<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด!ผูกั้กกันเครียดโดดตึกดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สลด! ผู้กักกันโควิดเครียดโดดตึกชั้น 8 รพ.พระประแดงดับ ภูเก็ตติดเชื้อเพิ่ม 2 รายพื้นที่ป่าตอง-บางเทา ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาสโล่ง ส่ง นศ.ไทยที่กลับจากปากีสถานเกือบ 200 คนสู่ภูมิลำเนา หลังกักตัวครบ 14 วันปลอดไวรัส &amp;nbsp; เชียงใหม่แย้มข่าวดีจ่อคลายล็อกหากตัวเลขป่วยนิ่ง 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 เมษายน เวลา 02.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ รับแจ้งมีผู้ถูกกักกันต้องสงสัยติดเชื้อโควิด-19 ที่ถูกกักตัวสังเกตอาการอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในย่านท่าน้ำพระประแดง ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ กระโดดลงมาจากชั้น 8 ลงมาเสียชีวิตอยู่ที่บริเวณชั้นที่ 2 ของโรงพยาบาล จึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิร่วมกตัญญูชุดเผชิญโควิด พร้อมอุปกรณ์ในการป้องกันการติดเชื้อเดินทางไปตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุพบศพชายชาวจังหวัดนราธิวาส อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกส่งมากักตัวสังเกตอาการการรับเชื้อโรคโควิด-19 นอนจมกองเลือดคว่ำหน้าอยู่ที่ระเบียงชั้น 2 นอกอาคาร หลังทีมแพทย์ได้ร่วมชันสูตรพลิกศพเป็นที่เรียบร้อย เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูทีมเผชิญโควิดได้ใช้ถุงพลาสติกทำการห่อศพ 2 ชั้น และทำการปิดซีลอย่างดี ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค นำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นผู้ถูกกักตัวที่เดินทางกลับมาจากการประกอบกิจกรรมทางศาสนาที่ประเทศอินโดนีเซีย เข้ามายังประเทศไทยผ่านทางสนามบินสุวรรณภูมิ และถูกส่งตัวมากักตัวเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งผู้ตายเข้ามากักตัวตรวจหาเชื้อโควิดได้ 13 วันแล้ว เหลืออีกเพียงวันเดียวจะถูกปล่อยตัวกลับบ้านเกิดที่จังหวัดนราธิวาส เนื่องจากผลการตรวจออกมาเป็นลบ ไม่มีการติดเชื้อ โดยระหว่างที่ผู้ตายถูกส่งตัวมาสังเกตอาการ ทางโรงพยาบาลได้จัดให้อยู่ในห้องปลอดเชื้อ ซึ่งจะมีผู้ที่ถูกกักกันทั้งหมด 4 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรากฏว่าผู้ตายได้เกิดอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดขึ้น จนถูกผู้ที่ถูกกักกันรายอื่นไล่ออกมาจากห้อง จากนั้นผู้กักกันที่เหลือได้ล็อกประตูจากด้านในไม่ให้ผู้เสียชีวิตเข้าห้อง จึงทำให้ผู้ตายเกิดความเครียดและทุบทำลายข้าวของ พยาบาลที่เข้าเวรได้พยายามเข้ามาห้าม แต่เอาไม่อยู่ เนื่องจากมีแต่พยาบาลผู้หญิง จนต้องเรียกเจ้าหน้าที่ รปภ.ขึ้นมาช่วย โดยเจ้าหน้าที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้สงบสติอารมณ์และพูดคุยปลอบใจผู้ตาย เนื่องจากกำลังจะได้กลับบ้านเช้าวันนี้ แต่ผู้ตายกลับปีนออกไปทางหน้าต่างและกระโดดลงมาจากชั้น &amp;nbsp;8 ตกลงมาที่ระเบียงชั้น 2 ของอีกอาคารข้างๆ กันเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังทำการเคลื่อนย้ายศพของผู้ตายออกจากที่เกิดเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ใส่ชุดป้องกันและนำยาฆ่าเชื้อมาทำการฉีดพ่นในจุดที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 2 ราย รวมมีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 178 ราย โดยรักษาหายกลับบ้าน 67 ราย จำหน่าย 1 ราย กำลังรักษาพยาบาลอยู่ 110 ราย ในจำนวนนี้ อาการรุนแรง 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ที่เหลืออาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้ง 2 ราย ประกอบด้วย ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 ราย โดยเป็นรายที่ 177 ผู้หญิงไทย อายุ 50 ปี ขายอาหารในพื้นที่บางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดความเสี่ยงสูงและอาศัยในบ้านติดกันกับผู้ป่วยยืนยัน รายที่ 161 ในพื้นที่บางเทา มีผู้สัมผัสความเสี่ยงสูงจำนวน 6 คน และจากการตรวจเชิงรุก 1 ราย โดยเป็นรายที่ 178 ผู้หญิงไทย อายุ 40 ปี พนักงานนวดในป่าตอง ทำงานร้านนวดเดียวกับผู้ป่วยยืนยันรายที่ 131 อาศัยในพื้นที่ป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จากข้อมูลข้างต้นนี้จะเห็นได้ว่าการระบาดของโรคโควิด-19 ในภูเก็ตยังอยู่ในพื้นที่และกลุ่มเสี่ยงที่จำกัด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยและทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน
ส่งนศ.จากปากีฯกลับบ้านไร้เชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอพัก 7 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย รศ.อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี, นพ.ชัยรัตน์ ลำโป นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่่ยวข้อง ได้ร่วมจัดกิจกรรมส่งตัวนักศึกษาไทยที่เดินทางกลับจากประเทศปากีสถานจำนวน 61 คน ที่ได้รับการกักตัวเพื่อดูอาการจากโรคติดเชื้อโควิด-19 ครบ 14 วัน และผ่านการตรวจแล้วว่าปลอดภัยจากไวรัสโคโรนากลับสู่ภูมิลำเนาในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ก่อนที่นักศึกษากลุ่มนี้จะเดินทางกลับมายังประเทศไทย ได้เตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้ว มีการปฏิบัติอยู่ในระเบียบวินัยเป็นอย่างดี ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดี ซึ่งจะให้ทั้ง 61 คนเป็นส่วนหนึ่งในการระงับยับยั้งไม่ให้เชื้อแพร่ระบาด และเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายซาปีอี หะยีมาหะมะ ผู้แทนนักศึกษาไทย กล่าวว่า การกักตัวไม่ใช่เป็นสิ่งเลวร้าย แต่เป็นการบ่งบอกถึงความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน และเป็นการเฝ้าระวังก่อนที่จะไปใช้ชีวิตในชุมชน ทั้งนี้พวกเราขอปฏิญญาณว่า พวกเราขอสัญญาว่าจะดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชน และจะทำหน้าที่ของสังคมตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา มอบหมายให้นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าฯ ยะลา และคณะ ไปพบปะให้กำลังใจและพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตนของผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศปากีสถาน จำนวน 18 ราย ที่ทางการได้นำตัวเข้าพักสังเกตอาการครบ 14 วัน ที่วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร ต.สะเตง อ.เมืองยะลา โดยไม่พบอาการผิดปกติ จึงอนุญาตให้เดินทางกลับไปสังเกตอาการต่อ ณ ภูมิลำเนาได้ และให้รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลหรือผู้นำชุมชน เพื่อปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่ได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดจังหวัดนราธิวาส อ.เมืองฯ จ.นราธิวาส นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ร่วมส่งนักศึกษาไทยที่กลับจากปากีสถานจำนวน 75 คน กลับบ้านหลังกักตัวครบ 14 วัน และมีกลุ่มดาวะห์อีก 1 คน ทั้งนี้ หากรวมกับนักศึกษาหญิงที่กลับจากปากีสถานที่กักตัวที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 จำนวน 39 คน รวมจำนวน 114 คน โดยทั้งหมดตรวจแล้วไม่พบเชื้อโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุข จ.ชุมพร นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร แถลงว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายที่ 4 เป็นเพศหญิง อายุ 63 ปี เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในระบบเฝ้าระวังที่สัมผัสกับผู้ป่วยติดเชื้อรายที่ 2 ซึ่งส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากผู้ป่วยมีอาการป่วยหลายโรค ส่วนอาการเชื้อโควิด-19 ไม่รุนแรงมากนัก
ผบ.ตร.เยี่ยมจุดตรวจอีสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ด้านหน้าที่ทำการเทศบาลเมืองชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 และนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น ลงพื้นตรวจติดตามผลการดำเนินงานการตั้งจุดตรวจคัดกรอง พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานและของอุปโภคและบริโภคเพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า มาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ และนำของขวัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งมาให้กำลังใจกับผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ต้องทำงานกันอย่างหนัก ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนั้นปฏิบัติงานตามคำสั่งอย่างเด็ดขาด รวมทั้งได้สั่งการไปยังผู้บัญชาการทุกภาคทั่วประเทศ ในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายเรื่องของการจำหน่ายสินค้าเกินราคาอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมประชาชนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครพนม จากกรณีสาวพริตตี้อายุ 34 ปี ที่มาจากภูเก็ต กลับบ้านเกิดที่บ้านดอนถ่อน ต.บ้านเอื้อง อ.ศรีสงคราม แล้วพบว่าติดเชื้อโควิด-19 เป็นรายที่สองของจังหวัดนั้น จากการตรวจบุคคลที่ใกล้ชิดมีความเสี่ยงสูง 4 คน ประกอบด้วย หลานชาย อายุ 18 ปี ที่เดินทางมาจาก กทม.พร้อมกับผู้ป่วย 2.พี่เขย อายุ 43 ปี และพี่สาว อายุ 41 ปี ที่ขับรถกระบะไปรับผู้ป่วยที่จังหวัดสกลนคร และหลานสาว อายุ 21 ปี คนที่ส่งข้าวส่งน้ำ พร้อมล้างภาชนะให้ผู้ป่วยนั้น เบื้องต้นผลออกมาเป็นลบ แต่ต้องกักตัวอยู่ในที่จัดเตรียมไว้ให้ครบ 14 วัน สำหรับสาวพริตตี้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลศรีสงคราม หลังได้รับยาต้านไวรัส มีอาการดีขึ้นตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ริมถนนชุมชนหนองแสงท่า เขตเทศบาลเมืองนครพนม มีหญิงเร่ร่อนคนหนึ่งนอนซมอยู่ข้างถนนใกล้กับโรงเรียนเทศบาล 1 หลังสุสานวัดนักบุญอันนา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองนครพนม ได้ตรวจวัดไข้ พบว่าสูงกว่า 37 องศาเซลเซียล เกรงจะเป็นผู้ป่วยเสี่ยงสัมผัสสูง จึงแจ้งไปยังศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 รพ.นครพนม มารับตัวไปตรวจอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา แถลงว่า มีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 จํานวน 18 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งตลอดเวลา 6 วันที่ผ่านมาไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มเติม ถือเป็นเรื่องที่ดี ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ แต่พี่น้องประชาชนยังคงต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ นายยุทธชัย พงศ์พณิช รองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ทั้ง 18 ชุมชน และเจ้าหน้าที่ อสม. ได้ร่วมกันลงพื้นที่ทั้ง 18 ชุมชน รวมกว่า 14,420 ครัวเรือน ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อตรวจคัดกรองประชาชนในแต่ละชุมชนว่ามีบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่ ถือเป็นมาตรการเชิงรุกในการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ยังคงมีผู้ป่วยอยู่ที่ 40 ราย ทรงตัวมา​ 5​ วัน ซึ่งหากไม่มีผู้ป่วยเพิ่ม ถือว่าประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หากตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่ขยับเพิ่มขึ้นหรือหยุดนิ่งจนครบ 14 วัน จะขอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ พิจารณาว่าจะมีแนวทางในการปลดล็อกคำสั่งปิดสถานประกอบการได้หรือไม่อย่างไร ซึ่งต้องพิจารณาเป็นลำดับไป เพื่อเปิดโอกาสให้มีการทำมาหากิน ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังและตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ประกาศถึงวันที่ 30 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สุโขทัย นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุโขทัย ครั้งที่ 11/2563 และคณะอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 โดยที่ประชุมมีมติสำคัญคือ ให้ทุกคนที่อยู่ในจังหวัดสวมใส่หน้ากากตลอดเวลาที่ออกจากบ้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63051</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์, ซาปีอี หะยีมาหะมะ, ยุทธชัย พงศ์พณิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์, ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์, ไมตรี ไตรติลานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200413/image_big_5e9460ee0eed8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
