<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ปรับเครื่องบินทางทหาร C295 ใช้ส่งผู้ป่วยโควิดกลับบ้าน พร้อมนำยุทโธปกรณ์ที่จัดซื้อช่วยปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.64-พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่กองทัพบกได้ให้การสนับสนุน การเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อ โควิด19 ที่ไม่มีอาการ(สีเขียว) กลับภูมิลำเนาเพื่อไปรักษาตัว โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข, สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.), กอ.รมน.จังหวัด ตามนโยบายพาคนกลับบ้าน ของนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สอดคล้องกับแนวทางที่ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้หน่วยทหารนำขีดความสามารถและทรัพยากรที่กองทัพบกมีอยู่มาช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์โควิด-19 ทุกวิถีทาง โดยในส่วนของการกระจายผู้ป่วยกลับไปรักษายังภูมิลำเนา เพื่อลดปริมาณผู้ป่วยสะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และกองทัพบกได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไกของศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก กองทัพภาค และกรมแพทย์ทหารบก ดำเนินการตั้งแต่ 12 กรกฎาคม 2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการเพิ่มเติมให้นำ อากาศยานของกองทัพบก คือ &amp;ldquo;เครื่องบินลำเลียงแบบ 295&amp;rdquo; C295 มาเป็นยานพาหนะในการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อทางอากาศไปส่งยังภูมิลำเนาทั่วประเทศ เน้นการใช้ส่งป่วยไปยังจังหวัดพื้นที่ห่างไกลจาก กทม.และที่ต้องใช้เวลานานหากเดินทางด้วยรถยนต์&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้กองทัพบกได้มีการปรับแต่งระบบต่างๆของอากาศยานเพิ่มเติม ปรับปรุงห้องโดยสารให้เหมาะสมกับสภาพผู้ป่วยติดเชื้อให้สามารถรองรับภารกิจได้ ครอบคลุมเรื่องการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ, ระบบความปลอดภัย ,ปรับระบบควบคุมการไหลเวียนอากาศและระบบกรองอากาศ,การติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อการสื่อสาร คำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้ป่วย รวมถึงความพร้อมของบุคลากร นักบิน ช่างเครื่อง จัดทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่พยาบาล ดูแลติดตามอาการของผู้ป่วยในระหว่างเดินทางให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยเวชศาสตร์การบิน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเพื่อให้พร้อมในทุกระบบ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทีมลำเลียงผู้ติดเชื้อCovid-19 ทางอากาศกองทัพบก&amp;rdquo;&amp;nbsp; ( Covid-19 Aero Medical Evacuation Army Team : ArmCAME ) จากกรมการขนส่งทหารบก พร้อมด้วยแพทย์เวชศาสตร์การบินจากกรมแพทย์ทหารบก ได้นำ&amp;ldquo;เครื่องบินลำเลียงแบบ 295&amp;rdquo; ที่ดัดแปลงเป็นยานพาหนะส่งป่วย ขึ้นบินทดสอบระบบ และซักซ้อมการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายตั้งแต่การรับและนำผู้ป่วยขึ้นเครื่อง, การจัดการสัมภาระ,แนะนำขั้นตอนการปฏิบัติตน จนถึงการลำเลียงผู้ป่วยเมื่อถึงปลายทาง และการทำความสะอาดฆ่าเชื้อภายในอากาศยานเมื่อจบภารกิจโดยกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ซึ่งการบินทดสอบดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อากาศยานและกระบวนการบริหารจัดการผู้ป่วยมีความพร้อมรองรับภารกิจได้อย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับ&amp;rdquo;เครื่องบินลำเลียงแบบ 295&amp;rdquo; เป็นอากาศยานประจำการที่กองทัพบกใช้ในภารกิจป้องกันประเทศ เช่น การเคลื่อนย้ายกำลังทหาร ยุทโธปกรณ์และ สิ่งอุปกรณ์ ภารกิจการฝึกศึกษาทางทหาร เช่น หลักสูตรส่งทางอากาศ การกระโดดร่ม&amp;nbsp; การฝึกร่วม/ผสม ภารกิจส่งกลับสายแพทย์ และการบรรเทาสาธารภัย&amp;nbsp; ซึ่งการนำ &amp;ldquo;เครื่องบินลำเลียงแบบ 295&amp;rdquo; มาดัดแปลงใช้ในการส่งผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา ทำให้ประหยัดเวลาการเดินทางไกล ลดความเหนื่อยล้า สามารถส่งผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นการนำยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกมาใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งภารกิจด้านการทหารและการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์COVID-19 ทั้งนี้ ผู้ป่วยCOVID-19(สีเขียว) ที่มีความประสงค์จะกลับไปรักษายังภูมิลำเนา สามารถติดต่อไปยัง ศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิดกองทัพบก (กทม.) โทร. 02-270-5685-9 ได้ตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110805</URL_LINK>
                <HASHTAG>นำผู้ป่วยโควิดกลับบ้าน, พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง, ยุทโธปกรณ์, เครื่องบินลำเลียงแบบ 295</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa2fe58a1ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2020 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2020 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.แจ้งตารางเคลื่อนย้ายกำลังพล-อาวุธป้องกันลือปฏิวัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.63 -&amp;nbsp;แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบกแจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะของกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน เพื่อทำการฝึกเดินทางไกล และพักแรมของทหารใหม่ ผลัดที่ 2/63 ในวันที่ 27 - 29 พ.ย. 63 โดยในวันที่ 27 พ.ย. 63 เวลา 05.00 น. เคลื่อนย้ายจาก กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 &amp;ndash; ถ.ทหาร &amp;ndash; ถ.ประดิพัทธ์ &amp;ndash; ผ่านย่านพหลโยธิน &amp;ndash; ถ.กำแพงเพชร &amp;ndash; ถ.วิภาวดีรังสิต &amp;ndash; ถ.รังสิต-นครนายก ปลายทาง โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จ.นครนายก และเคลื่อนย้ายกลับ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 ตามเส้นทางเดิม ในวันที่ 28 พ.ย. 63 เวลา 17.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 06.00 น. เคลื่อนย้ายจาก กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 5 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 &amp;ndash; ถ.แจ้งวัฒนะ &amp;ndash; ถ.วิภาวดีรังสิต &amp;ndash; ถ.รังสิต-นครนายก ปลายทาง โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จ.นครนายก และเคลื่อนย้ายกลับ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 5 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 ตามเส้นทางเดิม ในวันที่ 28 พ.ย. 63 เวลา 20.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 08.00 น. เคลื่อนย้ายจาก กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 6 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 &amp;ndash; ถ.แจ้งวัฒนะ &amp;ndash; ถ.วิภาวดีรังสิต &amp;ndash; ถ.พหลโยธิน ปลายทาง ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 1 อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และเคลื่อนย้ายกลับ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 6 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 ตามเส้นทางเดิม ในวันที่ 28 พ.ย. 63 เวลา 20.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 28 พ.ย. 63 เวลา 06.00 น. เคลื่อนย้ายจาก กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 รักษาพระองค์ &amp;ndash; ถ.ทหาร &amp;ndash; ถ.ประดิพัทธ์ &amp;ndash; ถ.กำแพงเพชร &amp;ndash; ถ.วิภาวดีรังสิต &amp;ndash; ถ.พหลโยธิน ปลายทาง ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 1 อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และเคลื่อนย้ายกลับ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 รักษาพระองค์ ตามเส้นทางเดิม ในวันที่ 29 พ.ย. 63 เวลา 22.00 น. จึงขอแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบ และขออภัยในความไม่สะดวก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85125</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ยุทโธปกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201126/image_big_5fbf68eda1d99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยี่ยมยอด ทบ.หนุน &#039;ภูมิปัญญานักรบไทย&#039; วิจัยพัฒนาอาวุธ พึ่งพาตัวเอง ไม่ต้องซื้อต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.63 - ที่หอประชุมกิตติขจร ภายในกองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก มอบหมายให้พล.ท.อัครเดช บุญเทียม รองเสนาธิการทหารบก เป็นประธานเปิดงานวันภูมิปัญญานักรบไทย เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัย และสิ่งประดิษฐ์ทางทหารของกองทัพบก พร้อมทั้งจัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีทางทหารระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกกองทัพบก รวมทั้งเพื่อเชิดชูสร้างขวัญกำลังใจให้นักประดิษฐ์และหน่วยประดิษฐ์ เพื่อสร้างความร่วมมือให้ลักษณะพหุภาคีการวิจัยภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งภายในงานมีการมอบรางวัลสิ่งประดิษฐ์ทางทหาร ประจำปี 63 และรับมอบผลงานวิจัยภายใต้โครงการทุนพัฒนาศักยภาพนักวิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลงานสิ่งประดิษฐ์ทางทหารและหน่วยประดิษฐ์ดีเด่น ประจำปี 63 ผลงานด้านยุทโธปกรณ์ได้แก่รางวัลชนะเลิศสิ่งประดิษฐ์ชุดสายรัดตัวสุนัขจากกองพลาธิการส่งกำลังทางอากาศ ที่มีพ.ท.เมธา รักเจริญ เป็นนักประดิษฐ์ ขณะที่ผลงานด้านหลักการได้แก่ รางวัลชนะเลิศระบบจัดการฐานข้อมูลอากาศยานผ่านอิเล็กทรอนิกส์ จากกองพันทหารขนส่งซ่อมบำรุงเครื่องบินทหารบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.อัครเดช กล่าวว่า ขอชื่นชมนักประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัล และนักวิจัยที่ทุ่มเทศึกษาวิจัยสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อการดำเนินภารกิจของกองทัพบก รวมถึงแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านงานวิจัยและพัฒนาของกองทัพบก ซึ่งสถานการณ์ด้านความมั่นคงในปัจจุบันส่งผลให้เกิดภัยคุกคามที่มีความซับซ้อน ทำให้กองทัพบกต้องพัฒนาและเสริมสร้างขีดความสามารถให้กำลังพลและยุทโธปกรณ์ให้มีความพร้อมรบ มีความทันสมัยบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเองเพื่อลดการนำเข้าและสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศ อีกทั้งเพื่อให้กองทัพบกมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจพิทักษ์รักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดมาใช้ให้เกิดคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงได้มาตรฐานทัดเทียมนานาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น​ พล.อ.อภิรัชต์​ คงสมพงษ์​ ผบ.ทบ.และพล.อ.ณรงค์พันธ์​ จิต์แก้วแท้​ ผู้ช่วยผบ.ทบ.ได้มาดูนิทรรศการอาวุธตามบูทต่างๆ​ ทั้งนี้​ผบ.ทบ.​กล่าวว่า​ การวิจัยและพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ในประเทศไทย​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมให้ความสำคัญเนื่องจากของไทยมีการพัฒนาดี นายกรัฐมนตรีก็ให้การส่งเสริม​โดยเริ่มจากเล็กไปหาใหญ่​ และเราต้องพัฒนาเต็มขีดความสามารถ​ ไม่ใช่จะไปซื้อจากต่างประเทศตลอดซึ่งนายกรัฐมนตรีได้พูดอยู่เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​การชุมนุมในวันที่​ 19​ ก.ย.มีอะไรน่าห่วงหรือไม่​ในฐานะที่ดูแลความสงบเรียบร้อย พล.อ.อภิรัชต์​ กล่าวสั้นๆว่า​ไม่น่าห่วง​.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76366</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ทหาร, บิ๊กแดง, ผบ.ทบ., พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ยุทโธปกรณ์, วิจัยอาวุธ, อาวุธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f50797bf1203.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฉียดฉิว!อนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯโหวต 5 ต่อ 4 ผ่านจัดซื้อเรือดำน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.63 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.50 น. ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.)ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ปี 64 แถลงข่าวในฐานะโฆษกกมธ.งบปี 64 ภายหลังประชุมคณะอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ ว่า วันนี้มีการพิจารณางบจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน ของกองทัพเรือ จำนวน 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่สอง ภายหลังจากที่ครั้งแรก ทางคณะอนุกมธ.แขวนไว้ เพราะยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะให้ซื้อหรือไม่ &amp;nbsp;โดยทางกองทัพเรือได้ให้เหตุผลว่าที่ต้องซื้อเรือดำน้ำ เพราะไทยได้ลงนามในเอ็มโอยูกับจีนไว้แล้วว่าต้องซื้อ 3 ลำ โดยลำแรกได้จัดซื้อไปแล้วด้วยงบประมาณปี 60 ซึ่งจะได้รับเรือในปี 2567 อย่างไรก็ตาม อีก 2 ลำ ที่จะใช้งบปี64 นั้น ทางอนุกมธ.สอบถามว่ายังไม่ซื้อได้หรือไม่ จะถูกฟ้องร้องหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวอีกว่า วันนี้กองทัพเรือได้นำเอ็มโอยูซื้อเรือลำน้ำลำแรกมา ปรากฏว่าในเอ็มโอยูไม่ได้เขียนว่าไทยจะต้องซื้อลำที่สองและลำที่สาม ไม่ได้ผูกพันธ์กันไว้ มีแต่เพียงระบุว่าถ้าเกิดปัญหาในข้อตกลง หรือเกิดความขัดแย้งให้เจรจากันอย่างฉันท์มิตร ไม่มีการขึ้นศาลหรือคดีต่อกัน นี่คือเอ็มโอยูที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เซ็นไว้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมอยู่ในฝั่งที่ไม่ให้ซื้อโดยบอกว่าเมื่อไม่ได้มีข้อตกลงให้ซื้อลำสองลำสาม ทางกองทัพอ้างอย่างเดียวว่าเพื่อความมั่นคงทางทะเล ทางผมสู้ว่ามีปัญหาด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลกู้จนเต็มเพดาน ประชาชนเดือดร้อน สังคมมีปัญหาอาชญากรรม เพราะคนตกงานไม่มีอันจะกิน ทางกมธ.ในส่วนที่ไม่ให้ซื้อ บอกว่ายังไม่จำเป็นต้องซื้อในปีนี้ ให้เลื่อนออกไปก่อน&amp;rdquo; รองประธานคณะอนุกมธ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวด้วยว่า &amp;nbsp;ที่ประชุมตกลงกันไม่ได้ ทำให้ นายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกมธ. สั่งพักการประชุม และเริ่มอีกครั้งในเวลา 14.15 น. พร้อมสั่งให้ลงมติ โดยในฝั่งที่ลงมติไม่ให้จัดซื้อเรือดำน้ำ ประกอบด้วย ตน นายเรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย นายครูมานิตย์ &amp;nbsp;สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และน.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ส่วนผู้ที่โหวตให้ผ่าน ได้แก่ นายชยุต &amp;nbsp;ภุมมะกาญจนะ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย นางกรณิศ &amp;nbsp;งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ นายจีรเดช &amp;nbsp;ศรีวิราช ส.ส.พะเยาว์ พรรคพลังประชารัฐ และนางศิริวรรณ &amp;nbsp;ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีเสียงเท่ากัน สุดท้ายประธานคณะอนุกมธ.ออกอีกเสียงหนึ่งเห็นชอบให้ซื้อเรือดำน้ำ เป็นอันว่าประเทศไทยซื้อเรือดำน้ำจีนอีก 2ลำในภาวะที่คนไทยกำลังอดอยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนและนายครูมานิตย์จะขอคัดค้านการซื้อเรือดำน้ำดังกล่าว เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน เพราะเห็นว่าไม่จำเป็นในการซื้อ อีกทั้งลำที่หนึ่งที่ได้ซื้อไปแล้วยังไม่ได้ของ ซึ่งกว่าจะได้ก็ปี 67 เรื่องนี้นายกฯต้องเลือกระหว่างซื้อเรือดำน้ำกับความอดอยากของประชาชน ชาวบ้านบอกให้ช่วยเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด รัฐบาลบอกไม่มีเงิน เห็นเรือดำน้ำสำคัญกว่าชีวิตประชาชนได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายครูมานิตย์ ระบุว่า วันนี้ยังไม่มีความจำเป็นในการจัดซื้อเมื่อเทียบกับความอดอยากของประชาชนทุกภาค เราไม่ได้คัดค้านไม่ให้ซื้อ แค่อยากให้ชะลอไว้ก่อน ถ้าประชาชนไม่อดอยาก จะซื้อ 4-5 ลำก็ซื้อไป แต่ช่วง4-5ปีมานี้ทหารใช้งบประมาณแทบจะมากกว่าทุกกระทรวงอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75135</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลาโหม, งบประมาณ, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, ยุทโธปกรณ์, เพื่อไทย, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3f8aa5aa9c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 19:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดสมุดปกขาว &#039;ทอ.&#039; แผนงบประมาณ – โครงการจัดซื้ออาวุธ 10 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพอากาศได้จัดทำ สมุดปกขาว พ.ศ.2563หรือ RTAF White Paper 2020 เป็นเอกสารสื่อสารสาธารณะ จัดทำเพื่อให้ประชาชน หน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศของไทยรับรู้ ตระหนัก และเข้าใจ ในบทบาทหน้าที่ ขีดความสามารถที่ต้องการในการปฏิบัติภารกิจ และแนวทางการพัฒนา กองทัพอากาศ ตลอดจนเพื่อให้บริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศทั้งในประเทศไทยและ ต่างประเทศรับทราบถึงความต้องการโครงการสําคัญของกองทัพอากาศ ซึ่งจะทําให้เกิดความ โปร่งใสในการวางแผนจัดหาพร้อมการพัฒนาในอนาคตโดยมีขอบเขตเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาและ ความต้องการยุทโธปกรณ์หลักของกองทัพอากาศระยะปานกลางในอีกหนึ่งทศวรรษข้างหน้าสามารถใช้เป็นแนวทางในการวางแผนงบประมาณโครงการเสริมสร้างกําลังรบของกองทัพอากาศ เพื่อให้มียุทโธปกรณ์ที่เพียงพอและเหมาะสม ตลอดจนมีขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจเพื่อรองรับภัยคุกคามในระยะ 10ปีข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เนื้อหาสําคัญ ประกอบด้วยการประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ทางยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องบทบาท หน้าที่ ภารกิจ และแนวทางการใช้กําลัง โครงสร้าง ขีดความสามารถ และแนวทางการพัฒนากองทัพอากาศ แผนความต้องการและกรอบงบประมาณ เป็นเอกสารยืนยันเจตนารมณ์และพันธะสัญญาต่อสาธารณะตามรัฐธรรมนูญฯ ว่ากองทัพอากาศจะเตรียมกําลังกองทัพอากาศและ การป้องกันราชอาณาจักรพร้อมการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญต่างๆ ตามที่รัฐบาลมอบหมาย อย่างเต็มกำลังความสามารถ แม้ในแต่ละปีรัฐบาลพยายามจัดสรรงบประมาณให้กองทัพอากาศเพิ่มมากขึ้น โดยรัฐบาลคํานึงถึงความสมดุลกับการพัฒนาประเทศด้านอื่น ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมองสถานการณ์และความท้าทาย ภัยคุกคามในมิติทางอากาศรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้น ได้แก่ การใช้อากาศยานไร้คนขับขนาดเล็กในการกระทำผิดกฎหมาย หรือการติดอาวุธหรือระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ในการ ซึ่งทุกประเทศต้องพัฒนาขีดความสามารถเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว ระบบบัญชาการและควบคุม ระบบตรวจจับ เครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ อากาศยานไร้คนขับ และระบบอาวุธต่อสู้อากาศยาน ด้านภัยคุกคามในมิติไซเบอร์ทวีจำนวนและมีระดับความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ ยามปกติเป็นการบุกรุกเครือข่าย การจารกรรมข้อมูล และการโจมตีเพื่อทำลาย ที่มุ่งผลต่อเสถียรภาพและความเชื่อถือได้ของระบบเครือข่าย รวมทั้งสงครามในอนาคตจะเป็นรูปแบบสงครามลูกผสม คือการใช้กำลังผสมผสานกันในทุกมิติระหว่างสงครามตามแบบ สงครามนอกแบบ &amp;nbsp;จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการรักษาความปลอดภัยจากภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างเข้มงวดและจริงจัง &amp;nbsp;ซึ่งกองทัพอากาศจำเป็นต้องพัฒนา ขีดความสามารถในมิติไซเบอร์ทั้งเชิงรุกและเชิงรับควบคู่กัน &amp;nbsp;ส่วนมิติอวกาศ การพัฒนากิจการอวกาศมีความสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศในภาพรวม &amp;nbsp;ประกอบด้วย การสังเกตการณ์ห้วงอวกาศเพื่อเฝ้าติดตามวัตถุอวกาศหรือดาวเทียม และการพัฒนาดาวเทียม ตรวจการณ์ทางอวกาศ &amp;nbsp;ดาวเทียมสื่อสารและโทรคมนาคมเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ ด้านความมั่นคงทั้งภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; กองทัพอากาศ ขอยืนยันว่างบประมาณที่ได้รับไม่เพียงพอต่อการดํารงสภาพยุทโธปกรณ์และอากาศยานซึ่งต้องดูแลตามมาตรฐานสากลทางทหาร และบำรุงรักษาเทคโนโลยีทางการบินที่มีราคาสูง อย่างไรก็ตาม กองทัพอากาศได้พิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อกำหนดหนทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรกำลังรบของกองทัพอากาศให้เกิดความคุ้มค่าภายใต้กรอบงบประมาณแผ่นดินซึ่งมาจากภาษีของประชาชนและเพื่อประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กองทัพอากาศต้องใช้งานยุทโธปกรณ์ที่เป็นระบบใหม่และระบบดั้งเดิมร่วมกันอย่าง หลีกเลี่ยงมิได้ เช่น เฮลิคอปเตอร์แบบ EC725 อายุการใช้งาน 1ปีในขณะที่ เฮลิคอปเตอร์แบ บH-1H อายุการใช้งาน 50ปี และ บ.แบบ Grpen 39 อายุการใช้งาน 8 ปี ในขณะที่เครื่องบิน แบบ F-16 ADF อายุการใช้งานสูงสุด 27 ปี การปฏิบัติงานโดยใช้ยุทโธปกรณ์ทั้งใหม่และดั้งเดิมร่วมกัน เป็นความท้าทายในการบริหาร จัดการทั้งในด้านการส่งกำลังและซ่อมบำรุง การซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานมานาน มีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากอะไหล่หายาก มีบริษัทผลิตอะไหล่น้อย นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัด ในการใช้งานยุทโธปกรณ์เพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถิติสัดส่วนงบประมาณ ของกองทัพอากาศต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) ตั้งแต่ ปี 53-63 พบว่ากองทัพอากาศได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 53 คิดเป็นร้อยละ 0.266 ต่อ GDP และปี 6คิดเป็นร้อยละ 0.240 ต่อ GDP ซึ่งแม้ว่ากองทัพอากาศจะได้รับงบประมาณ เพิ่มขึ้นในแต่ละปี แต่แนวโน้มอัตราส่วนต่อ GDP ลดลงอย่างต่อเนื่อง อนึ่ง ปี พ.ศ.2563 กระทรวงกลาโหมคาดการณ์ว่าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณคิดเป็นร้อยละ 1.13 ต่อ GDP ต่ำกว่าความต้องการงบประมาณตามยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศซึ่งกำหนดไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ2.0 ต่อ GDP &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอกสารดังกล่าวยังได้แจกแจงโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ในระยะ 10 ปีอย่างชัดเจน &amp;nbsp;สำหรับปีงบประมาณ 63 ได้แก่ โครงการจัดหาเครื่องบินฝึกทดแทนจำนวน 12 เครื่อง ผูกพันงบประมาณ 4ปี (63-66)วงเงิน 5,195 ล้านบาท &amp;nbsp; /โครงการจัดหาเครื่องบินฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้น T-50 (ระยะที่ 4) 2 เครื่อง วงเงิน 2,450 ล้านบาท ผูกพันงบประมาณ &amp;nbsp;63-65 / โครงการจัดหาเครื่องบินฝึกนักบินลําเลียงขั้นต้นฝูงฝึกขั้นปลาย 4 เครื่อง วงเงิน 233 ล้านบาท ผูกพันงบประมาณ ปี 2563-2564 &amp;nbsp; /โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องกันทางอากาศ (ระยะที่ 6) (mid-life Refurbish and upgradex)เรด้าร์ป้องกันภัยทางอากาศรุ่น AN/TPS -78 วงเงิน 850 ล้านบาท ผูกพันงบประมาณปี 63-65/โครงการจัดหาระบบสํารวจภูมิประเทศด้านความมั่นคงด้วยเครื่องบินลาดตระเวนทางอากาศ &amp;nbsp;3เครื่อง วงเงิน 400 ล้านบาท ผูกพันงบประมาณปี 63-65&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีงบประมาณ 2564 &amp;nbsp;ได้แก่ โครงการปรับปรุงขีดความสามารถ บ.ค.1 /โครงการจัดหาเครื่องบินโจมตีเบา (ระยะที่ 1) / โครงการสร้างคลังอาวุธและจัดหาอาวุธ กระสุน วัตถุระเบิดวิกฤตของ กองทัพอากาศ (ระยะที่ 2) /โครงการพัฒนาการปฏิบัติการในห้วงอวกาศ (ระยะท่ี 1) / โครงการผลิตอากาศยานไร้นักบินของกองทัพอากาศ /โครงการพัฒนาขีดความสามารถการส่งกําลังบํารุงเครื่องบินขับไล่ อเนกประสงค์ บ.ข.20/ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีงบประมาณ 2565 โครงการจัดหาเครื่องบินลําเลียงทดแทน / โครงการจัดหาเครื่องบินโจมตีเบา (ระยะที่ 2)/ โครงการจัดตั้งและพัฒนาศูนย์อากาศยานไร้คนขับ / โครงการพัฒนาขีดความสามารถสนามบินน้ำพอง - / โครงการพัฒนาฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (ระยะที่ 1)/ โครงการจัดหาทดแทนเรดาร์ควบคุมการจราจรทางอากาศ (ระยะที่ 2) /โครงการพัฒนาการปฏิบัติการในห้วงอวกาศ (ระยะที่ 2) / โครงการพัฒนาขีดความสามารถด้านอวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปีงบประมาณ 66 &amp;nbsp;//โครงการจัดหา บ.ขับไล่โจมตี (ระยะที่ 1) ทดแทน F-16 1 ฝูงบิน /โครงการจัดหา บ.ขับไล่อเนกประสงค์ทดแทน บ.ข.18 ก/ข / โครงการจัดหา ฮ.ทดแทน / โครงการจัดหาหรือผลิตระบบอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธ (ระยะที่ 1)/ โครงการจัดหาระบบป้องกันฐานบิน (ระยะที่ 1) /โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องกันทางอากาศ (ระยะที่ 7)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปีงบประมาณ 67 &amp;nbsp;โครงการจัดหาเครื่องบินลําเลียงทดแทน (ระยะที่ 2) /โครงการสร้างคลังอาวุธและจัดหาอาวุธ กระสุน วัตถุระเบิดวิกฤติของ กองทัพอากาศ (ระยะที่ 3) / โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (ระยะที่ 2) โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องกันทางอากาศ (ระยะที่ 8) โครงการจัดหาทดแทนเรดาร์ควบคุมการจราจรทางอากาศ (ระยะที่ 3) / โครงการพัฒนาการปฏิบัติการในห้วงอวกาศ (ระยะที่ 3) / โครงการจัดหาเครื่องบินรับ-ส่งบุคคลสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปีงบประมาณ 68 &amp;nbsp; โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตี (ระยะที่ 2) / โครงการจัดหาเครื่องบินฝึกฝูงบิน 604(ระยะที่ 2) /โครงการจัดหาหรือผลิตระบบอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธ (ระยะที่ 2) /-โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องกันทางอากาศ (ระยะที่ 9) ปีงบประมาณ 69 โครงการจัดหาเครื่องบินลําเลียงทดแทน (ระยะที่ 3/ โครงการจัดหาเครื่องบินฝึกทดแทน (ระยะที่ 1) / โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (ระยะที่ 3) โครงการจัดหาระบบป้องกันฐานบิน (ระยะที่ 2) / โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องกันทางอากาศ (ระยะที่ 10) /โครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์รับ-ส่งบุคคลสําาคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปีงบประมาณ70 &amp;nbsp;โครงการจัดหาเครื่องบินฝึกลําเลียงขนาดกลางทดแทน /โครงการจัดหาเครื่องบินฝึกทดแทน (ระยะที่ 2) โครงการจัดหาเครื่องบินฝึกรับ-ส่งบุคคลสําคัญทดแทน /โครงการพัฒนาการปฏิบัติการในห้วงอวกาศ (ระยะที่ 4) ปีงบประมาณ 71 โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน (ระยะที่ 1) โครงการจัดหา/ผลิตอากาศยานไร้นักบินของกองทัพอากาศ ทดแทน U1 โครงการจัดหาเครื่องบินลําเลียงขนาดกลางทดแทน ปีงบประมาณ 72 โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องกันทางอากาศ (ระยะที่ 11) - 2/72-A โครงการจัดหาระบบป้องกันฐานบิน (ระยะที่ 3) ปีงบประมาณ 73 &amp;nbsp;โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน (ระยะที่ 2)
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57719</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอากาศ, ซื้ออาวุธ, ทอ., ยุทโธปกรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4e45d96cfcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กองทัพบก&#039; ปล่อยคลิปโต้ปมจัดซื้อยุทโธปกรณ์(ชมคลิป)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ติดตามยูทูปไทยโพสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;ศูนย์ประชาสัมพันธ์สัมพันธ์กองทัพบก &amp;nbsp;ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอหัวข้อ &amp;ldquo;ยุทโธปกรณ์เพื่อประชาชน&amp;rdquo; โดยเนื้อหาอธิบายถึงยุทโธปกรณ์ทางทหาร จากภารกิจป้องกันประเทศสู่การช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะด้านการบรรเทาสาธารณภัยอยู่เคียงข้างประชาชนใน สมรภูมิน้ำ เป็นรถอเนกประสงค์ที่สามารถลำเลียงทหารเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย ลำเลียงเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงอพยพคนไปสู่พื้นที่ปลอดภัย ปรับสภาพเป็นโรงครัวพระราชทานเคลื่อนที่ ลุยน้ำท่วมไปช่วยประชาชนได้ทุกที่ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมระบุว่า ใช้ทุกสิ่งที่มีให้เป็นประโยชน์อย่างคุ้มค่า...เพื่อประชาชน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คลิปดังกล่าวถูกปล่อยออกมาหลังการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถูกฝ่ายค้านโจมตีอย่างหนักกรณีงบประมาณกลาโหม ในการจัดซื้อยุทโธปรณ์สวนทางกับสภาพเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48397</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ซื้ออาวุธ, ทหาร, ยุทโธปกรณ์, อภิปรายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5daaa1e2afd2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าคิดเยอะ!&#039;ประยุทธ์&#039;แจงงบฯกลาโหมซื้อยุทโธปกรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค 62 - ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ในวันที่ 3 ถึงงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหมว่า ในส่วนของงบประมาณกลาโหมมีการกันไว้ 7-8 หมื่นล้านบาทเท่านั้น เพื่อเอาไว้ซื้อยุทโธปกรณ์ ซึ่งเป็นการตั้งงบผูกพันและเป็นงบในส่วนของกลาโหมเองไม่ใช่งบกลาง เว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่เป็นข้อตกลงกับต่างประเทศ ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งมีจำนวนน้อยมาก และต้องมีการซื้อทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่านอกจากนี้ยังมีเรื่องทหารตามแนวชายแดนที่มีจำนวนหลายแสนนายในพื้นที่ 5,000 กว่ากิโลเมตรทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งหากเราไม่มีเรือที่ทันสมัยจะทำได้หรือไม่ เพราะเรือที่มีอยู่ใช้มากว่า 50 ถึง 60 ปีแล้ว จึงมีการผุพังบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่าคิดว่ามีเยอะ ต้องไปดูว่ามีความทันสมัยและทันสถานการณ์หรือไม่ต้องคิดตรงนี้และต้องไปดูข้างในด้วย ซึ่งเราก็พูดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของศักยภาพ รวมถึงเป็นเรื่องอำนาจการต่อรองที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน โดยเฉพาะวันนี้โลกมีความเปลี่ยนแปลงรอบบ้านเราก็มีกันทั้งหมด&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวว่าจะมาบอกว่าเกษตรกรเขาไม่เดือดร้อนเขาถึงซื้อได้ เขาก็เดือดร้อนเหมือนเราแต่ก็ต้องทำ เมื่อเขามีเราไม่มีศักยภาพของเราก็หายไปไหมล่ะ ทั้งศักยภาพ ความเกรงอกเกรงใจ การเจรจาและการพูดคุย รวมถึงการรักษาความมั่นคงทางทะเลซึ่งสำคัญที่สุด ของพวกนี้มันแพงทั้งสิ้น เราก็พยายามหาเรือขนาดเล็กและพยายามต่อเรือเอง อย่างเรือที่มีการติดอาวุธก็มีราคาแพง หากต่อไปมีการกระทบกระทั่งทางทะเล อาจมีเรื่องของเรือประมงมีปัญหากันยิงกัน เพื่อเห็นว่าเราคุ้มครองจะบานปลายไม่ได้ ดังนั้นยุทโธปกรณ์ของเราต้องทันสมัยพอสมควรให้ทันกับโลกวันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48396</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, งบประมาณ, ซื้ออาวุธ, ทหาร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุทโธปกรณ์, อภิปรายงบประมาณ63</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5daa9a3e44bd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
