<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ลงพื้นที่อุบลฯจ้อนักเรียนยันจะดูแลให้ดีที่สุดเพื่อประเทศเดินหน้า ชาวบ้านเชียร์&#039;ลุงตู่สู้ๆ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 - เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 15 ต.ค.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมืองกรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ ออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานทหารกองบิน 21 ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี เพื่อตรวจราชการโดยมี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน นายอนุชา นาคาศัยรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายชัยวุฒิ ธมาคนานุสรณ์รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์รมช.ศึกษาธิการ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยเวลา 10.40 น. นายกฯเดินทางด้วยรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ดสีขาว เลขทะเบียน กฉ 1111 ศรีสะเกษ มายังวัดป่าศรีแสงธรรม ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เพื่อตรวจเยี่ยมแหล่งเรียนรู้พลังงานทดแทน&amp;ldquo;โคกอีโด่ยวัลเล่ย์&amp;rdquo; ณ โรงเรียนศรีแสงธรรม และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ โคกหนองนา โดยมี พระครูวิมลปัญญาคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม ต้อนรับพร้อมนำชมแหล่งเรียนรู้&amp;ldquo;โคกอีโด่ยวัลเล่ย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นการสืบสาน รักษา ต่อยอด ตามพระราโชบายของในหลวงรัชกาลที่ 10 ตามพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะทำให้ดี ทำให้ต่อเนื่องและทันสมัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ทั้งนี้ตนดีใจและชื่นใจ นี่คือการสร้างพลังจากท้องที่ ท้องถิ่นขึ้นมา ในการสร้างความเข้มแข็งริเริ่ม ส่วนความเดือดร้อนปัญหาต่างๆจะมอบหมายให้รมว.มหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล โดยตนจะประสานให้ทั้งหมด เพื่อสร้างฐานการเรียนรู้และใช้ประโยชน์ไปด้วย เป็นการใช้บ้าน วัด โรงเรียนหรือเรียกว่าบวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้มีปัญหาหลายอย่างที่รัฐบาลต้องดูแลช่วยเหลือ เพราะอยากให้ศูนย์เรียนรู้เช่นนี้เกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ ส่วนเรื่องไฟฟ้าพลังงานวันหน้าเราต้องประหยัดพลังงานเพื่อลดโลกร้อน จึงต้องศึกษาและดำเนินการต่อไปให้ใหญ่ขึ้นและทำต่อจากสิ่งที่ทำไว้ แต่ประชาชนต้องเข้าใจด้วย นอกจากนี้ขอชื่นชมเด็กนักเรียนที่ได้ทุนการศึกษาไปเรียนต่อที่เกาหลีใต้ซึ่งมีหลายคนไปเกาหลีอย่างลิซ่า อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะดูแลและขับเคลื่อนให้ฐานการเรียนรู้นี้ขยายต่อ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเด็กและเกิดประโยชน์กับชาวบ้าน นายกฯยังกล่าวด้วยว่า อยู่กรุงเทพฯอากาศไม่เหมือนต่างจังหวัด มีความสุขอยู่กับธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ต่อจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ พบปะและมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนโรงเรียนศรีแสงธรรมโดยมีตัวแทนนักเรียนอ่านกลอนต้อนรับ จากนั้นนายกฯกล่าวขอบคุณพร้อมกล่าวว่า ถ้ามีเวลาจะแต่งกลอนตอบไปแล้ว วันนี้ทุกเรื่องที่เป็นปัญหาตนรับไปแล้วยืนยันจะดูแลให้ดีที่สุด เพราะเราเป็นรัฐบาลแต่ต้องทำให้ถูกต้องเพราะมีกฎระเบียบกฎหมายต่างๆ ย้ำว่ารัฐบาลมีจุดมุ่งหมายทำอย่างไรให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า สิ่งที่วางไว้ยุทธศาสตร์ 20 ปีต้องเดินไปทุกปีไม่ใช่วางไว้ 20 ปีจะอยู่กับที่ตามที่นายกฯพูด มันไม่ใช่ จึงขอให้ทุกคนเข้าใจและเรียนรู้ว่ายุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้านคืออะไรซึ่งถือเป็นโจทย์เท่านั้น แต่มีแผนแม่บทและแผนงานโครงการที่ต้องทำต่อเนื่องทุกปี และรวมผลงาน5 ปีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนเป็นทรัพยากรที่ต้องพัฒนาไปสู่อนาคต อนาคตอยู่ที่ทุกคนเราต้องหาวิธีการให้ทุกคนมีอนาคตที่ดี นี่คือหน้าที่ของรัฐบาลในการดูแลเรื่องการศึกษาเรียนรู้และทำให้ทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยทั้งหมดอยู่ในพื้นฐานของความพอเพียง วันหน้าพวกเราจะเป็นคนใช้ประโยชน์และพัฒนาต่อจากสิ่งที่ทำไว้วันนี้ ยืนยันว่านายกฯจะทำให้ดีที่สุด ทั้งนี้ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่ 2 ซึ่งเรา สังคมเรา จะดีขึ้นได้เริ่มจากครอบครัว ต่อมาคือครูอาจารย์ผู้อบรมสั่งสอน และเราอยู่ในกลุ่มคนที่คิดดีทำดีไปด้วยกัน สิ่งเหล่านี้คิดว่าไม่มีทางที่จะไม่ก้าวหน้าและวันนี้อยากให้ตั้งเป้าไว้ว่าเราอยากเป็นอะไร และวันนี้ลุงอยู่ลุงทำให้ วันหน้าข้าราชการต้องเข้มแข็งอยู่แล้ว ขณะเดียวกันวันนี้โซเชียลมีเดียเป็นสิ่งที่เป็นปัญหาทั้งโลก ตนเปิดไปดูไม่เคยโกรธอาจจะว่าลุงเยอะหน่อย แต่ลุงรู้ว่าลุงทำอะไรอยู่ ไม่ได้ทำอะไร ลุงไม่เคยโกรธอยู่แล้ว เพราะห้ามยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เยี่ยมชม พร้อมพบปะกับชาวบ้านในบูทกิจกรรมต่างๆ และถ่ายรูปอย่างอารมณ์ดี และรับปากว่าจะทำถนนต่างๆให้กับชาวบ้าน โดยช่วงหนึ่งระหว่างเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ของชาวบ้าน นายกฯได้สวมงอบชาวนาและหาบสาแหรกโพสต์ท่าถ่ายรูป รวมทั้งกล่าว&amp;ldquo;ขอบคุณนะจ๊ะ&amp;rdquo; หลังชาวบ้านบอกให้สู้ๆ พร้อมกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันดูแลประเทศชาติ และครอบครัว รวมทั้งต่อยอดหนองนาโมเดล ซึ่งต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันสร้างการเรียนรู้ให้กับชาวบ้าน ก่อนที่นายกฯจะขึ้นรถรางเพื่อเยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ต่างๆภายในศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ โคกหนอง นา โดยช่วงหนึ่งเจ้าอาวาสวัดศรีแสงธรรม ระบุว่า ได้ปลูกทุเรียนไว้ประมาณ 50 ต้น คาดว่าอีก5 ปีคงจะได้กินผล แล้วจะเอาไปฝากนายกฯ ซึ่งเชื่อว่าคงจะได้เจอกันอีก 5 ปีแน่นอน ซึ่งเมื่อพูดถึงตรงนี้ทำให้บรรดาคณะรัฐมนตรีที่ร่วมคณะมาด้วยหัวเราะ ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้แต่ทำหน้านิ่งๆสงวนท่าที และกล่าวว่า &amp;ldquo;ขอบพระคุณจ๊ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ได้มีกลุ่มชาวบ้านมาถือป้ายสนับสนุนและให้กำลังใจ อาทิ &amp;ldquo;ลุงตู่สู้ๆ&amp;rdquo; &amp;ldquo;เรารักลุงตู่&amp;rdquo; ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ สีหน้ายิ้ม ก่อนจะทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูและมินิฮาร์ท กล่าวขอบคุณชาวบ้านกลุ่มดังกล่าว พร้อมระบุว่า ขอให้ทุกคนร้องเพลงรักกันไว้เถิดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ของนายกฯครั้งนี้ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ในฐานะรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำส.ส.พปชร. ร่วมต้อนรับ อาทิ นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ส.ส.อุบลราชธานี เขต 6 นายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์เขต 2 นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3 นายมานัส อ่อนอ้าย ส.ส.พิษณุโลก เขต 5 นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส. พิจิตร เขต 1 นายภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร เขต 2 นายสุรชาติ ศรีบุศกรส.ส.พิจิตร เขต 3 นายจิรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยาเขต 3 นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.เขต 3 ลำปางนายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง เขต 4 นายเชิงชัย ชาลีรินทร์ ส.ส.ชัยภูมิ เขต 2 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส. ชัยภูมิ เขต 3 นายอรุณ สงขลา ส.ส.สงขลา เขต 4 และนายสมัคร ป้อมวงษ์ส.ส.สมุทรสาคร เขต 2 พรรคชาติพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119807</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุทธศาสตร์20ปี, ลงพื้นที่น้ำท่วม, วัดศรีแสงธรรม, โคกหนองนาโมเดล, โคกอีโด่ยวัลเล่ย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_6169223b65c8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมวิจัยธนาคารโลกพบ&#039;บิ๊กตู่&#039;ยินดีการเลือกตั้งไทยสำเร็จเชื่อมั่นประธานอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
17พ.ค.62-เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ทีมวิจัยธนาคารโลก เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายหลังการหารือ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับทีมวิจัยจากธนาคารโลก พร้อมขอบคุณธนาคารโลกที่ได้ให้ข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินธุรกิจในไทย ส่งผลให้อันดับของไทย ประจำปี 2562 อยู่อันดับที่ 27 จาก 190 ประเทศ และเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีย้ำว่าไทยพร้อมร่วมมือกับธนาคารโลก เพื่อยกระดับประเทศและภูมิภาคในทุกด้าน โดยในระยะยาวไทยยังต้องพัฒนาอีกหลายด้าน ซึ่งต้องการคำแนะนำและความเชี่ยวชาญจากธนาคารโลก ทั้งนี้ ไทยพร้อมสนับสนุนการจัดทำกรอบความเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาระดับประเทศกับธนาคารโลก เชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ และดำเนินการให้บรรลุตามแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยได้ดำเนินการปฏิรูประบบราชการ เพื่อให้ประกอบธุรกิจได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และมีค่าใช้จ่ายถูกลง รวมทั้งยังบูรณาการทำงานของภาครัฐกับภาคเอกชน ให้ภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็น และนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการปรับปรุง ลดขั้นตอน กระบวนการและเวลาการดำเนินงานของภาครัฐ พร้อมตั้งเป้ายกระดับการจัดอันดับความยาก-ง่าย ในการประกอบธุรกิจให้อยู่ในกลุ่ม 20 ประเทศแรกของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า ด้านผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศบรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวขอบคุณและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พร้อมยินดีที่การเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมาประสบความสำเร็จ ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลตั้งใจวางรากฐานการพัฒนาประเทศให้เข้มแข็งในอนาคต โดยความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายอยู่ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่รัฐบาลวางไว้ และเห็นว่าการดำเนินธุรกิจจะประสบผลสำเร็จได้จะต้องมีผู้นำที่เข้มแข็ง และภาคเอกชนที่เข้าใจในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล และในปีนี้ที่ไทยเป็นประธานอาเซียนจะสามารถส่งเสริมและผลักดันประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ ในเวทีอาเซียนได้อีกทางหนึ่งด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยผู้อำนวยการฯ ได้กล่าวชื่นชมบทบาทความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้กล่าวชื่นชมเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ ซึ่งส่งผลให้ไทยอยู่ในลำดับต้นๆของภูมิภาคอาเซียนและเอเชีย และเห็นว่าการดำเนินการของไทยมาในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว โดยเฉพาะในด้านดิจิทัล โดยธนาคารโลกพร้อมให้คำแนะนำกับไทย เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศและภูมิภาคให้เข้มแข็งไปพร้อม ๆ กัน ในตอนท้ายผู้อำนวยการ ฯ ได้กล่าวแสดงความยินดี และเชื่อมั่นต่อการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปีนี้อีกด้วย&amp;quot;พล.ท.วีรชน กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36092</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมวิจัยธนาคารโลก, ประธานอาเซียน, พล.ท.วีรชน สุคนธปฎิภาค, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุทธศาสตร์20ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190517/image_big_5cde4e46a3ea1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยอ้วน&#039;ปลุก24มี.ค.ได้เวลาเปลี่ยนรัฐบาลทหารสู่มืออาชีพโวทีมพท.พร้อมเข้ามาแก้ปัญหาศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1ก.พ.62-นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เปลี่ยนรัฐบาลทหารเป็นรัฐบาลนักบริหารมืออาชีพ เปลี่ยนความสงบแบบยอมจำนนต่อทุกข์ เป็นความสงบสุขที่มีอนาคตและความมั่นคงจากนักบริหารมืออาชีพ วันที่ 24 มีนาคม ถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนจาก รัฐบาลทหาร มาเป็น รัฐบาลนักบริหารมืออาชีพ เพื่อแก้ไขเศรษฐกิจ ซึ่งคิดเป็น ทำได้ และเคยทำสำเร็จมาแล้ว
ภายหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประกาศเข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ เมื่อ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 โดยขอให้ประชาชนทุกคนอยู่ในความสงบ ดำเนินวิถีชีวิตและประกอบอาชีพต่อไปตามปกติ สิ่งที่ปรากฏขึ้นต่อจากนั้น คือ นายทหาร พาเหรดกันออกจากกรมกองเข้ามานั่งในตำแหน่งบริหารในคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการบริหารหน่วยงานทั้งราชการและรัฐวิสาหกิจ กลายเป็น รัฐบาลโดยทหารเต็มรูปแบบ
&amp;nbsp;ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การบริหารประเทศด้วยวิธีคิดและการจัดการแบบทหาร มีข้ออ้างถึงความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเป็นประเด็นหลักในการแก้ไขปัญหา โดยไม่ได้เข้าใจถึงสภาวะความเป็นอยู่ที่แท้จริงของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp; สภาพเศรษฐกิจไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ต่อเนื่องและขาดการจัดการอย่างเป็นระบบ
&amp;nbsp;สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสังคมเศรษฐกิจของโลกปัจจุบันที่มีความผันผวนซับซ้อนส่งผลกระทบถึงประเทศเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังเกิดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนชัดเจนที่สุด คือ การจำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชน&amp;nbsp; การควบคุมตัวผู้ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.นับร้อยคน รวมทั้งมีการออกพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมือง จนกระทั่งมีรายงานของสหประชาชาติจัดให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 38 ของประเทศที่มีวิธีปฏิบัติ น่าละอาย เช่น ใช้กำลังอย่างเกรี้ยวกราดและขู่เข็ญบุคคลในเรื่องสิทธิมนุษยชน
&amp;nbsp;การกำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี ก็เป็นยุทธศาสตร์ที่สืบเนื่องจากงานประจำพึ่งพิงแต่กลไกของภาคราชการ แต่กลับไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์วิกฤตที่เข้ามาแบบฉุกเฉินได้ เช่น กรณีภัยพิบัติจากฝุ่น PM 2.5 เป็นต้น
&amp;nbsp;ดังนั้น เราจึงได้เห็นการประกาศแผนการประเทศไทย 4.0 เฉพาะแต่ในกระดาษ แต่กลับได้เห็นการปฏิบัติที่ชัดเจน สะท้อนการจัดการที่ไม่เป็นธรรม วิธีการแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนด้วยการใช้บัตรคนจน ซึ่งนำเงินงบประมาณของรัฐส่งให้กลุ่มทุนใหญ่โดยผ่านมือคนจน&amp;nbsp; เราจึงได้เห็นการตั้งงบประมาณผูกพันเกินกว่า 3 ปี ด้วยวงเงินกว่าแสนล้านของกระทรวงกลาโหม และที่ได้เห็น ได้รับฟังจากพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ทุกระดับ คือ ความรู้สึกสิ้นหวัง ฝืดเคือง อยู่ในสภาวะของสังคมที่ถูกทำให้สงบ จำนน ด้วยความทุกข์ ทุกหย่อมหญ้า
วันนี้ทีมเพื่อไทยเราพร้อมที่จะเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไทย เพื่อสร้างและคืนรายได้ให้ประชาชนกลับมามีเงินใช้เต็มกระเป๋า ด้วยการเพิ่มพลังเกษตรกรไทยให้สามารถขายสินค้าได้ราคาดี
เพิ่มพลังเอสเอ็มอีให้มีความพร้อมบุกตลาดโลกด้วยเทคโนโลยี เพิ่มพลังการส่งออกด้วยความเชี่ยวชาญในเวทีโลกของทีมเพื่อไทยซึ่งเราเป็นหนึ่งไม่รองใคร
เพิ่มพลังรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ที่นำนักท่องเที่ยวทั่วโลกมากระจายรายได้ทุกจังหวัด และเพิ่มพลังคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างเถ้าแก่ใหม่ทั่วประเทศ
&amp;nbsp;โดยนโยบายดังกล่าวจะดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ ไทยทำ ไทยทันสมัย ไทยเท่า ไทยเชื่อมไทย ไทยเชื่อมโลก และไทยยั่งยืน24 มีนาคม เลือกทีมเพื่อไทย ให้เข้าไปช่วยเปลี่ยนสังคมไทยจากความสงบภายใต้ &amp;ldquo;รัฐบาลทหาร&amp;rdquo;ที่ทำให้เราต้องยอมจำนนต่อทุกข์ เป็นสังคมที่มีความสงบสุข มีอนาคตจากนักบริหารด้านเศรษฐกิจมืออาชีพที่พิสูจน์ฝีมือตนเองมาแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28050</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, 5ปีคสช., นายภูมิธรรม เวชยชัย, ยุทธศาสตร์20ปี, รัฐบาลทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a680387b96b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใช้แล้วยุทธศาสตร์ชาติ ‘20ปี’ยกระดับประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประกาศใช้แล้วยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีฉบับแรกของไทย มีเป้าหมายต้องนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต &amp;nbsp;ความมัธยัสถ์และสร้างจิตสำนึกในการปฏิเสธไม่ยอมรับการทุจริตประพฤติมิชอบอย่างสิ้นเชิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ &amp;nbsp;บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;
ให้ประกาศว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 65 บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่างๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อรับผิดชอบในการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศใช้เป็นยุทธศาสตร์ชาติต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัดนี้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติได้ดำเนินการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2561 เห็นชอบร่างยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบกับในคราวประชุมสภานิติบัญ ญัติแห่งชาติเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 ที่ประชุมได้ลงมติให้ความเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์ชาติแล้ว ดังมีสาระสาคัญตามที่แนบท้ายนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศ ณ วันที่ 8 ตุลาคม พุทธศักราช 2561 เป็นปีที่ 3 ในรัชกาลปัจจุบัน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกนี้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมีเป้าหมายต้องนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายในช่วงเวลาดังกล่าว&amp;nbsp;
ยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพัฒนาประเทศในช่วงระยะเวลาของยุทธศาสตร์ชาติ จะมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในรูปแบบประชารัฐ โดยประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุทธศาสตร์หลักๆ เล่นยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาความสงบภายในประเทศ เพื่อปรับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงให้ประเทศมีความสงบเรียบร้อยและสันติสุข ในขณะเดียวกันก็จะต้องมีการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาการขาดเสถียรภาพทางการเมือง ปัญหาความไม่สงบในบางพื้นที่ รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพัฒนาและเสริมสร้างการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่มีเสถียรภาพและมีธรรมาภิบาล เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าประโยชน์ส่วนตน เพื่อให้การบริหารจัดการบ้านเมืองและการปกครองประเทศตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่สอดคล้องกับบริบทของไทย เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืนตามเป้าหมายที่กำหนด รวมทั้งได้ผู้นำและนักการเมืองที่เป็นคนดี คนเก่ง มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมสูง และกล้าตัดสินใจ โดยปลูกฝังให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจและมีส่วนร่วมอย่างถูกต้องกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในบริบทของไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งเสริมให้นักการเมืองมีคุณภาพ เป็นคนดีมีคุณธรรม มีความรู้ความสามารถ เห็นประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวและของพรรคพวกเพื่อนพ้อง เสริมสร้างพรรคการเมืองและสถาบันต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้มีนโยบาย แนวคิด และการบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาลสากล ไปจนถึงพัฒนาปรับปรุงระบบการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพ สามารถจัดการเลือกตั้งได้อย่างสุจริตและเที่ยงธรรม มีกลไกแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและสร้างความสามัคคีปรองดองจนสามารถคัดกรองคนดี คนเก่ง มีความรู้ความสามารถ และกล้าตัดสินใจ เข้ามาบริหารประเทศให้มุ่งไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และสอดคล้องเหมาะสมกับสังคมไทย
รับผิดชอบต่อสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ จำเป็นต้องมุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดี เก่ง และมีคุณภาพ พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่ง คนไทยในอนาคตจะต้องมีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัยมีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาที่ 3 และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตสู่การเป็นคนไทย ที่มีทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่นๆ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เป็นยุทธศาสตร์ที่เน้นการปรับเปลี่ยนภาครัฐ ยึดหลักภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม โดยภาครัฐต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ และแยกแยะบทบาทหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการกำกับหรือในการให้บริการในระบบเศรษฐกิจที่มีการแข่งขัน มีขีดสมรรถนะสูง ยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการทำงานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวม มีความทันสมัยและพร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมกันปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต ความมัธยัสถ์ และสร้างจิตสำนึกในการปฏิเสธไม่ยอมรับการทุจริตประพฤติมิชอบอย่างสิ้นเชิง นอกจากนั้น กฎหมายต้องมีความชัดเจน มีเพียงเท่าที่จำเป็น มีความทันสมัย มีความเป็นสากล มีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและเอื้อต่อการพัฒนา โดยกระบวนการยุติธรรมมีการบริหารที่มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ การอำนวยความยุติธรรมตามหลักนิติธรรม รวมทั้งต้องมีการพัฒนาระบบบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐที่สามารถจูงใจและดึงดูดให้คนดีคนเก่งเข้ามาร่วมพลังการทำงานที่มีความมุ่งมั่นและมีแรงบันดาลใจในการที่จะร่วมกันพลิกโฉมประเทศไปสู่เป้าหมายที่พึงประสงค์
ปลอดการทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเป้าหมายให้ภาครัฐมีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทุกภาคส่วนร่วมต่อต้าน
การทุจริต ภาครัฐมีการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในทุกระดับ โดยเฉพาะการสร้างวัฒนธรรมแยกแยะประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม ของบุคลากรภาครัฐให้เกิดขึ้น รวมทั้งสร้างจิตสำนึกและค่านิยมให้ทุกภาคส่วนตื่นตัวและละอายต่อการทุจริตประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ พร้อมทั้งส่งเสริม สนับสนุน ให้ภาคีองค์กรภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ชุมชน ประชาชน และภาคีต่างๆ มีส่วนร่วมในการสอดส่อง เฝ้าระวัง ให้ข้อมูลแจ้งเบาะแสการทุจริต และตรวจสอบการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ และภาคส่วนอื่นๆ โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนและภาคีต่างๆ ในสังคมร่วมมือกันในการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุน และให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายที่เกิดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน จัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบดังกล่าวอย่างเข้มงวด รวมทั้งส่งเสริมและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การรณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้าน หรือชี้เบาะแสการทุจริต โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ พร้อมทั้ง มีระบบการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบที่มีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบมีประสิทธิภาพ มีความเด็ดขาด เป็นธรรม และตรวจสอบได้ จัดการกับผู้กระทำความผิดทุจริตและประพฤติมิชอบในทุกระดับอย่างตรงไปตรงมา เป็นธรรม และตรวจสอบได้ พร้อมทั้งให้การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมปราศจากการแทรกแซงของนักการเมืองและผู้มีอิทธิพล ตลอดจนวางมาตรการคุ้มครองพยานและผู้ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ต้องกำหนดให้มีการลงโทษผู้กระทำผิดกรณีทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างจริงจังและรวดเร็ว เป็นต้น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19853</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต, ยุทธศาสตร์20ปี, หนังสือพิมพ์, เป็นประเทศพัฒนาแล้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181013/image_big_5bc1d89dd42ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2018 08:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2018 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯให้ใช้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.61&amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๕ บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่างๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว และต่อมา ได้มีการตราพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.๒๕๖๐ โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อรับผิดชอบในการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศใช้เป็นยุทธศาสตร์ชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติได้ดำเนินการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๑ เห็นชอบร่างยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบกับ ในคราวประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ที่ประชุมได้ลงมติ ให้ความเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์ชาติแล้ว ดังมีสาระสำคัญตามที่แนบท้ายนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;คลิกอ่านรายละเอียดทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19816</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุทธศาสตร์20ปี, ยุทธศาสตร์ชาติ, รัฐบาลคสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56fb8616ee0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘7ก.ค.’เคาะยุทธศาสตร์20ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สนช.ตั้ง กมธ.ศึกษาร่างยุทธศาสตร์ชาติ ให้ความเห็นชอบ 7 ก.ค. &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; แจงผูกมัดรัฐบาลใหม่ ผูกพันแผนพัฒนา ศก.-แผนชาติ-งบประมาณ-แผนปฏิรูปประเทศ ทบทวนทุก 5 ปี &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เปิดประชุมผู้นำ ACMECS ชูบทบาทเอกชน ผุดกลอนย้ำ &amp;quot;ประชารัฐ&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน เวลา 11.00 น. ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธาน มีการพิจารณาร่างยุทธศาสตร์ชาติ ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ชี้แจงว่า ยุทธศาสตร์ชาติจะบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2561-2580 รวม 20 ปี ซึ่งอาจจะยาวนานจนเกิดความวิตกว่าจะสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยประเด็นนี้กฎหมายได้กำหนดไว้แล้วว่า 1.ต้องมีการทบทวนยุทธศาสตร์ชาติทุก 5 ปี 2.ในระหว่าง 5 ปี หากมีเหตุการณ์บ้านเมืองหรือสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไป คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติแต่ละด้าน สามารถจะยกขึ้นมาพิจารณาและแจ้งให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ จากนั้นจะแจ้งมายัง ครม.และรัฐสภา เพื่อขอดำเนินการแก้ไข จึงไม่เป็นเรื่องซับซ้อนและไม่ได้ผูกมัดรัฐบาลชุดใหม่ในอนาคตจนไม่สามารถทำอะไรได้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า เมื่อยุทธศาสตร์ชาติยังบังคับใช้อยู่ ทุกคนทุกฝ่ายจะต้องปฏิบัติตาม แต่หากไม่ปฏิบัติตาม จะต้องแก้ไขหรือปรับปรุงยุทธศาสตร์ชาติก่อน &amp;nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติทั้งหมดมี 6 ด้าน โดยเมื่อประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติแล้วจะมีผล 5 ประการที่ทำให้ยุทธศาสตร์ชาติได้รับการนำไปปฏิบัติ ประกอบด้วย 1.ผูกมัดรัฐบาลโดยต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในเวลาจะเข้าปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนโยบายดังกล่าวต้องไม่ขัดแย้งกับยุทธศาสตร์ชาติ 2.ผูกพันแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 3.การจัดทำแผนอื่นใดที่เป็นแผนแห่งชาติ จะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 4.การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี จากนี้ไปต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และ 5.แผนการปฏิรูปประเทศ ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ โดยต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยุทธศาสตร์ชาติ วันนี้เสนอเข้ามายังสภาจำนวน 71 หน้าเท่านั้น และไม่มีรายละเอียดของโครงการ เราจะไม่พบว่ารถไฟความเร็วสูงยาวกี่กิโลเมตร สิ่งเหล่านี้ไม่ได้กำหนดไว้ในร่างยุทธศาสตร์ชาติ เพราะต้องไปทำแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการต่อไปกันอีกในอนาคต โดยแผนแม่บทจะต้องนำเสนอต่อสภาอีกครั้ง ดังนั้น ยังมีขั้นตอนที่ต้องทำงานต่อไปอีก ซึ่งคาดว่าแผนแม่บทน่าจะยกร่างแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน&amp;quot; นายวิษณุกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่รัฐบาลจะจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ เกิดจากปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศก็จะเสนอโครงการใหม่ และยกเลิกโครงการเดิม ทำให้ไม่สามารถดำเนินการโครงการสำคัญๆ ต่อได้ ซึ่งก่อนที่รัฐบาลนี้จะเข้ามา พบว่าเศรษฐกิจของไทยโตเพียงร้อยละ 1 ในขณะที่เพื่อนบ้านโตร้อยละ 5-6 ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนรัฐบาล ทำให้ไม่สามารถลงทุนในโครงการใหญ่ได้ ซึ่งส่งผลต่อไปยังการส่งออก การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในหลายประเทศมีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ หรือแผนพัฒนาประเทศ เช่น ฝรั่งเศส ที่มีแผนพัฒนาประเทศ 10 ปี สิงคโปร์ 20 ปี ขณะที่มาเลเซีย รวมถึงจีนก็มีแผนพัฒนาประเทศระยะยาว ดังนั้นการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้ประเทศไทยได้มีความพร้อมสอดรับกับการแข่งขันกับประเทศต่างๆ และเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในอีก 20 ปีข้างหน้า
ตั้ง กมธ.ศึกษา 22 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมได้เปิดให้สมาชิก สนช.อภิปราย ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยที่มีการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ แต่มีบางส่วนได้ท้วงติงเนื้อหาที่ยังขาดความชัดเจนต่อภารกิจตามเป้าหมาย รวมทั้งเสนอข้อทักท้วงต่อการทำแผนแม่บท แผนปฏิบัติการ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่าต้องไม่ใช่การสร้างเงื่อนไขที่ผูกมัดจนกลายเป็นปัญหาต่อการปฏิบัติของหน่วยงาน หรือรัฐบาลในอนาคต กระทั่งเวลา 15.00 น. ที่ประชุมได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างยุทธศาสตร์ชาติ จำนวน 38 คน มีเวลาทำงาน 22 วัน และเสนอความเห็นกลับมาเข้าที่ประชุมใหญ่ สนช. ภายในวันที่ 7 ก.ค.นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.ด้านความมั่นคง 2.ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3.ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 4.ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 5.ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ 6.ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมแชงกรี-ลา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม ACMECS CEO Forum ภายใต้หัวข้อ &amp;quot;บทบาทของภาคเอกชนในการสร้างประชาคมลุ่มน้ำโขง&amp;quot; ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS Summit) ครั้งที่ 8 โดยมีอูวินมยิน ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา, สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา, นายเหงียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และนายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้าร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นอกจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในด้านเทคโนโลยีแล้ว อนุภูมิภาค ACMECS ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องบริหารจัดการความร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วน เพื่อการพัฒนาทั้งหลายให้มีสมดุล เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีความเป็นเอกภาพ สามารถรักษาบทบาทและความเป็นแกนกลางของอาเซียนเอาไว้ได้ ประการแรก ภาคเอกชน ACMECS ต้องร่วมมือกับภาครัฐในการขับเคลื่อนการลงทุนใน ACMECS เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตในอนุภูมิภาค ACMECS และเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกอย่างครบวงจร&amp;nbsp;
ชูเอกชนขับเคลื่อน ศก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประการที่สอง ภาคเอกชนจำเป็นต้องเพิ่มบทบาทในการเตรียมพร้อมให้ ACMECS สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เข้ามามีบทบาทในเศรษฐกิจ และอาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อรูปแบบการทำธุรกิจในอนาคต ประการที่สาม ภาคเอกชน ACMECS ต้องร่วมมือกันเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ประเทศไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับชาติ ACMECS โดยยึดหลักการพัฒนาที่ครอบคลุม มีพลังจากความร่วมมือที่เป็นเอกภาพ เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความเข้มแข็งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ รัฐบาลไทยขอยืนยันต่อชาติสมาชิก ACMECS และภาคเอกชนว่า ไทยมีนโยบายต้อนรับแรงงานต่างด้าวที่เดินทางมาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมที่จะให้การดูแลแรงงานเหล่านี้ให้ได้รับสิทธิต่างๆ อย่างเป็นธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ &amp;quot;ทิศทางในอนาคต การส่งเสริมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของสมาชิกลุ่มน้ำโขง&amp;quot; ในการประชุม ACMECS CEO Forum ว่า ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา &amp;nbsp;เอเชียได้กลายเป็นจุดหมายใหม่ของเศรษฐกิจโลก การเติบโตหลักๆ มาจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย แต่ปัจจุบันประเทศในกลุ่มแม่น้ำอิรวดี เจ้าพระยา และเเม่น้ำโขง มีบทบาทมากขึ้น มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 6-8 ต่อปี ถือว่าสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวว่า กัมพูชาเห็นด้วยกับแผนแม่บท ACMECS ปี 2562-2566 ของรัฐบาลไทยที่เน้นการส่งเสริมเพิ่มศักยภาพธุรกิจ SMEs สร้างความเชื่อมโยงระหว่างประเทศสมาชิก และเพิ่มขีดความสามารถการพัฒนาห่วงโซ่การผลิต ขณะเดียวกัน กัมพูชายังต้องการบรรลุวิสัยทัศน์ที่จะให้กัมพูชาเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง จึงได้วางนโยบายเศรษฐกิจที่จะตอบสนองความต้องการของภาคเอกชนกัมพูชา โดยเฉพาะการเพิ่มขีดความสามารถของภาคเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้มีการหารือทวิภาคีกับสมเด็จฮุน เซน รวมถึงนายกฯ สปป.ลาว และนายกฯ เวียดนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้แต่งกลอน ชื่อว่า &amp;quot;ประชารัฐ ไทยนิยม&amp;quot; ขึ้น เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. เนื่องจากอยากให้คนไทยเข้าใจเรื่องประชารัฐและประชานิยม เพื่อได้พัฒนาตัวเองและช่วยกันร่วมมือพัฒนาชาติไปพร้อมๆ กัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยกลอนดังกล่าวมีเนื้อหาว่า ประชารัฐ ไทยนิยม เหมาะสมยิ่ง, ทำทุกอย่าง ตามจริง ให้มองเห็น,&amp;nbsp;
สารพัน ปัญหา น่าลำเค็ญ, ให้เปรียบเป็น แสงสว่าง ส่องทางไป, ไม่มีใด จะได้มา อย่างง่ายดาย, ไม่กระจาย เชื่อมโยง ต้องสงสัย, ความเข้มแข็ง สามารถ ขาดหายไป, ทำต่อไป เช่นเดิม ไม่เสริมกัน, ทั้งงบกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น, เป็นอาจิณ ผ่านมา ให้สร้างสรรค์, ทำไม่ดี ทุจริต สินบนกัน, แล้วสักวัน ล่มสลาย หยุดหายใจ, &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอวอนให้ คนไทย ต้องรีบตื่น, เพื่อจะฟื้น เศรษฐกิจ ให้สดใส, รายได้น้อย ปานกลาง สูงขึ้นไป, เพื่อช่วยให้ ประเทศชาติ พัฒนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์เคยแต่งกลอนชื่อประชานิยมมาแล้ว โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ย้ำถึงความแตกต่างระหว่างนโยบายประชารัฐและประชานิยม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11448</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรเพชร วิชิตชลชัย, ยุทธศาสตร์20ปี, วิษณุ เครืองาม, สนช., หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180615/image_big_5b23c68de8e59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
