักษณะคล้ายกันถูกปิดทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่มีความชัดเจนว่าทางการอิตาลีจะบังคับใช้ข้อห้ามนี้อย่างไร ก่อนหน้านี้รถไฟในเมืองมิลานและเที่ยวบินขาเข้าและออกยังมีให้บริการแม้จะรัฐบาลจะสั่งปิดเมืองนี้ด้วยตั้งแต่สุดสัปดาห์ และกำหนดบทลงโทษปรับเงินผู้ที่เดินทางโดยไม่มีเหตุผลจำเป็น ตามมาตรการจำกัดการเดินทางนี้แม้ระบบขนส่งมวลชนจะยังเปิดให้บริการ แต่ผู้เดินทางต้องยื่นเอกสารระบุเหตุผลต่อเจ้าหน้าที่ นายสถานีรถไฟและเจ้าหน้าที่สนามบิน รวมถึงบนถนนสายหลักที่เชื่อมระหว่างเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการควบคุมที่ห้ามการเข้าเยี่ยมนักโทษในเรือนจำทั่วประเทศและความวิตกต่อการติดเชื้อไวรัส ส่งผลให้นักโทษก่อจลาจลหรือมีการชุมนุมประท้วงที่เรือนจำ 23 แห่งทั่วอิตาลีมาตั้งแต่สุดสัปดาห์ ข่าวรอยเตอร์อ้างข้อมูลของกระทรวงยุติธรรมว่า มีนักโทษเสียชีวิตแล้ว 7 ราย นักโทษบางส่วนขอร้องให้รัฐบาลนิรโทษกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกากำลังกลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดใหญ่ ข้อมูลเมื่อวันจันทร์ชี้ว่าสหรัฐมีผู้เสียชีวิต 26 ราย จากผู้ติดเชื้อ 605 ราย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรัฐฝั่งตะวันตก แต่ก็มีรายงานการติดเชื้อรายใหม่ๆ เกิดขึ้นต่อเนื่องทั่วสหรัฐ รวมถึงที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.และที่นครนิวยอร์กในฝั่งตะวันออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ส.ส.รีพับลิกันอย่างน้อย 2 ราย ซึ่งเพิ่งพบกับประธานาธิบดีทรัมป์ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เปิดเผยว่าพวกเขากำลังอยู่ระหว่างกักกันตัวเองนาน 14 วัน เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาระหว่างเข้าร่วมการประชุมของฝ่ายอนุรักษนิยมใกล้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ส.ส.คนหนึ่งคือแมตต์ เกตซ์ เคยเดินทางพร้อมกับทรัมป์บนเครื่องบินประจำตำแหน่ง แอร์ฟอร์ซวัน เมื่อวันจันทร์ อีกคนคือ ส.ส.ดั๊ก คอลลินส์ อยู่กับทรัมป์ระหว่างไปรับฟังสรุปสถานการณ์ที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (ซีดีซี) เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ก เมโดวส์ ซึ่งกำลังจะมารับตำแหน่งหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ก็กำลังกักกันตัวเองเมื่อวันจันทร์ ภายหลังรู้ตัวว่าเขาเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการประชุมเดียวกันนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีอาการและการตรวจก็ไม่พบเชื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านสเตฟานี กริแชม โฆษกทำเนียบขาว ยืนยันเมื่อค่ำวันจันทร์ว่า ทรัมป์ยังไม่เคยรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพราะทรัมป์ไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับคนไข้ที่ติดเชื้อโควิด-19 และทรัมป์ก็ไม่มีอาการของการติดเชื้อ ทรัมป์มีสุขภาพแข็งแรงดีและแพทย์ประจำตัวก็เฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59406</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ผู้ติดเชื้อ, ยุติกิจกรรมหมู่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิตาลี, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, โดนัลด์ ทรัมป์, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e67a6ba61b9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
