<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุรินทร์’นำทีมแก้รธน.ซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ทาบภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา แก้รัฐธรรมนูญต่อ คราวนี้เป็นรายมาตรา สั่งฝ่ายกฎหมายยกร่างแก้ ม.256 ซ้ำ จ่อริบอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ เพื่อไทยขานรับ ล้างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขณะที่ ส.ว.เสียงแตก เพราะสถานการณ์เปลี่ยน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยรัฐบาลพร้อมเปิดสภาสมัยวิสามัญ 7-8 เม.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2564 ที่โรงแรมนิรันดร์แกรนด์ กรุงเทพฯ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญสาขาประจำจังหวัดประจำปี (พระโขนง-บางนา) ว่าการแก้รัฐธรรมนูญปัจจุบันเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่ แต่ทิศทางของพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องการเดินหน้างานของพรรคถัดจากนี้ไป จะเดินหน้าผลักดัน 2 เรื่องคู่ขนานกัน เรื่องแรกคือการผลักดันการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน และผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งสองเรื่องคือหัวใจสำคัญที่จะเป็นทิศทางการเดินหน้าในการทำหน้าที่ถัดจากนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเห็นว่าการแก้ไขปัญหาปากท้องคือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้สถานการณ์โควิด และต้องพาประเทศเดินหน้าต่อไป ทำรายได้ให้กับประเทศ เพื่อจุนเจือรากหญ้าในมิติต่างๆ ให้อิ่มท้องขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา อย่างน้อยที่สุดจะต้องแก้ไขมาตรา 256 ซึ่งเป็นมาตราที่ว่าด้วยวิธีการแก้ไขและเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดไว้ว่า ให้ผู้ที่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมรัฐสภาในช่วง 5 ปีแรก คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา เป็นการตั้งคำถามว่า เราจะสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญย้อนกลับหรือเดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตยปกติได้หรือไม่ โดยให้ประชาชนที่เลือกผู้แทนเข้ามาเป็นผู้มีสิทธิ์ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีแทนประชาชน โดยไม่รวม ส.ว. ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ทั้งนี้ ตนได้ให้ฝ่ายกฎหมายจัดทำร่างแก้ไขแยกเป็นแต่ละประเด็น ไม่นำมามัดรวมกัน ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดความเห็นว่าในประเด็นนี้เห็นด้วย ประเด็นนั้นไม่เห็นด้วย ก็ จะทำให้ทั้งร่างตกไปทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาธิปัตย์ต้องเดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตย ขีดเส้นใต้ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;nbsp; การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีเงื่อนไขอยู่ 2-3 เรื่อง ไม่ว่าจะแก้รูปแบบใด ต้องไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ในเรื่องรูปแบบของรัฐและสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีความสมบูรณ์ในตัวเองอยู่แล้ว และเห็นด้วยให้คงมาตรา 112 เนื่องจากมาตรา 112 เป็นมาตราที่ว่าด้วยการให้ความคุ้มครองประมุขของประเทศ ไม่มีประเทศใดไม่มีบทบัญญัติในการคุ้มครองประมุข เช่นเดียวกับประเทศไทย ที่จะต้องมีบทบัญญัติในการให้ความคุ้มครองประมุขของประเทศซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ นี่คือจุดยืนที่ชัดเจน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ได้ประสานไปยังพรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนาแล้ว เนื่องจากเสียงของพรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียวไม่สามารถเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ และเบื้องต้นได้สั่งให้ทีมกฎหมายพรรคศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา คาดว่าจะสามารถยื่นได้ในสมัยประชุมหน้า
เพื่อไทยแก้รายมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า จะเสนอแก้รัฐธรรมนูญใหม่ โดยอาจเปลี่ยนแนวทางมาใช้การแก้ไขเป็นรายมาตราที่มีปัญหา เช่น ประเด็นให้อำนาจ ส.ว.มีส่วนร่วมในการโหวตเลือกนายกฯ ประเด็นบัตรเลือกตั้งที่ควรให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือเลือก ส.ส.เขตกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ควรมีการแก้ไข เพราะทุกวันนี้สถานการณ์โลกเปลี่ยนไปเร็ว จะคิดล่วงหน้านานไม่ได้ เช่น การระบาดโควิดที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ดังนั้นเราจึงเห็นว่ายุทธศาสตร์ชาติควรกำหนดในระยะเวลาเพียงสั้น ไม่ใช่ยาวนานถึง 20 ปี แต่ที่สำคัญตอนนี้เราต้องผลักดันกฎหมายประชามติให้ออกมาโดยเร็ว โดยเร่งรัดให้เสร็จสิ้นก่อนการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ เมื่อประธานสภาฯ จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ เราก็พร้อมสนับสนุนเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีกลไกใน 2 ขยัก คือสร้างรัฐบาลที่เข้มแข็งมาก หากเป็นฝ่ายตัวเอง ทั้งกลไกการเลือกตั้ง กลไก ส.ว. และกลไกป้องกันการแก้รัฐธรรมนูญ ที่พิสูจน์แล้วว่าแทบจะทำไม่ได้ ทั้งหมดนี้นำไปสู่รัฐบาลทรงพลังที่สะดวกสบาย อยู่ได้แม้กระทั่งขาดประสิทธิภาพในการบริหาร นำไปสู่รัฐบาลเฉย ที่เมินประชาชน เมินคำวิจารณ์ ต่อให้แย่แค่ไหน ก็สามารถอยู่ในอำนาจได้ตราบเท่าที่ตนต้องการ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถที่จะร้างรัฐบาลที่เปราะบาง และล้มลุกคลุกคลานได้ถ้าเป็นฝ่ายตรงข้าม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองจะเสนอแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ให้ตัดอำนาจ ส.ว. ว่าต้องดูว่าจะเสนอตัดอำนาจในประเด็นใด ถ้าจะตัดอำนาจ ส.ว.ในประเด็นที่อยู่ในบทเฉพาะกาล 5 ปี อาทิ เรื่องการยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการปฏิรูปประเทศ หรือตัดอำนาจการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คิดว่าคงไม่ง่าย เพราะผิดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่ระบุไว้ในช่วง 5 ปี ที่ต้องการแก้ปัญหาบ้านเมืองช่วงเปลี่ยนผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมั่นใจว่า ถ้าจะไปตัดอำนาจ ส.ว.ที่อยู่ในบทเฉพาะกาล จะไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา คงไม่ง่ายที่ ส.ส.รัฐบาลกับ ส.ว.จะเห็นสอดคล้องกับฝ่ายค้านทุกประเด็น ดูแล้วเป็นเรื่องยากที่จะได้รับความเห็นชอบ ยกเว้นแต่การเลือกตั้งสมัยหน้า ถ้าประชาชนไม่เอารัฐบาลแล้ว และฝ่ายค้านสามารถจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยได้ ส.ว.ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ดังนั้นจึงอยู่ที่การรวมเสียง ส.ส.ได้เป็นสำคัญกว่าการมาแก้รัฐธรรมนูญ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวว่า ตนไม่ขัดข้องหากจะเสนอแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ตัดอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะสถานการณ์ขณะนี้เปลี่ยนไปแล้ว จะไปยึดติดกับวัตถุประสงค์เดิมไม่ได้ สังคมอาจเกิดความไม่สงบ ดังนั้นพร้อมยกมือสนับสนุนเรื่องตัดอำนาจ ส.ว.ในการโหวตนายกฯ แต่ไม่รู้ว่าเสียง ส.ว.ส่วนใหญ่คิดอย่างไร ดังนั้นต้องรอดูเสียง ส.ว.ส่วนใหญ่จะว่าอย่างไร
รัฐบาลพร้อมเปิดสภาวิสามัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ออกมาระบุเตรียมประสานรัฐบาลขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 7-8 เมษายนนี้ว่า รัฐบาลยินดีที่จะดำเนินการ ทั้งนี้ ได้มีการประสานกันแล้วเบื้องต้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มีนาคม หลังการประชุมรัฐสภาที่ผ่านมา ซึ่งปัญหามีเพียงว่าจะให้เปิดจำนวนกี่วัน และวันใดบ้าง เพราะต้องขอเวลาให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปดำเนินการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ประชามติประมาณ 7 วัน แล้วคณะกรรมาธิการต้องประชุมเพื่อพิจารณาอีกประมาณ 7 วัน รวมเวลาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ และตนทราบจากข่าวของสื่อมวลชน โดยที่รัฐบาลยังไม่ทราบอย่างเป็นทางการว่าวันที่เหมาะสมเปิดประชุมสมัยวิสามัญน่าจะเป็นวันที่ 7-8 เมษายน ถ้าเช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้ เพราะถ้าช้ากว่านั้นจะไปติดช่วงเทศกาลสงกรานต์ และวันที่ 6 เมษายน เป็นวันหยุดราชการ และวันที่ 7 เมษายน จะมีการประชุม ครม. ที่เลื่อนมาจากวันที่ 6 เมษายนอีก รัฐมนตรีหลายคนที่เป็น ส.ส.อาจต้องไปร่วมโหวตในที่ประชุมรัฐสภา ดังนั้นวันอังคารที่ 23 มีนาคม จะหยิบยกประเด็นนี้มาหารือในที่ประชุม ครม.อีกครั้ง และถ้าเปิดประชุมสมัยวิสามัญรอบนี้ เห็นว่าควรดำเนินการกฎหมายประชามติให้แล้วเสร็จ เพราะที่ผ่านมาได้พิจารณามาตรายากๆ ไปแล้ว เหลือมาตรายากๆ อีก 2-3 มาตรา เมื่อผ่านแล้วจะเป็นการดีที่จะได้พิจารณา พ.ร.บ.ยาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรคจะผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา นายวิษณุกล่าวว่า เป็นเรื่องที่แต่ละพรรคจะต้องไปพูดคุยกัน เพราะพรรคเหล่านี้ก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็คุยกันในวิปพรรคร่วมรัฐบาลเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น วันเดียวกันนี้ มีกลุ่มคนขอนแก่นปกป้องสถาบันรวมตัวกันที่บริเวณหน้าห้องประดิษฐ์มนูญธรรม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มีการจัดงานบรรยายสาธารณะ &amp;ldquo;แก้รัฐธรรมนูญ สู่ประชาธิปไตยหรือเสริมแกร่งเผด็จการ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในช่วงของการจัดกิจกรรมนั้น ได้เกิดการปะทะคารมกันระหว่างกลุ่มคนขอนแก่นปกป้องสถาบันกับคณะผู้จัดงาน เนื่องจากกลุ่มคนขอนแก่นปกป้องสถาบันพยายามที่จะขอเข้าไปร่วมรับฟังการบรรยายดังกล่าว ซึ่งมีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เป็นผู้บรรยาย ซึ่งก่อนจะขอเข้าร่วมรับฟังการบรรยาย ทางกลุ่มคนขอนแก่นปกป้องสถาบันได้นำป้ายที่มีข้อความว่า &amp;ldquo;ขบวนล้มเจ้า หนักแผ่นดิน&amp;rdquo; มายืนชูที่หน้าคณะนิติศาสตร์ พร้อมกล่าวโจมตีนายปิยบุตร ทำให้ทางผู้จัดงานเกรงว่าจะทำให้เวทีบรรยายที่จัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษาเข้าร่วมรับฟังเกิดความไม่สงบ จึงยังไม่อนุญาตให้ผู้ชุมนุมนั้นเข้าไปภายในห้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนายปิยบุตรเดินทางมาถึงห้องบรรยาย กลุ่มผู้ชุมนุมในนามกลุ่มคนขอนแก่นปกป้องสถาบันได้ตะโกนตำหนินายปิยบุตรว่าเป็นคนล้มสถาบัน ทำให้นายปิยบุตรต้องเดินกลับออกมาชี้แจงพร้อมเชิญฟังการอภิปรายทางกลุ่มผู้จัดจะอนุญาตให้ทางกลุ่ม เข้ารับฟังการบรรยายด้วย โดยขอความร่วมมือว่าจะไม่สร้างความวุ่นวาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในการบรรยายนั้น นายปิยบุตรได้ยกตัวอย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการสถาปนารัฐธรรมนูญของต่างประเทศ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมรับฟังบรรยายถามคำถาม ซึ่งก็มีตัวแทนของทางกลุ่มคนขอนแก่นปกป้องสถาบันสับเปลี่ยนกันสอบถามข้อมูลในด้านต่างๆ รวมทั้งกลุ่มนักศึกษาที่มาร่วมรับฟัง ท่ามกลางการดูรักษาความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96726</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, ส.ว.เลือกนายก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ, แก้รัฐธรรมนูญต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_60365cc6ae14c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอลอว์&#039;ออกมาย้ำจุดยืนจี้ยกเลิก&#039;แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.2563 &amp;nbsp;โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ &amp;quot;ไอลอว์&amp;quot; &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียของตัวเอง iLaw ระบุว่า ขอยืนยันข้อเสนอยกเลิก&amp;quot;แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี&amp;quot; &amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอ เตรียมบรรจุเพื่อพิจารณาโดยรัฐสภาในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 เป็นร่างที่มีข้อเสนอครอบคลุมการแก้ปัญหาการเมืองที่มีอยู่รอบด้านมากที่สุด หนึ่งในนั้น คือ การเสนอให้ ยกเลิก &amp;quot;แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี&amp;quot; และ &amp;quot;แผนปฏิรูปประเทศ&amp;quot; ที่เพิ่งมีขึ้นเป็นครั้งแรก ​แม้ชื่อของแผนการเหล่านี้จะฟังดูสวยหรู แต่เบื้องหลังทั้งผู้เขียน ผู้อนุมัติประกาศใช้ และผู้ตีความบังคับใช้ กลับเป็นองคาพยพของ คสช. ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี&amp;rdquo; หรือจะเรียกให้ถูกต้องคือ &amp;ldquo;ยุทธศาสตร์ คสช.&amp;rdquo; เป็นอีกหนึ่งประเด็นในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่สมควรถูกแก้ไขหรือยกเลิก แม้รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะตอกย้ำความสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติว่า จะเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความต่อเนื่อง แต่เวลาไม่นานหลังการประกาศใช้ในปี 2561 ก็แสดงให้เห็นชัดว่ายุทธศาสตร์ชาติฉบับนี้ไม่สามารถป้องกันประเทศจากวิกฤติต่างๆ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83580</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ยกเลิกแผน, ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, แผนปฏิรูปประเทศ, ไอลอว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fac9e8976bb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2020 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เกษียร&quot;หงุดหงิดโพสต์ ทำไมปัญหา PM2.5 โคโรนาไวรัส เสียบบัตรแทนกัน งบค้างฯ ไม่มีในยุทธศาสตร์ชาติ 20ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25ม.ค.63-ศาสตราจารย์เกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kasian Tejapira รำพึงรำพันสถานการณ์ ฝุ่นPM2.5 โรคโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ และเสียบบัตรแทนกัน โยงไปถึงยุทธศาสตร์ชาติ 20ปี ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันไม่ realistic, มันไม่ work, แต่แก้ไม่ได้ให้ตายซีโรบิ้น!
%%%%
ฝุ่น PM 2.5 เอย ไวรัสโคโรนาหวู่ฮั่นเอย ส.ส.รัฐบาลเสียบบัตรแทนกันจนพรบ.งบฯประมาณค้างเติ่งเอย ฯลฯลฯลฯลฯลฯ
ล้วนไม่ปรากฏมีในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(infographic น่ะคุณแต่งให้สวยหรูราบรื่นไงก็ได้ เพราะคุณคุมปัจจัยต่าง ๆ ในกรอบ powerpoint ได้หมด ว่าจะใส่อะไรเข้ามาบ้าง ไม่ใส่อะไรเข้ามาบ้าง และทำให้มันนิ่งและเคลื่อนไหวไปตามลูกศรของคุณ แต่ความเป็นจริงน่ะซับซ้อนพลิกเปลี่ยนและดื้อรั้นกว่า infographic เสมอ พ่อเจ้าประคุณเอ๊ย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข้าใจหรือยังครับว่าในโลกที่เชื่อมต่อกันแบบนี้ และระบอบการเมืองการปกครองที่หัวมังกุท้ายมังกรและเหลิงอำนาจแบบนี้ อุบัติเหตุและสิ่งคาดฝันไม่ถึงเกิดขึ้นได้เสมอ อีกทั้งเข้าโจมตีคุณแบบไม่รู้ตัว มันงี่เง่าแค่ไหนที่วางแผนยุทธศาสตร์ชาติภาคบังคับมัดมือมัดตีนรัฐบาลและหน่วยราชการเองไว้แน่นิ่งตายตัว ๒๐ ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเอารัฐธรรมนูญฉบับไม่น่ารักที่แก้ยากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยตีตรวนสำทับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีลงไปอีกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันน่าสมน้ำหน้าตัวเองไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55465</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, PM 2.5, ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb485cc932de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2019 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2019 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อดีตผบ.ทสส.&#039;ไม่หวั่นนักการเมืองโจมตียุทธศาสตร์ชาติ20ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 มี.ค.62-พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด(อดีตผบ.ทสส) ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่นักการเมืองโจมตียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีว่า ก็ถามกลับเข้าไปว่าไม่อยากให้ประเทศชาติมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนหรืออย่างไร ส่วนที่ประกาศว่าเป็นรัฐบาลจะปรับแก้นั้น กฎหมายเปิดทางให้แก้ได้อยู่แล้ว สถานการณ์เปลี่ยนก็แก้ไขได้ หรือ 5 ปีก็ทบทวนได้ ไม่มีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าข้อวิจารณ์ของพรรคการเมืองที่ระบุว่าการร่างยุทธศาสตร์ชาติจะคาดการณ์อนาคตไปถึง20 ปีได้อย่างไร พล.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องคาดการณ์ทั้งนั้น เหมือนเรามีครอบครัว มีลูก และอยากให้ลูกเป็นอะไร เราก็ต้องวางแผน 15-20 ปี ซึ่งไม่ได้นานอะไร &amp;quot;อย่าไปซีเรียสมาก ยุทธศาสตร์ชาติแก้ไขได้&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง กล่าวถึงข้อเสนอให้ยุบกองบัญชาการกองทัพไทย จะยุบได้อย่างไร ซึ้งเรื่อวงการปฏิรูปกองทัพต้องถาม ผบ.ทสส.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31618</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง, พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร, ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190318/image_big_5c8f2f26aa271.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ประยุทธ์’ร่ายผลงาน4ปี ‘รบ.’ปัดเอื้อ‘เอกชน-ทุน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ร่ายยาวในรายการศาสตร์พระราชาฯ ความงดงามของประชาธิปไตยคือรุ้ง 7 สี ประเทศเหมือนครอบครัวใหญ่ 4 ปีรัฐบาลดูแลครบทั้ง 3 พี่น้อง ทุกคนอยู่ในห่วงโซ่เดียวกัน โดยเฉพาะน้องคนสุดท้อง ดูแลดีสุดผ่านประชารัฐ-ไทยนิยมยั่งยืน &amp;nbsp; แถมยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ &amp;ldquo;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า สังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม เราอยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินเกิดแห่งนี้มาหลายร้อยปีด้วยความสงบสุขภายใต้พระบรมโพธิสมภาร นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นประเทศประชาธิปไตย ที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ภายใต้ความแตกต่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้วยการยอมรับและเปิดใจเข้าหากัน นั่นคือความงดงามของประชาธิปไตย เพราะถ้าทุกคนคิดและเป็นเหมือนกัน ก็คงเหมือนรุ้งกินน้ำ ที่มีสีเดียว โทนเดียว คงไม่งดงามเหมือนรุ้ง 7 สีตามธรรมชาตินะครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า หากเปรียบประเทศเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ครอบครัวนี้ก็คงเหมือนทุกๆ ประเทศ ที่มีเศรษฐกิจและสังคม ที่แบ่งออกเป็น 3 ระดับ หรือ 3 พี่น้อง พี่คนโต เปรียบเสมือนผู้ที่มีฐานะดี มีความเข้มแข็ง ผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจขนาดใหญ่ แม้จะพึ่งพาตนเองได้ แต่รัฐบาลหรือพ่อแม่ก็ยังคงต้องให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกอยู่นะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับลูกคนกลาง ก็คงเป็นชนชั้นกลาง มีหน้าที่การงานที่มั่นคง หากไม่มีปัจจัยภายนอกมากระทบ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่หากป่วยไข้ เกิดอุบัติเหตุ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ ชีวิตก็คงจะลำบากสักระยะ กว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ รัฐบาลก็ต้องระวังไม่ให้สิ่งเหล่านั้นมากระทบ เพื่อให้เขาเติบโตแข็งแรงได้อย่างไม่ลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับน้องคนสุดท้อง คือผู้ที่มีรายได้น้อย ทั้งเกษตรกร ทั้งอาชีพอิสระ รับจ้าง ผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ รวมถึง SME และ Star-up ที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ยังต้องพึ่งพาการส่งเสริมจากภาครัฐหรือพ่อแม่อยู่มาก รวมทั้งพี่คนโตและคนกลาง ก็ต้องช่วยพ่อแม่ดูแลน้องคนเล็ก ให้ความช่วยเหลือเชื่อมโยง ผูกพันกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหมือนที่ผมกล่าวอยู่เสมอว่า ทุกคนอยู่ในห่วงโซ่เดียวกัน ต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน โดยรัฐบาลก็จะดูแล ตั้งแต่ต้นทาง-กลางทาง-ปลายทาง ให้ทุกคนในห่วงโซ่นี้เข้มแข็งและพึ่งพาตัวเองได้ โดยเราจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ก็อย่าลืมว่าทุกคนก็ต้องไม่ปฏิเสธการพัฒนาตนเอง หาความรู้เพิ่มเติม ปรับตัว ไม่ปิดตัว ไม่ปิดโอกาสตนเองโดยรับข้อมูลข่าวสารภาครัฐอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง อย่างน้อยก็รับฟัง &amp;ldquo;หอกระจายข่าว&amp;rdquo; ที่มีอยู่ทั้งกว่า 7 หมื่นหมู่บ้านทั่วประเทศ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า 4 ปีที่ผ่านมา ภาครัฐตระหนักถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำที่มีมาอย่างยาวนานของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ที่เราเรียกว่าน้องคนสุดท้อง ผ่านการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ชุมชน อาทิ การจัดสรรที่ดินทำกินและส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ ใน 61 จังหวัด กว่า 47,000 ราย ใช้พื้นที่เกือบ 4 แสนไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า การอำนวยความยุติธรรม ขจัดคำกล่าว คุกมีไว้ขังคนจน โดยได้มีการตั้งกองทุนยุติธรรม ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้เข้าถึงบริการด้านกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ ภาครัฐได้ตระหนักถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้แก่ การให้สวัสดิการต่างๆ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 14 ล้านราย การเปิดโครงการร้านธงฟ้าที่มีร้านค้าทั่วประเทศเข้าร่วมถึง 60,000 ร้าน รวมถึงการใช้แอปพลิเคชัน ถุงเงินประชารัฐ มากกว่า 40,000 ร้านค้า มาตรการสินเชื่อเพื่อการซื้อบ้านและซ่อมแซมบ้าน สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย วงเงิน 60,000 ล้านบาท การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยมีการไกล่เกลี่ยและประนอมหนี้เกือบ 540,000 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน (หมู่บ้าน/ชุมชนละ 200,000 บาท) ครอบคลุม 8 หมื่นหมู่บ้าน และชุมชน รวมกว่า 92,000 โครงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน (หมู่บ้าน/ชุมชนละ 200,000 บาท) ครอบคลุม 8 หมื่นหมู่บ้าน และชุมชน รวมกว่า 92,000 โครงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ และไม่ได้มุ่งเน้นในการให้ความช่วยเหลือระยะสั้นแต่เพียงอย่างเดียว แต่ก็ได้วางรากฐานในการเพิ่มศักยภาพการผลิต มูลค่าสินค้าและบริการในระยะยาว รวมถึงการมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญที่จะเร่งผลักดันก็คือ การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากจะบอกว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมานั้น รัฐบาลได้แก้ปัญหาที่หมักหมมมานานนับสิบๆ ปี พร้อมทั้งวางรากฐานการพัฒนาเพื่อวันข้างหน้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เว็บไซต์รัฐบาลได้เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นการตอบข้อวิจารณ์การบริหารงานรัฐ และการชี้แจงข้อวิจารณ์การบริหารงานรัฐในประเด็นต่างๆ ที่หลายคนสงสัย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการบริหารงานของรัฐในแง่มุมต่าง ๆ ซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในสังคม จึงขอนำประเด็นสำคัญๆ มาชี้แจงให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลความจริง โดยข้อมูลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์มีดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการยกประโยชน์ในที่ดินรถไฟมักกะสันให้แก่บริษัทซีพี นอกจากนี้ยังมีการต่อสัญญาเช่าศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โดยไม่ต้องประมูล และแก้ไขสัญญาเช่าจาก 25 ปี เป็น 50 ปี ให้แก่ธุรกิจเครือซีพี?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่จริง : การลงทุนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มีการใช้พื้นที่ส่วนหนึ่งบริเวณสถานีมักกะสันของการรถไฟ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ภาครัฐจึงเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการลงทุน โดยมีการคัดเลือกโดยวิธีประมูลแบบนานาชาติ โดยมีผู้ยื่นข้อเสนอ 2 ราย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปผู้ชนะการประมูล ส่วนประเด็นการต่อสัญญาเช่าอาคารศูนย์ประชุมฯ นั้น กระทรวงมหาดไทยประกาศให้ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เป็นพื้นที่ห้ามก่อสร้างอาคารสูงเกิน 23 เมตร สิทธิให้เช่าเดิมสำหรับก่อสร้างโรงแรมจึงทำไม่ได้ ผู้เช่าไม่ได้ทำผิดสัญญา จึงไม่มีเหตุในการเลิกสัญญา จึงต้องปรับสัญญาใหม่โดยรัฐต้องได้รับประโยชน์ดีกว่าเดิม ซึ่งในสัญญาใหม่มูลค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า จึงเพิ่มระยะเวลาเช่าเป็น 50 ปี โดยเป็นไปตามกฎหมายและผลประโยชน์ตอบแทนของรัฐเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่ไทย ทำให้บุหรี่ไทยแพงเทียบเท่าบุหรี่นอก ส่งผลให้ไม่สามารถแข่งขันกับบุหรี่นอกได้ และส่งผลทำให้โรงงานยาสูบขาดทุนหลายพันล้านบาท?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่จริง : รัฐปรับโครงสร้างภาษียาสูบใหม่ให้สอดคล้องกับหลักสากล เน้นดูแลสุขภาพคนไทย จึงจัดเก็บอัตราภาษีเดียวกันทั้งบุหรี่ที่ผลิตในประเทศและบุหรี่นำเข้า ซึ่งการยาสูบแห่งประเทศไทยเป็นผู้กำหนดกลยุทธ์ราคาเอง โดยยังแข่งขันได้และมีกำไรในปี 61
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช และบางใหญ่-กาญจนบุรี ที่ไม่สามารถบริหารจัดการด่านเก็บเงินได้ ต้องให้ภาคเอกชนเข้ามารับสัมปทานเป็นผู้ทำด่านเก็บเงินค่าผ่านทาง โดยรัฐจ่ายค่าจ้างให้เอกชนปีละ 2,000 ล้านบาท สัญญา 30 ปี ได้รับประโยชน์อย่างง่ายดาย โดยไม่มีความเสี่ยงแต่อย่างใด?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่จริง : กรณีการให้เอกชนร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance : O &amp;amp; M) โครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช และบางใหญ่-กาญจนบุรี เอกชนมีหน้าที่ลงทุนและยังคงรับความเสี่ยงของงานระบบและดำเนินการ O &amp;amp; M ของโครงการทั้งหมด และจากผลการศึกษาฯ พบว่า การให้เอกชนร่วมลงทุนฯ รูปแบบ PPP Gross Cost มีต้นทุนค่าใช้จ่ายของภาครัฐ &amp;ldquo;ต่ำกว่า&amp;rdquo; รูปแบบรัฐดำเนินการเอง และได้คำนึงถึงประโยชน์ของภาครัฐอย่างรอบคอบแล้ว โดยภาครัฐไม่ได้เสียเปรียบเอกชน และไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่นายทุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการต่อสัมปทานให้แก่บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ทั้งที่พบว่ามีการทุจริตภาษีไป 3,000 ล้านบาท แต่กลับไม่ดำเนินการเอาผิดแต่อย่างใด?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่จริง : กรมศุลกากรได้ดำเนินการเพิกถอนใบขนสินค้าขาออกของบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ตั้งแต่ปี 2554-2559 แล้ว ตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินขอให้ดำเนินการตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่า การขนส่งของไปใช้ในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในบริเวณไหล่ทวีป ถือเป็นการนำไปใช้ในการประกอบกิจการปิโตรเลียมในราชอาณาจักร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการแจกสัมปทานปิโตรเลียมโดยเลือกระบบที่รัฐเสียผลประโยชน์ โดยเฉพาะเมื่อระบบจ้างผลิตที่รัฐได้ประโยชน์ 80-90% กลับไม่ดำเนินการ แต่กลับเลือกระบบแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract : PSC) ที่ได้ส่วนแบ่งแค่ 30% เท่านั้น?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่จริง : ระบบจ้างผลิต เป็นระบบที่เหมาะกับประเทศที่มีแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ ซึ่งลักษณะแหล่งปิโตรเลียมของไทยมีขนาดเล็ก จึงไม่เหมาะที่จะใช้ระบบจ้างผลิต นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงปริมาณสำรองและศักยภาพปิโตรเลียมของประเทศ รวมถึงต้นทุนต่อหน่วยเป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูลทางวิชาการเชิงประจักษ์เป็นปัจจัยในการพิจารณา ซึ่งเป็นตามมาตรฐานสากล ซึ่งทุกแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยเข้าหลักเกณฑ์ที่ใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29230</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 ปีรัฐบาล, ประชารัฐ-ไทยนิยมยั่งยืน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, รายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190215/image_big_5c66c042e7817.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยุทธศาสตร์ชาติ&#039; ฉบับชาวบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นคนไทยต้องทราบนะครับ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับจาก ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๑ ไปจนถึง ๑๓ ตุลาคม ๒๕๘๐ รวม ๒๐ ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล.......&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดทำนโยบายและงบประมาณแผ่นดินบริหารประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะคิด-จะทำ&amp;quot; อย่างไรก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่คิดและทำนั้น ต้องอยู่ในกรอบ ๖ ด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นำประเทศสู่ความ &amp;quot;มั่นคง-มั่งคั่ง-ยั่งยืน&amp;quot; ตามแผน &amp;quot;ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรัชญา &amp;quot;เศรษฐกิจพอเพียง&amp;quot; เป็นแกน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มี &amp;quot;พระราชโองการ&amp;quot; โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ &amp;quot;ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี&amp;quot; ฉบับที่ว่านี้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อ ๑๓ ตุลา ๖๑
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ก็เป็นเหตุหนึ่ง..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บางพรรคการเมือง ประกาศจะฉีกรัฐธรรมนูญกันตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่รัฐธรรมนูญระบุเช่นนี้ พวกเขามองว่า เป็นการปิดทาง &amp;quot;ฉ้อฉลเชิงนโยบาย&amp;quot; ที่พวกเขาถนัดโดยตรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะจะชงเอง-กินเอง ผ่านนโยบาย ไปสู่ &amp;quot;แบ่งกันกิน&amp;quot; เหมือนแต่ก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยากแล้ว!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่าฝืน มีสิทธิ์ &amp;quot;ติดคุก&amp;quot; ทั้งรัฐบาล ทั้งหน่วยราชการ!&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะว่า &amp;quot;จำเป็น&amp;quot; ก็จำเป็น.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คนไทยควรมีความรู้-ความเข้าใจเรื่องยุทธศาสตร์ชาติกันไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่อย่างนั้น จะถูกพรรค &amp;quot;นักเลือกตั้ง&amp;quot; ประเภทกังฉินอาศัย &amp;quot;ความไม่รู้&amp;quot; ในหมู่ประชาชน ตะแบงเท็จให้หลงเชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณ Pat Hemasuk โพสต์เป็นวัคซีน ป้องกัน &amp;quot;ไวรัสปอบ&amp;quot; กินตับประเทศไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงประเด็น ที่เป็นปัญหาจากพวกหน่วงชาติ ผมไม่มีปัญญาสรุปได้ขนาดนี้ จึงขออนุญาตกระจายต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Pat Hemasuk&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ผมคิดว่าจะไม่เขียนเรื่องอื่นแล้ว แต่ก็อดเขียนไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะวันนี้............
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกที่พยายามจะโยงเรื่อง &amp;quot;ราชกิจจานุเบกษา&amp;quot; ได้ประกาศใช้ &amp;quot;ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561-2580&amp;quot; ไปยังเรื่องอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้กระทั่ง เรื่องที่จะมีการร่างกฎหมายสัตว์เลี้ยง ก็ยังโยงได้ แบบน่าแปลกใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมอ่านแล้ว รู้เลยว่า คนที่วิจารณ์นั้น &amp;quot;ไม่ได้อ่าน&amp;quot; ยุทธศาสตร์ชาติฉบับนี้เลย แม้แต่น้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือไม่อยากอ่าน &amp;quot;เกินแปดบรรทัด&amp;quot; แต่อยากออกความเห็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วความเห็นนั้น ก็ใช้วาทกรรมสวยหรู ประเภทคำพูดที่ท่องจำเอาไว้ ที่พูดแล้วดูคล้ายกับเป็นปัญญาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น กระบวนทัศน์ มายาคติ วิพากษ์ วาทกรรมย้อนแย้ง ฯลฯ อะไรที่ใช้คำพูดทำนองนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งความเห็นพวกนี้ &amp;quot;เข้าป่าเข้าทุ่ง&amp;quot; ไปเลย เพราะไม่ได้อ่านสิ่งที่ตัวเองให้ความเห็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีบางคนบอกว่า &amp;quot;แผนสภาพัฒน์&amp;quot; ก็มีอยู่แล้ว ไปเขียนทำไมให้ซ้ำซ้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งคนที่พูดเรื่องนี้ เหมือนปล่อยโง่ออกมาแบบไม่ยั้งเลยก็ว่าได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะแผนระยะ สั้น กลาง ยาว ของสภาพัฒน์ นั้น เน้นไปทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ชื่อตัวเต็มก็บอกอยู่แล้วว่า &amp;quot;แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งไม่ครอบคลุมทั้งหมด เหมือน &amp;quot;ยุทธศาสตร์ชาติ&amp;quot; ฉบับนี้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนฉบับนี้ มีการแบ่งยุทธศาสตร์ออกเป็น 6 ด้าน คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเห็นว่า แผนนั้น คลุมไปหมดทุกด้าน ซึ่งรัฐบาลในอนาคต ต้องเดินตามแผนนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะมามั่วเอาแผนระยะสั้น &amp;quot;ตามใจชอบ&amp;quot; แบบเดิมอีกไม่ได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรัฐบาลไหนจะทำอย่างไร เป็นเรื่องของรัฐบาลนั้นๆ ซึ่งแผนนี้ ไม่ได้บังคับแบบขยับตัวไม่ได้ &amp;nbsp;เป็นเพียงเส้นทางที่ต้องทำและควรจะทำเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมันคือ สิ่งที่ &amp;quot;เทียบเท่ากฎหมาย&amp;quot; ที่ประกาศออกมาใช้บังคับให้หน่วยงานรัฐทุกภาคส่วน &amp;quot;ต้องทำตาม&amp;quot; รัฐธรรมนูญ 2560 หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 65 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน&amp;quot; ตามหลักธรรมาภิบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทําแผนต่างๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คราวนี้ รู้แล้วใช่ไหมว่า......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยุทธศาสตร์ชาติ&amp;quot; นั้น กำหนดเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ และมีมาตราแยกเป็นของตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่อะไรที่หลักลอย &amp;quot;จะทำหรือไม่ทำ&amp;quot; ก็ได้ อีกต่อไปในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไม ต้องมียุทธศาสตร์ชาติยาวถึง 20 ปี?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามกระจายไปทั่วโลกโซเชียล ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะถามเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะแผนและเป้าหมายของประเทศไทยนั้น &amp;quot;โดนยำ&amp;quot; ด้วยแผนระยะสั้นของรัฐบาลต่างๆ มาแล้วหลายยุคหลายสมัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางครั้งก็ &amp;quot;กลับไป-กลับมา&amp;quot; ตามรัฐบาลที่เปลี่ยนไปเหมือนพายเรือในอ่าง จนทำให้ประเทศชาติ ไม่ไปไหนเลย หรือถอยหลังในบางเรื่องก็มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จ มียุทธศาสตร์ชาติ &amp;quot;ระยะยาว&amp;quot; ทั้งนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูอย่าง &amp;quot;สิงคโปร์&amp;quot; มียุทธศาสตร์ระยะยาวมาตั้งแต่สมัย นายลีกวนยู ใน 5 แนวทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสัมพันธ์ ความเชี่ยวชาญ เพิ่มศักยภาพ เทคโนโลยี และพัฒนาเมือง ซึ่งก็ยังใช้อยู่ในทุกวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จีน&amp;quot; ก็มียุทธศาสตร์ชาติระยะยาวมาตั้งแต่ยุคของ &amp;quot;เติ้งเสี่ยวผิง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเน้นการสร้างความทันสมัยสี่ด้าน เกษตร, ศึกษา, อุตสาหกรรม และทหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเวลานี้ &amp;quot;สีจิ้นผิง&amp;quot; ก็ยังเดินตามแนวทางปฏิรูปชาติระยะยาวอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มีการดัดแปลงไปบ้างตามยุคสมัยและที่ต้องเพิ่มขึ้นให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ของ &amp;quot;เยอรมัน&amp;quot; ยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว 4 ประการคือ คุณภาพชีวิต, ความเท่าเทียม, ความสมานฉันท์ และความรับผิดชอบในชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูแล้ว เหมือนไม่มีอะไร แต่แผนตัวลูกนั้น กระจายออกเป็นนโยบาย 21 ข้อ ครอบคลุมทุกสาขา ทั้งด้านสังคมและการพัฒนาเทคโนโลยี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนของไทยนั้น มี 6 ประการ ความมั่นคง, ความสามารถแข่งขัน, ศักยภาพมนุษย์, ความเท่าเทียมของสังคม, คุณภาพชีวิตกับสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาการบริหารจัดการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูแล้ว ไม่ต่างอะไรกับประเทศต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จ และมีแผนระยะยาวเป็นของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมถึงได้บอกว่า ก่อนจะ &amp;quot;ด่าฟ้า-ด่าดิน&amp;quot; แบบทำอะไรก็ไม่ถูกใจสักเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนจะให้ความเห็นชี้นำไปในทางเลวร้ายต่อแผน 20 ปีของยุทธศาสตร์ชาติ ฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันก่อน นั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกคุณอ่านกันครบทั้งฉบับแล้วหรือยัง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่านแล้ว เข้าใจหรือเปล่าว่า แต่ละแผนนั้น เป้าหมายคืออะไร?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ละจุดนั้น มีการตัดตอนรัฐบาลเลวๆ ในอนาคต ที่จะมาทำเรื่องตามใจตัวเองได้ลำบากขึ้นอย่างไรบ้าง? และแผนแต่ละแผนนั้น สนับสนุนรัฐบาลดีๆ ให้ทำงานง่ายขึ้นอย่างไรบ้าง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ายังไม่อ่าน..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็จงอย่าแสดงความโง่ของตัวเองออกมา ด้วยการมองในแง่ร้าย ไม่ถูกใจไปเสียทุกเรื่องบนโลกโซเชียลเลยครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ ก็งามสรรพ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าผมเติมอะไรลงไปอีกซักครึ่งคำ จะเป็น &amp;quot;ส่วนเกิน&amp;quot; ทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19919</URL_LINK>
                <HASHTAG>Pat Hemasuk, มั่นคง-มั่งคั่ง-ยั่งยืน, ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2018 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2018 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัด5แกนนำพปชร.นั่งซุปเปอร์บอร์ดยุทธศาสตร์ชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.2561 - ผู้ใช้เฟซบุ๊ก &amp;quot;ถือแถน ประสพโชค&amp;quot; ซึ่งเป็นบุคคลที่ติดตามการทำงานของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างใกล้ชิดได้โพสต์ถึงเรื่องแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีว่า กรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่ถูกแต่งตั้งแล้วและจะอยู่ในตำแหน่ง 5 ปีไปจนถึงปี 2565 ตอนนี้มีอยู่ 12 คนจากทั้งหมด 17 คน มีอีก 5 คนที่ยังไม่แต่งตั้งเข้าไป แต่คาดว่าจะแต่งตั้งก่อนจะมีการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 คนนี้ประกอบด้วย 1.นายกานต์ ตระกูลฮุน 2.นายชาติศิริ โสภณพนิช 3.นายเทียนฉาย กีระนันทน์ 4.นายบัณฑูร ล่ำซำ 5.พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง 6.นพ.พลเดช ปิ่นประทีป 7.นายวิษณุ เครืองาม 8.นายศุภชัย พานิชภักดิ์ 9.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 10.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ 11.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา 12.นายอุตตม สาวนายน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 12 คนนี้เป็นซุปเปอร์บอร์ดของประเทศแน่ๆ แล้วในเวลาอีก 5 ปีข้างหน้า และอีก 5 คนที่ยังไม่แต่งตั้งนั้นตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะเป็นใครบ้าง แต่คงจะแต่งตั้งในไม่ช้าหลังประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติมีผลบังคับใช้แล้ว
ส่วนกรรมการอีก 18 ตำแหน่ง เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ทั้งนายกรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ ผบ.ตำรวจ เลขาฯ สมช. รวมไปถึงประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งน่าขำว่า ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติคือ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ซึ่งตอนนี้ก็เป็นแกนนำคนหนึ่งในพรรคพลังประชารัฐ ถ้านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ก็เป็นแกนตัวจริงของพรรคพลังประชารัฐด้วย ตอนนี้ก็เท่ากับว่าพรรคพลังประชารัฐมีคนที่เป็นซุปเปอร์บอร์ดของประเทศแล้วถึง 5 คน ตาข่ายเผด็จการไม่รู้จะคลุมไปอีกนานขนาดไหนถ้าประชาชนไม่ลุกขึ้นมาเรียกอำนาจคืน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19864</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, คสช., ถือแถน ประสพโชค, พรรคพลังประชารัฐ, ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี, รัฐบาล, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181014/image_big_5bc2b75ab17f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
