<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งัดยุทธการดับสุริยาก่อนอรุณรุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ฟุ้งรบทัพจับศึกเพื่อแผ่นดินไทยมา 40 ปี ขอให้เชื่อมั่น ไม่ต้องการเงินแม้แต่บาทเดียว ไม่เคยมีคดีทุจริต เหน็บฝ่ายค้านถ้าอภิปรายไม่มีหลักฐานก็อย่าไปเชื่อ ตอนนี้เฟกนิวส์เยอะ พปชร.เย้ย &amp;quot;เหลิม&amp;quot; สนุกปาก ระวังจะเป็น &amp;quot;ยุทธการจัญอัป&amp;quot; เกทับงัด &amp;quot;ยุทธการดับสุริยาก่อนอรุณรุ่ง &amp;quot;สุภรณ์&amp;quot; เหน็บ ทีมน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง&amp;rdquo; พท.เผยใช้เวลา 4 วันเต็มอภิปราย ยก &amp;quot;โจ้-ยุทธพงศ์-สุทิน&amp;quot; หัวหอกซักฟอก เปิดที่มาอรุณรุ่ง เปรียบแสงสว่างขับไล่ดวงจันทร์ที่เคยโอชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่บริเวณสวนรักษ์ธรรมชาติ (วงเวียนหลักสี่) วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการตรวจติดตามความคืบหน้างานติดตั้งระบบเดินรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า ขอให้เชื่อมั่นในรัฐบาล เชื่อมั่นในตัวตนว่าตนไม่ต้องการเงินแม้แต่บาทเดียว หลายคนบอกตนปล่อยปละละเลย มีการทุจริต ถามว่าตนมีคดีหรือเปล่า ยังไม่มีนะ แต่คดีในฐานะเป็นนายกฯ กว่า 300 คดี แต่สู้ได้ไม่มีปัญหา สามารถชี้แจงได้มันก็จบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีในฐานะเป็นนายกฯ ต้องรับผิดชอบทุกอัน แต่ในเรื่องของนโยบาย ถ้ามันผิดก็ต้องรับผิดชอบ แล้วก็ไม่หนีด้วย หนีไม่ได้อยู่แล้ว ผมเกิดที่นี่ ผมตายที่นี่ แผ่นดินไทยผมรักษามา 40 ปี วันนี้พวกผมเข้ามาเพื่ออะไร ก็เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินที่ให้ผมเกิด ผมก็จะตายในแผ่นดินผืนนี้ ผมจะทำร้ายเขาทำไม ผมเสี่ยงชีวิตปกป้องชายแดนมากี่ปี รบทัพจับศึกก็ผ่านมาพอสมควร ฉะนั้นผมต้องรักแผ่นดินผืนนี้ ทิ้งไปไม่ได้ และผมก็ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลังไม่ได้&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า หลายอย่างถ้าจ้องจะติกันอย่างเดียวมันง่าย เอามารวมๆ กันก็กลายเป็นว่านายกฯ ใช้ไม่ได้ ทั้งที่ตนเป็นคนใช้ได้ ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ขอให้รอฟังว่าท่านจะเชื่อเขาหรือเชื่อตน ตนทำด้วยใจ เจ็บตัวบ้างอะไรบ้างตนทนได้ ขอให้ทุกคนได้เข้าใจตนและทีมงานทุกคน ถ้าพูดกันไปไม่มีหลักฐานไม่มีเหตุผลก็อย่าไปเชื่อกันมาก ตอนนี้เฟกนิวส์มันก็เยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงท้ายนายกฯ ได้กล่าวท่อนหนึ่งถึงบทกวีนิพนธ์ของนภาลัย ฤกษ์ชนะ (สุวรรณธาดา) ท่อนที่ว่า &amp;ldquo;อันศึกนอกศึกในนั้นไม่ห่วง แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะฝากอะไรถึงนักการเมืองในสถานการณ์วันนี้บ้าง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เขาน่าจะต้องรักประเทศชาติ เหมือนกับที่ตนรัก และรักประชาชนเหมือนที่ตนรัก อย่าแบ่งแยกประชาชน ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามจะแบ่งแยกประชาชนเป็นฝักเป็นฝ่าย ไม่เหมาะสมทั้งนั้น ไม่ควรทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงกรณีที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย(พท.) โจมตี พล.อ.ประยุทธ์ปากกล้าขาสั่นตั้งองครักษ์พิทักษ์นอกสภาสกัดการอภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้สั่งตั้งองครักษ์นอกสภา เพราะท่านชี้แจงได้ ท่านไม่ได้ทำผิดอะไร แต่อดีต ส.ส.ที่อยู่ในพรรคต่างหวังดี จึงอยากช่วย เพราะทนเห็นคนที่อยู่นอกสภาจากพรรคเพื่อไทยออกมาเล่นเกมการเมืองโจมตีดิสเครดิต พล.อ.ประยุทธ์รายวันเหมือนละครน้ำเน่าไม่ไหว ไม่ว่าจะเป็น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย หรือคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย จึงตั้งวอร์รูมนอกสภาเพื่อคอยสนับสนุนข้อมูลให้พรรคและรัฐบาล ฝ่ายค้านเองก็มีวอร์รูมนอกสภา เพราะทั้ง ร.ต.อ.เฉลิมและคุณหญิงสุดารัตน์ก็อยู่นอกสภา ฝ่ายค้านอย่ากังวล หากเล่นนอกเกม ชกใต้เข็มขัดก็ต้องเจอกัน&amp;nbsp;
เย้ยยุทธการจัญอัป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิมจะเปิดยุทธการอรุณรุ่งนั้น นายธนกร กล่าวว่า &amp;nbsp;ระวังว่าจะเป็นยุทธการจัญอัปเหมือนที่ ร.ต.อ.เฉลิมชอบพูด เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ทำงานตรงไปตรงมา มั่นใจว่าท่านชี้แจงได้ทุกเรื่อง ขออย่างเดียวว่าอย่าเอาเรื่องเท็จมาโจมตี เพราะมันจะกลายเป็นการอภิปรายแบบเดิมๆ ที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร เอาหลักฐานและข้อเท็จจริงที่คุยนักคุยหนาว่าเด็ดมานำเสนอ แล้วให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะทำงานเตรียมข้อมูลสนับสนุนผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้สัมภาษณ์ว่า เห็นอาการดิ้นทุรนทุรายของฝ่ายค้านไม่ว่าจะเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง &amp;nbsp;และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ แล้วรู้สึกว่ายิ่งกว่ากินปูนร้อนท้องเสียอีก ขอเตือนว่าถ้าฝ่ายค้านอภิปรายด้วยวิธีการสกปรก เราก็ต้องใช้ยุทธวิธีเกลือจิ้มเกลือเหมือนกัน มีทั้งตอบโต้ในสภาและนอกสภา ตนจะเก็บข้อมูลการอภิปรายอย่างละเอียดทุกคำพูดเพื่อให้ฝ่ายกฎหมายฟ้องร้องคดีให้เด็ดขาด จะได้เป็นบรรทัดฐาน มิให้สร้างหลักฐานอันเป็นเท็จ ใส่ความผู้ถูกอภิปรายในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าท่าน พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยสั่งให้พวกผมและคณะตั้งวอร์รูมปกป้องท่านและรัฐมนตรีทั้ง 5 ท่าน ที่ถูกอภิปรายท่านนายกฯ พร้อมชี้แจงในข้อเท็จจริง แต่พวกผมและคณะเห็นว่าฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยก็ยังใช้คนนอกสภา เช่น คุณหญิงหน่อย, ร.ต.อ.เฉลิม, คุณภูมิธรรม มาเป็นทีมวอร์รูมนอกสภาได้ ทำไมพวกผมจะทำไม่ได้ ถ้าอดีตรัฐบาลพวกท่านไม่ได้ทำชั่ว ทำเลว ทำความเสียหายอะไรไว้ในบ้านเมือง ท่านจะไปกลัวทีมวอร์รูมนอกสภาทำไม พวกผมที่เปิดหน้าตามา ส่วนใหญ่ก็คนที่เคยรู้ไส้รู้พุงพวกท่านมาทั้งนั้นแหละ&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสุภรณ์ยังได้ตั้งชื่อทีมอภิปรายของ ร.ต.อ.เฉลิมให้ใหม่ว่า &amp;ldquo;ทีมน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการ พปชร.กล่าวว่า ภายหลังการประชุมคณะทำงานสนับสนุนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือวอร์รูม ครั้งที่ 2 ในช่วงบ่ายวันนี้ตนรู้สึกมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ทีมวอร์รูมมีการหารือในรายละเอียดประเมินประเด็นการอภิปรายอย่างรอบด้าน ซึ่งสามารถหาข้อมูลข้อเท็จจริงเตรียมพร้อมชี้แจงต่อประชาชนไว้อย่างครบถ้วนเพื่อเตรียมประสานงานกับวิปรัฐบาลที่มีการจัดขุนพลรับมือกับการอภิปรายที่หากออกนอกประเด็นหรือใช้ข้อมูลที่ไม่มีข้อเท็จจริงมาทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ซึ่งหวังว่าการซักฟอกในสภาจะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมกฎหมายเตรียมข้อมูลสนับสนุนผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล (วอร์รูม พปชร.) กล่าวถึง ยุทธการอรุณรุ่งว่า ในส่วนของพรรค พปชร. ซึ่งเป็นผู้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องเก็งข้อสอบและเตรียมข้อมูลต่างๆ ครอบคลุมทุกด้านไว้ให้พร้อมสนับสนุนนายกฯ และรัฐมนตรีไว้เช่นกัน จะมีข้อมูลนับตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2554 เหตุการณ์รัฐประหาร ปี2557-ปัจจุบัน ที่เด็กรุ่นใหม่อาจยังไม่ทราบ ทั้งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต เรื่องการรัฐประหาร เรื่องจริยธรรม การบริหารราชการ เป็นต้น ที่คาดว่าฝ่ายค้านจะยกขึ้นมาอภิปรายโจมตี เราต้องสนับสนุนทั้งหมด และพร้อมโต้กลับในสิ่งที่จะทำให้รัฐบาลเสียหาย
ดับสุริยาก่อนอรุณรุ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อฝ่ายค้านมียุทธการเตรียมซักฟอก เราก็มียุทธการดับสุริยาก่อนอรุณรุ่งไว้โต้กลับ เราเหมือนติวเตอร์ที่ต้องเก็งข้อสอบไว้ทั้งหมด ไม่ใช่เข้าห้องสอบโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไร นอกจากนั้นจะดูด้วยว่ารัฐมนตรีแต่ละคนที่ถูกอภิปรายมีเรื่องถูกร้องเรียนอยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) บ้างหรือไม่ เพื่อจะได้เตรียมรับมือหากฝ่ายค้านจะมีการฟ้องร้องภายหลังการอภิปราย การที่เราเตรียมข้อมูลไม่ใช่เพราะกังวล แต่เพื่อพร้อมที่จะชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริง&amp;rdquo; นายทศพล กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ในฐานะโฆษกวิปรัฐบาล กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะส่งสมาชิกเข้าร่วมการสัมมนาเพื่อทำการซักซ้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจร่วมกับวิปรัฐบาล ในระหว่างวันที่ 22-23 ก.พ.นี้ ที่พัทยา &amp;nbsp;ด้วย เพื่อร่วมเตรียมความพร้อมทั้งในส่วนของคณะทำงานและวอร์รูมคณะต่างๆ ที่วิปรัฐบาลตั้งขึ้น ให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตามที่พรรคได้ให้นโยบายเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่า หากฝ่ายค้านการอภิปรายเกินขอบเขตของญัตติที่ยื่นมา โดยเฉพาะมีการอภิปรายย้อนอดีตเกิน 20% ตามที่ประธานวิปรัฐบาลดำรินั้น ส.ส.ของพรรคต้องช่วยรัฐบาล แม้รัฐมนตรีของพรรคจะไม่ถูกอภิปรายก็ห้ามอยู่เฉย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า จำนวนผู้อภิปรายในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะมีประมาณ 14 คน หรือถ้ามีเพิ่มขึ้นก็จะไม่เกิน 1-2 คน ขณะที่พรรคอนาคตใหม่มี 16 คน ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ จะมีประมาณพรรคละ 1-3 คน รวมทั้งหมดจะมีผู้อภิปราย 35-40 คน ทั้งนี้ คณะทำงานร่วมได้ตรวจสอบเนื้อหาการอภิปรายของแต่ละคนแล้ว ปรากฏว่าไม่มีความซ้ำซ้อน และมีข้อมูลหลักฐานครบถ้วนทุกมิติ ดังนั้นผู้อภิปรายทุกท่านจึงต้องใช้เวลาอภิปรายพอสมควร จึงคาดว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้คงต้องใช้เวลากันอย่างเต็มที่ โดยการอภิปรายของฝ่ายค้านและการชี้แจงของรัฐบาลคงใช้เวลาดำเนินการแต่ละวันไม่ต่ำกว่าวันละ 15 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ยกเว้นวันแรกที่จะใช้เวลา 9-10 ชั่วโมง ดังนั้นภาพรวมการอภิปรายครั้งนี้คงใช้เวลา 4 วันเต็ม โดยมีชั่วโมงการอภิปรายและชี้แจงไม่ต่ำกว่า 54 ชั่วโมงอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกิจกรรมสำคัญของพรรคเพื่อไทยที่จะมีขึ้นวันที่ 20 ก.พ. เวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา ตนและนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน จะเชิญคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายโภคิน พลกุล, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา มาร่วมประชุมกับผู้อภิปรายของพรรคทุกคน รวมถึง ส.ส. ที่จะทำหน้าที่ควบคุมบรรยากาศการประชุม เพื่อซักซ้อมให้การอภิปรายครั้งนี้มีความสมบูรณ์มากที่สุด โดยเฉพาะแนวทางการนำเสนอข้อมูล และสาระสำคัญของกฎหมายที่ใช้ประกอบการอภิปราย ให้ผู้อภิปรายสามารถอภิปรายอยู่บนเนื้อหาของญัตติและถูกต้องตามข้อบังคับและข้อกฎหมายที่กำหนด
ดวงจันทร์ที่เคยโอชาจะหายไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า หัวหอกคนสำคัญในการอภิปรายครั้งนี้ได้แก่ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม จะเป็นผู้อภิปรายหลัก ซึ่งได้รับการเตรียมข้อมูลทุกอย่างจากคณะกรรมการกิจการพิเศษ ส่วนผู้อภิปรายหลักอีกกว่า 10 คนที่เหลือ มีคณะทำงานของนายสุทิน คลังแสง เป็นหัวหน้าทีม และมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์เป็นที่ปรึกษาคอยเตรียมข้อมูลให้ ได้แก่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม., นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์, น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.เลย, นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. และผู้อภิปรายที่เหลือทั้งหมด โดยตนจะอภิปรายด้วย เชื่อว่าผู้อภิปรายของพรรคจะทำให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข้อผิดพลาดในการบริหารงานของรัฐบาลได้อย่างแน่นอน และหลังจากการอภิปรายจบ เชื่อว่าจะมีการยื่นดำเนินคดีทางอาญาต่อ ป.ป.ช.กับรัฐมนตรีไม่น้อยกว่า 5 คนอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงยุทธการอรุณรุ่ง ที่ ร.ต.อ.เฉลิมตั้งเป็นชื่อสำหรับการอภิปรายครั้งนี้ โดยวางให้นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็นผู้นำหลักในการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ สมทบด้วย ส.ส.เพื่อไทย ที่เป็นนักพูดในพรรคอีกหลายคน อาทิ นายสุทิน คลังแสง, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็นต้น สำหรับข้อมูลใหม่ที่จะอภิปราย ล้วนยังไม่เคยเปิดที่ใดมาก่อน จะมีทั้งเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่เพื่อช่วยเหลือพวกพ้อง อันขัดต่อหลักกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของความหมายของยุทธการอรุณรุ่งคือ เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นจะฉายแสงสว่างทางประชาธิปไตย จากสิ่งที่เคยปกปิดซ่อนอยู่ในมุมมืดให้กลับคืนสู่แสงสว่าง ทำให้ประชาชนได้เห็นถึงความสว่างไสว ในที่สุดเผด็จการ การสืบทอดอำนาจก็จะม้วยมรณา และยังมีความหมายอีกนัยที่ซ่อนอยู่ เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ดวงจันทร์ก็ต้องลาลับไป เป็นไปตามระบบสุริยจักรวาล เมื่ออรุณรุ่งแสงอาทิตย์มา ดวงจันทร์ที่เคยโอชาก็จะหายไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา &amp;#39;35 กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกลไกตรวจสอบรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะครั้งนี้มีความสำคัญที่สุด เพราะหลังการรัฐประหาร 22 พ.ค.57 ที่รัฐบาลเผด็จการ คสช.บริหารประเทศ จนถึงบัดนี้เป็น 6 ปีที่รัฐบาลไม่ถูกตรวจสอบจากกลไกในระบบรัฐสภา ทำให้ระบอบประชาธิปไตยเสื่อมถอยและขาดความเชื่อมั่น ดังนั้นฝ่ายการเมืองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลจะต้องทำหน้าที่อย่างซื่อตรง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของระบอบประชาธิปไตยกลับคืนมา. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57666</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุทธการจัญอัป, ยุทธการดับสุริยาก่อนอรุณรุ่ง, รัฐสภา, ศึกซักฟอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4d3db6aa1f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
