<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมก้าวสู่วัยเปราะบาง เรียนรู้วางแผนชีวิตแต่เนิ่นๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วรรณา สวัสดิกูล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จับกระแสเทรนด์การเติบโตตลาดผู้สูงวัย บริษัท ซิลเวอร์แอคทีฟ จำกัด นำโดย วรรณา สวัสดิกูล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจการตลาดชั้นนำ หนึ่งในทีมสร้างสรรค์แพลตฟอร์ม SILVERASTIC 4 ประกาศเปิดตัว &amp;ldquo;SILVERASTIC 4&amp;rdquo; (ซิลเวอร์ลาสติก โฟร์) การรวมตัวกันของ 4 พันธมิตรดิจิทัลแพลตฟอร์มชั้นนำครั้งแรกในประเทศไทย ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบโจทย์ &amp;ldquo;กลุ่มผู้สูงวัย&amp;rdquo; (Silver Gen) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วรรณา สวัสดิกูล กล่าวว่า &amp;ldquo;เนื่องจากเทรนด์ Sliver Gen มีการเติบโตแบบไม่หยุดหย่อน เป็นตลาดที่มีอนาคตไกล เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่คนสูงวัยจะครองเมือง จึงได้ก่อตั้งแพลตฟอร์มใหม่คือ SILVERASTIC 4 ที่จะนำเสนอ &amp;ldquo;TOTAL MARKETING SOLUTION FOR SILVER GEN&amp;rdquo; เรามองเห็นโอกาสที่ว่า &amp;ldquo;Silver is the new black&amp;rdquo; Silver หรือตลาด &amp;ldquo;กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหญ่วัยมั่งคั่ง&amp;rdquo; ซึ่งในยุคนี้เป็นกลุ่มที่สำคัญกว่าที่เคยเป็นมา ไม่ใช่แค่เพราะมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น หรือมีกำลังซื้อที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่เพราะ Sliver Gen หรือกลุ่มอายุย่างเข้าวัย 50 ปี มีคาแรคเตอร์และไลฟ์สไตล์ที่ต่างจากในอดีต ตัดสินใจซื้อสินค้าด้วยตัวเอง มีชั่วโมงการใช้ชีวิตในโลกออนไลน์เทียบเท่ากับวัยรุ่น คนกลุ่มนี้สามารถเข้ามาหาข้อมูลในการเตรียมพร้อมเข้าสู่ Sliver Gen อย่างมีคุณภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ผู้ชำนาญการด้านการดูแลป้องกันและฟื้นฟูจากบีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก กล่าวว่า &amp;ldquo;ปีที่ผ่านมาก่อนเกิดโควิดจะมีกระแส Health is a New Wealth คือ Health (สุขภาพ) ต้องมาก่อน Wealth (ความมั่งคั่ง) คำว่าสุขภาพดีคือเทรนด์ใหม่ เด็กรุ่นใหม่เริ่มเข้าใจเรื่อง Healthy Trend การรับประทานอาหารที่ดี มีความเข้าใจเรื่องการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ประชาชนต้องมีความระมัดระวังด้านสุขภาพ อย่าให้ตัวเองป่วยด้วย &amp;ldquo;โรคทำเอง&amp;rdquo; หรือ Non Communicabale Disease เช่น โรคเบาหวาน ความดัน ไขมัน เส้นเลือดตีบ กินชาไข่มุก กินชีส เราต้องทำให้อัตราการเกิดโรคทำเองให้น้อย เพื่อเผื่อพื้นที่ให้ผู้ป่วยโรคระบาดในอนาคต ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกคน เมื่อทุกคนรวมพลังกันก็จะเป็นอาวุธไปสู้กับโรคทำเอง เพราะวันนี้มีคนเสียชีวิตด้วยโรคทำเองทุกๆ 37 คนต่อชั่วโมง ปัจจุบันคนไทยมีคนเป็นโรคอ้วนมากเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน โดยประเทศที่มีคนผอมมากที่สุดคือเวียดนาม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม กล่าวว่า 2 ปีที่แล้ว &amp;ldquo;ตนเกิดอาการหัวใจวาย และต้องผ่านการรักษาด้วยวิธีบอลลูนหัวใจมาแล้ว แต่เหตุการณ์ได้คลี่คลายภายในเวลาชั่วโมงกว่า ทำให้เราตระหนักว่าเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ซึ่งโรคหัวใจที่ตนเป็นนั้นเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต นิสัยการกิน ก่อนหน้าตนเคยไปเรียนวิ่งจนสามารถวิ่งมาราธอน และวิ่งกับตูน บอดี้สแลมได้ แต่หลังจากนั้นก็เริ่มไม่มีวินัย ไม่ออกกำลังกาย ไม่หาหมอ ไม่กินยา ไม่ตรวจสุขภาพ จนผ่านไป 3 ปี จึงไม่แปลกใจว่าเป็นโรคทำเอง ตอนนี้ดูแลสุขภาพด้วยการเลือกทาน ทานแบบบันยะยันยัง ออกกำลังกายด้วยการเข้ายิมบ่อยขึ้น และวิ่งรอบหมู่บ้านเมื่อเราอายุ 50 ไปแล้ว เมื่อถึงจุดหนึ่งเราจะรู้ว่าเราได้ผ่านเหตุการณ์ที่หนักที่สุดไปแล้ว ช่วงที่มีความทุกข์ที่สุดคือตรงกลาง 30-50 ปี ผ่านไปได้คือขาขึ้น เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับความจริงที่ว่าในที่สุดเราต้องตายและไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และเราพบว่าเรากำลังจะเตรียมเดินไปสู่จุดสุดท้ายอย่างมีความสุขที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา บอกว่า &amp;ldquo;เริ่มออกกำลังกายด้วยการวิ่งจากการชาลเลนจ์กับทีมก้าวของตูน บอดี้สแลม ตอนนั้นประกาศว่าจะวิ่ง 10 กิโลเมตร ก็ทำสำเร็จจนสามารถวิ่งฮาล์ฟมาราธอนได้แล้ว ตอนนี้ก็ฝึกวิ่งวันเว้นวัน การวิ่งทำให้เราเห็นว่าเราทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด เมื่อได้วิ่งแล้วเราจะรู้สึกว่าระยะทางไปไหนก็ใกล้ไปหมด โลกมันใกล้ขึ้น รู้สึกได้ว่าเราเป็นเจ้าของร่างกายเราจริงๆ และทำให้เราสูบบุหรี่ได้น้อยลง สุดท้ายขอเชิญชวนให้พวกเราแก่ไปด้วยกัน ตอนเราอายุน้อยๆ เราจะชอบคิดว่าคนอื่นต้องมองเรา สนใจเราแน่ๆ เราเลยแสดงออกด้วยเสื้อผ้าหน้าผม แต่พออายุ 30-40 จะเริ่มเป็นตัวของตัวเอง และเมื่ออายุ 50 เราจะพบว่าแท้จริงแล้วไม่มีใครสนใจเราขนาดนั้น ไม่ว่าเราจะตายตอนไหนก็ถือว่าวันนั้นเป็นวันที่ดีที่สุด เพราะเรามีประสบการณ์มากที่สุดแล้ว และเราไม่มีทางประสบความสำเร็จถ้าเราอายุไม่มากพอ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74129</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, บริษัท ซิลเวอร์แอคทีฟ จำกัด, ยุทธนา บุญอ้อม, วรรณา สวัสดิกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f3286cc1f429.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระอุ! &#039;ป๋าเต็ด&#039; โผล่ทวิตการเมืองหลังยุบอนาคตใหม่ ท้าตั้งกติกาประเทศนี้มีพรรคเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.62 - นายยุทธนา บุญอ้อม หรือ&amp;nbsp;ป๋าเต็ด เจ้าพ่อมิวสิคเฟสติวัลเมืองไทย โพสต์แสดงความเห็นทางการเมืองผ่านทวิตเตอร์กล่าวถึงกรณี กกต.มีมติส่งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยระบุว่า ข่าวยุบพรรคนี่เหมือนฝั่งรัฐบาลจะกลัวว่าคนจะไป &amp;quot;วิ่งไล่ลุง&amp;quot; กันน้อยเกินไปหรือเปล่า เลยโปรโมทให้นิดนึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายยุทธนา โพสต์ทวิตเตอร์ว่า เห็นหัวกันบ้างเถอะพี่ #ไม่ได้ชังชาติหรอก ชังพี่นั่นแหละ และตั้งกติกาไปเลยสิว่าประเทศนี้จะมีพรรคเดียว พรรคของพวกพี่ พรรคอื่นก็ยุบให้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52326</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชังชาติ, ป๋าเต็ด, ยุทธนา บุญอ้อม, ยุบพรรคอนาคตใหม่, วิ่งไล่ลุง, โพสต์ทวิตเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df1d526e6ac1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2018 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2018 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>’ป๋าเต็ด’ผ่าตัดฉุกเฉินหลังเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นข่าวดังขึ้นมาทันที หลังจากที่ ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม เจ้าพ่อเฟสติวัล ได้โพสต์ภาพและข้อความที่ระบุทำนองว่า ตนเองเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน จนคุณหมอต้องรีบทำการผ่าตัดหัวใจโดยทำบอลลูน โชคดีที่มาโรงพยาบาลเร็ว ถ้าช้าอีกนิดมีโอกาสไม่รอดสูง โดยขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในการดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย ป๋าเต็ด ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก เล่าวินาทีเฉียดตาย ว่า &amp;ldquo; Heart Attack เมื่อหัวใจถูกจู่โจมอย่างเฉียบพลัน เกือบไม่ทัน เกือบไม่รอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช้าวันนี้ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ลงมาชงกาแฟกินอย่างเคย รู้สึกผิดปกติตั้งแต่เดินมาถึงชั้นล่าง แน่นหน้าอก เหงื่อซึมที่แขน แต่ยังไม่เป็นมาก เดินต่อไปที่ครัวเปิดเครื่องชงกาแฟ เริ่มหน้ามืด บ้านหมุน เจ็บหน้าอกมากขึ้น รีบเดินไปนั่งหน้าบ้านรับอากาศ สูดหายใจลึก แต่ไม่ดีขึ้น เจ็บที่หน้าอกมากกว่าเดิม เหมือนจุก แต่จุกที่หน้าอก คว้าโทรศัพท์โทรหาหมอเอี้ยงเพื่อนสวนกุหลาบ เล่าอาการให้ฟัง เอี้ยงบอกไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด อาจมีอาการหัวใจเต้นไม่ปกติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วางสาย ตะโกนเรียกภรรยาให้พาไปหาหมอ อาการหนักขึ้น เหงื่อท่วม เดินโซเซขึ้นรถ หน้ามืด มองแทบไม่เห็นทาง ภรรยาออกรถ หยิบยาดมใส่มือ บึ่งไปสมิติเวช เพราะไม่ไกลเกินเอื้อม และมีประวัติที่นั่นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงโรงพยาบาล นั่งรถเข็นไปแผนกหัวใจ ขึ้นเตียงวัดคลื่นหัวใจ จากที่พยาบาลนั่งกันชิลๆ เพราะเป็นวันหยุดยาว เคสเราทำให้บรรยากาศเปลี่ยน คนเข้ามาเต็มห้อง เครื่องมือเต็มตัว สายไฟโยงยาง ทุกสายตาจ้องจอ เมื่อค่าตัวเลขอะไรสักอย่างชี้ไปในทางเดียวกัน ห้องยิ่งวุ่นวายโหวกเหวก จองห้องผ่าตัด เรียกหมอมาเพิ่ม เอาเอกสารให้ภรรยาและผมเซ็นต์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เตียงถูกเข็นอย่างกะรถเมล์สาย 8 เข้าลิฟต์มาโผล่ห้องผ่าตัด ระหว่างทางได้แต่มองเพดานเคลื่อนผ่านไปแบบงงงง หน้าแปลกๆ ทยอยโผล่มาข้างเตียงพร้อมคำถามซ้ำๆ มีโรคประจำตัวอะไร ทานยาอะไร เลือดออกที่ไหน รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในซีรี่ยส์ERน้ำเน่า ที่เคยติดงอมแงม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงห้องผ่าตัด ดูอุปกรณ์ไม่เยอะเหมือนในหนัง ทุกคนวุ่นวาย ถามมากมายกว่าเดิม จนเราต้องถามกลับไปบ้างว่ากำลังจะทำอะไร จับใจความได้ว่า จะเจาะท่อสอดเข้าเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นขาขวา พ่นสี ถ้าเห็นท่าไม่ดีจะบอลลูนเลย พยาบาลขอโกนขนที่ต้นขาขวาและซีกขวาของไอ้นั่น ตอบโอเคไปทั้งที่ยังสงสัยว่าไหนๆ จะโกนแล้วไม่โกนทั้งสองซีกไปเลย จะเหลืออีกซีกไว้ให้มันเป็นลูกครึ่งอย่างนั้นอยู่ทำไม วุ่นวาย จอแจ ไม่มีช่องว่างให้ท้วงเรื่องซีกที่เหลืออยู่ ต้องปล่อยเลยตามเลย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมอหนุ่มจับต้นขา จะฉีดยาชา เจ็บนิดนะ ไม่ทันได้อนุญาตเข็มก็จิ้ม สรุปไม่ได้ใช้ยาสลบ เราจะรับรู้ทุกขั้นตอนของการฉีดสี และทำบอลลูน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รู้สึกแน่นที่ต้นขา เหมือนมีตัวอะไรพยายามจะมุดเข้าไปในช่องเล็กเท่ารูเข็ม มองไม่เห็น แต่รู้สึกได้ตลอด อึดอัด เจ็บ แต่ไม่นาน ก็หาย หมอคุยกันวุ่นวาย ศัพท์เทคนิคปลิวว่อน ไม่นานทุกอย่างก็คลี่คลาย เหลือแต่ขดลวดไว้ในหลอดเลือดของหัวใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้ายมานอน ICU หายเจ็บอก แต่ห้ามงอขาข้างที่โดนเจาะไปอีกแปดชั่วโมง นอนอีกสองสามคืนก็กลับบ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุป ตั้งแต่เริ่มเจ็บอกจนถึงตอนเริ่มผ่าตัด ใช้เวลาแค่ สี่สิบกว่านาที หมอบอกว่าเร็วมาก โชคดีที่มาเร็ว ถ้ามาช้ามีโอกาสไม่รอดสูง ความรู้สึกตอนนี้ไม่เหมือนคนเฉียดความตายเลย รู้สึกเหมือนคนโชคดีมากกว่า และจะโชคดีกว่านี้มาก ถ้าพรุ่งนี้ คุณหมอจะอนุญาตให้ดื่มกาแฟ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจาก อินสตาแกรม @ted6104&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19873</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป๋าเต็ด, ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน, ยุทธนา บุญอ้อม, เจ้าพ่อเฟสติวัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181014/image_big_5bc2d43b09d55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
