<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;เคาะยุทธศาสตร์ข้าวไทยชูผู้นำการผลิต-การตลาดระดับโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 ส.ค.2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ข้าวไทย ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบการกำหนดวิสัยทัศน์ให้ไทยเป็นผู้นำการผลิต การตลาดข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพของโลก โดยใช้ยุทธศาสตร์ &amp;ldquo;ตลาดนำการผลิต&amp;rdquo; ซึ่งได้จัดกลุ่มข้าวไทยออกเป็น 7 ชนิดตามความต้องการของตลาด คือ ตลาดพรีเมียม ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิไทย ตลาดทั่วไป ข้าวขาวพื้นนุ่ม ข้าวขาวพื้นแข็ง ข้าวนึ่ง และตลาดเฉพาะ ข้าวเหนียว ข้าวสีและข้าวคุณลักษณะพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายใต้วิสัยทัศน์ดังกล่าว ได้กำหนดยุทธศาสตร์ข้าวไทยปี 2563-67 โดยจะดำเนินการใน 4 ด้าน คือ ด้านการตลาดต่างประเทศ ตลาดการตลาดในประเทศ ด้านการผลิต และด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม ซึ่งแต่ละด้านจะมีแผนงานที่ชัดเจน โดยจากนี้จะเร่งสรุปแผนเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เพื่อพิจารณา และนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบในขั้นสุดท้ายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการทำงานด้านการตลาดต่างประเทศ จะมุ่งเน้นการพัฒนาข้าวที่จะสนองตอบต่อความหลากหลายของตลาดข้าว ซึ่งมีความต้องการหลายชนิด โดยเฉพาะข้าวพื้นนุ่มที่ตลาดต้องการในปัจจุบัน แต่ต้องมีคุณภาพสูง และจะเร่งเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ เพื่อลดต้นทุนให้กับการส่งออกข้าวไทย เพื่อให้แข่งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านตลาดในประเทศ จะสร้างความสมดุลของความต้องการบริโภคในประเทศและการผลิตให้สอดคล้องกัน โดยใช้การตลาดนำการผลิต ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการส่งเสริมการปลูกข้าวที่ตลาดต้องการ และจะช่วยบริหารจัดการข้าว ทั้งการเชื่อมโยงการซื้อขายข้าว และการจำหน่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการผลิต จะดำเนินการลดต้นทุนการผลิตให้เหลือไม่เกินไร่ละ 3,000 บาท ภายใน 5 ปี , เร่งเพิ่มพันธุ์ข้าวใหม่ไม่น้อยกว่า 12 พันธุ์ มุ่งเน้นพันธุ์ข้าวที่มีลักษณะ สั้น เตี้ย ดก ดี โดยมีข้าวพื้นนุ่ม 4 พันธุ์ ข้าวพื้นแข็ง 4 พันธุ์ ข้าวหอมไทย 2 พันธุ์ และข้าวโภชนาการสูง 2 พันธุ์ และจะเร่งเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันเฉลี่ย 450 กิโลกรัม (กก.)ต่อไร่ เพิ่มเป็นเฉลี่ย 600 กก.ต่อไร่ ภายใน 5 ปี และบางชนิดน่าจะเพิ่มเป็น 1,000 กก.ต่อไร่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม จะมุ่งเน้นการวิจัย คิดค้นนวัตกรรมข้าว เพื่อตอบสนองความต้องการ และจะเร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ผลิตภัณฑ์ข้าวที่ผลิตได้และนำออกจำหน่ายทำมาจากอะไร เช่น เครื่องสำอาง ทำมาจากข้าว ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ เป็นต้น และยังจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ โดยจะปรับปรุงกฎระเบียบ ลดขั้นตอน และช่วยเหลือด้านแหล่งเงินทุน รวมทั้งช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ภายใต้ยุทธศาสตร์ข้าวที่ได้จัดทำขึ้นนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้ข้าวไทยแข่งขันได้ และเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ และช่วยให้เกษตรกรขายข้าวได้คุ้มกันต้นทุนการผลิต ส่วนการส่งออกจะเป็นที่ 1 หรือไม่ใช่ที่ 1 ไม่สำคัญ เพราะคู่แข่งของไทย ทั้งจีน อินเดีย มีพื้นที่เพาะปลูก มีผลผลิตข้าวมากกว่าไทย ส่วนไทยมีพื้นที่เพาะปลูกจำกัด หากจะอยู่ในลำดับที่ 2 หรือ 3 ไม่เสียหาย ขอให้ข้าวไทยเป็นที่ต้องการ และราคาข้าวในประเทศไม่ตกต่ำดีกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75785</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์, ยุทธศาสตร์ข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3d2159ba700.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
