<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ฮักไทย&#039;พลิกฟื้นเศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แม้ว่าไทยเราต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เป็นระลอกที่สามที่ขณะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนมากกว่าครั้งที่ผ่านมา แน่นอนว่าทุกฝ่ายต้องลุกขึ้นสู้เพื่อที่จะฝ่าฟันกับอุปสรรคเชื้อโรคตัวร้ายนี้ไปให้ได้ วันนี้ &amp;quot;อาทิตย์เอกเขนก&amp;quot; จะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับโครงการดีๆ ที่เป็นความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยว ซึ่งใครหลายคนเมื่อได้ฟังชื่อโครงการ ต้องบอกว่าคุ้นติดหูอย่างแน่นอน นั่นคือโครงการ &amp;ldquo;ฮักไทย (HUGTHAIS)&amp;rdquo; รวมใจไทยไม่ทิ้งกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการเติบโตด้านเศรษฐกิจของประเทศ กระตุ้นการใช้จ่ายทั้งของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านแนวคิด &amp;ldquo;ฮักกิน ฮักเที่ยว ฮักใช้&amp;rdquo; โดยจะเริ่มจากโครงการต้นแบบ &amp;ldquo;ฮักไทย ฮักภูเก็ต&amp;rdquo; (HUGTHAIS HUG PHUKET) ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. ร่วมมือกับหอการค้าไทย ดำเนินโครงการ &amp;ldquo;ฮักไทย (HUG THAIS)&amp;rdquo; รวมใจไทยไม่ทิ้งกัน ส่งเสริมการช่วยเหลือกันของคนไทย กระตุ้นการใช้จ่ายจากการกิน-เที่ยว-ใช้ ผลิตภัณฑ์ของไทย วัตถุดิบไทย ผู้ประกอบการไทย มีการจ้างงานคนไทย ผ่านความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ฮักกิน ฮักเที่ยว ฮักใช้&amp;rdquo; ประกอบด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;Eat More ฮักกิน ชูอัตลักษณ์ของอาหารถิ่น กระตุ้นการท่องเที่ยวรูปแบบ Gastronomy Tourism หรือการเดินทางของนักท่องเที่ยว ซึ่งเกิดจากแรงจูงใจที่จะไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ด้านอาหาร หรือเกี่ยวข้องกับการผลิตอาหาร เทศกาลอาหาร ร้านอาหาร หรือแหล่งท่องเที่ยวเฉพาะเรื่องอาหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;Travel More ฮักเที่ยว กระตุ้นการท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ ด้วยรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลาย เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ แตกต่างอย่างน่าประทับใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;และ Shop More ฮักใช้ สนับสนุนอุดหนุนสินค้าท้องถิ่น ส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าของคนไทยในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ที่มีตราสัญลักษณ์ HUG THAIS รวมถึงมอบโปรโมชั่นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดย ททท.จะสนับสนุนด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ วางแผนจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับแบรนด์ Amazing Thailand เพื่อสร้างความมั่นใจและกระตุ้นการใช้จ่ายทั้งของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงให้คำแนะนำการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวแก่ผู้ประกอบการ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวให้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายยุทธศักดิ์ย้ำว่า แนวคิด &amp;ldquo;ฮักกิน ฮักเที่ยว ฮักใช้&amp;rdquo; จะครอบคลุมทั้งการยกระดับสินค้าและบริการ ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs รวมถึงจัดกิจกรรมและประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความมั่นใจและกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว ซึ่งจะเริ่มดำเนินการที่จังหวัดภูเก็ตเป็นที่แรกในชื่อ HUG THAIS HUG PHUKET เพื่อให้สอดคล้องกับโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ( Phuket Sandbox) ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แม้ว่าจะเดินหน้าทดลองเปิดประเทศผ่านโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ แต่ในด้านมาตรการป้องกันนั้น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า การเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติตามนโยบายการเปิดประเทศภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ซึ่งอนุญาตให้นักท่องเที่ยวได้รับวัคซีนครบแล้วสามารถเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน แต่ต้องพำนักในที่พักหรือโรงแรมที่ได้รับรองเครื่องหมาย SHA+ (SHA Plus) หรือสัญลักษณ์มาตรฐานท่องเที่ยวปลอดภัยด้านสุขอนามัย โดย ททท.และ สธ. เพื่อยืนยันมาตรการด้านความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เป้าหมาย &amp;ldquo;ฮักไทย&amp;rdquo; เพื่อสนับสนุนให้คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติอุดหนุนการกิน เที่ยว ใช้ของไทย พร้อมส่งเสริมให้ส่วนงานราชการและบริษัทต่างๆ จัดงานสัมมนาและประชุมในประเทศ กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยมากกว่าแสนล้านบาท และมีอัตราการจ้างงานกลับคืนมา 25-30% ของการจ้างงานภาคการค้าปลีกและบริการ เพื่อทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถฟื้นตัวได้อย่างเร็วและยั่งยืน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107825</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ภูเก็ต, ยุทธศักดิ์ สุภสร, ฮักกิน ฮักเที่ยว ฮักใช้, ฮักไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d86e3a9410f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost บันทึกเริ่มต้นเดือนมีนา.หน้าร้อน อุณหภูมิการเมือง &amp;quot;ระอุ&amp;quot; พร้อมปะทุได้ทุกเวลาจากทำเนียบรัฐบาลไปถึงสัปปายะสภาสถานกันเลยทีเดียว!!!แค่เก้าอี้ 3 รมต. &amp;quot;พุทธิพงษ์-ณัฏฐพล-ถาวร&amp;rdquo; ...ก็มีนัยสำคัญส่งผลสะเทือนกันในพรรคร่วมรัฐบาล ...0 กระจองอแง เจี๊ยวจ๊าวขนาดไหน?!? ไม่ต้องมโนไปไกล เพราะวันพรุ่งนี้​ 2​ มีนา. พี่ใหญ่​ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; พล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ เรียกประชุม ส.ส.​ และกรรมการบริหาร พปชร.เตรียมเคาะรายชื่อ รมต.หน้าใหม่ ก่อนส่งให้น้องเล็ก &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีต่อไป ...0 ลุ้นตัวโก่งไม่พ้นแก๊ง 3 ช ที่เทียวไปเทียวมาบ้านป่ารอยต่อกะบ้านลาดพร้าว 71 ทุกวี่วัน &amp;quot;สันติ พร้อมพัฒน์-ธรรมนัส พรหมเผ่า-นฤมล ภิญโญสินวัฒน์&amp;quot; คราวนี้คงสลัดเก้าอี้ รมช.ขึ้นเป็น รมว.ได้กับเขาสักที โดยเฉพาะเจ้าของฉายา &amp;quot;เทานัส&amp;quot; เพราะไม่ได้ลงแรงอย่างเดียว แต่ลงทุนไปเยอะแยะเพื่อสร้างผลงานให้ &amp;quot;พี่ใหญ่&amp;quot; ก๊วน 3 ป ..ติดตาตรึงใจในการเป็นนักการเมือง &amp;quot;ใจถึงพึ่งได้&amp;quot; ...0 ลืมไม่ได้ก็เห็นจะเป็น &amp;quot;ภูมิใจไทย&amp;quot; ของเสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล จากการเพิ่มของจำนวน ส.ส.ที่ได้สมทบจาก &amp;quot;งูเห่า&amp;quot; ของพรรคก้าวไกล บวกกับ &amp;quot;อาการงอน&amp;quot; ที่กลุ่มดาวฤกษ์ของ พปชร.เป็นเหตุ&amp;nbsp; มีแนวโน้มอย่างสูงว่า จะได้เก้าอี้ รมต.เพิ่มใน ครม.ประยุทธ์ 2/4 ดับอารมณ์แค้น!! ...0 ยัง..ยังไม่พอ!! ที่มองข้ามไม่ได้ในการปรับ ครม.เที่ยวนี้ เห็นจะเป็นบรรดามุ้งเล็กมุ้งน้อยที่อยู่เคียงข้าง พปชร.มาตั้งแต่วันแรก เคยนำเสนอชื่อของ ชัชวาลล์ คงอุดม หรือ &amp;quot;เสี่ยชัช เตาปูน&amp;quot; หัวหน้าพรรคท้องถิ่นไท เป็นตัวเลือกมาแล้ว ..ว่ากันว่ามีวัดวา ...0 คิดไปคิดมาก็เพลียละเหี่ยใจแทน &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ซึ่งไม่อาจสามารถ..หือ ..แต่ต้องเออออห่อหมกลูกเดียวในการณ์ครั้งนี้ ...0 ร้อนรุ่มกลุ้มใจที่ทำเนียบรัฐบาล ยังไม่ลงตัว 3-4 มีนา.ก็จะต้องตามไปดูที่รัฐสภาว่า&amp;nbsp; กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะแท้งก่อนถึงการลงมติวาระที่ 3 หรือไม่?!? เพราะศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตาว่า รัฐสภามีอำนาจในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (1) หรือเปล่า ...ร้อนๆๆ จริงๆ ...0 ตามประสาคนติดตามปาหี่ในรัฐสภามานาน ก็อยากจะตั้งความหวังว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนั้น เปิดทางให้มีการแก้ไขได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องตีความว่า ให้แก้แบบรายมาตราหรือม้วนเดียวจบเท่านั้นแหละ..เพราะถ้าแตะไม่ได้เลย จะเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยได้รึ!! ...0 แต่สำหรับการกู้ชีพ &amp;quot;สายการบินแห่งชาติ&amp;quot; ต่อท่อหายใจเพื่อให้หลุดจากห้องไอซียูพ้นอาการโคม่านั้น ไม่ควรอ้างประชาธิปไตยหรือเสียงข้างมากของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ดูเหมือนจำเป็นอย่างยิ่งต้องหา &amp;quot;ผู้นำ&amp;quot; ที่กล้าตัดสินใจผ่าตัดหรือทุบโต๊ะโดยไม่เกรงใจใครก่อนที่จะกลายเป็นผัก ชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการดีดีการบินไทย มีนัดกับศาลล้มละลายกลางวันพรุ่งนี้ 2 มีนา.ยื่นแผนฟื้นฟู หลังจากเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ครั้งนี้ &amp;quot;ห้ามเลื่อน&amp;quot; อีกแล้ว ...0 การอยู่รอดหรือเดี้ยง ไม่ใช่แค่รักษาการดีดีหรือว่าบอร์ดจะสามารถบริหารจัดการอีกต่อไปแล้ว หากกระทรวงการคลังเจ้าของหุ้นใหญ่ไม่ตัดสินใจใดๆ เพราะเจ้าหนี้รายใหญ่อย่างแบงก์กรุงเทพและแบงก์กรุงไทยนั้น just say No ส่ายหัวเดินหนี..ทราบแล้วเปลี่ยน!! ...0 บันทึกบรรทัด..สนุกสนานกับสารพัดแคมเปญที่ ททท.คิด และดีไซน์ออกมาด้วยวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือธุรกิจบริการและการท่องเที่ยวให้อยู่รอดปลอดภัยจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ล่าสุด..มีโครงการ &amp;ldquo;เที่ยวไทยวัยเก๋า&amp;rdquo; เตรียมนำเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยว 5,000 บาทต่อคนสำหรับผู้มีอายุ 55 อัพ แต่ได้ยินว่า คนทำงานเบื้องหลังเพื่อบริหารจัดการการใช้สิทธิ์ให้ยุติธรรมและโปร่งใส พากันหนาววววเลยทีเดียว เพราะชื่อของผู้ว่าการ ททท.ไอเดียบรรเจิดนี่แล..จริงเท็จแค่ไหนให้ไปสำรวจความคิดเห็นของโปลิศที่มีหน้าที่จับขโมยจากโครงการเราเที่ยวด้วยกันนะจ๊ะ หรือไม่ก็แอบป้องปากถามส่วนตัวกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ก็ได้ไม่ผิดกติกา ...0  &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94545</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัชวาลล์ คงอุดม, บันทึกหน้า4, ปิยสาร์, ยุทธศักดิ์ สุภสร, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a15725d06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2020 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ททท.&#039;ลุ้นวัคซีนโควิด-19 สำเร็จดันเที่ยวไตรมาส3ปีหน้าฟื้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค. 2563 นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวในงานสัมมนา &amp;ldquo;โควิด19 กับอนาคตเศรษฐกิจไทย 2021&amp;rdquo; ว่า ภาคท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งในปี 2562 เป็นปีทองของท่องเที่ยวไทย มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุดในประวัติศาสตร์ 39.8 ล้านคน สร้างรายได้ 2 ล้านล้านบาท ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศ คนไทยเที่ยวไทย 166 ล้านคนครั้ง รายได้ 1.1 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากผลกระทบโควิด-19 ทำให้คาดว่าในปี 2563 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 6.7 ล้านคน รายได้ 3-4 แสนล้านบาท รวมทั้งต้องหันมาพึ่งพาการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นหลัก หลังจากที่รัฐบาลต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อนจะเริ่มคลายล็อกดาวน์ทำให้คนเริ่มเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่ ก.ค. ซึ่งภาพรวมอัตราการเข้าพักค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น จาก เม.ย. อัตราการเข้าพักอยู่ที่ 2% ขณะที่เดือน ต.ค. อัตราการเข้าพักอยู่ที่ 34%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในช่วง 10 เดือนของปีนี้ จากการที่รัฐบาลมีการออกมาตรการเราเที่ยวด้วยกันเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ จึงทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศ 65 ล้านคนครั้ง คาดว่าสิ้นปีอยู่ที่ 95-100 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้ 7.5 แสนล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 70-80%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การท่องเที่ยวระหว่างประเทศจะกลับมาในไตรมาส 4/2564 แต่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคงไม่รอถึงจุดนั้น สิ่งที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ คิดตอนนี้ คือ ทำอย่างไรให้การท่องเที่ยวกลับมาเร็วขึ้น จากสถานการณ์วัคซีนโควิด-19 ที่ชัดเจนขึ้นเป็นลำดับ ทำให้คิดว่าเป็นไปได้ที่อาจจะได้เห็นการกลับมาของต่างชาติประมาณไตรมาส 3/2564 ในจำนวนที่พอสมควร ซึ่งเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ และจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2564 เพิ่มขึ้นจากปีนี้ อยู่ที่ 8 ล้านคน การเดินทางในประเทศเพิ่มเป็น 120 ล้านคนครั้ง รายได้จากท่องเที่ยวทั้งหมด 1.5 ล้านล้านบาท&amp;rdquo; นายยุทธศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปี 2565 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคน สร้างรายได้ 1.3 ล้านล้านบาท ส่วนการท่องเที่ยวในประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 170 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้รายได้ 1.2 ล้านล้านบาท จะทำให้รายได้รวม 2.5 ล้านล้านบาท ยอดใช้จ่ายต่อคนสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มเป็น 6.2 หมื่นบาทต่อคนต่อทริป หรือคิดเป็น 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 4.7 หมื่นบาทต่อคนต่อทริป ส่วนยอดใช้จ่ายสำหรับการในประเทศ เพิ่มเป็น 5 พันบาทต่อคนต่อทริป จากปัจจุบันอยู่ที่ 4.7 พันบาทต่อคนต่อทริป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอนาคตภาคการท่องเที่ยวไทยหลังโควิด-19 เชื่อมั่นว่าจะกลับมา เหมือนนกฟีนิกซ์ ที่ฟื้นจากที่สลบไป ไม่ใช่ฟื้นจากความตาย และจะกลายเป็นการท่องเที่ยวที่เป็นอมตะ เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ 2564 ผ่านการปรับตัวเพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 2565&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85823</URL_LINK>
                <HASHTAG>ททท., ท่องเที่ยวปี 64, ยุทธศักดิ์ สุภสร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0daa0d83975.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID: @thaipost บันทึกในวันที่เดาสุ่มกันไปเรื่อยๆ ว่า เก้าอี้คลังที่ว่างไปของ ปรีดี ดาวฉาย นั้น จะหล่นตุ้บทับเท้าผู้ใด?!? เพราะเก้าอี้ รมว.คลังไม่ใช่เก้าอี้ตัวเล็กตัวน้อย แต่เป็นผู้กุมกระเป๋าสตางค์ของประเทศชาติบ้านเมืองทีเดียวเชียวนา...0 หวยยังออกที่ชื่อของ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ในขณะที่เจ้าตัวส่ายหน้าบอกว่า งานในตำแหน่งหน้าที่ประธานกรรมการในคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบศ.นั้น หนักหนาสาหัสพอตัวแล้ว.. แต่ดูเหมือนไม่มีใครสนใจฟัง เพราะโลกการเมืองนั้น อะไรที่ว่าแน่นอน..ไม่มี!!...0 คงต้องวัดใจ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ว่าจะบริหารโควตานี้อย่างไร หรือจะควบมันเสียอีกเก้าอี้!! ไหนๆ ก็เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจอยู่แล้วนี่นา บรรดานักเล่นการเมืองภายใน พปชร.จะได้เลิกวิ่งเต้นกันแล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันสักที..ดีไหม เพราะเวลานี้ข้าราชการในกระทรวงมึนศีรษะกันเต็มทนละ...0 ปัญหาเศรษฐกิจถือเป็น &amp;quot;จุดตาย&amp;quot; ของรัฐบาลวันนี้ สวนดุสิตโพลรายงงานตอกย้ำอีกครั้งเมื่อวานนี้ ความไม่ลงตัวของเก้าอี้ที่กระทรวงการคลัง ยิ่งเพิ่มความง่อนแง่น เพราะสะท้อนบอกว่า นักบริหารมืออาชีพยังไงๆ ก็แพ้ภัยนักการเมืองอาชีพ ...0 แรงกดดันจะมากขนาดไหน สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน &amp;quot;รมต.คนนอก&amp;quot; ที่เหลืออยู่ ยืนยันยืนหยัดสู้ไม่ถอย ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องของการว่างงานและภาระหนี้สินของประชาชนที่กำลังรุมเร้าอย่างหนักหน่วง ...0 แบบว่าคิดอะไรไม่ออกก็ร้องขอไปยังถิ่นเก่าที่เคยทำงานมา บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นั่นแหละ แล้วก็ทันอกทันใจ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ซีอีโอ เปิดโครงการ &amp;quot;รีสตาร์ทไทยแลนด์&amp;quot; สนองนโยบายรัฐแก้วิกฤติแรงงานรับลูกจ้าง 2.5 หมื่นตำแหน่งทันที..นี่ถึงเรียกว่ารวมไทยสร้างชาติภาคปฏิบัติอย่างแท้จริง...0 โจทย์ใหญ่เรื่องการท่องเที่ยว เห็นหน้าอิดโรยของ ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าฯ ททท. ก็ให้รู้สึกน่าเห็นใจ หากภูเก็ตโมเดลที่เตรียมไว้แท้งก่อนที่จะคลอดก็ออกมาจะน่าเสียดาย เพราะถ้าเจ้าของธุรกิจท่องเที่ยวในบ้านเรายังห่วงและกลัวว่า &amp;quot;ฝนตกไม่ทั่วฟ้า&amp;quot; หากเลือกเปิดบริการรับเฉพาะนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก หรือระดับไฮเอนด์ล่ะก็ เห็นทีการท่องเที่ยวไทยก็คงจะต้องเผชิญภาวะแห้งแล้ง &amp;quot;อดกิน&amp;quot; กันอย่างเท่าเทียมต่อไป...0 ทั้งๆ ที่วิถีชีวิตใหม่จำเป็นต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นจริง จึงจะรอดได้ หากกลัวคนอื่นรอด แต่ตัวเองไม่ปรับแล้วกลับขวางทางคนอื่นที่มีทางรอด แล้วก็คงมีแต่เจ๊งกับเจ๊งถ้วนหน้ากระมัง ...0 ภาพลักษณ์กระบวนการไม่ยุติธรรม ก็เป็นเหตุให้รัฐบาลร่อแร่ ง่อนแง่น หาก &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พับข้อเสนอของ วิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคดี &amp;quot;บอส อยู่วิทยา&amp;quot; เก็บใส่ลิ้นชักเพราะเกรงใจใครล่ะก็ ขอบันทึกไว้ ณ บรรทัดนี้เลยว่า รัฐบาลนับวันล่มสลายได้ ...0 ของมันชัดยิ่งกว่าชัดว่า มี 8 กลุ่มที่ต้องถูกดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัย!!! แม้กระทั่งอัยการสูงสุด วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ ก็ไม่อาจทำขาลอยหนีความรับผิดชอบ ..หากกล้าๆ ฟันตรงจุดนี้ทันที ชื่อเสียงของรัฐบาลก็จะเขยิบขึ้นมาทันควัน ...0 บันทึกตอกย้ำอย่าเฉยชาจากคำของ วิชา มหาคุณ ..สิ่งที่ผิดพลาดไม่ว่าระยะเวลายาวนานแค่ไหนถึงแม้จะหมดอายุความไปแล้วทั้งหมด ยืนยันว่าการทำให้กระจ่างชัด ทำให้คนรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูกเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด จะต้องกล้าหาญเพียงพอที่จะยอมรับในสิ่งที่ผิดพลาด อะไรผิดก็คือผิด และไม่ว่าผู้ต้องหาอยู่ที่ไหนจะต้องตามตัวมาดำเนินคดี ...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76681</URL_LINK>
                <HASHTAG>บันทึกหน้า 4, ปิยสาร์, ยุทธศักดิ์ สุภสร, วิชา มหาคุณ, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ททท.เอาจริงตัดสิทธิ์-ขึ้นแบลคลิสต์ โรงแรมอัพราคา”เที่ยวปันสุข”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ก.ค. 63-นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวถึงกรณีในโซเชียลมีเดียร้องเรียนว่า ผู้ประกอบการที่พักบางแห่งใช้โอกาสโครงการ&amp;rdquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo;โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่พัก40% ของราคาที่พักต่อห้องต่อคืน(ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน) ขึ้นราคาว่าโครงการ&amp;rdquo;เที่ยวปันสุข&amp;rdquo; ที่มีแพคเกจ&amp;rdquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ผู้ประกอบการโรงแรมที่พักไม่ควรฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาที่พัก จากที่มีการร้องเรียนปัญหาดังกล่าว ขณะนี้ ททท. เปิดช่องทางให้ประชาชนร้องเรียนหรือแจ้งข้อมูลผู้ประกอบการที่ปรับขึ้นราคาผ่านสายด่วนบริการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ททท. &amp;nbsp;1672 และwww.เที่ยวปันสุข.com &amp;nbsp;หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจะมีเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบภายใน3 วัน หากพบผู้ประกอบการขึ้นราคาจริวอย่างไม่สมเหตุสมผลและไม่เป็นไปตามข้อตกลง โรงแรมจะถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการเที่ยวปันสุขทันที รวมถึงให้คืนเงินผู้จองทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; นอกจากตัดสิทธิ์ร่วมโครงการเที่ยวปันสุข ททท.จะขึ้นบัญชีดำหรือblacklist ผู้ประกอบการที่เอาเปรียบผู้บริโภค ตัดสิทธิ์ในการร่วมทุกๆ โครงการของ ททท.ทั้งในปัจจุบัน และโครงการในอนาคต หนักกว่าการตัดสิทธิ์ ตนคิดว่าเป็นมาตรการลงโทษทางสังคม. หากพบที่พักขึ้นราคาต้องไม่จอง หวังว่า ผู้ประกอบการจะให้ความร่วมมือและตระหนักถึงภาพลักษณ์ชื่อเสียงของโรงแรม โดยปฏิบัติตามเงื่อนไขโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมีโรงแรมทั่วประเทศมี760,000 ห้องทั้งในระบบและนอกระบบ หลายโรงแรมยังไม่กลับมาให้บริการ เพราะลูกค้าหลักเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องรอมาตรการผ่อนปรนระยะต่อไป&amp;ldquo; นายยุทธศักดิ์ กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72092</URL_LINK>
                <HASHTAG>ททท, ยุทธศักดิ์ สุภสร, เว็บเที่ยวปันสุข, แบล็กลิตส์โรงแรมอัพราคา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f1690d489c08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost บันทึกไว้เตือนให้รู้..คาดกันว่าสิ้นปี 2563 นี้จะมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ประมาณ 1.3 ล้านคน&amp;nbsp; ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ ส.ว.และรองประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา กดเครื่องคิดเลขแล้วระบุว่าจำนวนนี้เท่ากับพลเมืองของเอสโตเนียทั้งประเทศเลยทีเดียว และหากมีผู้ติดเชื้อ 30 ล้านคนตามที่คาดการณ์ มันก็จะเท่ากับพลเมืองออสเตรเลียทั้งประเทศเลยนะจะบอกให้ ...0 ตัวเลขแบบนี้คงทำให้ ศบค.ชุดเล็กที่มี พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการ สมช. เป็นหัวเรือใหญ่&amp;nbsp;ต้องถกกันหนักในที่ประชุมสัปดาห์นี้ว่า จะมีการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไป หรือว่าทำตามข้อเรียกร้องหยุดกระแสร้อนทางการเมืองของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า &amp;nbsp;&amp;quot;เยาวชนปลดแอก&amp;quot; ..ดีหนอ??? ...0 แต่ไม่ว่าจะปลดล็อกเฟส 6 ให้หายใจคล่องขึ้น ตอบสนองความรู้สึกของคนรักคนชอบอ้างประชาธิปไตย!! ดูเหมือนว่า ตัวเลขเศรษฐกิจไทยน่าจะไม่มีทางคล่องเป็นเงาตามตัว เอาแค่ตัวอย่างชัดๆ จับต้องได้ สิ้นเดือน ก.ค. &amp;quot;คิงเพาเวอร์&amp;quot; ประกาศ ปิดทุกสาขาไม่มีกำหนด ยกเว้นสนามบิน สำนักงานใหญ่ซอยรางน้ำ เพราะในยามปกติ ขายได้วันละ 50 ล้านบาท ตอนนี้ทุกวันขายได้วันละ 20,000 บาท และที่ร้องจ๊าก!!กระทบเป็นลูกโซ่คือ ผู้บริหารคิงเพาเวอร์เรียกเจ้าของรถบัส รถตู้ทุกแห่งมาคุยขอยกเลิกสัญญาไม่มีกำหนด ส่งผลให้มีรถบัสตกงาน 1,400 คัน รถตู้ตกงาน 4,000 คัน ไม่นับซัพพลายเออร์ทุกราย ...0 ร้านขายเสื้อผ้าที่ศูนย์การค้าแพลตินัม ประตูน้ำ ชั่นล่างเคยขายได้วันละ 3 ล้านบาท วันนี้ขายได้วันละไม่เกิน 2,000 บาท สอดคล้องกับตัวเลขที่แสนเจ็บปวดจากปากของผู้ว่าการ ททท. ยุทธศักดิ์ สุภสร ว่า เราเคยมีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยเข้ามาเดือนละ 3 ล้านคน ตอนนี้เหลือแค่หลักร้อย นอกจากนั้นที่มองข้ามความจริงไม่ได้คือ รายได้หลักจากการท่องเที่ยวนั้นมากกว่า 2 ใน 3 ที่มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โครงการเที่ยวปันสุขอย่าง &amp;quot;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;quot; ต่อให้คึกคักขนาดไหนมันก็แค่ 1 ใน 3 ของรายได้ที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเคยทำได้นะ ...0&amp;nbsp; สถานการณ์เยี่ยงนี้ หากยังมัวแต่ทะเลาะแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีกัน ก็ต้องหนักใจแทน &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; และ FC ลุงตู่ทั้งหลายว่าจะฝ่ามรสุมปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจไปได้อย่างไร??? ...0 ดรีมทีมเศรษฐกิจยกเครื่องใหม่นำโดย ไพรินทร์ ชูโชติถาวร และ ปรีดี ดาวฉาย จะสามารถนำพาเศรษฐกิจของชาติรอดปากเหวหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องตามลุ้น!! ท่ามกลางเสียงเชียร์ของทุกฝ่าย เพราะยุคนี้ &amp;quot;เทคโนแครต&amp;quot; เท่านั้นที่จะเป็นหัวใจฝ่าฟันปัญหาทั้งหลาย ไม่ใช่แค่ดีแต่พูด ...0 โดยเฉพาะโจทย์ปัญหาข้อใหญ่ ว่าด้วยกลิ่นไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินกู้ 4 แสนล้านบาท ก็รอท้าทายพิสูจน์ฝีมือกันแล้ว เมื่อ สำนักงบประมาณ ตรวจสอบพบว่า โครงการล็อตแรกของกระทรวงเกษตรฯ นั้นยังไม่มีความชัดเจน งานนี้จะมีรายการงามไส้ของ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ในฐานะเจ้ากระทรวงหรือไม่นั้น..ต้องติดตามกันต่อไป ...0 บันทึกไม่เชื่ออย่าลบหลู่.. สิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ นำไข่ไก่จำนวน 9,000 ฟอง และหัวหมู 2 หัว ถวายแก้บนกับศาลเจ้าพ่อสมบูรณ์ และศาลพ่อปู่ชัยมงคล ที่บริเวณชุมชนเคหะหลักสี่ ซอยแจ้งวัฒนะ ระบุว่าเป็นการ &amp;quot;แก้บน&amp;quot; ที่ขอให้กลุ่มสี่กุมารลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีภายในเดือนกรกฎาคม..สงสัยว่ามีการขอเฟส 2 หรือไม่ให้ใคร?? บางคนได้เก้าอี้ รมว.พลังงานสมใจ เพราะพรุ่งนี้ พปชร.จะมีการสรุปกันอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่งหัวโต๊ะในฐานะหัวหน้าพรรค ...0&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71926</URL_LINK>
                <HASHTAG>บันทึกหน้า4, ปิยสาร์, ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา, ยุทธศักดิ์ สุภสร, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a15725d06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่วมสู้-กู้วิกฤติท่องเที่ยวไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มองโอกาสกู้วิกฤติท่องเที่ยวไทย ต้องเร่งช่วยให้พ้นจากปากเหว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก สำหรับโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน ที่เริ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนตั้งแต่วันแรกเมื่อ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com เพื่อให้ประชาชนที่สนใจจองสิทธิ์ที่พักโรงแรม สายการบิน เพื่อท่องเที่ยวต่างจังหวัด ตามมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย โดยมีรายงานว่าเพียงแค่วันแรกก็มีประชาชนสนใจลงทะเบียนร่วม 2 ล้านคน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากวิกฤติโควิด-19 ที่กินเวลามาหลายเดือน เห็นได้ชัดว่าภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง จากการแพร่ระบาดของโควิด จนทำให้ต้องมีการล็อกดาวน์ประเทศ ปิดน่านฟ้า ระงับการเดินทางระหว่างต่างประเทศ นั่นก็คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย จนทำให้มีการประเมินกันว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณแค่ 7-8 ล้านคนเท่านั้น จากเดิมปีที่แล้ว 39.8 ล้านคน และรายได้จากการท่องเที่ยวอาจจะเหลือแค่ 7 แสนกว่าล้านบาท เมื่อเทียบจากปี 2562 ที่มีรายได้ 3 ล้านล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงการพลิกฟื้น-กู้วิกฤติการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยเริ่มต้นที่การกล่าวถึง โครงการ เราเที่ยวด้วยกัน ที่ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนจำนวนมากว่า โครงการดังกล่าวเป็นแพ็กเกจที่รัฐบาลต้องการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยผ่านการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ รัฐบาลต้องการกระตุ้นในเรื่องการข้ามจังหวัด-การพักค้าง-การใช้จ่าย และเพิ่มความถี่ในการเดินทาง จึงจะเห็นได้จากงบประมาณที่ลงเข้ามา เช่น การให้ประชาชนไปจองโรงแรมที่พัก พอจองแล้ว ค่าห้องที่พัก 60 เปอร์เซ็นต์ ประชาชนต้องจ่ายไปก่อน โดยจ่ายไปที่ผู้ประกอบการ พอเข้าไปพักแล้วเช็กเอาต์ออกจากที่พัก จากนั้นรัฐบาลโอนเงินส่วนที่เหลืออีก 40 เปอร์เซ็นต์ของค่าห้องพัก โดยโอนไปที่ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ความคาดหวังก็คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีการ Lockdown ที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวตายสนิทเลย แต่ว่ามาตรการในการช่วยเหลือของรัฐตรงๆ ไม่ใช่ว่าไม่มี ก็มี แต่ว่ามันอาจน้อยเกินไป เช่น Softloan ก็ไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไขต่างๆ โครงการนี้จึงเป็นวิธีการที่จะกระตุ้นภายในประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สิ่งที่เราคาดหวังก็คือว่า โครงการดังกล่าวที่มีระยะเวลาดำเนินการคือ กรกฎาคมถึงตุลาคม เราก็หวังว่า หลังจากนั้นมันน่าจะมีการเปิดประเทศในสักระดับหนึ่ง จนทำให้พอที่จะมีกำลังซื้อเข้ามาเติมในช่วงปลายปีที่เป็น High Season ก็จะทำให้ผู้ประกอบการพออยู่รอดได้ไปสักระยะหนึ่ง&amp;quot; ผู้ว่าฯ ททท.ระบุ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุทธศักดิ์-ผู้ว่าฯ ททท. กล่าวต่อไปว่า สำนักงาน ททท.เราทำสิ่งที่เรียกว่า ประมาณการจุดวิกฤติในอุตสาหกรรมในธุรกิจโรงแรม คล้ายๆ กับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยทำตอนช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ทาง ททท.เราก็ทำ ทำให้เราได้ทราบว่า โรงแรมทั้งประเทศ อัตราการเข้าพักที่จะทำให้ธุรกิจโรงแรมอยู่ไม่ได้ก็คือ ถ้าต่ำกว่าประมาณ 27-28 เปอร์เซ็นต์ ก็คือธุรกิจไปต่อไม่ได้ ก็ต้องปิดกิจการ ซึ่งเหมือนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยทำประมาณการของสถาบันการเงินว่า หากหลุดจากจุดไหน แบงค์จะล้ม อันนี้ก็เหมือนกัน คือมันไม่มีกำไรแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา อัตราการเข้าพักโรงแรมภายในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 0-5 เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่มีการทำทั้งนโยบายของรัฐบาล และแพ็กเกจต่างๆ ที่ออกมากระตุ้น คือการดึงผู้ประกอบการให้พ้นจากปากเหวก่อน คือทั้งประเทศต้องมีอัตราการเข้าพักโรงแรมไม่ต่ำกว่า 28 หรือ 30 เปอร์เซ็นต์ ก็หวังว่าโครงการเราเที่ยวด้วยกัน นอกจากจะช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการแล้ว จะเข้าไปทำให้ผู้ประกอบการพ้นจากจุดวิกฤติ เพราะไม่อย่างนั้นก็จะเกิดปัญหาเลิกจ้าง ธุรกิจล้ม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -สถานการณ์ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หากถึงสิ้นปีถ้าสถานการณ์แย่สุด ภาคแรงงานต่างๆ จะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้แรงงานในระบบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่น่าจะต่ำกว่า 4 ล้านคน แต่คงไม่ได้รับผลกระทบทั้งหมด เราคาดการณ์ว่าน่าจะใกล้เคียงกับตัวเลขที่ ธปท.เคยคาดการณ์ไว้ว่า ถึงสิ้นปีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาไทยน่าจะอยู่ที่ประมาณแค่ 7-8 ล้านคนเท่านั้น จากเดิมปีที่แล้ว 39.8 ล้านคน รายได้จากการท่องเที่ยวอาจจะเหลือแค่ 7 แสนกว่าล้านบาท เมื่อเทียบจากปีที่แล้วที่มีรายได้ 3 ล้านล้านบาท แต่นี่คือข้อเท็จจริงที่เป็นความจริงที่เจ็บปวดที่ว่า หลายอย่างที่ต้องการความสมดุลในการที่จะทำ ที่ก็เหนื่อย ตรงนี้ไม่อยากคิดว่าจะมีแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต้องตกงานเท่าไหร่ เพราะทุกคนก็ประคับประคอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โครงการต่างๆ ที่รัฐบาลทำออกมาในเรื่องการท่องเที่ยว ไม่ใช่เพื่อช่วยเหลือธุรกิจ แต่เป็นการทำให้ธุรกิจอยู่ได้ เราได้พูดคุยกับตัวแทนภาคเอกชน เราก็บอกว่าภาครัฐบาลพร้อมให้การช่วยเหลือ แต่ขอว่าขอให้ช่วยพยุงการจ้างงานเอาไว้ สถานการณ์ก็ถือว่าวิกฤติ ที่ก็เหมือนกันกับทุกประเทศ แต่จะหนักกว่าที่อื่น เพราะเราพึ่งพาการท่องเที่ยวในระดับสูง ที่เมื่อห้ามการเดินทาง ห้ามเคลื่อนย้ายคน ห้ามรวมคนจำนวนมาก ก็เลยกระทบโดยตรงกับการท่องเที่ยว แต่ตอนนี้ที่เริ่มมีการผ่อนคลายลง ให้มีการเดินทางกันได้ แต่ก็ยังอยู่ในเงื่อนไข เช่น การจำกัดจำนวนคน ที่ส่งผลต่อธุรกิจ เช่น รถทัวร์ เครื่องบิน เพราะทำเยอะๆ ต้นทุนต่ำๆ ทำไม่ได้ เห็นได้จากเช่นราคาตั๋วเครื่องบิน เมื่อก่อนจะมีโปรโมชั่น 699 บาท หรือ 799 บาท ยิ่งกว่าโปรโทรศัพท์มือถือ แต่ตอนนี้ไป-กลับขอนแก่นก็ร่วม 4,000-5,000 บาท สมัยก่อนคนชั้นกลางเที่ยวได้ แต่ตอนนี้คนชั้นกลางต้องคิดหนัก เพราะน่าจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักสุดจากวิกฤติเศรษฐกิจตอนนี้ ก็ทำให้อาจชะลอการเดินทาง ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ว่าฯ ททท. กล่าวย้ำถึงวิกฤติของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวว่า ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยหากดูจากมิติของตัวเลข เป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดเท่าที่มีการเก็บตัวเลขสถิติของการท่องเที่ยวของประเทศไทยมาเลย ถามว่าร้ายแรงขนาดไหน ก็ตั้งแต่ก่อตั้งองค์กร สำนักงาน ททท.มา ก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ แม้เราอาจจะเคยเจอเหตุการณ์การระบาดของโรคมาบ้าง เช่น โรคซาร์ส ไวรัสเมอร์ส หรือภัยธรรมชาติ เช่น สึนามิ รวมถึงการชุมนุมทางการเมือง แต่ครั้งนี้หนักหนาสาหัสที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...ผู้ประกอบการบางรายบอกว่า ไม่เคยเจอมาก่อนเลยตั้งแต่เกิดมากับสถานการณ์แบบนี้คือ รายรับเป็นศูนย์ ซึ่งหากนำจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างประเทศมาเป็นเป้าหมายในการทำงาน เดิมก่อนมีโควิด เราตั้งเป้าไว้ว่าปีนี้ 2563 จะต้องเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปีที่แล้วคือ 3 ล้านล้าน ก็ตั้งไว้สิบเปอร์เซ็นต์ ตอนแรกตัวเลขเดือนมกราคมของปีนี้ดีขึ้น จากนั้นกราฟก็เริ่มตกลงมาเรื่อยๆ จนถึงเดือนเมษายน ที่เราปิดน่านฟ้าและรัฐบาลห้ามการเดินทาง &amp;quot;อยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ&amp;quot; ทุกอย่างก็นิ่งสนิท เป็นตัว L มาเรื่อยๆ เลียดๆ ซึ่งปกติหากถามว่ารุนแรงขนาดไหน ก็ตอบได้ว่า หากเป็นสถานการณ์ปกติ เรามีนักท่องเที่ยวเดือนละ 3-4 ล้านคน แต่ตอนนี้เหลือหลักร้อย ที่ส่วนใหญ่ก็พวกตกค้าง หรือไม่ก็พวกที่มีความจำเป็นต้องเข้ามา ตามประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนและ ศบค. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่มันรุนแรงมากกว่านั้นก็คือ พอไม่มีนักท่องเที่ยว ประเทศไทยเราพึ่งพาการท่องเที่ยวในระดับสูง ดูจากรายได้ก็ประมาณสัก 18 เปอร์เซ็นต์ โดย 1 ใน 3 มาจากนักท่องเที่ยวในประเทศ และ 2 ใน 3 มาจากต่างประเทศ ตอนนี้ที่เกิดขึ้นคือ สถานประกอบการส่วนใหญ่จะปิดชั่วคราว เพื่อรอเวลาว่าเมื่อใดจะมีแรงซื้อเข้ามา ดังนั้นพูดง่ายๆ ว่า ขอให้คนไทยกลับมาเที่ยวกันเหมือนเดิม ให้ตัวเลขทุกอย่างเท่าเดิม มันก็ได้แค่ 1 ใน 3 ส่วนอีก 2 ใน 3 ยังไม่รู้ว่าจะมายังไง ดังนั้นไม่น่าแปลกใจที่สถานประกอบการบางแห่งก็ยังไม่เปิดกิจการ โรงแรมก็ยังไม่เปิด บางแห่งก็จะไปเปิดช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม บางรายก็จะกลับมาเปิดอีกที ปีหน้าไปเลย เพราะตราบใดที่ยังมีข้อจำกัดในการเดินทางเข้ามาแล้ว ยังต้องกักตัว ทำให้โอกาสที่เขาจะเข้ามาก็น้อยลงไปเรื่อยๆ อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจะเริ่มเห็นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป โดยที่ผ่านมารัฐบาลก็มีการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น การให้เงินช่วยเหลือเดือนละ 5 พันบาท ธุรกิจที่เกี่ยวข้องสามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ แต่เมื่อทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ หลังจากนี้ธุรกิจจะอยู่ได้หรือไม่ เปิดโรงแรมตอนนี้ บางแห่งเคยรับแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เมื่อไม่มีใครเข้ามา โดยที่บางแห่ง ค่าใช้จ่ายในการประกอบการสูงมาก กำลังซื้อคนไทยไม่พออยู่แล้ว และขณะเดียวกันเศรษฐกิจของประเทศไทยเองที่บอกไว้ว่าให้คนไทยกลับมาเที่ยวในเมืองไทยกันเต็มที่ ก็ยังได้แค่ 1 ใน 3 แล้วจะเที่ยวกันไหวหรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...ต้องยอมรับว่า ช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจประเทศไทยเราก็ไม่ได้ดีมาก แล้วถ้าคนยังมองว่าสถานการณ์โควิดยังคงต้องอยู่กับเราอีก ความไม่แน่นอนก็ต้องมีมากขึ้น ทุกคนก็ต้องพยายามที่จะไม่ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น ทำให้การท่องเที่ยวอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็นในสายตาของคนบางกลุ่ม ก็อาจทำให้ความรุนแรงของปัญหามันลึกเข้าไปอีก ทั้งหมดคือความรุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งหากเรายังมีข้อจำกัดในการเดินทาง เรายังมีข้อจำกัดเรื่องกำลังซื้อภายในประเทศ สิ่งที่จะกระทบกระเทือนต่อไปก็คือ อุตสาหกรรมนี้จะเหลือรอดสักเท่าไหร่ ที่จะรองรับการเปิดประเทศ รองรับนักท่องเที่ยวที่จะกลับเข้ามา หากยังไม่ปรับตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทางรอดธุรกิจท่องเที่ยวไทย เน้นน้ำบ่อใกล้-จับปลาตัวโตๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ภายในสิ้นเดือนนี้จะเห็นภาพรวมที่ชัดเจนมากขึ้นถึงทิศทางอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยว่าจะเป็นอย่างไรหลังจากนี้?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาพที่ชัดเจนผมคิดว่ามันยาก มันน่าจะเป็นสิ่งที่เป็นลักษณะแบบที่พูดกันคือ ฉากทัศน์ที่เป็น scenario มากกว่า ที่จะขึ้นอยู่กับปัจจัย เช่น คนไทยออกมาเที่ยวกันมากน้อยขนาดไหน ซึ่งพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนไทยจะขึ้นอยู่กับวันหยุด วันหยุดยาว บางคนมาเสนอความเห็นว่า ทำไมผู้ว่าฯ ททท.ไม่เสนอให้มีการให้มีวันหยุดยาวทุกสัปดาห์เลย ให้หยุดยาวศุกร์-อาทิตย์ รับรองคนจะออกมาเที่ยวแน่นอน เพราะหากหยุดวันศุกร์ด้วยคนจะได้เดินทางไปเที่ยวกันมากขึ้น โดยให้นำวันหยุดช่วงเดือนเมษายนที่ไม่ได้หยุดให้นำมาใช้ในช่วงนี้ แต่ถามว่ากำลังซื้อในประเทศจะมีหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ประกอบการบางรายก็รอ โดยมองว่าแล้วทุกอย่างก็จะกลับมา จะมีมาตรการ Travel Bubble แต่บอกเลยว่าภาพที่ ททท.เห็น จำนวนนักท่องเที่ยวจะไม่ได้กลับเข้ามาเยอะมาก แต่จะเป็นแบบค่อยๆ&amp;nbsp; เพิ่ม ซึ่งดูแล้วเฉลี่ยปีหน้า 2564 ตลอดทั้งปีจำนวนนักท่องเที่ยวน่าจะกลับมาแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ของปี&amp;nbsp; 2562 อันนี้คือสเต็ปของการที่เริ่มจะฟื้นตัว แต่สำคัญที่สุดก็คือจนกว่าจะถึงวันนั้น ภาคธุรกิจก็ต้องปรับตัวด้วย ผมก็พยายามบอกตลอดที่อาจเป็นความจริงที่ปวดร้าว คือเวลามีคนถามผมว่า &amp;quot;ตกลงนักท่องเที่ยวจะกลับเข้ามาประเทศไทยได้เมื่อใด&amp;quot; ซึ่งมันเป็นเรื่องที่พูดยาก เพราะตราบใดที่ยังมีรายงานการติดเชื้อจากคนที่กลับจากต่างประเทศเข้ามาไทย เพราะสิ่งสำคัญรัฐบาลไทยก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยของคนไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ผมก็เลยบอกพวกเขาว่า บางทีอย่าไปหวังพึ่งน้ำบ่อหน้า เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะมีการเปิดประเทศได้เมื่อใด แต่ธุรกิจต้องเดินต่อไป ลูกจ้างยังต้องทำงานอยู่ ก็มีการถามกลับมาว่า แล้วจะมีน้ำบ่อใกล้หรือไม่ที่จะหวังได้ ซึ่งน้ำบ่อใกล้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี อันแรกเลยก็คือคนไทยที่เคยไปเที่ยวต่างประเทศ ที่ปีหนึ่งๆ มีไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน ไปใช้จ่ายต่างประเทศปีละไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp; 4 แสนล้านบาท ถ้าทำให้คนกลุ่มนี้มาเที่ยวในประเทศได้ โดยให้มีการเที่ยวแบบกระจายตัว ผมก็ว่าน่าจะโอเค ให้ใช้จ่ายสัก 2-3 แสนล้านบาท เพราะยังไงก็ออกไปต่างประเทศไม่ได้อยู่แล้วตอนนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...นอกจากอย่าหวังน้ำบ่อหน้าแล้ว ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็ต้อง อย่าหว่านแห คือ ต้องตกปลาตัวโตๆ เพราะต้นทุนในการทำธุรกิจมันสูงขึ้น สมัยก่อนเราบอกให้เปิดเยอะ รับคนเข้ามามากๆ ต้นทุนก็ถูกลง แต่ตอนนี้มีเรื่องของการจำกัดจำนวนคน การรักษาระยะห่างทางสังคม ก่อนหน้านี้ภาคธุรกิจอาจคำนวณทุกอย่างจากลูกค้าที่จะได้ 100 คน แต่ต่อไปจะคำนวณจาก 100 คนไม่ได้ เพราะจำนวนต้องถูกทอนลงจากมาตรการด้านสาธารณสุข ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ทำให้การจะไปหว่านแหแบบเดิม ได้ปลาอะไรมาก็กินได้ ต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะบางอย่างที่อาจได้มาอาจไม่ปลอดภัย กินไม่ได้&amp;nbsp; อย่าง กลุ่มนักท่องเที่ยวสูงวัย ตอนนี้กลุ่มสูงวัยกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงไปแล้ว ผมก็บอกไปว่าต่อไปให้เน้นจับปลาตัวโตๆ คือ กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ขึ้นมา เช่นกลุ่มคนไทยเที่ยวเมืองนอก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...นอกจากนี้ผมยังได้บอกไปอีกว่า อย่าไปหวังว่า ฝนจะตกทั่วฟ้า เพราะหากจะรอให้ภาครัฐเข้ามาอุ้ม แต่ว่าภาครัฐก็มีลูกหลายคน ต้องช่วยคนหลายกลุ่ม เพราะทุกกลุ่มเดือดร้อนหมด ดังนั้นเราก็ต้องช่วยตัวเอง เราจะต้องอยู่ในยุคที่ ปลาเร็วถึงจะอยู่รอด ปลาเร็วก็คือความสามารถในการปรับตัว เช่น ปรับตัวโดยมองตลาดท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น เพราะว่ากว่าจะมีวัคซีนขึ้นมา ทำให้ก็ไม่รู้ว่าจะเปิดให้มีการเดินทางได้เมื่อใด อย่างที่ผมบอก น้ำบ่อใกล้ นอกจากไทยเที่ยวนอกแล้ว ก็ยังมีพวก expat คนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยที่มีประมาณ 2 ล้านคน พวกนี้ก็มีกำลังซื้อ ส่วนกลุ่มที่ 3 คือพวก กลุ่มจัดประชุมสัมมนา พวกนี้ต้องกระตุ้นให้เขาออกมาให้มากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ ตอนนี้รัฐบาลเหลือแค่สองขา คือการใช้จ่ายภาครัฐกับกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคเอกชน ก็ต้องดูว่าภาครัฐจะทำให้ออกมาได้หรือไม่&amp;nbsp; ถ้าไม่อย่างนั้นก็ต้องมีมาตรการอย่างอื่นเข้ามา เช่นมาตรการลดหย่อนทางภาษีให้คนไปเที่ยว แต่ปีนี้ก็มีการบอกกันว่าตอนนี้คนไม่มีรายได้เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ไม่อย่างนั้นก็อาจต้องมีมาตรการคล้ายๆ กับ ช็อปช่วยชาติ คือให้ไปเที่ยวให้ไปกิน แล้วมีมาตรการลดหย่อนให้ อย่างตอนนี้ที่อังกฤษมีมาตรการลด&amp;nbsp; vat เพื่อให้คนไปใช้จ่ายที่ร้านอาหาร แต่เราเองหากจะทำอะไรก็ต้องดูให้รอบคอบ เพราะฐานะการเงินแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ออกมาไม่แพ้ประเทศอื่น&amp;nbsp; มีการให้เยอะมากและดีกว่าหลายประเทศด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ย้ำว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหลังจากนี้ต้องปรับตัว&amp;nbsp; โดยมองตลาดในประเทศให้มากขึ้น ปรับตัวไปสู่ดิจิทัลมากขึ้น เพราะยังไงเราหนีไม่ทันอยู่แล้ว เพราะเทคโนโลยีมาช่วยลดความเสี่ยง มาช่วยทำให้ประสบการณ์ในการเดินทางท่องเที่ยวมีคุณค่ามากขึ้น เรามองว่าทิศทางการขับเคลื่อนเรื่องการท่องเที่ยวหลังโควิด น่าจะเป็นธีมเรื่องของการท่องเที่ยวแบบปลอดภัยและยั่งยืนมากขึ้น ไม่ใช่พอทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ แล้วจะต้องนำนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาให้ได้เยอะๆ เพราะผู้ประกอบการเดือดร้อน แต่สิ่งที่จะกลับมามันต้อง &amp;quot;เข้มแข็ง-แข็งแกร่ง&amp;quot; กว่าเดิม โดยไปผูกกับเป้าหมายเรื่องความยั่งยืนให้มากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โอกาส-ความเป็นไปได้ Travel Bubble&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ถึงตอนนี้ความเป็นไปได้ในการจับคู่ต่างชาติเดินทางเข้าไทย หรือ Travel Bubble จะเกิดขึ้นได้หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องจับคู่ Travel Bubble เป็นไปได้ครับ แต่ต้องดูจากปัจจัยอื่นๆ ด้วย เพราะพอกำลังจะมีการระบาด คนไทยก็ค่อนข้างกังวล ทุกคนถามผมหมดเรื่องแนวทาง Travel Bubble ตกลงจะมาได้เมื่อไหร่&amp;nbsp; แต่เป็นคำตอบที่ยาก เราไม่เคยหยุด ทำงานทุกวัน ตั้งแต่นำเรื่อง Travel Bubble เข้าไปให้ ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาตั้งแต่ 12 มิ.ย. หลังจากนั้นก็มีการปรับ มีการคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ล่าสุดก็คุยกับสำนักงานที่จีน คุยกันว่าหากมีการให้เข้ามาในรูปแบบที่คิดไว้ เขาจะมาหรือไม่ เช่นเข้ามาต้องตรวจ ต้องกักตัว ก็ต้องรอดูก่อนว่าทางสำนักงาน เอเยนต์ในจีนเขาจะว่าอย่างไร เช่นมาจากพื้นที่เสี่ยงต่ำ มีใบรับรอง มาถึงประเทศตรวจซ้ำ ซื้อประกัน มีคนรับรองว่าเข้ามาแล้วจะเดินทางกลับ มีระบบติดตามตัว และให้อยู่ในพื้นที่ที่จำกัด โดยทุกอย่างอยู่ภายใต้การคอนโทรลทั้งหมด อันนี้คือสิ่งที่กำลังหารือกันว่าเขาจะว่าอย่างไร โดยแลกกับการไม่ต้องกักตัว แต่ค่าใช้จ่ายก็ต้องสูงขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมื่อถามว่าเวลานี้ประเทศไทยมีชื่อเสียงเรื่องระบบสาธารณสุข จากเรื่องโควิดจะนำเรื่องนี้มาเป็นจุดแข็ง จุดขายในด้านการท่องเที่ยวได้หรือไม่ เช่น Medical Hub หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ประเด็นดังกล่าว ยุทธศักดิ์-ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ททท.เราคิดไว้แล้วว่า 3 จุดขายสำคัญที่เราจะนำมาใช้หลังวิกฤติโควิด เรื่องแรกคือเรื่อง ความปลอดภัย จากสาธารณสุขที่เรามีความเข้มแข็ง ความสามารถของรัฐบาลในการจัดการเรื่องโควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพจนได้รับการยกย่องไปทั่วโลก อันที่สองเรื่อง ความคุ้นเคย เพราะหากคนจะเดินทางไปยังที่ใหม่ๆ ที่คนไม่รู้ว่าจะมีมาตรการในการดูแลอย่างไร คงขายไม่ได้ แต่เราจะมาต่อยอดความคุ้นเคยที่มี เช่น อาหาร วัฒนธรรม จุดขายที่สาม ก็คือเรื่อง ความสวยงาม เช่น ธรรมชาติที่ฟื้นฟูขึ้นมา หรือแม้กระทั่งความเอื้ออาทรของคนไทยในยามที่เราทุกข์ยากร่วมกัน ที่เป็นเรื่องสำคัญ เราก็จะหยิบเรื่องพวกนี้มาเป็นจุดขาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเรื่อง &amp;quot;ความปลอดภัย&amp;quot; เราก็จะทำในรูปแบบลักษณะ medical and wellness resort of the&amp;nbsp; world ก็คือรีสอร์ตที่เรามีอยู่เยอะ แต่ว่ามาแล้วไม่ใช่แค่มารักษาตัว แต่มาแล้วได้มาทำในสิ่งที่จะทำให้มีสุขภาพที่ดี ส่วนความคุ้นเคยเรื่องของอาหาร วัฒนธรรม เราก็จะทำในรูปแบบ Thailand Shopping&amp;nbsp; Delight เพราะบางทีเขามาประเทศไทยแค่มากินอาหาร ช็อปปิ้ง เขาก็มีความสุข ทั้งหมดคือสิ่งที่เราจะทำ จากสิ่งที่เราได้เผชิญมาในช่วงโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่จากนี้ไปจนถึงสิ้นปี 2563 เราต้องยอมรับว่าการกลับมาของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มันก็เหมือนคนล้มป่วย กลับมาปุ๊บบอกให้วิ่งเลยคงยาก การเปิดประเทศเองก็ค่อยๆ ทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำแบบระมัดระวัง คิดว่าไทม์ไลน์เราจนถึงสิ้นปี ก็ฟื้นฟูก่อน อย่างน้อยที่สุดให้พ้นจากปากเหว พ้นจากจุดวิกฤติ พอปีหน้ามกราคมจะเหมือนกับ Restart ใหม่ แต่ Restart ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ เดิน แล้วก็เดินเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวิ่ง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71834</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุทธศักดิ์ สุภสร, ร่วมสู้-กู้วิกฤติท่องเที่ยวไทย, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200718/image_big_5f12ed87d14c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
