<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2018 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2018 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการแนะ ส.ส.ควรมีส่วนเลือกตัวคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นักวิชาการ&amp;rdquo; แนะ &amp;ldquo;คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ&amp;rdquo; ควรมาจากการเลือกโดยรัฐสภา ชี้ &amp;ldquo;คสช.&amp;rdquo; คุมระบบ ไทยมีแนวโน้มเป็นรัฐราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึง กรณี ซุปเปอร์โพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ หรือ 99.2% ระบุ กรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่แสดงตนอยู่กับพรรคการเมือง ควรลาออก ว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มาวาระดำรงตำแหน่งต่ออีก 5 ปี ซึ่งหมายความว่า การทำงานของคณะกรรมการชุดนี้จะครอบคลุมระยะเวลาการบริหารงานของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างแน่นอน ซึ่งการทำงานยังครอบคลุมไปถึงข้าราชการส่วนต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในภาพรวมฝ่ายที่ทำหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ส่วนใหญ่มาจากการแต่งตั้งของคสช.เกือบทั้งสิ้น ทั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการปฏิรูปฯ สมาชิกวุฒิสภา หรือแม้แต่สมาชิกขององค์กรอิสระบางแห่ง ทำให้ภาพรวมของระบบเกือบทั้งหมด ถูกกำกับโดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นอกจากนี้ การแต่งตั้งข้าราชการมาดำรงตำแหน่งในหน่วยงานเหล่านี้ มีแนวโน้มที่อาจทำให้ประเทศไทยกลายเป็น รัฐราชการ เพราะข้าราชการจะเป็นส่วนที่อำนาจมาก ในการต่อรอง และมีอิทธิพลเหนือภาคส่วนอื่น ทำให้การบริหารอาจไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมองว่า ผู้ที่มาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ควรมีที่มาจากการการตัดเลือกด้วยกระบวนการประชาธิไตยผ่านระบบรัฐสภา โดยให้ส.ส.ที่ได้รับเลือกมีส่วนร่วมด้วย ในการแต่งตั้ง โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งต้องเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของประชาชน และเข้าใจว่าเรื่องใดควรพัฒนาก่อน เพื่อการยอมรับของทุกฝ่ายมากกว่า กขณะที่คณะกรรมการชุดปัจจุบันทั้งหมดควรดำรงตำแหน่งเพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่หากจะให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาตินั้นคงเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเกินไป&amp;rdquo; รศ.ดร.ยุทธพร ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20381</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ, คณะรัฐศาสตร, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ยุทธพร อิสรชัย, รัฐสภามี่ส่วนร่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcc5ad350f8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2018 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2018 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการเชื่อพรรคนิติราษฎร์เกิดยากสนามเลือกตั้งจะอาศัยมุมกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.61- นายยุทธพร อิสรชัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชและนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ กล่าวว่า บรรดาพรรคการเมืองที่เดินทางไปจดทะเบียนนั้น หากแบ่งจากโครงสร้างพรรคแล้วสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มได้แก่ 1. พรรคที่ตั้งใหม่โดยมีสายสัมพันธ์กับพรรคหรือกลุ่มการเมืองเดิม คล้ายกับพรรคสาขาลูก 2.พรรคการเมืองที่ตั้งใหม่เลย โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายใด อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองทั้ง 2 ลักษณะ อาจไม่ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งสนามใหญ่มากนัก เพราะจากพรรคเหล่านี้ไม่มีอะไรมาการันตีคะแนนเสียง เช่นเดียวกับพรรคการเมืองใหญ่ที่มีมีมาอย่างยาวนาน เพราะในสนามแข่งขัน จะอาศัยเพียงมุมของกฎหมายมาใช้ คงจะเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องมีบริบทอื่นๆประกอบ ทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม รวมทั้งการเปิดพื้นที่สาธารณะเพิ่มรับฟังความเห็นของประชาชน ซึ่งพรรคเหล่านี้เต็มที่แล้ว คงเป็นได้เพียงพรรคการเมืองขนาดกลางเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแนวทางเบื้องต้นสำหรับการสร้างพรรคการเมืองแบบใหม่ ที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ได้นำเสนอนั้น ถือว่ามีความน่าสนใจ และจะช่วยดึงบรรดาคนรุ่นใหม่ที่ยังคงติดภาพการเมืองไทยแบบเดิมๆ หรือไม่ให้ความสนใจ หันมาสนใจและทำความเข้าใจการเมือง ในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม แม้ว่าผลการเลือกตั้งจะไม่เป็นไปตามที่คิด ซึ่งจะส่งผลดีต่อไปในระยะยาว &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นครั้งต่อไปนั้น น่าจะเป็นไปในลักษณะเดิม หากมีการเปลี่ยนแปลงในภาพรวมก็คงไม่ถึงร้อยละ 30 เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังคงเชื่อมั่นในตัวผู้แทนฯในพื้นที่เช่นเดิม. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4255</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งพรรคการเมืองใหม่, นักวิชาการ, ยุทธพร อิสรชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180304/image_big_5a9bc9bc64568.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
