<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บางกลอย&#039;ยื้อ ขอที่ทำกินเพิ่ม นัดเจรจาอีกรอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชาวบางกลอย&amp;quot; ยันไม่ย้ายกลับลงมาด้านล่าง ขอพื้นที่ทำกินครอบครัวละ 150 ไร่ต่อปี ทำไร่หมุนเวียนพื้นที่เดิมทุก 10 ปี จนท.อุทยานเห็นแย้ง หวั่นชาวบ้านคนอื่นจะขอที่ทำกินแบบเดียวกัน สุดท้ายส่งตัวแทนเจรจาอีกครั้ง 25 ก.พ.นี้ ผู้ใหญ่บ้านบางกลอยแจงเข้าใจผิด ชาวบ้านไม่ได้ขอ 150 ไร่ ขอแค่ปีละ 2.5-3 ไร่ มี 10 แปลงหมุนเวียน 10 ปี &amp;quot;ดำรงค์&amp;quot; ลั่นอย่าทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน จี้นายกฯ-รมว.ทส.บังคับใช้ กม.อย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการเปิดยุทธการทวงคืนผืนป่าบางกลอยบน ใจแผ่นดิน เป็นวันที่สอง โดยการนำของนายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้มอบหมายให้นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปราม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช น.ส.เนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมผู้ใหญ่บ้านบางกลอย เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังบริเวณพื้นที่บ้านใจแผ่นดิน โดยเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มชาวกะหร่าง นำโดยนายนอแอ๊ะ มีมิ ลูกชาย ปู่คออี้ มีมิ โดยมีคณะสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการเจรจาเริ่มขึ้นเมื่อ น.ส.เนตรนภาได้เสนอข้อเรียกร้องให้นายนอแอ๊ะพาชาวบ้านกลับออกจากป่าเพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ พร้อมจะหาทางออกและแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน แต่ถึงอย่างไร นายนอแอ๊ะยืนยันว่าจะไม่ยอมลงไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ด้านล่าง แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ต้องการเจรจา ให้ขึ้นไปเจรจาในป่าพื้นที่ใจแผ่นดินเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าจะไม่อพยพลงมาจากพื้นที่บางกลอยล่างโดยเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประเสริฐ หนึ่งในตัวแทนชาวบ้าน ยืนยันเช่นเดียวกันว่า พวกเขามีสิทธิ์ที่จะกลับขึ้นไปทำกินบนพื้นที่เดิมของบรรพบุรุษ และการทำกินก็อยู่ในไร่เลื่อนลอยเดิม ไม่ใช่การเปิดป่าใหม่ นอกจากนั้นยังเสนอเงื่อนไขว่า พวกเขา 36 ครอบครัวต้องการทำไร่หมุนเวียน ครอบครัวละประมาณ 150 ไร่ต่อปี และต้องหมุนเวียนกลับมาทำกินพื้นที่เดิมทุกๆ 10 ปี ตั้งแต่เขตชายแดนไปถึง ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน ส่วนแปลงไร่หมุนเวียนอยู่จุดไหนบ้าง ขอให้เจ้าหน้าที่มารังวัดแนวเขตพื้นที่ทำกินของพวกเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ที่ร่วมเจรจาจึงแย้งว่า ถ้าทำตามความต้องการ 36 ครอบครัวจริง จะใช้พื้นที่สำหรับการทำไร่หมุนเวียนบนป่าแก่งกระจาน เนื้อที่มากกว่า 5,400 ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยอมรับว่าไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะถ้าทำได้ ชาวบ้านคนอื่นก็จะเรียกร้องขอขึ้นมาทำกินแบบเดียวกัน แต่ถ้าหาวิธีการอื่นด้วยการแก้ปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย พร้อมจะดำเนินการหาทางแก้ไขให้โดยเร่งด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายพูดคุยกันราว 1 ชั่วโมง น.ส.เนตรนภาได้เสนอให้ชาวบ้านส่งตัวแทน 5 คนลงไปเจรจากันที่บ้านบางกลอยล่าง ในวันที่ 25 ก.พ.นี้ ซึ่งฝ่ายอุทยานฯ จะส่งตัวแทนมาเจรจากับฝ่ายชาวบ้านเพื่อรับฟังข้อเรียกร้องต่างๆ พร้อมกับจะให้มีสื่อมวลชนร่วมรับฟังการเจรจาเพื่อเป็นสักขีพยาน ส่วนชาวบ้านที่ยังคงอยู่บางกลอยบนจะต้องไม่มีการบุกรุกเพิ่มเติมหรือเผาป่า จนกว่าจะบรรลุข้อตกลงกันในวันที่ 25 ก.พ.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้รับรายงานว่ามีชาวบ้านเดินเท้าขึ้นไปเพิ่มอีก 38 คน โดยรวมกับกลุ่มเดิมที่มีอยู่ 21 คน เป็น 59 คน ซึ่งการเจรจาระหว่างนอแอ๊ะ มีมิ กับฝ่ายอุทยานฯ ทราบว่าทั้งหมด 59 คนจะยังไม่ยอมกลับลงมา ทั้งนี้ เราจะยึดหลักการเจรจา ไม่มีการใช้กำลังใดๆ โดยจะเปิดเจรจากันในวันที่ 25 ก.พ.นี้ สำหรับตัวแทนกระทรวงที่มีอำนาจตัดสินใจ คงต้องปรึกษากับนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ และนำเข้าสู่คณะกรรมการเรื่องนี้ ซึ่งมีรองปลัดกระทรวงเป็นประธาน ระหว่างช่วงสุญญากาศคือก่อนวันที่ 25 ก.พ. เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้บุกรุกทำลายป่าและล่าสัตว์ และถ้าพบการทำผิดก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หลังจากสื่อมวลชนได้ดูพื้นที่จากเฮลิคอปเตอร์ พบว่าพื้นที่ป่าแก่งกระจานถูกบุกรุกแผ้วถางมากเกือบ 20 จุด เป็นบริเวณกว้าง เป็นภาพที่แสนจะหดหู่ใจที่ผืนป่าซึ่งกำลังจะเป็นมรดกโลกต้องถูกทำลายอย่างมากมายเช่นนี้ ส่วนการพูดคุยเจรจาครั้งแรกมีชาวกะเหรี่ยงยินยอมเต็มใจที่ออกจากป่ามาแล้วจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่มิได้มีการใช้กำลังหรือข่มขู่แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือ ยกแบกสิ่งของเครื่องใช้ให้ทุกคนในการเดินทางออกจากป่าโดยเฮลิคอปเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายนิรันดร์ พงษ์เทพ ผู้ใหญ่บ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ให้สัมภาษณ์หลังปรากฏคลิปวิดีโอและข่าว ว่าชาวบ้านบางกลอยที่ตัดสินใจเดินเท้าขึ้นไปบนใจแผ่นดินต้องการพื้นที่ทำกิน 150 ไร่ต่อครอบครัวในระยะเวลา 10 ปี ว่า จริงๆ แล้วชาวบ้านไม่ได้ต้องการพื้นที่ทำกินมากขนาดนั้น สิ่งที่ปรากฏออกไปจะทำให้ชาวบ้านถูกเข้าใจผิด เพราะพวกเขาไม่เข้าใจคำถาม และถูกถามในลักษณะชี้นำ ยิ่งเมื่อถูกถามจี้มากๆ พวกเขายิ่งงง จึงตอบออกไปในลักษณะนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านบางกลอยกล่าวว่า ที่ชาวบ้านต้องการไม่ใช่ 10 ไร่ แค่ปีละ 2.5 ไร่ หรือ 3 ไร่ พวกเราก็สามารถดำรงชีพได้แล้ว มี 10 แปลง หมุนไปเป็นวงรอบในระยะเวลา 10 ปี ครอบครัวหนึ่งก็สามารถอยู่ได้ ส่วนภาพที่ปรากฏว่าเกิดการทำลายป่าจำนวนมากนั้น อยากให้ลงมาดูข้อเท็จจริงในพื้นที่ มันไม่ได้มากขนาดนั้น อยากให้เข้าใจชาวบ้านว่าสิ่งที่พวกเขาทำเพื่อความอยู่รอด ไม่ใช่การทำลายป่า ถ้าพวกเขาทำลายป่า ไม่มีทางที่ป่าแก่งกระจานจะสมบูรณ์อยู่ได้มาถึงทุกวันนี้ อย่างไรก็ตาม อยากให้หน่วยงานภาครัฐพูดคุยกับชาวบ้านอย่างสันติและหาข้อตกลงร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แถลงว่า ขอเรียกร้องให้แต่ละฝ่ายต้องหยุด โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯ และอธิบดีกรมอุทยานฯ ต้องเด็ดขาด บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง นำกะเหรี่ยงทั้งกว่า 100 คนลงมาอยู่ข้างล่าง เพราะขณะนี้นอกจากทำลายพื้นที่อุทยานฯ แล้ว ยังมีการล่าสัตว์ป่าทั้งเก้ง กวาง เลียงผา และอนาคตหากมีการขยายพื้นที่ไปเรื่อยก็จะเกิดปัญหาความขัดแย้งกับช้างป่า และเป็นเขาหัวโล้นเหมือนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.น่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่ได้มีอคติกับชาติพันธุ์ แต่จะเอาทั้งหมดตามใจไม่ได้ อย่าทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชน เพราะเรื่องนี้จบตั้งแต่ 20-30 ปีที่แล้ว ทุกคนยอมลงมาหมด เลิกอ้างปู่คออี้ได้แล้ว คนไทย 30-40 ล้านคนก็ยังไม่มีที่ทำกินเลย ถ้ายอมให้พื้นที่นี้กลับขึ้นไป พื้นที่อุทยานฯ เขตรักษาพันธุ์ฯ และป่าอนุรักษ์อีก 60 กว่าแห่งที่เอาคนลงมาได้แล้ว ทุกคนก็จะขอกลับขึ้นไปบ้างได้หรือไม่ เกิดกลียุคขึ้นแน่ๆ กะเหรี่ยงดีๆ ที่อื่นก็มีเยอะ ไม่เห็นมีปัญหาเหมือนที่นี่ รัฐจัดสรรที่ดินให้หมดแล้ว แต่คุณเอาไปขาย กะเหรี่ยงที่อยู่นอกพื้นที่ ทั้งจากสวนผึ้ง หรือที่อื่นๆ มาซื้อต่อ บางคนก็จะเอาทั้งที่เก่า ที่ใหม่ บัตรประชาชนก็จะเอา สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะมีเอ็นจีโออยู่เบื้องหลังที่ไปหนุนให้ชาวบ้านทำแบบนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้แต่มองตาปริบๆ จะจับก็จับไม่ได้ จึงขอให้รัฐบาลดำเนินคดีนายทุนเอ็นจีโอที่อยู่เบื้องหลังด้วย&amp;quot; นายดำรงค์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94162</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดำรงค์ พิเดช, นิรันดร์ พงษ์เทพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุทธพล อังกินันทน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_60364959e66b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2020 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2020 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าหน้าที่ สบอ.3 เพชรบุรี ร่วมไว้อาลัยหัวหน้าชุดพิทักษ์ป่าถูกยิงดับ พร้อมเดินหน้าขยายพื้นที่ป่าชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.63 - นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจากนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. เป็นประธานการประชุม ตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า หรือ Covid-19 แก่เจ้าหน้าที่ 19 หน่วยงานในสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี โดยมีนายพิชัย วัชรวงศ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี กล่าวรายงาน โดยก่อนเริ่มการประชุม นายยุทธพล ได้เชิญเจ้าหน้าที่ทุกคนร่วมยืนไว้อาลัยให้แก่นายคาร ไชยประเสริฐ หัวหน้าชุดพิทักษ์ป่า หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยประดู่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา จ.ลพบุรี ที่ถูกนายพรานยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนอกจากการเน้นย้ำมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ประชุมได้พิจารณา ร่างระเบียบคณะกรรมการป่าชุมชนว่าด้วยระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการจัดตั้งและขยายพื้นที่ป่าชุมชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อสอดรับนโยบายขยายพื้นที่ป่าประเทศไทย จาก 32% เป็น 55% ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ หลังจากนั้น นายยุทธพลเดินทางไปตรวจเยี่ยม สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย เพื่อตรวจสอบมาตรฐานความเป็นอยู่ของสัตว์ป่าที่ตรวจยึดได้จากการลักลอบค้าสัตว์ป่า เพื่อนำมารักษาก่อนส่งคืนสู่ธรรมชาติต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพล กล่าวว่า &amp;quot;คำว่าป่าชุมชนนั้น ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า ป่าและชุมชน จะต้องเกื้อหนุนจุนเจือกันและกัน เมื่อคนรักป่า ป่าก็จะรักชุมชน การที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่างๆนั้นล้วนแล้วแต่เป็นหัวใจสำคัญในการจะดูแลแผ่นดินเหล่านี้ให้กับรุ่นลูกรุ่นหลาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมีปัญหาเรื่องคนรุกป่า ป่ารุกคนมากมายหลายคดี แต่ถ้าหากคนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้ สามารถเกื้อหนุนจุนเจือกันได้แล้ว ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าจะเป็นการสร้างสมดุลย์ทางธรรมชาติ เพื่อทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65318</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายคาร ไชยประเสริฐ, ยุทธพล อังกินันทน์, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา, เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200507/image_big_5eb3f875717b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53104</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.รณรงค์จัดการขยะทะเล SAVE เพื่อนมาเรียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานกิจกรรรณรณรงค์สร้างการเรียนรู้การจัดการขยะ สู่การพัฒนาการขับเคลื่อนตรังยั่งยืน ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม : ปฏิบัติการ SAVE เพื่อนมาเรียม &amp;quot;รณรงค์ตักขยะทะเล เขตเลเสบ้าน เพื่อตรังยั่งยืน&amp;quot; เพื่อรณรงค์สร้างความตื่นรู้ต่อสถานการณ์ทะเล แลกเปลี่ยน และเสริมสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการจัดการขยะ ร่วมกับเครือข่ายชมรมประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง ภาคธุรกิจ องค์กรพัฒนาเอกชน เครือข่ายเยาวชน และสถาบันการศึกษา โดยมุ่งหวังให้ชาวประมงพื้นบ้าน ชุมชนชายฝั่งเห็นความสำคัญ เกิดความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการจัดการขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานต้านการฟื้นฟู อนุรักษ์ ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องของขยะ ที่ได้ชูให้เป็น 1ใน 4 ด้านที่เป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยที่ผ่านมาได้มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ การทำงานกับภาคเอกชน เพื่อสร้างการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมกับการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ขยะโดยเฉพาะขยะทะเล มีความรุนแรงมากขึ้น ก็ถือเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องตระหนัก เรียนรู้และช่วยกันซึ่งการจากไปของน้องมาเรียมก็ถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญที่ทำให้สังคมไทยได้ตื่นรู้ และให้ความสนใจกับการจัดการขยะมากยิ่งขึ้น ประกอบกับการสูญเสียสัตว์จากปัญหาพลาสติกไม่ว่าจะเป็น กวาง ช้าง นก วาฬ เต่าทะเล หรือสัตว์อื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กิจกรรมในวันนี้ถือเป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือ และสร้างการรับรู้เรื่องของขยะต่อสาธารณะซึ่งจะมีส่วนช่วยให้เกิดการเรียนรู้และการจัดการตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากไม่ร่วมกันในวันนี้ อาจะมีเพื่อนของมาเรียมอีกกี่ตัวต้องจากเราไป วันนี้แม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆของการจัดการขยะทะเล แต่ถือเป็นจุดเริ่มที่สำคัญที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีในอนาคต ซึ่งจังหวัตตรังถือเป็นตัวอย่าง ของจังหวัดที่มีการจัดการขยะทั้งจังหวัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งพลาสติกและโฟม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่ควรขยายผลการเรียนรู้ให้พื้นที่อื่นด้วย ที่ปรึกษา รมว.ทส. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้าน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กิจกรรมนี้ถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการตรังยั่งยืน ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือข่ายประมงพื้นบ้าน จังหวัดตรัง หน่วยงานราชการ องค์กรพัฒนาเอกชน และภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของพี่น้องเครือข่ายที่จัดกิจกรรมรณรงค์เก็บขยะทะเล นอกจากนั้นยังมีการเสวนาทางวิชาการ การร่วมปล่อยพันธ์สัตว์น้ำ การเก็บและคัดแยกขยะจากทะเล โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 600 คน จากเครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดตรังเครือข่ายอาสาสมัคร หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และองค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อกิจกรรมนี้จะช่วยให้เกิดการเติมความรู้ ความเข้าใจ และเสริมสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการจัดการขยะที่ดีต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53104</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), ยุทธพล อังกินันทน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191223/image_big_5e00868add108.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>9 เมืองสีเขียว รับรางวัล “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนเมืองสู่ความยั่งยืน โดยกำหนดทิศทางการพัฒนาไว้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 การพัฒนาเมืองสู่ความยั่งยืน ที่ต้องคำนึงถึงการพึ่งตนเองได้ มีอัตลักษณ์ มีความภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง สร้างชุมชนน่าอยู่ สังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย และที่สำคัญ คือ การพัฒนาเมืองนั้นต้องมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่ง กระทรวงฯ ถือเป็นภารกิจสำคัญในการผลักดันนโยบายการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลักดันให้เกิดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนในทุกจังหวัดของประเทศไทย ภายใน ปี 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัด ทส. กล่าวเสริมว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบหลักการและแนวทางการขับเคลื่อนเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน โดยให้กระทรวงฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนให้มีความชัดเจน เป็นรูปธรรมมากขึ้น ด้วยการกำหนด &amp;ldquo;1 จังหวัด 1 เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน&amp;rdquo; เป็นเป้าหมายในระดับชาติ เพื่อขยายผลครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ ภายในปี 2563&amp;nbsp; ซึ่งกระทรวงฯ โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ประสานพลังความร่วมมือในการขับเคลื่อนการดำเนินงานเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งในส่วนกลาง และระดับพื้นที่ ทั้ง สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1-16&amp;nbsp; สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด 76 จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา แกนนำชุมชน&amp;nbsp; ตลอดจนพัฒนาเครื่องมือ รูปแบบการดำเนินงาน ปรับปรุงเกณฑ์ชี้วัดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ภายใต้ 4 องค์ประกอบ 34 ตัวชี้วัด ได้แก่ เมืองอยู่ดี&amp;nbsp; คนมีสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน และเมืองแห่งการเรียนรู้ และการบริหารจัดการที่ดี เพื่อให้ก้าวทันต่อสถานการณ์ทั้งในเวทีระดับอาเซียนและระดับสากล โดยเฉพาะสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากการขยายตัวของชุมชนเมือง (Urbanization) และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp; สำหรับรางวัลเชิดชูเกียรติเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับพื้นที่ ประจำปี 2562 มอบให้กับเทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำบล รวม 107 แห่ง แบ่งเป็น ระดับดีเยี่ยม 52 แห่ง ระดับดีมาก 40 แห่ง และระดับดี 15 แห่ง และรางวัลโครงการประกวดพื้นที่สีเขียวในเมือง ประจำปี พ.ศ. 2561&amp;nbsp; จำนวน 9 แห่ง แบ่งเป็น ระดับดีเยี่ยม 1 แห่ง ระดับดีมาก 4 แห่ง และระดับดี 4 แห่ง โดยมีนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษา รมว.ทส. เป็นผู้มอบรางวัล ขณะที่ รางวัลเชิดชูเกียรติเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ระดับประเทศ ประจำปี 2562 มอบให้กับเทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำบล รวม 57 แห่ง โดยมีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ให้เกียรติเป็นผู้มอบรางวัล แบ่งเป็น รางวัลชนะเลิศเทศบาลน่าอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับประเทศ&amp;nbsp; 3 แห่ง ได้แก่ เทศบาลนครลำปาง จ.ลำปาง เทศบาลเมืองลำพูน จ.ลำพูน และ เทศบาลตำบลป่าสัก&amp;nbsp; จ.ลำพูน และ รางวัลชนะเลิศเทศบาลด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืนยอดเยี่ยมระดับประเทศ 3 แห่ง ได้แก่ เทศบาลนครนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์&amp;nbsp; จ.กาฬสินธุ์ และ เทศบาลตำบลกำแพง จ.สตูล ซึ่งทั้ง 6 แห่งจะได้เข้ารับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ต่อไป อีกทั้งจะได้รับการพัฒนาเสริมศักยภาพ ต่อยอด ยกระดับให้เป็นแหล่งเรียนรู้การจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองยั่งยืนภูมิภาคอาเซียน (Environmentally Sustainable City)&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมอบรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน จำนวน 11 แห่ง รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน จำนวน 17 แห่ง รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ ๓ เทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน จำนวน 10 แห่ง รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1เทศบาลด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืน จำนวน 1 แห่ง และรางวัลชมเชยเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน จำนวน&amp;nbsp; 12 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45662</URL_LINK>
                <HASHTAG>9 เมืองสีเขียว, ยุทธพล อังกินันทน์, รมว.ทส., “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7b071ed2e40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอพ.ร.ฎ.เลือกตั้งเข้าคูหาแน่มีนาคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ยันมีเลือกตั้งแน่ในเดือนมีนาคม ไม่อาทิตย์ที่ 24 ก็ 31 แค่รอพระราชกฤษฎีกาประกาศเลือกตั้ง สอดคล้องประธาน กกต.เผย กกต.จะพิจารณากำหนดและประกาศวันเลือกตั้งเมื่อ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ทุกพรรคการเมืองโอเคอยู่ในโรดแมป แต่อนาคตใหม่ออกตัวแรง เชื่อเหตุผลติดพระราชพิธีเป็นเพียงข้ออ้างรัฐบาล &amp;nbsp;คสช. ขณะที่มวลชนต้าน คสช.นัดชุมนุม 6 ม.ค. ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ชูป้าย &amp;quot;ไม่เลื่อน&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสการเลื่อนวันเลือกตั้ง &amp;nbsp;ภายหลังที่มีการหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง &amp;nbsp;(กกต.) ที่คาดว่าจะเลื่อนจากวันที่ 24 กุมภาพันธ์ว่า &amp;nbsp;ระหว่างการประชุมพิจารณากำหนดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามผลการหารือร่วมกับ กกต. เมื่อวันที่ 3 ม.ค. โดยตนชี้แจงเนื้อหาที่พูดคุยให้ท่านทราบแล้ว ซึ่งรายละเอียดก็เหมือนกับที่แถลงไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สรุปคือ ได้ชี้แจง กกต.ว่าจะมีกิจกรรมเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทั้งก่อนและหลังวันพระราชพิธี เมื่อบอกรายละเอียดต่างๆ กับ กกต.ไปแล้ว เขาจะคิดว่ายังเหมาะสมหรือไม่ ก็แล้วแต่ กกต. แต่รัฐบาลยืนยันไปว่า หากวันเลือกตั้งเกิดก่อนวันพระราชพิธี ก็ไม่มีปัญหาในการดูแลความเรียบร้อย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงชี้แจงว่าการเลือกตั้งจะเป็นวันใดก็ตาม เมื่อรู้เรื่องวันพระราชพิธีแล้ว ก็ต้องจัดให้มีก่อนวันพระราชพิธีอยู่ดี ภายในกรอบ 150 วัน แต่หากวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ สิ่งที่รัฐบาลเป็นห่วงคือกิจกรรมทางการเมืองหลังจากนั้นที่จะเกิดขึ้น อาทิ การประกาศผลการเลือกตั้ง การดำเนินการเกี่ยวกับสมาชิกวุฒิสภา การเสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก การเลือกประธานสภาฯ การจัดตั้งรัฐบาล เมื่อ กกต.รับทราบ อยากให้ กกต.เอากิจกรรมที่ต้องดำเนินการเหล่านี้มาเทียบกับกิจกรรมในส่วนของพระราชพิธีเข้าพิจารณาด้วย ส่วน กกต.จะดำเนินการอย่างไร คงแล้วแต่เขา ซึ่งเขาบอกว่าจะขอไปคิดและตัดสินใจเอง เพราะไม่เกี่ยวกับรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ในการพูดคุย หากการเลือกตั้งเป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ แล้วเกิดปัญหา และในความเห็นส่วนตัว ตนเห็นว่าจะเกิดจริง หากเลื่อนวันเลือกตั้งเป็นวันที่ 3, 10, 17, 24, 31 เดือนมีนาคมได้หรือไม่ แต่ถึงอย่างไร การเลือกตั้งไม่ควรเกินเดือนมีนาคม และหากยกตัวอย่างสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง หากเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ กกต.คาดว่าจะประกาศผลวันที่ 24 เมษายน ตามกรอบ 60 วัน แต่ระหว่างวันที่ 24 เมษายน เป็นต้นมา จะมีพระราชพิธีต่างๆ ขึ้นแล้ว แต่ถ้าขยับออกไป ก็ต้องดูว่ากรอบการประกาศผล 60 วัน จะตรงกับวันไหน ถ้าเป็นวันที่ 3 มีนาคม ก็จะตรงกับวันที่ 3 พฤษภาคม ซึ่งก็อยู่ในช่วงของพระราชพิธี แต่ถ้าขยับออกไปก็ควรให้พ้นออกไปเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเลือกวันที่ 10 มีนาคม ก็จะประกาศผลวันที่ 10 พฤษภาคม ก็เริ่มพ้นออกไปแล้ว แต่ถ้าขยับไปเป็นวันที่ 24 หรือ 31 มีนาคม ก็จะประกาศผลวันที่ 22 หรือ 31 พฤษภาคม ก็จะพ้นงานพระราชพิธีทั้งหมด ทั้งในส่วนของรัฐบาลและประชาชน ต่อจากนั้นจะเดินหน้าทำอะไรต่อก็ทำ ดังนั้นจะขยับวันเลือกตั้งออกไปอย่างไร ก็ขออย่าให้ยาวเกินไปจนอธิบายเหตุผลไม่ได้ ฉะนั้นการเลือกตั้งจึงไม่ควรจะเกินเดือนมีนาคม
รอพระราชกฤษฎีกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการปรับโรดแมปเลือกตั้งแล้ว การประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ต้องขยับออกด้วยใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เมื่อรัฐบาลยังไม่ประกาศก็จบ เพราะการประกาศพระราชกฤษฎีกานั้นมีความหมาย เพราะเป็นวันเริ่มหาเสียงครั้งแรก ค่าใช้จ่ายของผู้สมัครและพรรคก็เริ่มนับในวันนั้น จึงต้องเข้าใจว่าต้องให้เวลาเขาหาเสียงอย่างเพียงพอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยกตัวอย่าง หากประกาศ พ.ร.ฎ. วันที่ 2 มกราคม ซึ่งเลยมาแล้ว แล้วการเลือกตั้งเกิดขึ้นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ จะมีเวลาหาเสียง 52 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กำลังดี แต่หากประกาศวันนี้ไม่ได้ ซึ่งเป็นวันไหนตนไม่รู้ แต่ต้องให้เวลาหาเสียงไม่น้อยกว่า 52 วัน เพราะหากขยับออกไปจนเหลือเวลาหาเสียงน้อยก็จะเป็นปัญหา อย่างไรก็ตาม กกต.ไม่จำเป็นต้องแจ้งมายังรัฐบาลแล้ว ว่าจะจัดการเลือกตั้งเมื่อใด แต่ในทางปฏิบัติก็ต้องมีการประสานกันเป็นการภายใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุเปิดเผยว่า หลังมีประกาศสำนักพระราชวังเรื่องทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 4-6 พฤษภาคมนี้นั้น &amp;nbsp; รัฐบาลได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นประธานคณะกรรมการการจัดพระราชพิธีฯ เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์จะประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินทางเข้าพบนายวิษณุ โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเลขาธิการ กกต.เปิดเผยว่า ประธาน กกต. ได้มอบหมายให้นำกระเช้าอวยพรปีใหม่มามอบให้กับนายวิษณุ ไม่ได้มารายงานเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้ง ซึ่งในเรื่องของวันเลือกตั้ง ทางคณะกรรมการ กกต.ได้พูดคุยกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยประธาน กกต.จะแถลงด้วยตัวเอง ซึ่งกรอบเวลาในการเลือกตั้งจะบอกได้ชัดเจนเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งลงมา กกต.จึงจะสามารถกำหนดวันเลือกตั้งได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า หากต้องเลื่อนวันเลือกตั้งก็จะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการพิมพ์บัตรลงคะแนน รวมถึงการเลือกตั้งล่วงหน้าในต่างประเทศ ก็จะเป็นไปตามระยะเวลาที่ได้วางไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.​ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ กกต. ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลในส่วนของการเตรียมการพระราชพิธี บรมราชาภิเษกและกิจกรรมอื่นอันเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตามที่นายวิษณุได้แจ้งให้ทราบในการหารือ เมื่อวันที่ 3 ม.ค. โดยคณะกรรมการ กกต.และสำนักงานยืนยันความพร้อมอย่างเต็มที่ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมการ กกต.จะพิจารณากำหนดและประกาศวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot;ร้องโอ๊ย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ยังไม่รู้ เป็นเรื่องของนายวิษณุ ไปคุยกับ กกต.ที่ต้องพิจารณาอีกที จะเลื่อนหรือไม่เลื่อนก็แล้วแต่ ก็ดูที่ความเหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ไม่ว่าจะเลื่อนไปกี่วันกี่เดือนก็กระทบต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่ดี เพราะอาจถูกมองว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง พล.อ.ประวิตร ร้อง &amp;quot;โอ๊ย&amp;quot; ก่อนกล่าวว่า คสช.ไม่เกี่ยวเลย เป็นเรื่องของงานพระราชพิธี แล้วงานพระราชพิธีไม่สำคัญเหรอ เมื่อถามต่อว่า คนอาจจะมองได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คุณมองอยู่คนเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวิษณุย้ำว่าการเลือกตั้งมีก่อนพระราชพิธีแน่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ต้องก่อน เพราะจะได้ไม่ทับช่วงเวลากัน และหลังจากงานพระราชพิธีฯ จะมีอะไรอีกก็ไม่รู้ เมื่อถามว่าเลือกตั้งช่วงเดือน มี.ค.ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้จริงๆ เป็นเรื่องของ กกต.ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเขา ขนาดไม่ยุ่งสื่อยังว่า คสช.ไปยุ่งกับการเลือกตั้งเลย ไม่เกี่ยวเป็นเรื่องของ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการเลื่อนเลือกตั้งที่ส่งผลกระทบต่อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ว่า กระแสข่าวก็เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แต่ก็ยังมีอีกหลายปัจจัยประกอบ ซึ่งก็ไม่เป็นไร เมื่อมีขึ้นก็มีลง เพราะผ่านมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว จึงไม่ต้องกังวล รัฐบาลดูแลอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่ทุกคนต้องการคือการมีพระราชพิธีที่สมพระเกียรติ และมีบรรยากาศที่ดี ราบรื่น และบรรยากาศในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม ต้องจบเรื่องการเลือกตั้งไปแล้ว เพื่อไม่ให้มีประเด็นเรื่องการหาเสียง หรือป้ายหาเสียงติดเต็มถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อใด ต้องรอให้พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งประกาศบังคับใช้ก่อน เมื่อบังคับใช้แล้วก็จะกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 60 วัน ซึ่งตัวเองไม่สามารถตอบได้ว่าสิ่งที่นายวิษณุพูดว่าอยากให้เป็นวันนั้นวันนี้ เป็นความเห็นของรัฐบาลหรือของนายวิษณุ แต่มันต้องเป็นไปตามกฎหมาย แต่ถ้าสมมติว่ามีพระราชกฤษฎีกาบังคับใช้สัปดาห์นี้ ก็ต้องเลือกใน 60 วัน ไม่สามารถไปเลือกตามวันที่นายวิษณุพูดก็ได้ &amp;nbsp; ซึ่งตรงนี้เป็นขั้นตอนที่อยู่ในระหว่างที่มีพระบรมราชวินิจฉัย ทุกคนก็ควรจะรอพระราชกฤษฎีกาก่อน และจากนั้น กกต.ต้องพิจารณาว่าจะกำหนดวันเลือกตั้งอย่างไร
กังวลกระบวนการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ที่มีการคาดคะเนว่าวันเลือกตั้งอาจจะเป็นวันที่ 10 มีนาคม หรือ 24 มีนาคมนั้น สิ่งที่นายวิษณุให้ความเห็นเป็นความกังวลกระบวนการหลังการเลือกตั้ง ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่กระบวนการหลังการเลือกตั้ง กกต.ต้องพิจารณา สมมติว่าถ้าเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์เหมือนเดิม คาดว่าจะสามารถรับรอง ส.ส.ได้ภายในกี่วัน เมื่อรับรองเสร็จต้องเรียกประชุมสภาภายใน 15 วัน หลังจากนั้นสภาจะนัดเลือกนายกรัฐมนตรี หรือจะตั้งรัฐบาล ก็สามารถดูได้ว่าจะใช้เวลาภายในกี่วัน ซึ่งมีหลายทางเลือก และจังหวะเวลาที่เลือกต่างกันแค่ 15 วัน เพราะถ้าพระราชกฤษฎีกาลงมาวันไหน จะไปเลือกภายใน 45 วันก็ไม่ได้ ต้องพ้น 45 วันไปก่อน แล้วก็ต้องไม่เกิน 60 วัน ขณะนี้จึงต้องรอพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ทูลเกล้าฯ ถวายพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งไปแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคม 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการจัดสรรตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคว่า ในรอบที่แล้วอนุมัติไป 340 เขต ก็จะเหลือประมาณ 10 เขตเลือกตั้ง คาดว่าจะเสร็จภายในวันที่ 6 มกราคมนี้ จากนั้นก็จะดูเรื่องบัญชีรายชื่อ 150 คน เพราะเดิมมีอยู่แล้ว 128 คน ส่วนการจัดโปรแกรมปราศรัยหาเสียง ต้องรอดูจังหวะเวลาที่เหมาะสม ขณะเดียวกันก็กำลังรอระเบียบเรื่องการจัดทำป้ายและติดป้ายหาเสียง เพราะยังไม่ประกาศราชกิจจานุเบกษา แต่ค่าใช้จ่าย 35 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการทำรณรงค์ทั่วประเทศมีข้อจำกัดมาก เพราะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของโซเชียลฯ และต้องนำงบประมาณส่วนนั้นมารวมกับการทำป้ายด้วย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่พรรคกังวลอยู่ เพราะเดิมที่มีการประชุมพรรคการเมืองตกลงกันอยู่ที่ 70 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวเลื่อนการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทย เพราะเรามีความพร้อม ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้าลงก็ไม่มีปัญหา เพราะลงพื้นที่ทำงานมาต่อเนื่อง รวมทั้งมีการเตรียมความพร้อมเรื่องพื้นที่ นโยบาย รวมถึงยุทธศาสตร์ของพรรคที่มีการเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เราก็พร้อม ตอนนี้ก็ขอทำงานไปเรื่อยๆ ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนโยบายของพรรคยังไม่รีบเปิดมากนัก เพราะเรามองเห็นว่าทุกพรรคก็ออกนโยบายลดแลกแจกแถม แต่ในส่วนของพรรค อยากให้ประชาชนยืนด้วยขาของตนเองได้อย่างยั่งยืนและถาวร และทุกนโยบายที่ทำต่อเนื่องมา 17 ปี ก็จะเป็นนโยบายที่ทำให้คนมีงานและมีอาชีพ สร้างโอกาสให้คน ซึ่งหลังประกาศ พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งนโยบายของพรรคจะมีความชัดเจนแน่นอน เพราะตอนนี้พรรคมีนโยบายไว้หมดแล้ว โดยได้วางช่วงในการทำแคมเปญ ซึ่งเราก็ต้องดูว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ หลังจากนั้นเราก็จะเปิดนโยบายต่อไปในระยะเวลาที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อไทยรับได้เลือกมีนาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากการเลือกตั้งเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 24 มี.ค. มีความเหมาะสมหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า รอฟังอยู่ หากมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่เราก็มีความพร้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้การเลือกตั้งจะเลื่อนออกไปเป็นวันไหนก็ตาม คงจะอยู่ในกรอบ 150 วันตามรัฐธรรมนูญกำหนด พรรคเพื่อไทยเรามีความพร้อม มีนโยบายที่จับต้องได้ เพื่อสร้างโอกาสดี สร้างความอยู่ดีกินดีให้กับประชาชน ซึ่งจะครอบคลุมในทุกด้าน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม โดยพรรคเพื่อไทยทำงานเป็นทีมอย่างมืออาชีพ มีคุณหญิงสุดารัตน์ทำงานร่วมกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง, นายปลอดประสพ สุรัสวดี, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รวมทั้งนักบริหารมืออาชีพของพรรคเพื่อไทยอีกหลายคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่า สิ่งที่น่ากังวลมากอีกเรื่องหนึ่งไม่น้อยกว่าการเลื่อนการเลือกตั้ง คือการดำรงอยู่ของรัฐบาล คสช. และมาตรา 44 เพราะในรัฐธรรมนูญมาตรา 264 กำหนดว่า คณะรัฐมนตรีและ คสช.จะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ นั่นหมายความว่า นายกรัฐมนตรีและ 4 รัฐมนตรีที่ยังไม่ยอมลาออก ทั้งๆ ที่มีตำแหน่งต่างๆ ในพรรคพลังประชารัฐก็ยังคงยืดเวลาอยู่ต่อไปจนถึงวินาทีสุดท้าย ซึ่งอาจจะมีการใช้ทรัพยากรของรัฐในการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองบางพรรคเหมือนกับที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ เช่น เรื่องการทำบัตรสวัสดิการคนจน ได้กลายเป็นความขัดแย้งระหว่างสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยและปลัด อบต.แห่งหนึ่ง เนื่องจากได้มีการตำหนิว่าผู้ใหญ่บ้านมีส่วนทำบัตรให้กับคนที่ไม่ได้มีฐานะยากจนจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์กล่าวด้วยว่า ระหว่างการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังสามารถใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ได้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งจะลงตัว จึงไม่แน่ใจว่าจะมีการใช้อำนาจของมาตรา 44 ในเรื่องอื่นๆ เหมือนกับที่ได้ใช้ในการแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ถูกสังคมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองบางพรรคอีกหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขณะนี้ทางพรรคมีความพร้อมเต็มที่สำหรับการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของนโยบายของพรรคที่จะเปิดในวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคมนี้ โดยจะตอบโจทย์และสร้างความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนได้ รวมถึงการนำนโยบายที่ดีๆ ของรัฐบาลมาพัฒนาต่อยอดด้วย ส่วนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคก็พร้อมแล้วเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ รอแค่กระบวนการตามกฎหมายและระเบียบของพรรคเท่านั้น
เชื่อยังเดินตามโรดแมป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า ผู้สมัครของพรรคเป็นคนที่ทำงานใกล้ชิดพี่น้องประชาชนมากที่สุด ประกอบไปด้วย อดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส. อดีตนักการเมืองท้องถิ่น นักธุรกิจ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ในการเลือกตั้งครั้งนี้เชื่อว่าเมื่อนโยบายดี ผู้สมัครก็เก่งในการทำงานให้ชาวบ้าน และมีวิสัยทัศน์ เชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะให้ความไว้วางใจพรรคพลังประชารัฐอย่างแน่นอน ส่วนการเลือกตั้งจะเลื่อนหรือไม่นั้น ไม่ขอก้าวล่วง เพราะเป็นอำนาจของ กกต. แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ทางพรรคก็พร้อมสำหรับการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายยุทธพล อังกินันทน์ รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และหัวหน้าโฆษก ชทพ. กล่าวว่า วันนี้ทุกฝ่ายรับรู้แล้วว่าการเลือกตั้งตามกำหนดเดิม 24 กุมภาพันธ์ มีเหตุผลต้องเลื่อนออกไปอย่างแน่นอนแล้ว แต่จะเป็นเมื่อไหร่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนจากทั้งรัฐบาลและ กกต.ออกมา จึงอยากเรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายเร่งปรึกษาหารือกันให้ได้ข้อสรุป แล้วออกมาพูดให้ชัดเจนว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเชื่อว่า ทุกพรรคการเมืองคงคิดเหมือนกับชทพ. ว่าถ้ายังอยู่ในโรดแมป จะเป็นวันไหนทุกพรรคจะรับได้ แต่ถ้ายิ่งเร็วก็จะยิ่งดี เพราะจะส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของประเทศในด้านต่างๆ ด้วย ขณะที่ในมุมของพรรคการเมือง เมื่อเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง วันเลือกตั้งจะต้องมีความชัดเจน เพราะจะได้วางปฏิทินในการทำกิจกรรมของพรรคได้ถูกต้อง อย่างแผนเดิมชทพ.ได้กำหนดปฐมนิเทศ ว่าที่ผู้สมัครแล้ว แต่เมื่อเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์เลื่อน แผนงานต่างๆ ก็ต้องเลื่อนออกไปด้วย เพราะทุกๆ กิจกรรมถือเป็นค่าใช้จ่าย หากทำก่อนที่ พ.ร.ฎ.ให้มีเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศก็คงไม่เหมาะสม เช่นเดียวกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. แต่ละคนที่จะถูกข้อห้ามปฏิบัติตามกฎหมายไว้อย่างมากมาย ในการทำกิจกรรมในพื้นที่ งานประเพณีต่างๆ ก็ไปร่วมไม่ได้ การมีวันเลือกตั้งที่ชัดเจนจะได้เตรียมพร้อมปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องก่อนจะมี พ.ร.ฎ.ออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่น่าสังเกตหลายพรรคการเมืองมีความเข้าใจถึงสาเหตุหากมีการเลื่อนการเลือกตั้ง แต่พรรคขนาดเล็กเช่นพรรคอนาคตใหม่กลับมีท่าทีที่รุนแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ลงในทวิตเตอร์ว่า &amp;quot;เลื่อนเลือกตั้งจาก 24 ก.พ. เหตุผลว่าติดพระราชพิธี เป็นเพียงข้ออ้างรัฐบาลคสช. หากจะทำจริงๆ กกต.สามารถเร่งให้ผลเลือกตั้งออกเร็วขึ้น ไม่ต้องใช้เวลาพิจารณาถึง 60 วันตามกรอบกฎหมาย พรรคอนาคตใหม่พร้อมเลือกตั้ง 24 ก.พ. ไม่เห็นด้วยอย่างถึงที่สุดในการเลื่อนการส่งมอบอำนาจกลับคืนสู่มือประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การที่นายวิษณุยกแม่น้ำทั้งห้าขึ้นมาเพื่อเลื่อนวันเลือกตั้งนั้น ฟังดูแล้วเหมือนเป็นการทำให้การเลือกตั้งดูเป็นเรื่องสกปรก หรือเป็นเรื่องความวุ่นวาย มิควรให้ตรงกับวันที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธี แต่ในสังคมโลกทุกวันนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องสง่างาม และรัฐประหารกับรัฐบาลจากรัฐประหารต่างหากที่เป็นเรื่องผิดปกติ เป็นสิ่งสกปรก เป็นเรื่องน่ารังเกียจ ดังนั้นการเลือกตั้งและกระบวนการหลังจากนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกแยกที่ต้องถูกเลื่อนออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นอกจาก 2 แกนนำพรรคอนาคตใหม่ออกมาแสดงท่าทีแล้ว ยังพบว่าแกนนำพรรคและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หลายคนของพรรค อาทิ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค, นายรังสิมันต์ โรม ผู้ช่วยเลขาธิการพรรค, &amp;nbsp;พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ, น.ส.นพมาศ การุญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 กทม. ต่างโพสต์ภาพตัวเองที่มีคำว่า &amp;ldquo;อย่าเลื่อนเลือกตั้ง&amp;rdquo; คาดทับอยู่ที่ปาก พร้อมทั้งรณรงค์เชิญชวนร่วมติดแฮชแท็ก #อย่าเลื่อนเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับบรรดานักกิจกรรมทางการเมือง และพรรคการเมืองต่างก็ใช้โซเชียลมีเดียนัดหมายทำกิจกรรมแสดงออกคัดค้านการเลื่อนเลือกตั้งรอบล่าสุดของ คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ นายอานนท์ นำภา ทนายความนักสิทธิมนุษยชน นัดหมายวันที่ 6 ม.ค. เวลา 16.00 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทำกิจกรรมยืนเฉยๆ ชูป้าย &amp;quot;ไม่เลื่อน&amp;quot; ขณะที่พรรคการเมืองอย่างพรรคสามัญชน ก็มีบุคคลภายในพรรคโพสต์ข้อความนัดเดินจาก จ.ขอนแก่นเข้าสู่ กทม. เพื่อคัดค้านการเลื่อนเลือกตั้งตามที่เคยได้ประกาศไว้ ส่วนพรรคอนาคตใหม่ก็โหมรณรงค์ติด #อย่าเลื่อนเลือกตั้ง ด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเอกชัย หงส์กังวาน กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการ กกต. เพื่อนำเสนอข้อดีของการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 24 ก.พ.2562 ว่า &amp;nbsp; หลังการเข้ารับตำแหน่งประธาน กกต.ของนายอิทธิพร บุญประคอง ได้มีการยืนยันมาโดยตลอดว่าจะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. จนกระทั่งล่าสุดมีกระแสเลื่อนการเลือกตั้ง โดยอ้างอิงเรื่องการทับซ้อนกับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน กกต.ควรยืนยันที่จะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.แล้ว รับรองผลการเลือกตั้งให้มี ส.ส.อย่างน้อย 475 คน ให้ได้ภายใน 30 วัน ก็จะทำให้มีรัฐบาลใหม่ก่อนงานพระราชพิธีฯ ซึ่งจะทำให้แขกจากต่างประเทศมาร่วมงานได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ และจะสง่างามมากกว่า เพราะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากเผด็จการทหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25786</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ยุทธพล อังกินันทน์, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, วิษณุ เครืองาม, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2f78c17360b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2026 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2018 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชทพ.&#039;จี้&#039;กกต.&#039;แจงวันเลือกตั้งให้ชัดอย่าทำปท.ขายหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.61-นายยุทธพล อังกินันทน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา​ และหัวหน้าคณะโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก 30 วันเนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งไม่ทันว่า ความจริงกกต.มีเวลาเตรียมการมาระยะหนึ่งแล้ว อีกทั้งปัจจุบันนี้เทคโนโลยีในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต ไม่ว่าจะรูปแบบใด หรือแม้แต่การที่แต่ละเขตไม่เหมือนกันก็จริงแต่ปัจจุบันเป็นยุคที่ทันสมัยสามารถพิมพ์ได้รวดเร็ว ดังนั้นจึงไม่ทราบว่ากกต


respin88. ติดปัญหาเรื่องอื่นหรือไม่ พวกเราเป็นผู้ที่พร้อมลงเล่นตามกติกาอยู่แล้ว ดังนั้นผู้ที่กำหนดและบริหารจัดการควรจะออกมาบอกให้ชัดเจน เปรียบเสมือนการแข่งขันกีฬายังมีการกำหนดวันการแข่งขันที่ชัดเจนไม่ว่าจะวันคัดเลือกหรือวันที่มีการแข่งขันตัดสิน นักกีฬาก็จะได้ซ้อมให้ถูกต้องว่าเราซ้อมเพื่อไปแข่งวันไหน แต่เวลานี้ความชัดเจนยังไม่มี นักการเมืองก็เหมือนกันเราพร้อมที่จะลงสู่การเลือกตั้ง แต่ถ้าวันเวลายังไม่ชัดเจนบางทีพวกเราก็ซ้อมกันไปเก้อเหมือนกัน ดังนั้นจึงขอฝากผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกกต. ซึ่งจะต้องรับหน้าที่สำคัญยิ่งของประเทศ&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อีกทั้งตอนนี้ต่างประเทศก็จับตาดูบ้านเราอยู่ แล้วประชาชนคนไทยเองก็เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะมีการเลือกตั้งเพื่อให้ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชนผมจึงขอฝาก กกต.ว่า ควรกำหนดความชัดเจนออกมา ส่วนกรณีที่มีบางฝ่ายเสนอให้มีการใช้ม.44ช่วยแก้ปัญหานี้นั้น หากจะเป็นการแก้ไข เพื่อให้ได้ทางออกที่ดี ก็ขอให้ทุกฝ่ายพิจารณากันให้ดีเสียก่อน แต่ตอนนี้กกต. ต้องรีบเร่งสร้างความชัดเจน เพราะตอนนี้ทุกประเทศเขาก็รู้กันหมดอยู่แล้วว่าบ้านเราจะมีการเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 อย่าทำให้ประเทศไทยขายขี้หน้าอีกเลย&amp;quot;&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25488</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., การเลือกตั้ง, พรรคชาติไทยพัฒนา, ยุทธพล อังกินันทน์, วันเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181231/image_big_5c29c5ea5143d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 00:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต่อสายปชป.หนุนบิ๊กตู่ ป้อมเสนอกระทรวงเกรดเอแลกเก้าอี้นายก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พท.-ปชป.&amp;rdquo; ไม่แปลกใจ พปชร.ชงชื่อ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เป็นแคนดิเดตชิงนายกฯ เบอร์ 1 แซะถามสปิริตเรื่องไขก๊อก นายกฯ ย้ำประชุม 7 ธ.ค.ไม่มีตอบคำถาม ยิงตรงพรรคเมินร่วมเพราะไม่อยากเลือกตั้งใช่ไหม &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; โชว์กึ๋นผู้นำปลุก 17 ปีสู้เคียงข้างประชาชน &amp;ldquo;เหลิม&amp;rdquo; มาแรงปูดมีอีแอบซุกหลัง 4 รัฐมนตรี แขวะตั้ง &amp;ldquo;สมศักดิ์-สุริยะ&amp;rdquo; ส่งสัญญาณแพ้แน่ หึ่ง! บิ๊กป้อมผวาลุงตู่แห้วเก้าอี้ ต่อสายคนใกล้ชิดมาร์คใช้กระทรวงเกรดเอแลกยกมือสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ยังคงมีความต่อเนื่องกรณีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ระบุว่าจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นบัญชีรายชื่อนายกฯ &amp;nbsp;ลำดับที่ 1 ของพรรค โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พปชร.ชัดเจนมานานแล้ว เพียงแต่ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่พูดออกมาเท่านั้น ถือเป็นสิทธิ เมื่อรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนมาเพื่อพวกเรา ก็ต้องทำตามกระบวนการไป&amp;nbsp;
&amp;ldquo;วันนี้ต้องไม่พูดเรื่องข้อกฎหมายแล้ว เรื่องนี้ขึ้นอยู่ที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์เอง หากจะอาสาเป็นผู้นำทางการเมือง และต้องการให้สง่างามในสายตาของนานาชาติและประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ต้องเป็นแบบอย่างของนักการเมืองที่คำนึงถึงวัฒนธรรมการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ต้องเคารพในจริยธรรมที่ควรมี &amp;nbsp;เรื่องนี้ไม่ต้องให้ใครบอก ต้องคำนึงถึงจิตสำนึก ไม่ต้องให้ใครมาเรียกร้อง หรือรักษามารยาท และควรแสดงสปิริตอย่างที่คนอื่นเขาทำกัน&amp;rdquo; นายภูมิธรรมกล่าวตอบคำถามที่ว่าเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ได้รับการเสนอชื่อแล้วยังเหมาะที่จะอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ต่อไปหรือไม่
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมปราศรัยหาเสียงพรรคเพื่อไทย กล่าวเรื่องนี้ว่า คนที่จะชูขึ้นมาได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไปหรือไม่ วันนี้คนเห็นฝีมือแล้ว เหมือนลิเกดูไปสามรอบ จะให้เล่นรอบที่สี่คนคงรู้แล้ว ไม่มีอะไรตื่นเต้น พล.อ.ประยุทธ์ถ้าจะมาเล่นการเมืองไม่ผิด แต่ประชาชนก็ได้เลือกแล้ว ตัดสินใจแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ถ้าเป็นจริงก็ไม่ได้นอกเหนือความคาดหมาย และคงอยู่ที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ว่าจะเปิดเผยเมื่อไหร่ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามข่าว &amp;nbsp;ส่วนจะต้องลาออกจากตำแหน่งนายกฯ หรือไม่ต้องไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ ตอบแทนไม่ได้ แต่สิ่งที่เคยย้ำคือสังคมต้องการเห็นการเลือกตั้งที่มีความยุติธรรม&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งใดก็ต้องมีทั้งพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลและพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลแข่งขัน แต่หลักการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมต้องมีอยู่ นั่นคือพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลที่ลงมาแข่งขัน ต้องไม่ใช้อำนาจรัฐเพื่อประโยชน์การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง&amp;rdquo; นายจุรินทร์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพล อังกินันทน์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิของแต่ละพรรค ส่วนของ ชทพ.เองยังไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่คิดว่าคนที่เหมาะสมและมีความรู้ความสามารถที่จะเป็นนายกฯ ได้คือหัวหน้าพรรคเอง แม้ว่าจะเป็นผู้หญิงก็มีความรู้ความสามารถที่ไม่ด้อยไปกว่าใคร และยังเป็นลูกมังกรคือเป็นบุตรสาวของนายกฯ คนที่ 21 ของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ พิมพ์กลาง หัวหน้าพรรคเพื่อนไทย กล่าวว่า ไม่ได้เหนือความคาดหมายเพราะ พล.อ.ประยุทธ์บอกมาก่อนหน้าว่าสนใจการเมือง ซึ่งเมื่อสนใจจริงๆ ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์มาสมัครเป็นสมาชิก &amp;nbsp;พปชร.ไปเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรค พปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ยืนยันว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ แต่ไม่มีทหารหรือใครมาเป็น ส.ส.จะไปสืบทอดอำนาจได้อย่างไร เพราะแต่ละเขตเลือกตั้งไม่มีทหารเลย ซึ่งไม่ได้ปฏิเสธว่าใครจะมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพราะเป็นเรื่องที่กรรมการบริหารพรรคจะพิจารณา และวันนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการชู พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ จะเป็นจุดดีหรือด้อยต่อพรรค นายสมศักดิ์ยอมรับว่าเป็นทั้งสองอย่าง คือจะมีคนช่วยหาเสียงให้ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เรื่องคะแนนเสียงของสมาชิกอาจมีปัญหาบ้าง แต่เชื่อว่าไม่ยุ่งยาก ถ้ามีคราบไคลของทหารเข้ามาก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกวิจารณ์ แต่ถ้ามี พล.อ.ประยุทธ์คนเดียว ถามว่าจะไปสืบทอดอำนาจอย่างไร &amp;nbsp;
7 ธ.ค.ไม่มีตอบคำถาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุมแม่น้ำ 5 สายกับพรรคการเมืองในวันศุกร์ที่ 7 ธ.ค.นั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในระหว่างลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิว่า ไม่มีการตอบอะไรทั้งสิ้น เป็นการเข้าไปรับฟังเฉยๆ ส่วนที่บางพรรคการเมืองประกาศไม่เข้าร่วมนั้น ถ้าเขาไม่มาก็ช่างเขาสิ ไม่มาแปลว่าจะอยากเลือกตั้งหรืออย่างไร แสดงว่าไม่อยากเลือกตั้งนี่นา ถ้าอย่างนี้มันก็ไม่เคารพกติกา มันจะอยู่กันได้มั้ยเล่า จะมาเป็นรัฐบาลได้ยังไง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.กล่าวว่า ในวันที่ 7 ธ.ค. เวลา 13.00-15.00 น. คสช.จะชี้แจงแผนและขั้นตอนการดำเนินการทางการเมืองเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไป โดยมี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานและมีแม่น้ำ 5 สายเข้าร่วม โดยได้เชิญผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 280 คน ประกอบด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้แทนพรรคการเมืองพรรคละ 2 คน ซึ่งการประชุมครั้งนี้ทุกส่วนจะได้ทราบแผนและขั้นตอนการดำเนินการทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไปที่รัฐบาลได้เตรียมการไว้ รวมถึงความพร้อมในการเตรียมการเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังดำเนินการอยู่ &amp;nbsp;ขณะเดียวกันจะเป็นโอกาสอันดีที่ผู้แทนพรรคการเมืองจะได้เสนอปัญหา ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพื่อร่วมกันลดอุปสรรคและเดินหน้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปด้วยความเรียบร้อยตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 บัญญัติไว้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
มีรายงานข่าวจาก พปชร.แจ้งว่า ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ พปชร.จะส่งตัวแทนระดับหัวหน้าและเลขาธิการเข้าร่วมเพื่อรับฟังรายละเอียดต่างๆ แต่จะไม่มีเงื่อนไขใดๆ ในการหารือครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพลกล่าวว่า พรรค ชทพ.รอจะพูดคุยกันในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในวันนั้นจะมีความชัดเจนเรื่องการปลดล็อกทางการเมือง เพื่อให้แต่ละพรรคไปเตรียมตัวทำกิจกรรมทางการเมืองได้อย่างสะดวกใจ จะได้ไม่ต้องมาบอกว่าทำอะไรแล้วผิดหรือไม่ผิดอย่างไร เพราะบ้านเมืองเรารอวันนี้มานานแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวว่า พรรคยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปร่วมประชุมหรือไม่ โดยเมื่อใกล้วันกรรมการบริหารพรรคคงมีการประชุมกัน โดยพรรคมีจุดยืนประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ แต่ในฐานะที่เราเป็นพรรคเกาะกลาง เราต้องพยายามปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองเป็นหลักด้วย โดยขอยืนยันว่าจะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระกล่าวว่า พรรคเพื่อนไทยยังไม่ได้รับหนังสือเชิญ แต่ถ้าเชิญมาคงไม่ไปอยู่ดี ปล่อยให้ คสช.และ กกต.หารือกันไป จะเอาอย่างไรก็บอกมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยืนยันเช่นกันว่า พรรคจะไม่ไปร่วมเพราะพูดคุยกับเผด็จการไม่รู้เรื่อง ซึ่ง พล.อ.ประวิตรท้าคนอื่นชก ตนเองก็อยากท้าไอ้พวกเผด็จการมาชกด้วย &amp;nbsp; ยืนยันว่าไม่ไป พวกมันโกงตลอดจะไปทำไม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณภัคธร ชัยสงคราม หัวหน้าพรรคพลังไทสร้างชาติ กล่าวว่า พรรคจะเข้าร่วมเพื่อเข้าไปรับฟังความคิดเห็น ว่ารัฐบาลจะมีข้อเสนอแนะหรือแนวทางให้พรรคการเมืองได้ปฏิบัติอย่างไร และอยากให้มีการปลดล็อก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันมีความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองอย่างคึกคัก โดยที่พรรคเพื่อไทยได้ประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมจัดตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัด และวิธีการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง กล่าวตอนหนึ่งว่า 17 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทยเราเจอวิกฤติการเมืองอย่างหนัก รัฐประหาร 2 ครั้ง ยุบพรรค 2 พรรค สมาชิกถูกตัดสิทธิ์การเมืองกว่า 150 ชีวิต แต่คนทำงานพรรคเพื่อไทยยังยืนอยู่อย่างแข็งแกร่ง สามารถชนะการเลือกตั้งถึง 6 &amp;nbsp;ครั้ง แม้ 2 ครั้งจะถูกตัดสินให้เป็นโมฆะ เพราะเราไม่เคยทรยศต่อความหวังประชาชน ยืนเคียงข้างประชาชนเสมอมา ซึ่งพรรคทำงานอย่างหนักเพื่อให้ทุกข์ประชาชนถูกแก้ไข ถือว่าทุกข์ของคนไทยคือทุกข์ของพรรค 17 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีพรรคการเมืองใดที่ทำการบ้านหนักเท่ากับพวกตน และไม่เคยมีพรรคการเมืองใดแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ตรงจุดเท่าพวกตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพื่อไทยจะทุ่มเทสุดกำลัง สุดสติปัญญา สุดความสามารถ เพื่อหยุดวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศทุกระดับชั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนเลือกข้างแล้วว่าจะไม่ทนอยู่กับความสิ้นหวังอีกต่อไป วันนี้พรรคเพื่อไทยจึงพร้อมเดินหน้าจับมือกับประชาชน เพื่อนำความหวังและสร้างอนาคตของประเทศไทยร่วมกัน ซึ่งตราบใดที่เพื่อไทยและประชาชนจับมือกันจะมีชัยชนะเหนืออุปสรรคทั้งมวล&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว&amp;nbsp;
ซัดมีอีแอบอยู่หลัง 4 รมต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในตอนท้ายพิธีกรบนเวทีได้ชวนให้คณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้อาวุโสในพรรคร่วมถ่ายภาพพร้อมตะโกนว่า เพื่อไทยสู้ๆ โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ &amp;nbsp;สมาชิกพรรคผายมือเชิญ ร.ต.อ.เฉลิมที่ยืนอยู่ด้านข้างให้เขยิบมายืนตรงกลางหลายครั้งเพื่อให้ใกล้กับคุณหญิงสุดารัตน์มากที่สุด แต่ ร.ต.อ.เฉลิมระบุอย่างอารมณ์ดีว่า ไม่เป็นไรๆ ยืนตรงนี้ได้ จากนั้น ร.ต.อ.เฉลิมได้เขยิบเดินจากแกนนำคนอื่นมาเพียง 1-2 คนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมปราศรัยหาเสียง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองวันนี้ยังสับสนวุ่นวาย เพราะมี 4 รัฐมนตรีไปตั้งพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังมีอีกคนที่เป็นอีแอบใช้ 4 &amp;nbsp;รัฐมนตรีออกหน้า ทำไม 4 รัฐมนตรีไม่ลาออก ไม่รู้สึกละอายบ้างหรือ แต่ตอบแทนได้เลยว่าคงไม่ละอาย &amp;nbsp;เพราะถ้าละอายคงลาออกแล้ว คนที่สมัครเข้า พปชร.เข้าใจผิดว่าจะได้เป็นรัฐบาลทั้งที่อาศัยใบบุญปฏิวัติรัฐประหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องขอบคุณพรรคพลังประชารัฐที่ตั้งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พอเอ่ยชื่อ 2 คนนี้ทางการเมือง รู้เลยว่าพรรคพลังประชารัฐแพ้แล้ว อยู่ในสภาเคยอภิปรายอะไรบ้าง ถ้าพรรคเพื่อไทยป้องกันการโกงกับคนที่ตั้งท่าจะโกงได้ พรรคเพื่อไทยชนะขาด&amp;rdquo; ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวและว่า อดีต ส.ส.เพื่อไทยย้ายไป พปชร.คงไปแต่ตัว แต่คะแนนไม่ได้ตามไปด้วย จะได้กลับมาสักกี่คน หน้าชื่นอกตรม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พปชร.นั้นมีรายงานว่า จะนัดประชุมใหญ่พรรควันที่ 10 ธ.ค. เวลา 13.00 น. ครั้งที่ 2 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ซึ่งจะมีวาระเรื่องการคัดเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง 11 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายสมศักดิ์เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เพื่อหารือถึงแนวทาง วิธีการหาเสียง ให้เป็นไปตามกฎหมายและไม่เข้าข่ายสุ่มเสี่ยงในระหว่างที่ยังไม่ปลดล็อกการเมือง โดยนายสมศักดิ์กล่าวก่อนการประชุมว่า ประเด็นที่เป็นห่วงและเกรงว่าจะถูกนำไปพูดให้เป็นประเด็นทางการเมืองคือ หาก พล.อ.ประยุทธ์ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ จะวิจารณ์ว่า พปชร.สืบทอดอำนาจ ซึ่งมีพรรคการเมืองบางพรรคพูดเสมอ และเชื่อว่ายิ่งใกล้วันรับสมัคร ส.ส.และลงคะแนนจะยิ่งเอาประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาพูด แล้วทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง โดยไม่เอาเรื่องของนโยบายที่เป็นประโยชน์มานำเสนอ
ย้ำไม่มีสืบทอดอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การประชุม พปชร.ครั้งแรก ผู้ที่ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ทั้ง 350 เขต ไม่เห็นมีชื่อนายพลสักคน ไม่มีทหารเข้ามาเลย และผู้ที่จะอยู่ในบัญชีรายชื่อก็ไม่มีทหาร จึงคิดว่าไม่น่าจะมีการสืบทอดอำนาจ และขอเรียนว่าอย่าเอาสิ่งเหล่านี้มาพูดให้บ่อย การเมืองวันนี้ต้องหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง พูดเรื่องการกินดีอยู่ดีของประชาชนให้มากจะเป็นประโยชน์กว่า ไม่ใช่เวลาเลือกตั้งไม่ชนะแล้วเอาเรื่องเหล่านี้มาเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้ง ซึ่งผมกังวลมากว่าหลังเลือกตั้งจะสร้างปัญหา และทำให้เกิดความไม่สงบสุขขึ้นมาอีก&amp;rdquo; นายสมศักดิ์ระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองระบุว่าคะแนนนิยมของ พปชร.ในอีสานไม่ได้สูงอย่างที่นายสุริยะอ้างว่าจะได้ 50 ที่นั่ง นายสมศักดิ์กล่าวว่า ถ้าประเมินไปแล้วจะเกิดการโต้เถียงและวิจารณ์ว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่เท่าที่ดูนโยบายของพรรคและผลงานที่ผู้สมัคร ส.ส.นำไปอ้างอิงยังเห็นว่าเป็นบวก ในขณะที่พรรคอื่นที่ลงไปในพื้นที่ยังไม่เห็นว่าพูดถึงนโยบายอะไร นอกจากเรื่องการสืบทอดอำนาจ ความขัดแย้ง เรื่องเผด็จการ มีอยู่เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ สมาชิกพรรค พปชร.ในฐานะโฆษกคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ กล่าวถึงผลประชุมว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้งเพื่อรองรับหลัง คสช.ปลดล็อก โดยในภาคอีสานมีนายสุริยะดูแล ขณะที่ภาคกลางมีนายอนุชา นาคาศัย เป็นผู้ดูแล และ กทม.มีนายณัฏฐพล &amp;nbsp;ทีปสุวรรณ ดูแล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) นั้นยังคงมีการเดินคารวะแผ่นดินวันที่ 36 ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ก่อตั้งพรรค ในฐานะประธานคณะทำงานพร้อมแกนนำเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนเป็นสมาชิกพรรคต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังคงมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจอีก เมื่อมีรายงานข่าวจาก คสช.แจ้งว่า หลังจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังคงดำรงตำแหน่ง &amp;nbsp;ทำให้วิตกว่า ปชป.อาจมีจำนวน ส.ส.มากกว่าพรรค พปชร.และอาจไม่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกฯ เพราะมีเรื่องค้างคากันหลายเรื่อง ทั้งกรณีการดูด ส.ส.และการยึดพรรค ทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรองหัวหน้า คสช.ได้พยายามต่อสายกับแกนนำ ปชป.ที่สนับสนุนนายอภิสิทธิ์หลายคน โดยเฉพาะนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เพื่อขอเจรจาประนีประนอมด้วยการให้กระทรวงเกรดเอและตำแหน่งสำคัญต่างๆ ในรัฐบาลหน้า เพื่อให้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ แต่ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายภูมิธรรมกล่าวว่า มีคนมาเล่าว่ามีการเตรียมกลยุทธ์ในช่วงใกล้เลือกตั้ง อาจกดดันเพื่อให้อดีต ส.ส.บอกไม่ให้ลงเลือกตั้ง ทำให้พรรคต้นสังกัดหาคนไม่ทัน ซึ่งยังกล่าวหาใครไม่ได้เต็มปาก เพียงแต่ฟังแล้วก็เตือนลอยๆ ว่าอย่าทำอย่างนั้น เพราะจะถือว่าต่ำถึงขีดสุด ต้องใช้กลยุทธ์ทุกวิถีทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งรอบนี้พรรคไหนถ้าคิดจะซื้อเสียงต้องให้หัวละ 1 หมื่นบาท เพราะปัจจัยเศรษฐกิจค่าครองชีพที่เปลี่ยนไป &amp;nbsp;หลังปฏิวัติสินค้าต่างๆ แพงหมด ถ้าใครจะมาซื้อเสียงให้หัวละ 500 บาท บอกเลยพี่เก็บไว้เอาไปซื้อขาหมูให้หมากินดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ และสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า มีการพูดกันหนาหูในหมู่นักการเมืองว่า วิธีการหาเสียงเลือกตั้งที่จะประกาศโดย กกต.จะจำกัดการรณรงค์ไม่ให้มีเวทีปราศรัยใหญ่ ผู้สมัครแต่ละพรรคจะขึ้นหาเสียงได้เฉพาะเวทีที่ กกต.จัดให้เท่านั้น นอกจากนี้การใช้สื่อประชาสัมพันธ์และโซเชียลมีเดียก็จะมีข้อจำกัดอีกมาก ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็เท่ากับเลือกตั้งคราวนี้เสรีภาพของประชาชนและพรรคการเมืองจะเป็นเหมือนนกถูกถอนขน มีปีกแต่บินไม่ได้ อยากให้ กกต.แสดงความชัดเจนเรื่องนี้&amp;nbsp;
เสรีพิศุทธ์ฟุ้งควบ 2 ตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เหวง โตจิราการ สมาชิกพรรค ทษช.กล่าวถึงการแสดงอารมณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ว่า เป็นการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมสำหรับคนในตำแหน่งนายกฯ และยังมีพฤติกรรมเช่นเดิมเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุพจน์ อาวาส รองโฆษก ทษช.กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนน่าสงสาร วุฒิภาวะทางอารมณ์ชำรุด เพราะทำจนชินแล้วจะแก้ยาก ซึ่งการเป็นนายกฯ แล้วแสดงพฤติกรรมเช่นนี้บ่อยๆ มันไม่ได้ คงเข้าใจผิดว่าประเทศไทยคือกองทัพที่สั่งหันซ้ายหันขวาได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งความดำเนินคดีแก่ตนเอง ข้อหานำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ว่า ไปแจ้งความเลย ไม่เข้าใจภาษาเลยไอ้คำว่าแอบนั้นมันคือแอบทำ แอบประชุม พูดง่ายๆ ทำกันข้างเดียว เขาเรียกอีแอบ การส่งหมายเรียกตำรวจยังไม่เซ็นเลย แล้วทหารมันจะรู้เรื่องหรือ ถ้าตำรวจไม่เซ็นศาลก็ต้องยกคำร้อง เพราะฉะนั้นการออกหมายเรียกไม่ได้ทำตามกระบวนการของกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พ.อ.วินธัยเนี่ยไอ้หนูเอ้ย ไปเรียนมาใหม่ ยังเด็กเหลือเกินสำหรับผม ขนาดผู้บังคับบัญชาเขาอย่างผู้บัญชาการทหารบกยังห่างกับผม 12 รุ่นเลย วินธัยรุ่นหลานเลย เพราะฉะนั้นอย่าทะลึ่งกับ พล.ต.อ.ให้มากนัก หัดรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่บ้าง ไม่รู้จะอยากได้ตัวผมไปทำไม ผมก็อยู่นี่ ออกทีวีทุกวัน ข้อความที่ผมโดนฟ้อง ออกกฎหมายต่างๆ ก็โกง คำสั่งต่างๆ ก็โกง แล้วยังสืบทอดอำนาจอีก คุณคิดว่าผมพูดผิดตรงไหน ตอนนี้ก็ตั้งพรรคพลังประชารัฐมาเป็นพรรคใครล่ะ ตอนนี้เขาก็ประกาศแล้วจะชูประยุทธ์เป็นนายกฯ&amp;rdquo; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจากการลงพื้นที่พรรคเสรีรวมไทยเป็นอย่างไร เพราะชื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ก็เป็นหนึ่งในแคนดิเดตชิงนายกฯ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ไม่น่าเป็นได้อยู่แล้ว เพราะไม่มีใครจะสู้กับทหาร แต่เลือกตั้งเสร็จจะไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเอง จะปฏิรูปทหารให้เลิกปฏิวัติเสียที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมจองตำแหน่งนายกฯ ส่วน รมว.กลาโหมนั้นของแถม คุณจะเอาใครเป็นนายกฯ ล่ะ มีแต่คนขี้โกงทั้งนั้น&amp;ldquo; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวตอบเรื่องหลังเลือกตั้งถ้าฝ่ายประชาธิปไตยชนะจะรับตำแหน่ง รมว.กลาโหมใช่หรือไม่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23397</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ณภัคธร ชัยสงคราม, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ, ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุทธพล อังกินันทน์, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, รยุศด์ บุญทัน, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุพจน์ อาวาส, สุวิทย์ เมษินทรีย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181203/image_big_5c053f790cd70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
