<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หยาม &#039;สทนช.&#039;บริหารน้ำเหลว!  แถมกรมอุตุฯอยู่ในมือ&#039;อธิบดีเสเพล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64 - &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดรวมถึงที่กรุงเทพฯที่ล่าสุดอุโมงค์ดินแดงรถแทบจมน้ำไปแล้ว เหมือนเมื่อครั้งเกิดอุทกภัยใหญ่ปี54 สมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หากจำกันได้หลังน้ำท่วมใหญ่ปี54 รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ขอเงินกู้3.5 แสนล้าน เพื่อทำระบบป้องน้ำท่วมทั่วประเทศ แต่สุดท้ายมาถูกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหมยึดอำนาจ ต่อมาก็ยกเลิกโครงการป้องการน้ำท่วมงบฯ 3.5 แสนล้าน แล้วตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)ขึ้นมาบูรณาการแก้ปัญหาน้ำมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯเป็นประธาน ซึ่งต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยเพราะดูแลเรื่องน้ำมาตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อว่า หากเราทำโครงการ 3.5 แสนล้านตั้งแต่วันนั้นคงไม่เกิดเหตุการณ์วันนี้ ในสัปดาห์หน้าตนเองจะออกมาแฉว่า สทนช. เอางบฯไปบริหารจัดการอย่างไรและจะเกี่ยวข้องไปถึงเรื่องที่พรรคพลังประชารัฐ ขัดแย้งกับพรรคประชาธิปัตย์ด้วย อย่างไรก็ตามน้ำท่วมวันนี้สาหัสไม่แพ้ปี 54 แต่กรมอุตุนิยมวิทยา กลับไม่มีการแจ้งเตือน เพราะอธิบดี ที่ตนเองเรียกว่าอธิบดีเสเพลไม่จัดการอะไร ความรู้ทางอุตุฯเป็นศูนย์ ขนาดเรื่องการสร้างหอพักให้กับข้าราชการกรมอุตุฯ งบประมาณกว่า 200 ล้านยังทำไม่สำเร็จ โดยจะนำข้อมูลเหล่านี้ให้พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ. ประวิตร รวมไปถึงกระทรวงดิจิทันเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ตรวจสอบ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118617</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุทธพงศ์, สทนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_61595b5dbc67b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117897</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยุุทธพงศ์&#039;ฉุน โดนนักการเมืองท้องถิ่นเหยียบหน้ากลางงานสัมมนา โร่ร้อง&#039;ปธ.สภา-ผบ.ตร.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.64 - &amp;nbsp; ที่พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;แถลงข่าวพร้อมเปิดภาพประกอบ โดยระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนเองในฐานะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน &amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;จัดอบรมสัมมนาการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง อบต. ในวันที่ 28 พ.ย.64 ซึ่งมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และทางสภาฯได้มีหนังสือถึงจังหวัดเป็นที่เรียบร้อย และผู้ว่าราชการจังหวัดตอบรับให้จัดการอบรมสัมมนาดังกล่าวได้ในวันที่ 24-25 ก.ย.ที่ผ่านมา จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ส่งหนังสือไปยังนายอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย เพื่อเตรียมความพร้อมจัดงานดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ในวันดังกล่าว ในฐานะผู้บรรยาย ได้ดำเนินการทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายในนามสภาฯ แต่กลับมีนักเลงโตชื่อนายประเทือง ศรีจันทร์ ประธานสมาชิกสภาจังหวัด ส.อบจ. นำคณะเข้ามาบริเวณที่จัดงาน บุกเข้ามา เจ้าหน้าที่ในงานได้ทำการสอบถาม เมื่อสอบถามหญิงคนหนึ่งที่บุกเข้ามา หญิงคนดังกล่าวรับสารภาพว่าถูกชายที่มาด้วยกันจ้างมา จึงไปแจ้งตำรวจ ปรากฏว่า พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย ผู้กำกับสภ.พยัคฆภูมิพิสัย ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ข้าราชการระดับสูงมาทำงานในพื้นที่ตำรวจสักคนไม่มีสักคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ ระบุว่า ต่อมา นายประเทือง ได้บุกเข้ามาในงานโดยไม่ได้ขออนุญาตอีก อ้างว่ามาตรวจดูโควิด -19 ตนเองถามว่าคุณเกี่ยวอะไร คุณเป็นสาธารณสุขหรือ แถมยังมีการไลฟ์สด มีสิทธิอะไรมาไลฟ์สดในพื้นที่ของ กมธ. ตนเองได้โทรไปแจ้งพล.ต.ต.ดิเรก จิตอร่าม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม โทรไปถึง 3 ครั้ง แต่รอ 2 วัน ยังไม่มา เรียกร้องให้พล.ต.ต.ดิเรก ลาออกจากตำแหน่งผู้บังคับการภูธรมหาสารคามเสีย ถ้าเรื่องแค่นี้ไม่กล้ามา กลัวอิทธิพล จะเป็นตำรวจได้อย่างไร ขนาดส.ส.โทรไปแจ้งยังไม่มาเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า จะเสนอเรื่องนี้ไปยังนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ &amp;nbsp;ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ในฐานะประธาน กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยื่นเรื่องต่อไปยังนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบ และในวันที่ 27 ส.ค. เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปเข้าพบพล.ต.อ.สุวัฒน์ &amp;nbsp;แจ้งยอดสุข &amp;nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;(ผบ.ตร.)ส่งคนจากส่วนกลางเข้าไปคลี่คลายคดี เพราะในท้องที่ไม่ไหวแล้ว เอาเรื่องแน่ เพราะไม่อย่างนั้นบ้านเมืองจะอยู่อย่างไร ขนาดตนเองไปในนามกมธ.ยังโดนขนาดนี้ แล้วประชาชนจะโดนอะไรบ้าง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117897</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ตร., ยุทธพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_615022eda9b4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยุทธพงศ์&#039; ปัดกวาดพรรค  อัปเปหิ 7 ส.ส.แตกแถว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.64 - ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรค และส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม และรัฐมนตรีอีก 5 คนว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้คะแนนรองบ๊วย น้อยกว่าที่คาดไว้ แสดงว่าส.ส.ไว้วางใจน้อยลงไปทุกวัน พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง พรรคเพื่อไทย มีส.ส. 7 คน โหวตสวนมติพรรค ทั้งที่พรรคเพื่อไทยมีมติชัดเจนให้ไม่ไว้วางใจ โดย ส.ส.ทั้ง 7 คนประกอบด้วย นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ, นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายกม, นพ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ, น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี ,นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ ,นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี และ นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี ที่เป็นถึงประธานส.ส.ภาคอีสานของพรรค ประเด็นนี้พรรคได้ประชุมและมีมติชัดเจนวันที่ 30 ส.ค. ให้ส.ส.ทุกคนลงมติไม่ไว้วางใจ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็มีหนังสือให้ทุกคนทำตามมติพรรคไปก่อนหน้านั้นแล้ว ใครฝ่าฝืนถือเป็นการกระทำผิดวินัยและจริยธรรมอย่างร้ายแรงมีโทษขับออกจากส.ส.อย่างเด็ดขาด พอเริ่มประชุม หัวหน้าพรรคเรียกส.ส.ทุกคนของพรรคไปเซ็นชื่อรับหนังสือ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ ระบุว่า ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน ไม่มีล้อเล่น 7 คนนี้เตรียมตัวเลย ไม่ต้องมาบอกข้าเก่งข้าแน่ ถ้าเก่งถ้าแน่ทำผิดมติพรรคออกไปเลย ไม่จำเป็นต้องเกรงใจหรือต้องกลัว ที่แบกโลงศพก็ไม่กลัว คนชื่อโจ้ไม่เคยกลัว วันจันทร์ที่6ก.ย.จะมีการประชุมพรรค จะดำเนินการตามระเบียบพรรคอย่างเข้มงวด ต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบให้ชี้แจงว่า เป็นเพราะเหตุอะไร จะบอกติดโควิดอะไรไม่สนใจทั้งนั้น จะอ้างอะไรไม่ได้ทั้งนั้นเป็นส.ส.ต้องรับผิดชอบ ญัตตินี้เป็นญัตติสำคัญเอาตาย ขับไล่นายกฯและคณะ จะสวนมติพรรคไม่ได้ ต้องชี้แจงและดำเนินการตามกฎหมาย เรื่องนี้เอาแน่ เพราะผมเป็นกรรมการบริหารพรรค ถ้าไม่มีใครเสนอให้ไล่ จะเสนอเอง ที่บอกว่าแน่บอกมาเลย ผมจะเอาออกเอง และที่ไปแถลงข่าวด่าพรรค พรรคก็ต้องเอาเรื่องด้วยไม่ต้องห่วงพรรคไม่เคยกลัวใคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า การพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรม เมื่อส.ส.ฝ่าฝืนมติพรรคได้เข้าชี้แจงแล้วคณะกรรมการจริยธรรมจะมีการสรุปผลเพื่อให้คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาอีกครั้ง จากนั้นจะมีการแจ้งมติไปยังส.ส.ที่ถูกกล่าวหา โดยการพิจารณาเอาผิดครั้งนี้ อาจมีส.ส.ถูกขับออกจากพรรคถึง 3 คน .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115676</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุทธพงศ์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_613473d9f1abb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;ตามจองเวรพท. ร้องกกต.สอบ3ส.ส.ฝ่าฝืนรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 64 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 เปิดเผยว่า ตามที่สภาฯ ได้มีหนังสือนัดประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณพ.ศ. 2565 วาระที่ 2-3 ระหว่างวันที่ 18 - 20 ส.ค.นั้น เรื่องงบประมาณกรรมาธิการฯมีความระมัดระวังกันมาโดยตลอด ผู้อำนายการสำนักงบประมาณก็เตือนให้ระวัง โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง และ ม.185 แต่ในที่สุดก็พบประเด็นที่อาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา144 วรรคสอง เนื่องจากปรากฏหลักฐานในเอกสารประกอบการประชุม ที่มีการเสนอข้อสังเกตไว้ในลักษณะที่ทำให้เห็นว่ากรรมาธิการ หรือ ส.ส. ได้มีการกระทำด้วยประการใดๆ ที่มีผลให้ กมธ. หรือ ส.ส. นั้น มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งจะกระทำมิได้ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา กรรมาธิการฯของพรรคเพื่อไทยได้เสนอให้แก้ไขข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบกลาง โควิด 16,362 ล้านบาทว่า ต้องให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบงบกลางด้วย และขอให้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณต้องออกระเบียบเกี่ยวกับงบกลางโควิด หลังจากที่ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2565 มีผลใช้บังคับ หลังจากเสนอในห้อง กมธ. แล้ว ส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่เป็น กมธ.จำนวน 3 คน คือ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า กมธ.เพื่อไทย เป็นผู้เสนอให้ สตง. และ สนักงบประมาณ กระทำการดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องนี้มาจากการแก้ไขข้อสังเกตเดิม ให้เป็นไปตามที่ กมธ.พรรคเพื่อไทยเสนอ ต่อมาก็ปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ในเอกสารการประชุมสภา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18 - 20 ส.ค. ซึ่งตนจะขอใช้สิทธิในฐานะ กมธ. อภิปรายทักท้วงข้อสังเกตดังกล่าว ไว้เป็นหลักฐานในที่ประชุมสภาว่า เรื่องนี้ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จากพยานหลักฐานดังกล่าว ซึ่งมีการกระทำเกี่ยวกับการใช้งบประมาณนั้น จึงอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง ประกอบกับ มาตรา 185 (1) และ (2) ตามมาได้ เพราะการขอให้ สตง. ตรวจสอบรายกลางงบกลางโควิดนั้น อาจเข้าข่ายการใช้สถานะหรือตำแหน่งกระทำการใดๆ อันมีลักษณะที่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในการปฏิบัติราชการหรือการดำเนินการในหน้าที่ประจำของ สตง. ตามความในมาตรา185 (1)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับประเด็นที่ขอให้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ต้องไปแก้ไขระเบียบการใช้งบกลางโควิด ภายหลังจากที่ พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2565 มีผลใช้บังคับแล้วนั้น อาจเข้าข่ายการใช้สถานะหรือตำแหน่งกระทำการใดๆ อันมีลักษณะที่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในลักษณะที่ทำให้ตนมีส่วนร่วมในการใช้จ่ายเงินงบประมาณหรือให้ความเห็นชอบในการจัดทำโครงการใดๆ ของสำนักงานงบประมาณ ตามความในมาตรา 185 (2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่ ส.ส. เพื่อไทย คือนายประเสริฐกับพวก เข้าข่ายกระทำอันต้องห้ามตามมาตรา 185 (1) , (2) หรือไม่ นั้น อาจมีผลทำให้สมาชิกภาพของ ส.ส. สิ้นสุดลง ตามความใน ม. 101 (7) ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหน้าที่และอำนาจดำเนินการได้ ด้วยข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงมีมูลเหตุที่ต้องร้องให้ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัยตีความเกี่ยวกับ มาตรา 144 วรรคสอง ไว้เป็นบรรทัดฐานก่อนด้วย แล้วจึงวินิจฉัยตามมาตรา 185 (1) , (2) ตามมา ดังนั้น ในวันที่ 16 ส.ค. จึงได้ส่งคำร้องให้ กกต. ดำเนินการต่อไป โดยส่งทางไปรษณีย์ EMS แล้ว&amp;quot; นายเรืองไกร ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113440</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กมธ.งบ65, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, พท., ยุทธพงศ์, รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_6119cc51b12be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;เอาคืน&#039;ยุทธพงศ์&#039;! ยื่นปปช.สอบส่อขัดรธน.ทุจริตต่อหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 64 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2565 เปิดเผยว่า เช้าวันที่ 9 ส.ค. ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ตรวจสอบ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย ว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสาม อันเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 234(1) หรือไม่ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ส.ค. 64 นายยุทธพงศ์ นายจิรพงษ์ และ น.ส.ชนก ได้ร่วมกันแถลงข่าวที่พรรคเพื่อไทย ขอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบเรื่องเบนซ์หรูของตน เข้าข่ายความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
การร้องขอให้นายชวนตรวจสอบนั้น ไม่น่าจะทำได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144 วรรคสาม บัญญัติชัดว่า เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น หากนายยุทธพงศ์ จะตรวจสอบตนในฐานะ กมธ.งบฯปี 2565 มีการฝ่าฝืนมาตรา 144 วรรคสอง หรือไม่ นายยุทธพงศ์ต้องรวบรวมรายชื่อ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประมาณหนึ่งในสิบหรือไม่น้อยกว่า 50 คน เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ดังนั้นการที่นายยุทธพงศ์ นายจิรพงษ์ และ น.ส.ชนก ร่วมกันแถลงข่าวว่า นายยุทธพงศ์ได้ส่งหนังสือขอให้นายชวน ตรวจสอบตามมาตรา 144 ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. นั้น จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 144 วรรคสาม การกระทำดังกล่าวจึงอาจเข้าข่ายมีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฎิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสาม อันอาจเข้าข่ายมีพฤติการณ์เป็นความผิดตามมาตรา 234(1) ตามมาได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายเรืองไกร กล่าวว่า ในฐานะตนที่ถูกกล่าวหา จึงเสียหายหรืออาจเสียหายจากการกระทำของนายุทธพงศ์ ตามที่ทั้ง 3 คนได้ร่วมกันแถลงข่าวดังกล่าว แต่เนื่องจากทั้งสามคนเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีนี้จึงต้องร้องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบต่อไป หากต่อมา ป ป.ช. ตรวจสอบเสร็จแล้ว ไม่ว่าจะได้ผลประการใด จะขอผลการตรวจสอบของ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอื่นต่อไป นอกจากนี้ได้ส่งหนังสือถึง ป.ป.ช. ทางไปรษณีย์ EMS เรื่องบัญชีทรัพย์สินของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112663</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., ยุทธพงศ์, เบนซ์หรู, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110996d9e14e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุกผีสอดไส้รธน. ก้าวไกลดักคอรบ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; เรียงหน้าโต้ทำเพื่อประชาชนโหวตงบ 1.63 หมื่นล้านใส่งบกลาง ยันไม่ใช่เล่นการเมืองท่าเดียวโดยไม่สนใจความเดือดร้อน &amp;ldquo;ยุทธพงศ์&amp;rdquo; ลั่นเอาตำแหน่งเดิมพันหากใช้ผิดประเภทเลิกเล่นการเมือง &amp;ldquo;สหายอ้วน&amp;rdquo; ชี้เดี๋ยวมีขัดแย้งก้าวไกลระลอกสองแน่ โดยเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญ ยังไม่ทันไร &amp;ldquo;ธีรัจชัย-รังสิมันต์&amp;rdquo; จุดพลุแล้ว บอกไพบูลย์เตรียมปลุกผีสอดไส้ร่าง รธน.ที่ถูกโหวตคว่ำกลับมานับหนึ่งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 4 สิงหาคม ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีพุทธศักราช 2565 ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย (พท.) ตัดสินใจโหวตโยกงบประมาณที่ถูกปรับลงไป 1.63 หมื่นล้านบาท ไปไว้ในงบกลางจนถูกตั้งคำถามฮั้วและตีเช็คเปล่าให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น&amp;nbsp;
ทำให้พรรคเพื่อไทยมีการตั้งโต๊ะแถลงเรื่องนี้ โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. แถลงว่า สิ่งที่ กมธ.งบฯ พรรคคิดและตัดสินใจได้มีตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ในท้ายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณว่าต้องใช้เพื่อโควิด-19 เท่านั้น ซึ่งปลอดภัยจากการถูกกล่าวหาว่าแปรญัตติ เพราะหาก ส.ส.หรือ กมธ.มีส่วนโดยทางตรงหรืออ้อมในการใช้งบประมาณเป็นความผิดมีโทษทางอาญา ส่วนสิ่งที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เสนอเอาเงินที่ปรับลดลงแล้วไปเพิ่มเติมในส่วนต่างๆ นั้น เมื่อดูรายละเอียดไม่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาโควิด ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของพรรค และการตัดสินใจของ กมธ.ไม่เกี่ยวกับการยอมรับในตัว พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตัดสินใจของ กมธ.พรรคเป็นไปโดยรอบคอบ สุจริต คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน ระมัดระวังไม่ให้ตกเป็นเหยื่อทางการเมืองในสถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ เป็นการตัดสินใจที่อยู่บนสภาพความเป็นจริง บนสภาพที่เป็นฝ่ายค้านในรัฐสภา แยกมิตร แยกศัตรู ไม่ทำร้ายใคร ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ชีวิตของพี่น้องประชาชนสำคัญกว่าเรื่องการเมือง&amp;rdquo; นายประเสริฐกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รองประธาน กมธ.งบประมาณ ระบุว่า เราต้องแยกระหว่างความไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ กับการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์โควิดให้ประชาชน เราเลือกช่วยเหลือพี่น้องประชาชนก่อน ซึ่งงบกลางเป็นเพียงช่องทางเดียวเท่านั้นที่นำงบออกมาใช้เพื่อโควิดได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. กล่าวว่า ข้อกล่าวหาพรรคเอางบไปใส่ในงบกลางเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์เอาไปใช้เสมือนตีเช็คเปล่า ใช้ตามอำเภอใจเอาไปซื้อกระสุนยางมายิงประชาชน เป็นข้อหาที่ค่อนข้างรุนแรง ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ทำจริงเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันประณามและขับไล่ แต่ พล.อ.ประยุทธ์จะทำตามอำเภอใจไม่ได้ เพราะมีกฎหมายกำกับไว้ชัด ทั้งวิธีการงบประมาณ และ พ.ร.บ.เงินคงคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคเห็นแย้งกับรัฐบาลตลอด มีเพียงเรื่องนี้ที่เห็นตรงกันคือเรื่องงบกลางนี้ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับพรรคด้วยว่าอันไหนที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเราก็ทำ แต่อันไหนที่คิดว่าไม่ใช่เราก็ต่อสู้และเชื่อว่าเราจะเข้าใจกัน พร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะปัญหาและบรรยากาศแบบนี้เคยมีเกิดขึ้นมาเรื่อยที่พรรคร่วมฝ่ายค้านบางเรื่องเห็นต่างกัน เพราะจุดยืนและนโยบายเราต่างกัน ยืนยันว่าไม่ได้มีเหตุผลอื่นถ้าจะให้ไปฮั้วกันหลังเลือกตั้งถือว่าเป็นเรื่องที่คิดไปไกลมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท.ในฐานะโฆษก กมธ.งบประมาณ กล่าวว่า มั่นใจว่าจะไม่ใช่การตีเช็คเปล่า เพราะการนำงบไปใช้ได้นั้น ผู้ขอรับงบ ผู้อนุมัติงบต้องทำตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 เท่านั้น ซึ่งจุดยืนพรรคก็ชัดเจนแล้วตั้งแต่การลดงบประมาณการจัดซื้อเรือดำน้ำ และขอย้ำว่าถ้ามีการนำงบกลางไปใช้ผิดระเบียบ ไม่ได้ใช้เกี่ยวกับโควิดถ้ามีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ พร้อมเอาตำแหน่ง ส.ส.เป็นเดิมพันที่จะลาออกจาก ส.ส.และเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต&amp;nbsp;
นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กในประเด็นนี้ว่า งานนี้ขยายความขัดแย้งในฝ่ายประชาธิปไตยได้มีประสิทธิภาพอย่างมากโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่รัฐบาล ซึ่งเป็นต้นตอของความขัดแย้งลอยตัว จึงอยากเชิญชวนฝ่ายประชาธิปไตยลองไตร่ตรองถึงผลเสียที่จะได้รับ​ หากไม่มองให้เห็นภาพรวม​ และทิศทางความร่วมมือกันในอนาคต​ คิดแต่ประเด็นเฉพาะแบบแยกส่วน ก็จะมีเรื่องให้บั่นทอนความเข้มแข็งของขบวนประชาธิปไตยไปเรื่อยๆ และคาดว่าจะมีเรื่องให้ต้องขัดแย้งถกเถียงกันใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะในเรื่องพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ กมธ.วิสามัญแก้ไข รธน.ของสภากำลังทำงาน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;บอกกันไว้ตรงนี้ เรื่องนี้คงเป็นประเด็นขัดแย้งใหม่อีกเรื่องหนึ่ง เพราะก้าวไกลและเพื่อไทยมีความคิดเห็นแตกต่างกัน แต่ก็หวังว่าจะไม่มีข้อกล่าวหา หรือมีเรื่องให้ขัดแย้ง ปวดหัวกันต่อ นายกฯ ลุงตู่ คงจะนั่งหัวเราะสบายใจไป&amp;rdquo; นายภูมิธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่...) พ.ศ.... แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธาน ซึ่งเมื่อเริ่มเข้าสู่การพิจารณา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ในฐานะ กมธ.ได้ทักท้วงเรื่องการแก้ไขระบบเลือกตั้งเกินกว่ามาตราที่รับหลักการมา จะกระทำการขัดข้อบังคับข้อที่ 124 ทำให้นายไพบูลย์เบรกว่าขอให้พิจารณาไปตามวาระ ทำให้นายธีรัจชัยไม่พอใจและพูดเสียงดังลั่นห้องประชุม ดังถึงขนาดลอดห้องประชุมออกมาโวยวายว่า &amp;ldquo;ประธานปิดปาก ไม่ให้แสดงความคิดเห็น&amp;rdquo; แต่นายไพบูลย์ยังย้ำว่าให้ดำเนินการไปตามระเบียบวาระ และหากนายธีรัจชัยยังไม่หยุดโวยวาย จะใช้อำนาจประธานเชิญออกจากห้องประชุม จนนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธาน กมธ. ต้องแทรกเข้ามา ทำให้นายธีรัจชัยยอมพร้อมประชุมตามวาระต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายไพบูลย์ยืนยันว่า การแก้ไขในวาระ 3 จะเสร็จก่อนวันที่ 18 ก.ย. จากนั้นสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่น่ามีประเด็นไปส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะเป็นเรื่องที่เสนอในการประชุมสภาเพื่อตีความข้อบังคับเท่านั้น เว้นแต่ฝ่ายที่ไม่อยากให้แก้ระบบเลือกตั้งและเสียผลประโยชน์ก็จะพยายามขัดขวางทุกวิถีทาง ถามว่าคิดว่าคนอื่นไม่รู้หรือว่าตัวเองจะพยายามขัดขวางอย่างไร ยืนยันว่าเรื่องนี้ขัดขวางไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;บางคนที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย ถามว่าเป็นประชาธิปไตยจริงหรือไม่ เราไม่ใช่เสียงข้างมากลากไป เพราะพูดกันด้วยเหตุผล และทำตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ทั้งนี้ หากพิจารณาผ่านวาระ 3 แล้วก็จะมีการยื่นแก้ไข พ.ร.บ.การเลือกตั้งและ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ซึ่งจะอยู่ในช่วงปลายเดือน ก.ย. จากนั้นต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 เพื่อรับฟังความคิดเห็น และคาดว่าจะบรรจุเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของรัฐสภาได้ในสมัยประชุมต่อไป คือประมาณเดือน พ.ย.หรือ ธ.ค.&amp;rdquo;
ภายหลังประชุม นายไพบูลย์แถลงว่า ที่ประชุมได้พิจารณาการทำงานภายใต้ข้อบังคับรัฐสภา ข้อที่ 124 ที่กำหนดให้ กมธ.พิจารณาเนื้อหาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่เสนอเป็นคำแปรญัตติ ซึ่งในวรรคท้ายมีข้อกำหนดในรายละเอียด คือ 1.การแปรญัตติเพิ่มมาตราใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิม ที่ไม่ขัดหลักการ สามารถทำได้ และ 2.การแปรญัตติอาจขัดกับหลักการได้ เว้นแต่เป็นมาตราที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งได้ยกตัวอย่าง เช่น การกำหนดบทเฉพาะกาล เป็นต้น ส่วนที่ กมธ.พรรคก้าวไกลมีความเห็นแย้งว่า ตามข้อบังคับข้อที่ 151 ไม่ได้ให้สิทธิ์ กมธ.เป็นผู้วินิจฉัย หาก กมธ.ติดใจ สามารถยื่นต่อประธานรัฐสภาเป็นญัตติเพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาตัดสิน ทั้งนี้ ต้องได้รับเสียงเกินกึ่งหนึ่งจากที่ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเข้าใจว่ามี กมธ.ที่ติดใจ แต่ในข้อบังคับรัฐสภากำหนดรายละเอียดไว้ หากยังติดใจสามารถสงวนความเห็นหรือยื่นเรื่องให้รัฐสภาพิจารณาก่อนเข้าสู่การพิจารณาวาระสองได้ การพิจารณาส่วนของคำแปรญัตตินั้น กมธ.ได้นัดประชุมวันที่ 10 ส.ค. โดยขณะนี้ให้ฝ่ายเลขานุการไปพิจารณาสรุปประเด็นแทนการตั้งคณะทำงาน ที่ผมรับฟังคำทักท้วงว่าไม่จำเป็น&amp;rdquo; นายไพบูลย์กล่าว
ขณะที่นายธีรัจชัยเรื่องนี้ว่า ยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งการประชุมคณะ กมธ.ในสัปดาห์หน้าวันที่ 10, 11 และ 13 ส.ค.นี้จะพิจารณาแล้วเสร็จ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมต้องเร่งรัดเร่งรีบขนาดนั้น ทั้งนี้ ดูแล้วการพิจารณาในชั้น กมธ.เป็นแค่พิธีกรรม เพราะเชื่อลึกๆ ว่าเขาเตรียมเนื้อหาที่ต้องการไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ. กล่าวว่า กำลังเกิดปรากฏการณ์การสอดไส้ใน กมธ. เนื่องจากมีความพยายามเปลี่ยนแปลงให้ร่างแก้ไขของพรรคประชาธิปัตย์เหมือนร่างอื่นที่สภาโหวตคว่ำไปแล้ว ไม่เข้าใจว่าการทำแบบนี้จะเป็นผลดีอย่างไร ถ้าจะทำกันแบบนี้คราวหลังไม่ต้องกำหนดว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องทำกัน 3 วาระ เพราะไม่มีความหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรากำลังจะเปลี่ยนร่างของประชาธิปัตย์ให้เหมือนร่างอื่นที่ตกไป วันนี้เรากำลังทำลายความน่าเชื่อถือในสภา พรรคพยายามหาข้อตกลงว่าจะทำกันอย่างไร แต่ก็น่าเสียดายว่านายไพบูลย์ กลับเพิกเฉยในเรื่องนี้ ไม่ได้ทำหน้าที่ประธานอย่างสมบูรณ์ ตีมึนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่หาข้อยุติ ดึงดันให้พิจารณาต่อไป ซึ่งปลายทางเราก็เห็นว่ามีการสอดไส้ให้ร่างที่ตกไปแล้วกลับมามีชีวิตใหม่&amp;rdquo; นายรังสิมันต์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112247</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบ 1.63 หมื่นล้าน, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุทธพงศ์, วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a5382b307d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุทธพงศ์งานงอก! เรืองไกรร้องบิ๊กตู่สอบพ่วงเพื่อไทยตรวจงบลับไม่ตรงเอกสาร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.64- นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณพ.ศ.2565 กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย. ได้ติดตามข่าวที่นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทยแสดงความเห็นเรื่องงบลับใน พรบ.งบประมาณ2565 โดยตลอด จนพบประเด็นเกี่ยวกับงบลับที่นายยุทธพงศ์ แถลงข่าวแล้วมีการโพสต์ในเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทยด้วย จำนวน 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. เป็นคลิปที่นายยุทธพงศ์ กับส.ส.อีกคน แถลงข่าวที่พรรคเพื่อไทย มีการกล่าวถึงเงินงบลับในร่าง
&amp;nbsp;พรบ.งบประมาณ2565 ด้วย ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. มีการโพสต์ข้อมูลในเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทย โดยลงข้อมูลในทำนองที่ว่า งบลับ แทรกซึมไปในทุกกระทรวงทุกสำนัก ทบวง กรมต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ครั้งที่ 3 วันที่ 7 มิ.ย. 64 มีการโพสต์ข้อมูลในเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทย โดยลงข้อความระบุว่า งบลับ อยู่ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง มีเงินราชการลับ 19 รายการ รวมทั้งสิ้นถึง 558 ล้านบาท
&amp;nbsp;นายเรืองไกร กล่าวว่า เมื่อนำคลิปและข้อมูลงบลับดังกล่าวไปตรวจสอบกับเอกสารงบประมาณ ปี 2565 (เล่มขาวคาดแดง) พบว่า ไม่มีงบลับแทรกซึมไปในทุกกระทรวงทุกสำนัก ทบวง กรมต่างๆ แต่อย่างใด แต่มีเพียงบางหน่วยเท่านั้น อีกทั้งยังพบว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี อยู่ในร่างพรบ.งบประมาณ2565 มาตรา 7 รายการที่ 1 และในเอกสารงบประมาณ ฉบับที่ 3 เล่ม1 พบว่า สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีไม่มีรายการงบลับ 19 รายการ รวมทั้งสิ้น 558 ล้านบาท ตามที่แถลงข่าวและโพสต์ลงในเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทย แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า &amp;nbsp; จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า งบลับดังกล่าวมีการตั้งไว้ที่ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในมาตรา 7 รายการที่ 15 &amp;nbsp;ตามรายละเอียดในฉบับที่ 3 เล่ม 1 หน้า 345 เมื่อคลิปแถลงข่าวและข้อมูลงบลับที่อยู่ในเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทย เป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับเอกสารงบประมาณรายจ่าย 2565 กรณี จึงมีเหตุต้องตรวจสอบว่า คลิปและข้อมูลในเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทย ทั้ง 3 ครั้งดังกล่าวข้างต้น จะเข้าข่ายเป็นความผิดตามความในมาตรา 14 และหรือมาตรา 15 ของพรบ.คอมพิวเตอร์ 2550 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า เมื่อมีการนำคลิปและข้อมูลงบลับดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย ซึ่งเผยแพร่สู่สาธารณะ ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ &amp;nbsp;และเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พรบ.คอมพ์ฯ เกิดขึ้นแล้ว และงบลับเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งไม่ทราบว่า กระทรวงดีอีฯ ได้ดำเนินการ หรือไม่ ประกอบกับนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารที่ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบการกระทำใดๆ ที่อาจฝ่าฝืนกฎหมาย กรณีนี้เป็นเรื่องที่นายยุทธพงศ์กับพรรคเพื่อไทย นำข้อมูลเรื่องงบลับมากล่าวอ้างแล้วเผยแพร่ในเฟซบุ๊กดังกล่าว แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในเอกสารงบประมาณ 2565 ของทางราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร ระบุว่า &amp;nbsp;ประกอบกับแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่นำมาศึกษาเทียบเคียง กรณีจึงมีเหตุต้องขอให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบว่า นายยุทธพงศ์ กับพรรคเพื่อไทย มีการกระทำที่จะเข้าข่ายฝ่าฝืน พรบ.คอมพ์ หรือไม่ วันที่ 14 มิ.ย. จะไปส่งเรื่องนี้ทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบกรณีดังกล่าวโดยเร็ว พร้อมทั้งขอให้สั่ง กระทรวงดีอี ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไปอีกทางหนึ่งด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106213</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.งบประมาณ, ยุทธพงศ์, เรืองไกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c5ab85b65ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
