<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นับ1เขย่าเก้าอี้ครม. 4กุมารไขก๊อกพปชร.‘ประยุทธ์’คุยพรรคร่วมจับตาโควตานายก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปิดฉาก 4 กุมารตอนแรก &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; นำแถลงไขก๊อกอย่างเป็นทางการ บอกถึงเวลาเหมาะสม ตอนนี้ยังไม่คิดตั้งกลุ่มหรือพรรคการเมืองใหม่ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เคารพการตัดสินใจ ลั่นได้เวลานับหนึ่งเขย่าเก้าอี้ ครม. ชี้ต้องคุยกับหัวหน้าทุกพรรคร่วมจะเอาอย่างไร โดยเฉพาะเก้าอี้ รมต.ในโควตานายกฯ เผยเล็งไว้หลายคนในทุกภาคส่วน แต่ยังไม่ได้ทาบ รับประยุทธ์ 2/2 ต้องสร้างการยอมรับ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว กลุ่ม 4 กุมารประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน อดีต เลขาธิการพรรค พปชร., นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อดีตรองหัวหน้าพรรค พปชร. และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกฯ อดีตกรรมการบริหารพรรค พปชร. แถลงลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร.อย่างเป็นทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอุตตมกล่าวว่า การทำงานร่วมกับพรรคมา 2 ปี ถือว่าภารกิจนำพาพรรคเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก้าวข้ามปัญหาต่างๆ ได้สำเร็จ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และเวลานี้ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว จึงขอยุติบทบาทในทางการเมืองกับพรรค พปชร. ที่มีผู้บริหารพรรคชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ต่อไป โดยจะเดินหน้าทำหน้าที่ฝ่ายบริหารในตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯ และยังไม่ได้มีความคิดไปตั้งกลุ่มหรือพรรคการเมือง
&amp;quot;การแถลงวันนี้เป็นเรื่องของพรรค ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร ส่วนการจะปรับเปลี่ยนตำแหน่งใดๆ ในอนาคตเป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ โดยขึ้นอยู่กับนายกฯ เวลานี้ขอทำหน้าที่อย่างเต็มที่ หากจะมีการปรับเปลี่ยนในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถือเป็นเรื่องของนายกฯ ทั้งนี้ พวกเราทำปัจจุบันให้เต็มที่ วันข้างหน้าเป็นเรื่องของวันข้างหน้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า วันนี้ถือเป็นการปิดตำนาน 4 กุมารได้หรือยัง หรือจะมีภาคต่อไป นายอุตตมตอบว่า เอาเป็นว่าวันนี้เราได้บรรลุในสิ่งที่เราตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ต้น ถือว่าบรรลุแล้ว อาจเรียกได้ว่าจบไปตอนหนึ่ง และเราจะทำงานของเราต่อ ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรยังไม่ได้คิด แล้วจะเป็นอย่างไรขอให้ดูโอกาสที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนมีแน่นอน เชื่อว่าอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่าจะไปตั้งพรรคการเมืองใหม่หรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า วันนี้ยังไม่มีความคิด ยังขอทำหน้าที่ในฝ่ายบริหารอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ การลาออกจากพรรคในวันนี้ไม่ได้มีการแจ้งนายกฯ เพราะถือเป็นเรื่องของพรรคการเมือง ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายบริหาร แต่คิดว่านายกฯ คงได้ติดตามข่าวอยู่แล้ว วันนี้ขออยู่กับปัจจุบัน ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ยังไม่อยากไปคิดถึงเรื่องตำแหน่งใดๆ ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์กล่าวเช่นกันว่า เราไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง และแยกแยะบทบาทในพรรค พปชร.กับฝ่ายบริหารในฐานะรัฐมนตรี โดยจะทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด ส่วนสัดส่วนของ ครม. หากไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว จะเป็นโควตากลางของนายกฯ หรือไม่นั้น เราไม่ไปก้าวล่วง เพราะอยู่นอกขอบเขตการตัดสินใจ และอนาคตจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกฯ พิจารณา ที่ผ่านมาเป็นส่วนหนึ่งของ พปชร. แม้จะไม่เคยทำงานการเมือง แต่ก็สร้างพรรคจนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และอยากให้พรรคเข้มแข็ง เดินหน้าเป็นสถาบันการเมืองต่อไป
4 กุมารบอกสมคิดแล้ว
&amp;ldquo;สายใยความผูกพันกับสมาชิกจะไม่หายไป ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ยังเป็นครอบครัวกัน ไม่ได้ขัดแย้งกัน และเคยพูดเสมอว่าไม่ถอดใจ การมาทำงานการเมืองคือความเสียสละ ทำหน้าที่ให้ดี ตราบใดที่มีหน้าที่จะทำให้ ไม่ได้ยึดตำแหน่งหรือหวังอะไร ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคได้บอกกล่าวกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ แล้ว ซึ่งท่านให้กำลังใจในการทำงาน แต่ไม่ได้แนะนำอะไร เพราะท่านเคารพการตัดสินใจของพวกเรา&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ย้ำว่า ในวันนี้พวกเราจะยังทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารจนถึงที่สุด จนถึงวันที่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่จะมาคิดเรื่องโควตาในวันนี้ โดยสิ่งที่รู้สึกคือภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างพรรคใหญ่ เป็นสถาบันทางการเมืองให้ประชาชนมีความหวัง สมาชิกพรรคทั่วประเทศ เราไม่มีการโกรธชังกัน ถึงวันนี้เราจะลาออกจากพรรค แต่มิตรภาพจะยังคงอยู่ เราแค่เลือกทางเดินในวิถีของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า เคารพการตัดสินใจ ถือเป็นเรื่องภายในพรรค ซึ่งก็ต้องเตรียมพิจารณาว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป วันนี้ขอให้ท่านเชื่อมั่นระบบบริหารราชการแผ่นดินของเรา เชื่อมั่นในตนเองที่จะนำพาประเทศชาติในช่วงเวลานี้ไปให้ได้ ในส่วนการปรับเปลี่ยน ครม.ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นวิถีทางทางการเมือง การเข้ามาเป็น ส.ส. การเข้ามาเป็นรัฐมนตรี การจะเข้ามาเป็น ครม. การเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ต้องไปพูดคุยเจรจากันอีกครั้ง ซึ่งคำตอบอันนี้ยังไม่มีให้ว่าใครจะเป็น ใครจะเข้า ใครจะออก เพราะเราต้องคุยกับพรรคการเมือง พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นไปตามกลไกทางการเมือง ขอให้ใจเย็นๆ
เมื่อถามว่า ที่มีข่าวว่ากำหนดไว้ว่าเดือน ก.ย.จะปรับ ครม.ถึงวันนี้จะเร็วขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้อนถามว่า &amp;quot;ดูจากการปรับ ครม. ใครปรับหรือยัง ผมพูดเมื่อไหร่ว่าจะมีขึ้นในเดือน ก.ย. ผมไม่เคยพูดจะปรับในเดือนกันยายนเลย พวกคุณไปตีความกันเอง&amp;quot;
เมื่อถามย้ำว่า ช่วงเวลาที่นายกฯ วางไว้เป็นช่วงเดือนไหน พล.อ.ประยุทธ์ตอบทันทีว่า &amp;quot;ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น แต่ไม่ได้พูดว่าเป็นเดือนกันยายน&amp;quot;
เมื่อถามว่า นายกฯ ไม่กำหนดชัดเจนว่าจะปรับ ครม.เมื่อไหร่ ก็จะมีการวิ่งเต้นเพื่อขอตำแหน่งกันอีก พล.อ.ประยุทธ์ย้อนว่า &amp;quot;วิ่งกับใคร ผมยืนยันว่าใครจะวิ่ง ใครจะอะไร คนวิ่งมากๆ ก็อาจไม่ได้ก็ได้ แต่ขอร้องว่าอย่าทำให้เกิดความสับสนอลหม่านได้หรือไม่ ใครจะวิ่งก็วิ่งไปเถอะ ผมจะตัดสินใจด้วยตัวของผมเอง และผมก็ต้องคุยกับหัวหน้าพรรคทุกพรรค&amp;quot;
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อ 4 กุมารไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค พปชร.แล้วจะส่งผลต่อเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องกลไกภายในพรรค เพราะสัดส่วนในการเข้ามาเป็นรัฐมนตรีมาจากพรรคการเมืองเป็นอันดับแรก โควตาคนนอกก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าตนเองก็ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค พปชร. เพราะฉะนั้นสัดส่วนรัฐมนตรีก็ต้องฟังจากพรรคเป็นหลัก การจะนำคนนอกเข้ามาก็เป็นโควตาของเขา ซึ่งตนเองก็ขอเขามา และเขาก็ให้เข้ามาตรงนี้ รวมทั้งมีรัฐมนตรีหลายคนที่มากับตนเองด้วย
เมื่อถามว่า การที่ 4 คนลาออกจาก พปชร. ถือว่าเป็นโควตาของนายกฯ ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เดิมก็เป็นเช่นนั้นอยู่ และเป็นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ดังนั้นวันนี้ต้องไปดูว่าโควตาเหมาะสมแล้วหรือยัง ใครจะได้เพิ่ม ใครจะได้ลดอย่างไรก็ไปว่ากันอีกที
ซักอีกว่าพูดได้หรือไม่ว่าการปรับ ครม.ครั้งหน้าจะเป็นการปรับใหญ่หรือปรับเฉพาะที่จำเป็น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เท่าที่จำเป็น ใครที่เขาทำงานดีอยู่แล้วก็ให้เขาทำงานต่อ ที่ผ่านมาทุกคนทำงานดีทั้งหมด ไม่ได้ว่าใครไม่ดี เพียงแต่กลไกทางการเมืองและวิถีทางการเมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ย้ำ 4 เก้าอี้โควตานายกฯ
เมื่อถามย้ำว่า โควตาสัดส่วน ครม.ของนายกฯ คือเฉพาะตำแหน่งเดิมที่มีอยู่ใช่หรือไม่ นายก?ฯ กล่าวว่า &amp;quot;ผมถึงถามว่าเมื่อเอาเขาเข้ามาแล้วจำเป็นต้องคืนเขาหรือเปล่า ต้องคืนเขาบ้างไหม จะมีคนนอกเข้ามาได้ตรงไหน ก็ต้องไปคุยกันอีก เพราะผ่านมา 1&amp;nbsp; ปีแล้วก็ต้องคุยกันใหม่&amp;rdquo;
เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายสมคิดบ้างหรือยัง นายกฯ ตอบว่า ก็มีการพูดคุยกันมาโดยตลอด นายสมคิดก็บอกว่าท่านเองก็พร้อมทุกเรื่อง แต่เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีกระแสข่าวโจมตีและขย่มนายสมคิดบ่อยครั้ง พอยืนยันได้หรือไม่ว่าไม่มีปัญหาระหว่างกัน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;ผมเองก็ต้องดูมีการขย่มกันทั้ง 2 ฝ่าย สื่อก็รู้ว่าใครขย่มใคร แล้วใครขย่มกันอย่างไร วิธีไหน บางทีก็พูดกันไปเรื่อย สื่อก็เอาไปพาดหัวข่าว ซึ่งผมก็ไม่รู้ ผมก็ต้องดูว่าใครขย่มใคร และใครถูกใครผิด ผมจะตัดสินของผมเอง&amp;quot;
ถามอีกว่า หากดูตามระยะเวลาแล้ว คิดว่าถึงเวลาที่จะปรับ ครม.แล้วหรือยัง ในขณะที่ยังมีวิกฤติหลายด้าน นายกฯ กล่าวว่าพวกท่านก็รู้ว่ายังมีวิกฤติอยู่ ดังนั้นวันนี้ก็ต้องทำงานกันไปก่อน แล้วเมื่อไหร่ที่ต้องปรับก็จะปรับไป แต่ขอให้เชื่อมั่นในกลไกของเรา การบริหารราชการแผ่นดินที่ได้สร้างไว้ ใครจะไปใครจะมา ก็ต้องรักษากฎระเบียบที่วางไว้ใน พ.ร.บ.ต่างๆ ที่ทำไปใหม่ ทั้ง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ร.บ.การเงินการคลัง เราอาจยึดมั่นตัวบุคคลเป็นธรรมดาในเรื่องของความเชื่อมั่น แต่สิ่งสำคัญที่สุดถ้าตัวบุคคลทำงานร่วมกันไม่ได้มันก็อยู่ไม่ได้ถูกหรือไม่
เมื่อถามว่า แสดงว่านายกฯ ยึดนโยบายที่ทุกคนต้องสามารถสานต่องานที่วางได้ ถึงจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี นายกฯ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้ล็อกถึงขนาดนั้น แต่คิดว่าจะพิจารณาเอง เมื่อถามอีกว่าสิ่งสำคัญในการปรับ ครม.คืออะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทันทีว่า เพื่อความสงบเรียบร้อย
ซักอีกว่า ต้องปรับทัพ ครม.เศรษฐกิจใหม่ทั้งหมดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ครม.ใหม่ถ้าปรับก็ต้องปรับ ครม.เศรษฐกิจด้วย เพราะ ครม.เศรษฐกิจมีหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และในวันที่ 10 ก.ค.นี้ ได้เลื่อนการประชุม ครม.เศรษฐกิจออกไปก่อน โดยจะประชุมที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจทั้งหมดทั้งในและนอกระบบ มาพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นของเขาว่ามีแนวความคิดอย่างไร ถึงจะนำเข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ นี่คือการบริหารงานแบบนิวนอร์มอล
เมื่อถามว่า ดูจากฝีมือการทำงานของ 4 กุมารแล้ว ครั้งหน้าน่าจะได้กับเข้ามาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;คุณจะถามให้ได้สาระอะไรตรงนี้ ผมตอบไปแล้วในภาพรวม และท่านเหล่านี้ก็ทำงานกับผมมาโดยตลอด มีความสำเร็จมามากมายพอสมควร แต่ก็ต้องไปดูว่ากลไกทางการเมืองว่ากันอย่างไร &amp;nbsp;
มองไว้แต่ยังไม่ได้ทาบ
เมื่อถามว่า หัวหน้าทีมเศรษฐกิจได้มองคนนอกไว้จริงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;ก็มองไว้ ขึ้นอยู่กับว่า...&amp;quot; ทั้งนี้เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงตรงนี้ก็พูดต่อว่า ก็มองไว้ทั่วทุกกลุ่ม ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ดูไว้ทั้งหมด รวมทั้งด้านสาธารณสุขก็ดู เพราะต้องรับผิดชอบทั้ง ครม.
ถามอีกว่า มั่นใจหรือไม่ว่า ครม.จะเป็นที่ยอมรับ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พูดแล้วว่าการยอมรัฐเป็นเรื่องยากมากพอสมควร ต้องไปดูมิติอื่นๆ ร่วมด้วย การยอมรับ-ไม่ยอมรับก็เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นเชื่อถือ บางส่วนที่คนอยากให้เข้ามาทำงาน เขาก็ไม่อยากจะมา แต่เราก็ต้องเลือกคนที่ดีที่สุด ทุกกระทรวง ยืนยันว่ายังไม่ได้ทาบใครเลย
เมื่อถามว่า ที่นายกฯ ระบุว่าจะเปลี่ยนด้านความมั่นคง สาเหตุมาจากอะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พูดในภาพรวมไม่ต้องมาสงสัย มันไม่เกี่ยวอะไรกับตนเองทั้งสิ้น ทำผิดพลาดอะไรในตำแหน่ง รมว.กลาโหม ถ้าไม่ผิดแล้วจะเปลี่ยนทำไม ถามต่อว่ามีกระแสข่าวเสนอชื่อ พล.อ.อนุพงษ์ ?เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มาเป็น รมว.กลาโหมแทน พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า &amp;quot;ใครเสนอ ถ้าบอกว่ามีการเสนอตามหน้าข่าวต่างๆ ก็ต้องถามว่าใครเป็นคนเขียนข่าว เรื่องนี้ขอให้ฟังผมก็แล้วกัน&amp;quot;
เมื่อถามว่ากระแสตีให้ 3 ป.แตกกัน มีความเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์นิ่งเงียบก่อนตอบพร้อมส่ายศีรษะว่า เป็นไปไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะว่าที่หัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวในเรื่องนี้ว่า รับแล้ว รับทราบแล้ว และเคารพการตัดสินใจของแต่ละคน ตัดสินใจอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่าน เคารพการตัดสินใจ แล้วจะเอาอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา แล้วแต่เขา และไม่ทราบว่าเป็นเรื่องน้อยใจหรือไม่ ส่วนความรู้สึกของคนในพรรค พปชร.นั้น ก็อยู่กัน ใครยังอยู่ก็อยู่ เพราะทุกคนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ต้องมาถามหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่พวกเขาจะแยกไปตั้งพรรคการเมืองแล้วเป็นพันธมิตรพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ผมไม่รู้ ผมไม่ทราบ ไม่ได้คุยกันนะ&amp;quot; และเมื่อถามว่า แล้วในอนาคตยังจะทำงานร่วมกันได้อยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังทำงานร่วมกันได้ เพราะทุกคนมีความตั้งใจทำงานให้กับประเทศชาติด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าใครทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เมื่อไม่ได้เป็นสมาชิกของพรรค พปชร.แล้วตำแหน่งรัฐมนตรียังคงอยู่หรือไม่ เพราะเป็นโควตาของ พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อันนี้เป็นเรื่องของนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ต้องขออวยพรให้ทั้ง 4 ท่านโชคดี แต่วันนี้เมื่อไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว ก็ควรจะคืนโควตา ครม.ที่ตัวเองดำรงตำแหน่งอยู่กลับมาให้พรรค พปชร.ด้วย ตนขอเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งครม.ด้วย ควรคืนตำแหน่งนี้กลับมาให้เป็นสมบัติของพรรค ไม่ใช่ยังกั๊กตำแหน่งอยู่เช่นนี้ เพราะถือว่าวันนี้พวกท่านไม่มีสิทธิ์แล้ว และคนที่จะดำรงตำแหน่งแทนก็ควรจะเป็นสมาชิกของพรรค พปชร.ท่านอื่นๆ ช่วงเวลาที่ผ่านมาพวกท่านได้รับประโยชน์จากพรรคไปมากพอแล้ว ขอให้ท่านกระทำให้เหมือนกับคำพูดที่ท่านบอกว่าไม่ยึดติดกับตำแหน่งทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยแกนนำพรรค ไปเทียบเชิญ พล.อ.ประวิตรที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ให้มาเป็นหัวหน้าพรรค พปชร. อาจเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติ?ประกอบรัฐธรรมนูญ? (พ.ร.ป.)? ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 วรรค 1 (2) โดยได้เทียบเคียงกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ยุบพรรคไทยรักษาชาติ&amp;nbsp; ซึ่งศาลมองว่าเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70982</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์ ภูตระกูล, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคร่วมรัฐบาล, ยุติบทบาทในทางการเมือง, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สุวิทย์ เมษินทรีย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f071a04024b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
