<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2020 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2020 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทพ-BEM เซ็นสัญญายุติข้อพิพาททางด่วนมหากาพย์25ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ก.พ.2563 นายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยภายหลังการลงนามสัญญายุติข้อพิพาทางด่วนระหว่าง กทพ. กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ว่า การลงนามสัญญาในวันนี้ (20 ก.พ. 2563) นั้น ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา เห็นชอบขยายอายุสัญญาสัมปทานออกไปอีก 15 ปี 8 เดือน โดยสัญญาระบบทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน A ช่วงรัชดาฯ-พระราม 9 ส่วน B ช่วงพญาไท-บางโคล่ และส่วน C ช่วงแจ้งวัฒนะ-รัชดาฯ จะสิ้นสุดวันที่ 28 ก.พ. 2563 เพื่อยุติข้อพิพาทและถอนฟ้อง ทั้ง 17 คดี แลกกับการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน ระยะเวลา 15 ปี 8 เดือน หรือไปสิ้นสุดสัญญาพร้อมกันในวันที่ 31 ต.ค. 2578 พร้อมทั้ง BEM จะต้องยกเว้นค่าผ่านทางในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีประกาศเป็นวันหยุดด้วย รวมถึงมีเงื่อนไขว่า กทพ.สามารถสร้างทางแข่งขันได้ โดยไม่ถูก BEM ฟ้องร้องได้อีกในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวนั้น เพื่อให้สัญญาเดินหน้าต่อเนื่องกับสัญญาเดิม พร้อมทั้งหากมีการต่อสู้คดี ยอมรับว่า กทพ.มีโอกาสแพ้คดีสูง จึงต้องมีการเจรจา เพื่อไม่ให้ประเทศเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น ยืนยันว่า เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประเทศ และไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชนแต่อย่างใด โดยถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมา 25 ปี ขณะเดียวกัน หลังจากนี้ BEM จะไปถอนฟ้องคดีที่มีการฟ้องร้องต่อศาล ภายในวันที่ 29 ก.พ.นี้ โดยยืนยันว่าสามารถดำเนินการถอนฟ้องได้ทันอย่างแน่นอน เนื่องจากมีการเตรียมการมาเป็นระยะเวลานานแล้ว โดยสัญญาใหม่นั้นจะมีผล ในวันที่ 1 มี.ค. 2563 ขณะเดียวกัน กทพ. จะไปศึกษาเพิ่มการคล่องตัวของการจราจรทั้งระบบ รวมถึงการก่อสร้างทางขึ้น-ลงบริเวณสถานีกลางบางซื่อด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่ารัฐบาลนี้ และบอร์ดชุดนี้ ไม่ได้สร้างปัญหา แต่มาเป็นผู้แก้ปัญหา และเชื่อว่าในผลการเจรจาในครั้งนี้ เป็นประโยชน์สูงสุด โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ หลังจากนี้ กทพ และ BEM จะไม่มีหนี้ต่อกัน เป็นการทำดีที่สุดต่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งในวันที่ 21 ก.พ.นี้ จะเริ่มดำเนินการถอนฟ้องต่อศาล&amp;rdquo; นายสุรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานจาก กทพ. ระบุว่า กทพ. ขอชี้แจง กรณีในข้อสงสัยเรื่องการขยายสัญญาสัมปทานโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 (ทางพิเศษศรีรัช รวมถึงส่วนดี) และทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด (ทางพิเศษอุดรรัถยา) โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า การเจรจาครั้งนี้จะทำให้ BEM มีสิทธิ์ต่อสัญญาได้อีก 20 ปี หลังจากที่การต่อสัญญาสิ้นสุดลงหรือไม่นั้น กทพ.ยืนยันว่า BEM จะไม่มีสิทธิ์ต่อสัญญาได้อีก 20 ปี หลังจากที่การต่อสัญญาสิ้นสุดลง เนื่องจากการเจรจาต่อสัญญายุติข้อพิพาทที่ได้รับการอนุมัติโดย ครม. เป็นการนำสิทธิ์การเจรจาเพื่อการต่อสัญญา ตามข้อ 21 ของสัญญาเดิมมาใช้ ซึ่งกำหนดให้ BEM สามารถเจรจาต่อสัญญาได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 10 ปี ดังนั้น เมื่อการต่อสัญญาในครั้งนี้ BEM สิ้นสุดลงในวันที่ 31 ต.ค.2578 จะมีสิทธิ์เจรจาต่อสัญญา เฉพาะเวลาส่วนที่เหลือเท่านั้น โดยในสัญญามีการระบุไว้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในส่วนของข้อสงสัยที่ว่า การเจรจาครั้งนี้ ทำไมจึงต้องนำรายได้จาก 3 สัญญามารวมกันนั้น กทพ. ให้รายละเอียดว่า การเจรจาต่อสัญญายุติข้อพิพาทครั้งนี้ เป็นการนำรายได้เฉพาะที่เป็นส่วนแบ่งของ BEM จากทางด่วนขั้นที่ 1 ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน A, B, C ส่วน D และส่วน C+ มารวมกัน แล้วหักลบด้วยรายจ่ายจากการให้บริการทางด่วน (O&amp;amp;M และค่าบริหารจัดการ) ดอกเบี้ย และภาษี ให้เกิดเป็น Net Cash เพื่อนำมาชดเชยมูลหนี้ข้อพิพาท อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์พบว่า ในระยะเวลา 15 ปี 8 เดือน BEM จะมี Net Cash เป็น Nominal value เท่ากับ 59,600 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าหนี้ข้อพิพาทเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57775</URL_LINK>
                <HASHTAG>BEM, กทพ., ยุติค่าโง่, เซ็นสัญญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200221/image_big_5e4f4629c5789.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
