<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 19:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 19:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039; เย้ย &#039;เหลิม&#039; ส่ง &#039;โจ้&#039;  มาดับสนิท​ อ้าง​คนอีสานโทรหาผิดหวังนิสัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ.63​ - นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการทีมวอร์รูมนอกสภาฯ​ ให้สัมภาษณ์​ ว่า​ วันนี้ทีมวอร์รูมนอกสภาฯได้นั่งฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจพรรคฝ่ายค้านของนายยุทธพงษ์ จรัสเถียร สส.มหาสารคามพรรคเพื่อไทย รู้สึกเห็นใจ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมวอร์รูมพรรคเพื่อไทยที่เปิดยุทธการ&amp;quot;รุ่งอรุณ&amp;quot; ที่ตั้งความหวังไว้สูง วางใจให้นายยุทธพงษ์อภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นการอภิปรายที่ไม่มีข้อมูลหลักฐานอะไรที่เป็นหลักฐานใหม่น่าสนใจแต่กลับใช้วิธีพูดจาก้าวร้าว วกวนเวียนไปมา ซ้ำซากครั้งแล้วครั้งเล่า จนประธานสภาฯนายชวน หลีกภัย ต้องตักเตือนอยู่บ่อยๆโดยพูดเตือนว่า อย่าพูดแต่เรื่องบ่อตกปลานับครั้งไม่ถ้วน และเตือนว่า&amp;quot;อย่าพูดอยู่แต่ในแอ่งน้ำให้ขึ้นมาบนบกบ้าง&amp;quot; และนายชวนยังพูดให้ข้อคิดว่า การอภิปรายที่ไม่รู้ว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควรพูดเป็นลักษณะของคนที่มี&amp;quot;วุฒิภาวะต่ำ&amp;quot; จนนายยุทธพงษ์ ต้องยุติการอภิปรายเพราะไปไม่เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมสงสารเห็นใจ ร.ต.อ.เฉลิม อุตส่าห์หมายมั่นปั้นมือไว้วางใจให้นายยุทธพงษ์เปิดเกมส์ยุทธการรุ่งอรุณ แต่งานนี้กับดับสนิทมากกว่าไม่สมกับราคาคุยที่โม้ไว้สักนิด แถมประชาชนกับชื่นชมท่านนายกฯประยุทธ์ฯที่ชี้แจงได้อย่างชัดเจนใจเย็น เก็บอารมณ์ยิ้มแย้มตลอดเวลาทำให้บรรยากาศในห้องประชุมไม่เคร่งเครียด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์​ กล่าวว่า​ มีพี่น้องชาวอีสานจำนวนมากโทรศัพท์มาถึงตนให้ช่วยบอกนายยุทธพงษ์ว่าบรรพบุรุษปู่ย่าตายายชาวอีสาน ไม่เคยอบรมสั่งสอนลูกหลานให้มีนิสัยพฤติกรรมก้าวร้าวผู้ใหญ่เช่นนี้ มีแต่อบรมสั่งสอนให้ลูกหลานมีสัมมาคารวะรู้จักให้เกียรติผู้สูงอายุ ผู้หลักผู้ใหญ่ พฤติกรรมที่ใช้วาจาในสภาอันทรงเกียรติ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชน ไม่สมควรอย่างยิ่งที่ไปเรียกพลเอกประยุทธ์ว่า&amp;quot;คุณประยุทธ์&amp;quot;ทั้งที่มีการประท้วงและประธานสภาฯพูดเตือนสติให้คิดอยู่บ่อยๆก็ดื้อรั้น ไม่ยอมเปลี่ยนคำเรียก​ นี่ไม่ใช่ลักษณะนิสัยของลูกหลานชาวอิสานที่ดี ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างและไม่สมควรอย่างยิ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58064</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุทธการรุ่งอรุณ, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, แรมโบ้อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e44bc5c58fc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหลิมงัด‘ยุทธการรุง่ อรุณ’ซักฟอกเขย่ารัฐบาลบิ๊กตู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่ตอบปมเอื้อประโยชน์เจ้าสัว ยันมีข้อมูลชี้แจงได้ทุกประเด็น รอแจงในสภาอย่าบิดเบือนก็แล้วกัน พปชร.ตั้งทีมสู้ศึกซักฟอก เตือนหากใส่ร้าย 6 รมต. 1 หมัดพร้อมสวนกลับ 3หมัด วิปฝ่ายค้านโวหลังซักฟอกมี 5 เรื่องส่ง ป.ป.ช. หวังพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวเหมือนพลังธรรมในยุคชวน พท.เย้ย พปชร.ตั้งวอร์รูมนอกสภาเพราะ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; กังวลการตรวจสอบ เปิดยุทธการรุ่งอรุณ &amp;quot;เหลิม&amp;quot; แย้มเป็นข้อมูลใหม่ถล่มประยุทธ์สะเทือนแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านทยอยเปิดข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะเรื่องการให้เจ้าสัวเช่าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 50 ปี ซึ่งถือเป็นการเอื้อประโยชน์ว่า เรื่องทั้งหมดนี้จะขอชี้แจงในสภา เพราะมีข้อมูลที่สามารถชี้แจงได้หมดทุกประเด็น ขอร้องว่าอย่าบิดเบือนก็แล้วกัน และเมื่อมีการชี้แจงแล้วก็ขอความกรุณาให้ฟังด้วยแล้วกัน คำถามที่อภิปรายทั้งหมดทุกเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลายๆ ปัญหาของรัฐบาลต้องย้อนกลับไปดูว่าตั้งแต่รัฐบาลนี้มาได้แก้ปัญหาอะไรที่คั่งค้างมาจากก่อนหน้านั้นบ้าง หลายเรื่องด้วยกันที่เป็นประเด็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ลองคิดดูถ้าเราไม่แก้ปัญหาจะค้างคาไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับทุกรัฐบาล โดยที่ก่อนหน้ามาไม่ได้แก้ไขหลายเรื่อง เช่น โครงการบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ก็แก้ไขได้แล้ว ต้องมาตามแก้ทางด่วนยกระดับโทลล์เวย์ โครงการระบบขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพฯ หรือโฮปเวลล์ หลายๆเรื่องรัฐบาลต้องแก้ไข ถ้าจะปล่อยค้างคาไปอีก ความเสียหายก็จะเกิดขึ้น&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เตรียมสัมมนารับมือญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่พัทยา จ.ชลบุรี 21-23 ก.พ.นี้ ว่าเดี๋ยวดูก่อน ว่างก็จะไป ส่วนความพร้อมในการสู้ศึกอภิปราย เราก็ตอบความจริงทั้งนั้น ถามมาตอบไป ส่วนการเปลี่ยนที่ทำการพรรค พปชร.ใหม่ไปอยู่บริเวณตรงข้ามศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก จะย้ายไปยังที่ทำการใหม่ทั้งหมด ยืนยันไม่เกี่ยวกับฮวงจุ้ย แต่สถานที่ทำการพรรคเดิมคับแคบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงพรรค พปชร.จะจัดสัมมนาที่พัทยาว่า เห็นชวนกัน ก็จะไป เดี๋ยวจะหาว่าไม่ให้ความสำคัญ ไปให้เห็นหน้าเห็นตากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และแกนนำพรรคพปชร. กล่าวว่า ตนไม่ได้ไปสัมมนาด้วย เพราะมีปัญหาสุขภาพ อย่างไรก็ตาม พรรค พปชร.ได้มีการมอบหมาย ส.ส.ให้เตรียมเรื่องต่างๆ ที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายเอาไว้ ส่วนการลงมติของพรรคร่วมรัฐบาลจากแนวปฏิบัติที่ตนเคยอยู่แวดวงการเมืองส่วนใหญ่เป็นทิศทางเดียวกัน แต่หลังจากอภิปรายจะเป็นอย่างไรคงต้องว่ากันอีกที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพปชร. กล่าวว่า ตนตั้งใจจะเดินทางไปร่วมสัมมนาดังกล่าวด้วย ส่วนความพร้อมในการรับมืออภิปรายไว้วางใจนั้น เราทำงานหลายคณะ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย คณะทำงานของพรรค พปชร. ที่มีการแบ่งกลุ่มการทำงาน ผู้อาวุโสที่เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ซึ่งจะบูรณาการร่วมกัน และไม่มีปัญหาเรื่องการประสานงานแม้จะมีหลายคณะ โดยวันที่ 22 ก.พ.นี้ ทุกคณะจะไปรวมกันที่พัทยา เพื่อประสานงานกัน ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลเองได้มีการประสานงานกันแล้ว โดยจะมีวอร์รูมช่วยกันในการอภิปรายและตอบโต้ข้อซักถามต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ฝ่ายค้านมองว่าการที่รัฐบาลตั้งวอร์รูมหลายคณะเพราะกังวลกับเนื้อหาที่จะถูกอภิปราย นายสนธิรัตน์กล่าวว่า คงไม่ใช่อย่างนั้น แต่การเตรียมความพร้อมที่ดี เพื่อแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการอภิปราย และเพื่อให้เกิดความพร้อมในการที่จะให้ข้อมูลกับประชาชน
พปชร.ขู่สวนกลับฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงการตั้งวอร์รูมของพรรค พปชร.ว่า ความจริงไม่ถึงกับการเป็นองครักษ์อะไร เพราะ ส.ส.ทุกคนสามารถลุกขึ้นใช้สิทธิได้อยู่แล้ว ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ความจริงรัฐมนตรีทุกคนเตรียมความพร้อมของตัวเองอยู่แล้ว ส่วน ส.ส.ในสภา สามารถทำหน้าที่ของเขาได้ทุกคน ถือเป็นสิทธิที่จะสามารถประท้วงหรือขอให้ประธานสภาฯ พิจารณาตามข้อบังคับได้ ถ้ามีอะไรที่พาดพิงหรือเกินขอบเขตสามารถใช้สิทธิประท้วงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เราจะมีวอร์รูมของพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ที่สภาคอยรวบรวมข้อมูลให้รัฐมนตรีแต่ละคน และคอยแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหากรัฐมนตรีชี้แจงไม่ครบถ้วน เราดูแลทุกคนเป็นพิเศษหมด หากการชี้แจงของรัฐมนตรียังไม่ครบถ้วน เราจะช่วยชี้แจงกับสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง ผมพยายามประสานกับพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งทุกพรรคตอบรับดี เขาตั้งวอร์รูมของตัวเอง ส่งคนมาช่วยสนับสนุนถ้ามีข้อมูลอะไรที่ไปพาดพิงหรือคาบเกี่ยวกับกระทรวงที่พรรคร่วมรัฐบาลรับผิดชอบเขายินดีสนับสนุนข้อมูลอย่างเต็มที่ เราทำงานกันเป็นทีม&amp;quot; นายพุทธิพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ไม่ต้องซักซ้อมอะไร เพราะเป็นประเด็นเก่าๆ แวดวงการเมืองโดยเฉพาะ ส.ส.ก็รู้จักกันหมด ไม่มีความลับในสภา ฉะนั้นก็รู้อยู่แล้วว่าจะถูกอภิปรายเรื่องอะไร ส่วนการตั้งวอร์รูมก็ต้องใช้องคาพยพหลายๆ ด้าน เพื่อมาช่วยในฐานะที่เราเป็นฝ่ายรัฐบาล เหมือนกันฝ่ายค้าน ต่างฝ่ายต่างมีการเตรียมตัว แต่สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวรัฐมนตรีแต่ละคน ว่าจะเตรียมข้อมูลโต้ตอบการอภิปรายอย่างไร ตนก็ตั้งวอร์รูมที่กรุงเทพฯ และที่พะเยา ซึ่งที่ จ.พะเยาจะเป็นวอร์รูมด้านกฎหมาย หากมีการอภิปรายที่ส่อไปในทางหมิ่นเหม่หรือทำให้เสียชื่อเสียงตนก็มีทีมกฎหมายที่พะเยาไปร้องทุกข์กล่าวโทษทันที ไม่ต้องรอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ ได้มีการประชุมทีมผู้สนับสนุนผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมีนายจำลอง ครุฑขุนทด เป็นประธานการประชุม โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทศพล เพ็งส้ม กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมหารือ โดยที่ประชุมได้มีการมอบหมายให้นายทศพลรับผิดชอบเป็นหัวหน้าทีมฝ่ายกฎหมาย เพื่อติดตามเนื้อหาการอภิปราย หากมีการพาดพิงใส่ร้าย และสร้างหลักฐานอันเป็นเท็จให้เกิดความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสามารถกล่าวว่า อยากให้สังคมรับฟังเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยถ้าสมมุติว่าเขาพูดถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องที่ดิน เราต้องสวนกลับหรือไม่ว่าในยุคอดีตนายกฯ ทักษิณมีการทำกันอย่างไร รวมถึงเรื่องผลประโยชน์การเช่าที่ดิน 50 ปี ซึ่งตรงนี้ถ้าสวนได้ ก็เหมือนเขายิงเราหมัดเดียว แต่เราชกเขา 3 ที โดยเขาจะเลิกชก เพราะเขารู้แล้วว่าพูดมาเรามีข้อมูล เหมือนการเก็งข้อสอบ ดังนั้นการเก็งข้อสอบเราก็ต้องเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าเขาออกอาวุธมา เราจะได้มีข้อมูลโต้ตอบทันที
พท.เย้ย&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;กลัวตรวจสอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงพรรค พปชร.ตั้งวอร์รูมสกัดการตรวจสอบจากฝ่ายค้านว่า ไม่แปลกใจที่ พล.อ.ประยุทธ์เลือกใช้วิธีนี้ เพราะตั้งแต่เป็นนายกฯจากการยึดอำนาจ ยังไม่เคยถูกใครตรวจสอบมาก่อน ที่ผ่านมามีแต่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวหาคนอื่น และใช้กฎหมายพิเศษเล่นงานนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามเมื่อต้องถูกตรวจสอบเป็นครั้งแรกจึงอาจกังวลและวิตกจริต เพราะที่ผ่านมาเคยแต่ชี้นิ้วเล่นงานคนอื่น ที่สำคัญไม่มี ม.44 เป็นยาวิเศษอีกแล้ว แม้จะเขียนนิรโทษกรรมตัวเองและพวกพ้องไว้ในรัฐธรรมนูญ 60 แต่ไม่สามารถคุ้มครองความผิดได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะความผิดใหม่ๆ จำนวนมากที่เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การสนับสนุนวิธีพิสดารแบบนี้ไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้องในระบอบประชาธิปไตย นายกฯ และรัฐมนตรีที่บกพร่องทุกท่านสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาในสภาด้วยตัวเองได้อยู่แล้ว การตั้งวอร์รูมนอกสภาจึงเป็นการเล่นการเมืองแบบโบราณเพื่อเอาตัวรอดโดยไม่สนใจความถูกต้อง ซึ่งผู้อภิปรายจากฝ่ายค้านทุกคนคงไม่ให้ราคา หาก พล.อ.ประยุทธ์อยู่เบื้อง ก็แสดงว่าท่านกำลังสนับสนุนให้พวกพ้องทำลายระบอบประชาธิปไตย จึงอยากเรียกร้องให้นายกฯ ยอมรับกติกาการตรวจสอบ นอกเสียจากท่านนายกฯ จะมีอาการ ปากกล้าขาสั่น คิดว่าตัวเองคงชี้แจงในสภาไม่ได้แน่ๆ จึงต้องใช้ลูกสมุนคอยปั่นป่วนอยู่นอกสภาแบบนี้&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊คว่า ถึงเวลาตีแผ่ &amp;ldquo;ความจริง&amp;rdquo; ของ พล.อ.ประยุทธ์และพวกที่ถูกซุกเก็บไว้ 6 ปี สัปดาห์หน้า ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. เป็นต้นไป คือช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการทำหน้าที่ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างจริงจัง แม้ว่าในระบบนี้มือของพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาอาจจะมีไม่มากพอที่จะเอาชนะพรรคร่วมรัฐบาลได้ แต่พวกเราเชื่อว่า เสียงของพี่น้องประชาชนยังมีพลังมากพอ จนสามารถทำให้ พล.อ.ประยุทธ์และคณะต้องคิดทบทวนอย่างหนักว่าจะเลือกหนทางใด ลาออก ปรับคณะรัฐมนตรี หรือไม่ทำอะไรเลย ทนอยู่ไปวันๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงภายหลังการประชุมวิปฝ่ายค้านว่า ขณะนี้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว 95 เปอร์เซ็นต์ ส่วน ส.ส.ผู้อภิปรายจะยืนยันอีกครั้งวันที่ 20 ก.พ. เนื้อหาสาระในการอภิปรายลงตัวเรียบร้อย แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมและทักษะของผู้อภิปราย เนื่องจากส่วนใหญ่เป็น ส.ส.หน้าใหม่ ยกเว้นพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชาติที่ส่งหน้าเดิม โดยพรรคประชาชาติคือ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค และนายซูกาโน มะทา ส.ส.ยะลา รวมทั้งสิ้น 34-35 คน
หวังพรรคร่วมถอนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้เริ่มเปิดประเด็นเรื่องย้ายโรงงานยาสูบที่อยู่ติดกับศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อจะได้นำพื้นที่ดังกล่าวเอื้อประโยชน์กับเจ้าสัว นายสุทินกล่าวว่า เป็นการปลุกเร้าตัวอย่างบางตอนให้สังคมติดตาม และคิดว่าคนที่เปิดประเด็นอยากให้สังคมร่วมตรวจสอบไปด้วย เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มีผลกระทบต่อรัฐบาลแน่นอน ภายหลังการอภิปรายคาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 5 เรื่องที่จะส่งร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รอบนี้มีเรื่องเซอร์ไพรส์แน่นอน โดยเป็นเรื่องที่เรารู้กันอยู่แล้วทั่วไป แต่จะคาดไม่ถึงว่ามันจะเลวร้ายได้มากถึงเพียงนี้ ฝ่ายค้านจะอภิปรายลงลึกจนสามารถเอาผิดรัฐมนตรีผู้นั้นได้ อีกทั้งจะส่งแรงกดดันไปยังพรรคร่วมรัฐบาลด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีอยู่ปีหนึ่งที่พรรคพลังธรรมลุกขึ้นมาขอถอนตัวในการร่วมรัฐบาล ทำให้รัฐบาลชวน รัฐบาลบรรหารต้องยุบ เชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์คล้ายกัน จะมีพรรคขอถอนตัว เพราะพวกเขาจะไม่ทนกับกระแสสังคม ไม่อยากเปรียบว่าเวลาสุนัขป่วย เห็บเหาก็ต้องไม่อยู่ด้วยแล้ว ต้องหาทางหนี เอาตัวรอด เชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ขึ้นอยู่กับสำนึกและความเปราะบางทางจริยธรรมของแต่ละคนท่านประยุทธ์ อาจจะมากหน่อย&amp;rdquo; ประธานวิปฝ่ายค้านฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่พรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ ได้เรียกประชุมคณะทำงาน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย คณะกรรมการกิจการพิเศษ ตัวแทนกรรมการบริหารพรรค ตัวแทนวิปฝ่ายค้าน เพื่อสรุปความคืบหน้าของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ที่จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.เป็นต้นไป โดย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่คาดคิด พรรคพลังประชารัฐที่เป็นรัฐบาลจะออกมาข่มขู่ว่าจะปิดแผลฝ่ายค้าน พวกตนไม่กลัว ถ้ามีความผิดคุณคงจัดการไปแล้ว ข้อมูลที่มีรัฐบาลจะอาย แม้ไวรัสจะหายไปแล้ว ก็ยังคงจะต้องสวมหน้ากาก ต้องปล่อยให้พรรคฝ่ายค้านอภิปรายได้อย่างเสรี คำก็หลักนิติรัฐ คำก็นิติธรรม แต่รัฐบาลไม่เคยยึดถือ สิ่งที่ คสช.สร้างมรดกบาปเอาไว้ ถ้าเรามีโอกาสต้องแก้คือ 1.แก้กฎหมายย้อนหลังในทางเป็นโทษ 2.แก้กฎหมายโดยไม่มีอายุความ 3.ให้มีการพิจารณาคดีลับหลังได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ พวกเรายืนยันไม่ได้พกความแค้น ความอึดอัดใจ ได้ขออนุญาตหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคแล้ว ขอตั้งชื่อคณะกรรมการพิเศษ และคณะที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ว่ายุทธการอรุณรุ่ง แล้ววันข้างหน้าจะได้รู้ว่าเหตุใดจึงเรียกเช่นนี้ วันนี้ขอให้คิดกันไปเองก่อน แต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลในการอภิปราย เชื่อว่าเมื่อเปิดข้อมูลออกมาแล้ว รับรองว่าสร้างผลกระเทือนถึงรัฐบาลอย่างแน่นอน ที่เสิร์ฟตอนนี้เป็นออเดิร์ฟ แต่เมนคอร์สจะไปเสิร์ฟในสภา พวกที่ทำตัวเป็นองครักษ์รู้หรือว่าเขาจะอภิปรายอะไร ทำเป็นจะเตรียมข้อมูล ดูแล้วเป็นนางงามตกรอบกันทั้งนั้น&amp;ldquo; ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
&amp;quot;เหลิม&amp;quot;แย้มข้อมูลใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า ร.ต.อ.เฉลิมได้เรียกประชุมคณะทำงาน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย คณะกรรมการกิจการพิเศษ ตัวแทนกรรมการบริหารพรรค ตัวแทนวิปฝ่ายค้าน เพื่อสรุปความคืบหน้าของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ที่จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. โดยที่ประชุมได้เริ่มหารือ จัดวางบุคคลที่จะเป็นแม่ทัพหลักในการอภิปรายครั้งนี้เอาไว้แล้ว ซึ่งจะพุ่งเป้าเป็นพิเศษไปที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหลัก แต่ไม่ได้ลงในรายละเอียดในเนื้อหาเชิงลึกมากนัก ร.ต.อ.เฉลิมได้บอกกับที่ประชุมตอนหนึ่งเพียงว่า &amp;lsquo;แค่โจ้ (นายยุทธพงศ์) คนเดียวก็เอาอยู่ ล้มรัฐบาลได้ คนอื่นๆ นั้น ไม่ให้น้ำหนัก&amp;rsquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับยุทธการอรุณรุ่ง ตามที่ ร.ต.อ.เฉลิมได้แย้มออกมา เป็นเรื่องที่คาบเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนของ พล.อ.ประยุทธ์และบุคคลที่มีชื่อเสียงในประเทศ ซึ่งไม่ได้มีแค่เรื่องการซื้อขายที่ดินของบิดา พล.อ.ประยุทธ์ย่านบางบอน การลงนามต่อสัญญาศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ การออกคำสั่งย้ายโรงงานยาสูบ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องเก่า และมีจุดเริ่มต้นในพื้นที่ กทม.เพียงแห่งเดียว เป็นเพียงเป้าหลอก แต่ยังมีในพื้นที่อื่นอีก ที่พระอาทิตย์ส่องแสงยามเช้าเป็นจังหวัดแรกๆ ของประเทศ จึงเป็นที่มาของชื่อที่ใช้ในยุทธการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้กำชับให้ผู้อภิปราย มุ่งเน้น 3 ประเด็นหลัก คือ 1.ความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล 2.การบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพ และ 3.ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งในกรณีที่เป็นประเด็นการทุจริตของรัฐบาลนั้น ต้องไม่ปล่อยให้เรื่องจบแค่ในสภา แต่ต้องติดตามดำเนินคดีอย่างจริงจังเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และภายหลังเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอให้ ส.ส.เตรียมลุยงานหนักในช่วงปิดสมัยประชุมสภา แกนนำพรรคจะเดินทางลงพื้นที่ร่วมกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้ง และตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2563 พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าจัดแคมเปญ &amp;quot;ฝ่าวิกฤติกับพรรคเพื่อไทย&amp;quot; ซึ่งจะเป็นการผลักดันการแก้ปัญหาทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม หรือสุขภาพ เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ติวเข้ม ส.ส.ที่ถูกกำหนดตัวเป็นผู้อภิปรายหลัก 14 คน โดยกำชับให้เตรียมข้อมูลให้พร้อม ซึ่งพรรคจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเนื้อหาการอภิปรายของ ส.ส.แต่ละท่าน แต่จะสนับสนุนเรื่องอุปกรณ์ทางด้านเทคนิค และการช่วยเผยแพร่เนื้อหาการอภิปรายของ ส.ส.เพื่อให้สังคมรับทราบความบกพร่องในการบริหารงานของรัฐบาล.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57579</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชี้แจงได้ทุกประเด็น, พปชร., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุทธการรุ่งอรุณ, วิปฝ่ายค้าน, วิปรัฐบาล, ศึกซักฟอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอื้อประโยชน์เจ้าสัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4bf64bddf6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
