<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;โดนด้วย! หมายเรียกคดีแถลงการณ์ยุบไทยรักษาชาติ ยก 6.2 เสียงค้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
3 เม.ย.62- ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul &amp;nbsp;ว่าวันนี้ก่อนออกไปทำงาน ผมเห็นกระดาษเสียบอยู่ในตู้จดหมาย หยิบมาดูปรากฏว่าเป็น &amp;ldquo;หมายเรียกพยาน&amp;rdquo; กรณีแถลงการณ์ของพรรคอนาคตใหม่กรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งผมเป็นผู้อ่านในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 โดยเจ้าหน้าที่ให้ผมไปพบ ปอท. ในวันนี้คือวันที่ 3 เมษายน เวลา 13.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเพิ่งได้รับหมายเรียกพยานก่อนเที่ยงวันนี้เอง ให้ผมไปพบพนักงานสอบสวนตอนบ่ายโมงวันนี้ แต่ในหมายเรียกเขียนว่าออกหมายวันที่ 27 มีนาคม ผมจึงต้องมอบหมายให้ทนายความไปแจ้งพนักงานสอบสวนขอเลื่อนนัดไปก่อน
คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็เพิ่งจะได้รับหมายเรียกเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการเลือกตั้ง พรรคอนาคตใหม่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน 6.2 ล้านเสียง และตลอดสัปดาห์นี้ เราพยายามเรียกร้องให้ กกต. เปิดคะแนนเสียงเลือกตั้งรายหน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทำไปทำมา ช่วงนี้เรากลับได้ของสะสมที่ระลึกเป็น &amp;ldquo;หมายเรียก&amp;rdquo; แทน
#อนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32896</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปิยบุตร แสงกนกกุล, ยุบพรรคไทยรักษาชาติ, หมายเรียก, เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190401/image_big_5ca1d8e12f5c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2019 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2019 07:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;แก๊งปฏิปักษ์การปกครอง&#039;บินไปร่วมงานแต่งลูกสาวนักโทษหนีคุก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
22มี.ค.62-มีรายงานว่า งานแต่งของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวคนเล็กของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หนีคุกคดีทุจริตที่ดินรัชดา กับ นายปิฎก สุขสวัสดิ์ แฟนหนุ่ม ซึ่งจะมีขึ้น วันที่ 22 มี.ค. ที่โรงแรมโรสวูด เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นอกจากคนในครอบครัว ญาติ และเพื่อนสนิท เริ่มทยอยเดินทางไปแล้วนั้น&amp;nbsp;
สำหรับนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนักโทษหนีคำพิพากษาจำคุก5ปีคดีจำนำข้าว ได้เดินทางไปรออยู่ก่อนแล้ว กลุ่มครอบครัว เครือญาติที่เดินทางไปจากเมืองไทย นำโดย นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชาย คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ภรรยานายทักษิณ&amp;nbsp;
ขณะที่นักการเมืองของพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ไม่ได้เดินทางไปร่วมงานเพราะใกล้วันเลือกตั้งและทางพรรคจะมีการจัดปราศรัยใหญ่วันที่ 22 มี.ค. ซึ่งตรงกับงานแต่ง แต่บรรดานักการเมืองของพรรคไทยรักษาชาติ ที่ถูกยุบพรรคไป ทั้งอดีตแกนนำและอดีตสมาชิกพรรค เดินทางไปร่วมงานกันอย่างล้นหลาม นำโดย นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ ในฐานะเพื่อนสนิทน.ส.แพทองธาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31945</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานแต่งอุ๊งอิ๊ง, ทักษิณ ชินวัตร, นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์, นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์, ยุบพรรคไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181108/image_big_5be3fbe6c2dcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาแพร่แห่โหวตโนเข็น&#039;วรวัจน์-ทศพร&#039;เข้าสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.62 - ที่บ้านพักของนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตผู้สมัครพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) วานนี้ ได้มีกลุ่มชาวบ้านจากทุกอำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมือง อำเภอร้องกวาง อำเภอหนองม่วงไข่ อำเภอสอง อำเภอลอง อำเภอเด่นชัย อำเภอวังชิ้น อำเภอสูงเม่น จำนวนกว่าพันคนเดินถือป้ายเข้าพบนายวรวัจน์ ที่บ้านพัก โดยมีป้ายเขียนข้อความต่างๆบนผ้าไวนิล ให้กำลังใจ สู้ต่อไป สู้ๆ บางป้ายเป็นป้ายโหวตโน
&amp;nbsp;
นายวรวัจน์ ได้ออกมาพบกับชาวบ้าน และได้พูดคุย ขอบคุณชาวบ้านทุกเขตเลือกตั้งในจังหวัดแพร่ ที่เดินทางมาให้กำลังใจ พร้อมระบุว่า ยังไงเราก็ต้องเดินหน้าต่อไป แม้ไม่ได้ลงรับเลือกตั้งเพราะพรรคทษช.ถูกยุบไปแล้ว ขณะนี้ตนและหมอทศพร เสรีรักษ์ พร้อมทั้งนาย อนุวัธ วงศ์วรรณ นายก อบจ.แพร่ ได้ไปสมัครเข้าพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง &amp;nbsp;หลังลาออกมาอยู่กับพรรคทษช. &amp;nbsp;ดังนั้นต่อไปนี้ ตนและหมอทศพร ต้องรอฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนชาวแพร่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เราจะเดินต่อไปยังไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อเป็นความต้องการของพี่น้องชาวแพร่แล้ว ผมและหมอทศพร ก็จะเดินตามพี่น้องประชาชนชาวแพร่ หากการเลือกตั้งครั้งนี้มีการลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดโหวตโนมากกว่าผู้สมัครจากพรรคอื่น ก็จะทำให้คะแนนทุกคะแนนเป็นศูนย์ และคะแนนโหวตโนก็จะชนะ การเลือกตั้งก็จะเป็นโมฆะ ทางกกต. ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ &amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดแพร่ก็เคยลงคะแนนโหวตโนชนะมาแล้ว &amp;nbsp;และต่อไปนี้ผมก็จะลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวแพร่กันต่อไป และจะร่วมรณรงค์กับพี่น้องชาวแพร่ในการที่จะออกไปใช้สิทธิ์ กันให้มากๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ในพื้นที่จังหวัดแพร่ หากประชาชนลงคะแนนโหวตโนชนะ จะทำให้การเลือกตั้งนั้นเป็นโมฆะ กกต.ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ สำหรับผู้สมัครส.ส.พรรคไทยรักษาชาติที่ถูกยุบ สามารถย้ายไปเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่แล้วลง สมัครรับเลือกตั้งได้อีกครั้ง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31108</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทศพร เสรีรักษ์, ผู้สมัครส.ส.จังหวัดแพร่, ยุบพรรคไทยรักษาชาติ, วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c86f9b523191.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุบพรรคไทยรักษาชาติ จับตาผลกระทบตระกูลเพื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นอีกหนึ่งวันประวัติศาสตร์ทางการเมือง 7 มีนาคม องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ประกอบด้วย นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายจรัญ ภักดีธนากุล นายชัช ชลวร นายปัญญา อุดชาชน นายวรวิทย์ กังศศิเทียม นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และนายบุญส่ง กุลบุปผา ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคดีที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 ฐานกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จากกรณีเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลจากการลงมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ยุบพรรคไทยรักษาชาติ พร้อมกับตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคการเมืองทั้ง 13 คน เป็นเวลา 10 ปี และผลจากคำวินิจฉัยดังกล่าว ถือว่าได้บรรยาย เขียนได้ครอบคลุมทุกมิติ แม้จะมีความละเอียดอ่อน ทั้งในแง่หลักกฎหมาย จารีต ประเพณี อธิบายบริบททางการเมืองไทยตอนนี้ได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คำวินิจฉัยบางช่วงบางตอนจากนครินทร์ หนึ่งในตุลาการศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...รัฐธรรมนูญหมวด 1 ได้บัญญัติว่าพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าโดยกำเนิด ทรงดำรงอยู่เหนือการเมืองตามพระประสงค์ของรัชกาลที่ 7 พระราชหัตถเลขาของรัชกาลที่ 7 ที่ระบุว่า พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์เป็นที่เคารพ ไม่ควรแก่ตำแหน่งทางการเมือง และควรอยู่เหนือการถูกติเตียน และไม่ควรแก่ตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นการงานที่จะนำมาซึ่งพระเดชและพระคุณย่อมอยู่ในวงที่จะถูกติเตียน อีกเหตุหนึ่งจะนำมาซึ่งความขมขื่น โดยในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งอันเป็นเวลาที่ต่างฝ่ายต่างโจมตีให้ร้ายซึ่งกันและกัน เพื่อความสงบเรียบร้อยสมัครสมานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างเจ้านายกับราษฎร ควรถือเสียว่าพระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไปย่อมดำรงอยู่เหนือการเมืองทั้งหลาย ส่วนเจ้านายจะทำนุบำรุงประเทศ ก็ย่อมมีโอกาสบริบูรณ์ในทางตำแหน่งประจำและตำแหน่งในวิชาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลักการพื้นฐานดังกล่าวเป็นเจตนารมณ์ร่วมของการสถาปนาระบอบการปกครองของไทยไว้ในรัฐธรรมนูญแต่เริ่มแรก และเป็นฉันทานุมัติที่ฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรให้การยอมรับปฏิบัติสืบต่อมาว่า พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงควรอยู่เหนือการเมือง โดยเฉพาะการไม่เข้าไปมีบทบาทเป็นฝักเป็นฝ่ายต่อสู้แข่งขันรณรงค์ทางการเมือง อันอาจจะนำมาซึ่งการโจมตี ติเตียน และจะกระทบต่อความสมัครสมานระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับราษฎร ที่เป็นหลักการพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมา กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่ามีปัญหาในทางปฏิบัติ จึงยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า บุคคลใดอยู่ในข่ายหรือได้รับการยกเว้นไม่ต้องแจ้งเหตุขัดข้องในการไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยรัฐธรรมนูญของไทยทุกฉบับมีหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์เป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่รับรองสถานะพิเศษของสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง ผู้ใดจะละเมิดฟ้องร้องในทางใดๆ ไม่ได้ ทรงอยู่เหนือการเมืองและดำรงไว้ซึ่งความเป็นกลางทางการเมือง ประกอบกับ พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระราชโอรส พระราชธิดา ไม่เคยไปใช้สิทธิ์ทางการเมือง หากกำหนดให้พระราชินี พระราชโอรส พระราชธิดา ซึ่งมีความใกล้ชิดกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพระราชกรณียกิจแทนพระองค์อยู่เป็นนิจ มีหน้าที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ย่อมก่อให้เกิดความขัดแย้งและขัดต่อหลักความเป็นกลางทางการเมืองของสถาบันพระมหากษัตริย์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 68 ไม่ใช้กับพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระราชโอรส พระราชธิดา ตามพื้นฐานว่าด้วยการดำรงความเป็นกลางทางการเมือง สอดคล้องกับหลักการที่ว่า พระมหากษัตริย์ทรงราชย์ แต่ไม่ได้ทรงปกครอง อันเป็นหลักการตามรัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตยแบบรัฐสภาที่นานาอารยประเทศ ซึ่งพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขของรัฐ กล่าวคือ สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นบ่อเกิดแห่งความชอบธรรม เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ และธำรงความเป็นปึกแผ่นของชาติ พระมหากษัตริย์ในฐานะพระประมุขของรัฐทรงใช้อำนาจอธิปไตยผ่านสถาบันการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบผู้แทนการปกครองของไทย มีความแตกต่างจากการปกครองของประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐอื่น ที่กษัตริย์ใช้อำนาจราชาธิปไตยสมบูรณ์ ควบคุมการใช้อำนาจการเมืองผ่านการแต่งตั้งบรมวงศานุวงศ์ให้ดำรงตำแหน่งในฝ่ายบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติในการเสนอชื่อทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เพื่อแข่งขันกับพรรคการเมืองอื่นในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และในกระบวนการให้ความเห็นชอบบุคคลในนามพรรคการเมืองเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการกระทำที่ย่อมเล็งเห็นผลว่าจะทำให้การปกครองของไทยจะแปรเปลี่ยนไปสู่สภาพที่สถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาใช้อำนาจทางการเมืองการปกครองประเทศ สภาพการณ์เช่นนี้ย่อมมีผลให้หลักการพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องถูกเซาะกร่อนบ่อนทำลายให้เสื่อมทรามไปโดยปริยาย....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สิ้นสุดและมีผลผูกพันไปทุกองค์กร พลันที่มีคำวินิจฉัยออกมา คณะพรรคไทยรักษาชาติต่างน้อมรับ ด้วยอายุทางการเมืองของ กรรมการบริหารพรรคยังไม่มากนัก อาทิ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรค ในวัยเพียง 38 ปี มิตติ ติยะไพรัช อดีตเลขาธิการพรรค คณาพจน์ โจมฤทธิ์ ต่างอยู่ในวัย 30 ต้นๆ เช่นเดียวกับ ฤภพ ชินวัตร ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หลานทักษิณ ชินวัตร ยังไม่แตะหลัก 4 หากยังหวังกลับมาโลดแล่นในวงการการเมืองในอีก 10 ปีข้างหน้า ถือว่ายังกลับมาในเวทีการเมืองได้ หากไม่ถอยห่าง เบื่อไปเสียก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลจากคำวินิจฉัยอาจถูกหยิบยกนำไปเสวนาในแวดวงนักกฎหมาย นักวิเคราะห์การเมืองในวงแคบ บางคนหยิบยกหลักทฤษฎีตัวบทกฎหมายเพียงอย่างเดียว อ้างอิงจากตำราตะวันตก มองต่างมุม บ้างพิเคราะห์ถึงบริบททั้งตัวบทกฎหมาย จารีต ในสังคมไทย โดยเฉพาะเรื่องสถาบัน เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทยทั้งชาติ ไม่สมควรอย่างยิ่งหากจะมีผู้หนึ่งผู้ใด พรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใด นำสถาบันลงมาให้เกี่ยวข้องกับการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ไม่เท่านั้น ก่อนหน้านี้เคยได้เห็นบทความ บทสัมภาษณ์ แกนนำคนเสื้อแดงบางคนที่หนีคดี 112 ได้พูดถึงเป้าประสงค์ ความต้องการ เป็นบันได ที่หนึ่งในนั้นคือ การกัดเซาะเพื่อนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดในเวลาต่อไป ดังนั้นผลจากคำวินิจฉัยอาจถือเสมือนเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมเอาไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ยังมีอีกมิติที่น่าติดตามกันต่อไป ผลกระทบจากการยุบพรรคไทยรักษาชาติ ได้ส่งผลบวกหรือผลลบต่อพรรคซีกประชาธิปไตยหรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่เริ่มมีการมองกันว่า ได้รับทั้งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบ ในแง่ทางบวก ปฏิเสธไม่ได้คะแนนความสงสาร จะถูกเทไปยังฝั่งเพื่อไทย โดยเฉพาะในต่างจังหวัด หลายพื้นที่ที่มีความเข้มแข็งจากฐานเสียงเดิม แต่ในส่วนของพื้นที่ที่เพื่อไทยไม่ได้ส่งผู้สมัคร ส.ส. ก็อาจส่งผลดีต่อพรรคซีกฝ่ายประชาธิปไตยซีกอื่นเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในทฤษฎีดังที่กล่าวมาใช้ไม่ได้ในพื้นที่อ่อนไหวทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน กทม. จากคะแนนสำรวจภายใน บางเขตที่ผู้สมัครเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์แข่งขันกัน เมื่อเกิดปรากฏการณ์ยุบพรรค ยิ่งทำให้คะแนนของผู้สมัคร ส.ส.กทม.เพื่อไทย ในเขตที่มีผลต่างการนำไม่มากนัก กลับกลายเป็นคู่แข่งขันการเมืองพลิกกลับมานำ นอกจากนี้ ในเขตที่คะแนนสำรวจภายในเพื่อไทยตามกันไม่มากนัก ยิ่งเพิ่มช่องว่างระยะห่างให้ห่างออกไป และอีกประเด็นที่ได้รับผลกระทบ อันเนื่องจากเพื่อไทยเน้นการแก้ปัญหาภาพกว้าง นโยบายที่เปิดออกมาเป็นการเอาใจฐานเสียง มวลชนในต่างจังหวัดเป็นหลัก จนถึงวันนี้เพื่อไทยยังไม่มีการประกาศนโยบายสำหรับชาว กทม.ออกมาเลย ขณะที่การเลือกตั้งเหลือเวลาเพียง 2 อาทิตย์เท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลจากการยุบพรรคไทยรักษาชาติ ไม่เพียงพื้นที่ กทม.ได้รับผลกระทบ แต่ยังมีการประเมินไปถึงพื้นที่ภาคกลางหลายจังหวัด หรือแม้แต่อีสานตัวเมือง จากที่มีพรรคการเมืองเข้ามาเป็นตัวเลือกมากขึ้น ทำให้คะแนนถูกแบ่งออกไป แล้วยิ่งมาเจออาฟเตอร์ช็อกจาก การกระทำมิบังควรของพรรคไทยรักษาชาติ สูตรคณิตศาสตร์ สมการการเมืองว่าด้วยจำนวนที่นั่ง ส.ส. อาจต้องกลับมาดีดลูกคิดกันใหม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30919</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, ยุบพรรคไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190309/image_big_5c83d2a938fe5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2019 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2019 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมรมคนหนีคดีไปต่างแดน ออกแถลงการณ์อ้างศาลรธน.รู้น้อย ยุบทษช.ไม่มีกฎหมายรองรับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;9 มี.ค.62- นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้ต้องหาหนีคดีม.112 &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว อ้างเป็นแถลงการณ์สมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน​ (มีฉบับอังกฤษ​และฝรั่งเศส )​ ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ศาล​รัฐธรรมนูญ​ตัดสินยุบพรรคไทยรักษา​ชาติ​เมื่อวันที่7 มีนาคม 2019 สมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน (Association des D&amp;eacute;mocrates Tha&amp;iuml;landais Sans Fronti&amp;egrave;res) ขอประนามศาล​รัฐธรรมนูญ​อย่างรุนแรง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ศาลรัฐธรรมนูญ​มิได้ดำเนินตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ได้มีการพิจารณา​คดี การไต่สวน โดยเฉพาะไม่เปิดโอกาศคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ และนางสาวอุบลรัตน์​มหิดล ผู้ถูกกล่าวหาแถลงชี้แจง เสนอพยานหลักฐาน​ การที่ศาลรัฐธรรมนูญ​ใช้เวลาพิจารณาคดีนี้10 กว่าวัน มิอาจเห็นเป็นอย่างอื่น นอกจากถูกคำสั่งและมีเหตุจูงใจ​ทางการเมืองเพื่อทำลายพรรคฝ่ายประชาธิปไตยมิให้ได้รับเลือกตั้ง​ในวันที่ 24 มีนาคม​2562 เท่านั้น อันเป็นการรับใช้ฝ่ายเผด็จการอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เนื้อหาของคำวินิจฉัย​ของศาลรัฐธรรมนูญ​มิได้ใช้บัญญัติ​ทางกฎหมาย​ใดๆนอกจากพระราชโองการของกษัตริย์​เมื่อวันที่8 กุมภาพันธ์​ และพระราชบัญญัติ​ประกอบรัฐธรรมนูญ​ว่าด้วยการเลือกตั้งมาตรา92 ในการพิจารณาว่า การที่พรรคไทย​รัก​ษาชาติเสนอนางสาวอุบลรัตน์ มหิดล พี่สาวของกษัตริย์​รัชกาลที่10 ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี​ เป็นการกระทํา​อันเป็นปฏิปักษ์​ต่อระบอบประชาธิปไตยไทย​อันมีกษัตริย์​เป็นประมุข ซึ่งฟังไม่ขึ้น&amp;nbsp;
นอกจากนี้ ผู้พิพากษา​ศาลรัฐธรรมนูญ​ใช้ความรู้ ความคิดเห็นต่หลักการประชาธิปไตย​อย่างกว้าง ๆ ไม่มีกฎหมาย​รองรับ ผิดมาตราใดๆบ้าง เกิดความเสียหายหนักหน่วงอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการลงโทษยุบพรรคไทยรักษาชาติ และตัดสิทธิทาง​การเมืองกรรมการ​บริหารพรรคถึง10 ปี ถ้าผิดจริง ก็มิได้เป็นสัดส่วนของความผิดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.แม้ประเทศไทย​ปัจจุบัน มิได้เป็นปกครองระบอบประชาธิปไตย หากเป็นเผด็จการทหาร แต่การยุบพรรคไทยรักษาชาติ เป็นการทำลายองค์การ​เมืองของประชาชน และเมิดสิทธิของพรรคการเมือง และสิทธิ​ของสมาชิกพรรค และละเมิดเสรีภาพ​ของพลเมืองผู้สนับสนุนและจะออกเสียงเลือกผู้สมัครของพรรคการเมืองนี้อย่างกว้างขวาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.สมาคมขอเรียกร้องประชาชนไทยเข้าร่วมการเลือกตั้งวันที่24 มีนาคม 2562 ต่อไป มิเช่นนั้น ฝ่ายเผด็จการจะชนะ และขอให้ประชาคมโลกสนใจและผลักดันการเลือกตั้ง​ในประเทศไทย​ให้เป็นไปอย่างเสรีและยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จรัล ดิษฐาอภิชัย
ประธานสมาคมฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30901</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรัล ดิษฐาอภิชัย, ยุบพรรคไทยรักษาชาติ, ศาลรัฐธรรมนูญ, อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, แถลงการณ์สมาคมนักประชาธิปไตยชายไทยไร้พรมแดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190309/image_big_5c83ad6877a01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2019 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2019 17:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ต้องรอ10ปี!&#039;โบว์&#039;ลั่นฝ่ายประชาธิปไตยชนะจะล้างผิดให้พวกไม่ต้องกลัวถูกด่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.62- &amp;nbsp;ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว
Bow Nuttaa Mahattana ว่า ไม่ต้องรอถึง 10 ปี เมื่อฝ่ายประชาธิปไตยชนะเลือกตั้ง กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองต้องถูกแก้ไขทั้งหมด และไม่ต้องกลัวข้อครหาว่าทำเพื่อช่วยพวกพ้อง ต้องกล้าทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อปกป้องหลักการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30894</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนะเลือกตั้ง, ณัฎฐา มหัทธนา, ฝ่ายประชาธิปไตย, ยุบพรรคไทยรักษาชาติ, โบว์ อยากเลือกตั้ง, ไม่ต้องรอ 10ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3d8fec4fadb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2019 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2019 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งานใหม่!อดีตแกนนำทษช.เปิดเวที 4 ภาค &#039;ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.62 -&amp;nbsp;ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส ถ.หลานหลวง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)​ ประกอบด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายแพทย์ เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายนิมคม ไวยรัชพานิช นายพิชัย นริพทะพันธุ์ นายประภัส จงสงวน นายอุเมส ปานเดย์ และนายพชร ธรรมมล ร่วมแถลงแนวทางทางทำกิจกรรมทางการเมืองหลังพรรคทษช.ถูกยุบ ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ตนตั้งใจสื่อสารชี้แจงถึงสิ่งเราทำต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมามีความตั้งใจทำให้ทษช. เป็นพรรคที่ทำหน้าที่ทำให้เกิดประชาธิปไตยในบ้านเมือง และหวังว่าช่วยหยุดยั่งสืบทอดอำนาจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)​และเผด็จการ และส่งเสริมตั้งรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งตนรู้สึกเสียดายพรรคทษช. ถูกยุบและยุติบทบาทของกรรมการบริหารพรรค ส่วนส.ส.แบ่งเขต และบัญชีรายชื่อทั้งหมดต้องหยุดสถานะสมาชิกพรรค ดังนั้นจึงเหลือสถานะประชาชนและนักการเมือง แต่ยังมีสิทธิ์เสียงฝนฐานะประชาชน หากจะไปสมัครสมาชิกพรรคและหาเสียงตามที่กกต.กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรนต์ กล่าวว่าขณะนี้กำลังพิจารณา ว่าจะมีบทบาทอย่างไรให้เป็นประโยชน์แก่บ้านเมือง ดังนั้นตนและสมาชิกส่วนหนึ่ง จึงมีความเห็นว่า เมื่อมีเจตนารมณ์ชัดเจนทางการเมืองตั้งแต่ต้น แม้ไม่เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งจะดำรงจุดหมาย และจะแสวงหาบทบาททางการเมืองตามจุดมุ่งหมายเดิม โดยจะเปิดเวทีสื่อสารกับประชาชน เพื่อจะใช้สิทธิ์แสดงความเห็นทางการเมือง ได้ร่วมกันทำภารกิจสำคัญตามจุดมุ่งหมาย ซึ่งทำกิจกรรมภูมิภาคต่างๆของประเทศ ส่วนมีเสียงเรียกร้องไปสนับสนุนพรรคการเมืองใดๆนั้น ต้องประเมินต่อไป และต้องศึกษากฎกติกาของกกต. ยืนยันว่าทำงานเต็มที่และไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ โดยคำนึงถึงสถานการณ์และความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่าส่วนเรื่องการโอนคะแนนไปยังพรรคอื่นๆนั้น ไม่ได้สามารถทำกันง่ายๆ เพราะต้องขึ้นอยู่กับประชาชน ยืนยันอดีตผู้สมัครทษช.ในเขตต่างๆ อาจจะเชิญชวนสนับสนุนพรรคการเมืองรายใดรายหนึ่ง จึงขึ้นอยู่ดุลยพินิจและการตัดสินใจเป็นของประชาชน พร้อมทั้งขอไม่แสดงความเห็นว่าการยุบพรรคครั้งนี้จะเป็นความผิดพลาดหรือไม่ในการเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คงไว้เป็นบทเรียนหลังเลือกตั้ง รวมทั้งไม่ขอตอบว่าเหตุการณ์ยุบพรรคในครั้งนี้จะกลายเกมทางการเมืองหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมไม่รู้สึกเสียดายใดๆที่ได้ตัดสินใจทางการเมืองในเส้นทางนี้ ยืนยันขณะนี้ไม่มีประสานแกนนำพรรค และอาจจะมีประสานผู้สมัครพรรค ไปร่วมกับพรรคอื่นๆที่มีอุดมการณ์เดียวกัน เชื่อว่าโค้งสุดท้ายพรรคการเมืองฝ่ายต่อต้านเผด็จการจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง ส่วนผู้สมัครคนอื่นๆจะไปพรรคไหนก็ไม่สามารถบังคับได้ แต่เชื่อมั่นว่าผู้สมัครทุกคนมีอุดมการณ์เดียวกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า แม้เส้นทางในสนามเลือกตั้งยุติลงแล้ว แต่เส้นทางต่อต้านรัฐประหารและนำประชาธิปไตยกลับมาสู่ประเทศยังไม่ยุติ และต้องเดินหน้าต่อไป และต้องทำภารกิจร่วมกัน ยืนยันภารกิจครั้งนี้ไม่รวมตัวกลุ่มบุคคล แต่รวมกลุ่มภารกิจ เพื่อทำภารกิจที่ชื่อว่า &amp;ldquo;ก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย&amp;rdquo; ซึ่งการจัดเวทีเป็นกิจกรรมทางการเมือง คาดว่าจะจัด 4 เวที 4 ภูมิภาค ส่วนจะจัดเวทีเพิ่มหรือไม่ขึ้นอยู่กับประชาชนและการสนับสนุน ยืนยันเคารพจิตวิญญาญและความคิดของอดีตสมาชิกพรรคทุกคน แต่พวกเราเห็นว่าจะต้องเดินหน้าทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกำหนดการจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง หากหลังจากวันนี้มีเหตุผลความจำเป็นต้องปรับรูปแบบภารกิจสอดคล้องสถานการณ์จะต้องหารือและดำเนินการร่วมกัน หวังว่าประชาชนที่เคยสนับสนุนพรรคทษช.จะตอบรับภารกิจนี้ และเดินหน้าพร้อมประชาชนสนับสนุนพรรคการเมืองระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้ เบื้องต้นจะไม่มีรณรงค์โหวตโน เชื่อว่าคะแนนประชาชนทั้งประเทศสนับสนุนพรรคฝ่ายประชาธิปไตย เอาชนะกติกาฝ่ายเผด็จการได้ และเชื่อว่าปาฎิหารย์จะเกิดขึ้น และย้ำว่าเราไม่มีพรรคสาขาใดๆทั้งสิ้น แต่ต้องดูหลักการที่ไม่สนับสนุนสืบทอดอำนาจ และไม่เอาพรรคการเมืองสนับสนุนสืบทอดอำนาจหรือแทงกั๊กทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30888</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ทษช., ยุบพรรคไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190309/image_big_5c8377eaedbf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
