<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้นหลามแน่ๆประชาชนปลดแอกนัดชุมนุมใหญ่16ส.ค.ที่อนุสาวรีย์ปชต.ท้านายกฯมาขึ้นเวที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ส.ค.63 - เมื่อเวลา 10:00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คณะประชาชนปลดแอก นำโดยนายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือฟอร์ด เลขาธิการคณะประชาชนปลดแอก, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรืออั๋ว โฆษกคณะประชาชนปลดแอก, สิรภพ อัตโตหิ หรือแรพเตอร์ สมาชิกคณะประชาชนปลดแอก (เพศทางเลือก) และคณะ จัดกิจกรรมอ่านแถลงการณ์เปิดตัวคณะประชาชนปลดแอก - Free People พร้อมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และร้องเพลง Do You Hear The People Sing?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแถลงการณ์ยืนยันข้อเรียกร้องตั้งแต่การชุมนุมในนามเยาวชนปลดแอก ทั้ง 3 ข้อ คือ 1.รัฐบาลต้องหยุดคุกคามประชาชน 2.รัฐบาลและรัฐสภาต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่จากเจตจำนงของประชาชน 3.รัฐบาลต้องยุบสภา หลังปฏิบัติตามข้อ 1-2 แล้ว เพื่อให้ประชาชนเลือกผู้แทนบนกติกาที่เป็นธรรม บนหลักการจะต้องไม่มีการรัฐประหารและรัฐบาลแห่งชาติ และเราจะไม่หยุดการเคลื่อนไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงคณะประชาชนปลดแอกกับเยาวชนปลดแอกถือเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ เหตุใดจึงยังมีการแยกเพจเฟซบุ๊กอยู่ นายทัตเทพ เผยว่า จากเยาวชนปลดแอกสู่คณะประชาชนปลดแอกเป็นการจัดตั้งใหม่ เพื่อบรรลุ 3 ข้อเรียกร้อง ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมหลากหลาย ส่วน น.ส.จุฑาทิพย์ กล่าวเสริมว่า ตั้งขึ้นเพื่อเป็นช่องทางให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม ส่วนนักเรียนนักศึกษาคงดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการที่ ส.ว.ไม่เห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ นายทัตเทพ กล่าวว่า เรากลัวว่ารัฐบาลจะยุบสภาโดยไม่ทำอะไรกับรัฐธรรมนูญภายในสมัยประชุมสภาฯ นี้ ดังนั้นเดือน ก.ย.นี้ ต้องไม่มี 250 ส.ว. ส่วน น.ส.จุฑาทิพย์ กล่าวเสริมว่า ส.ว.เข้ามาโดยรัฐประหาร เอื้อให้เลือกนายกฯ ไม่สร้างประโยชน์ประชาชน สร้างประโยชน์ให้รัฐบาล ส.ว.ต้องลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการที่รัฐบาลจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของนักเรียนนักศึกษา นายทัตเทพ กล่าวว่า ข้อเรียกร้องเราชัดเจนพอแล้วที่รัฐบาลจะรับฟังไปปฏิบัติ เลิกเล่นละครซื้อเวลาคิดว่าเราจะสลายไปเอง ส่วน น.ส.จุฑาทิพย์ กล่าวว่า เราไม่ประนีประนอม ถ้ารัฐบาลระดมคนมาเป็นตัวแทนเราขอประกาศว่าเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ยอมรับ ไม่ให้ความเห็นอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทัตเทพ เปิดเผยถึงการชุมนุมใหญ่ว่า ขอเรียกร้องให้นายกฯ มาขึ้นเวที โดยเราจะชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 16 ส.ค. นี้ เวลา 15:00 น. เป็นต้นไป ไม่ข้ามคืน เสร็จภายในเวลา 21:00 น. ส่วนในอนาคตจะยืดเยื้อหรือไม่นั้น อยู่ที่สถานการณ์ ถ้ารัฐบาลตีมึนเตะถ่วงไปเรื่อยๆ ก็มีลุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านและการป้องกันความรุนแรง น.ส.จุฑาทิพย์ มองว่า เป็นโมเดลเดิมๆ เห็นอยู่ว่าใครอยู่เบื้องหลัง คนมีใจเรียกร้องประชาธิปไตยคงทนอยู่ได้ ไม่ไปทำอะไร ความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้น ส่วนนายทัตเทพ กล่าวเสริมว่า ประชาชนเราไม่มีทางใช้ความรุนแรง ความรุนแรงไม่เกิดจากผู้ชุมนุมอย่างสันติ ตำรวจมีหน้าที่ดูแลประชาชน จะรู้หน้าที่ว่าต้องทำอะไรเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง และพวกเราคือประชาชน หากใครคิดว่าเราจะมีเบื้องหลังเป็นการดูถูกประชาชน เราไม่ถูกพรรคการเมืองชักใย เราต่างหากที่จะชักใยพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีนายอานนท์ นำภา ที่ปราศรัย เนื้อหาเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ นายทัตเทพ กล่าวว่า นายอานนท์เป็นบุคคลสำคัญที่ร่วมปราศรัย ที่เราต้องศึกษา เรายินดีที่จะให้ปราศรัย เรายึดถือหลักประชาธิปไตย การแสดงออกเรื่องใดก็ตามเราเคารพการแสดงออกทุกประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน สิรภพ กล่าวถึงบทเรียนจากการชุมนุมครั้งก่อนและการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นอีกว่า การชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา เกิดโดยฉับพลัน จึงมีความผิดพลาด แต่วันที่ 16 ส.ค.นี้ เราเตรียมการมาล่วงหน้า จะจัดการอย่างดีขึ้น ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุวุ่นวาย และจะเป็นการชุมนุมที่ทุกคนจะไม่เคยเห็นอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามกรณีนายอานนท์ คิดว่าผู้ชุมนุมจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงหรือไม่ สิรภพ มองว่าถ้าสิ่งที่นายอานนท์พูดจริง ประชาชนจะไม่ลดการชุมนุมลง หลายคนที่ตาสว่างจะเข้ามาร่วมมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73699</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะประชาชนปลดแอก, ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์, ยุบสภา-ลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2cdf1e711d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 07:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คิดเยอะๆ&#039;เทพมนตรี&#039;เตือนเยาวชนปลดแอกอย่าทำม็อบเพื่อนักการเมืองสวะบางคนได้อำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.63 - นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อการเคลื่อนไหวของม็อบเยาวชนปลดแอก มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เยาวชนปลดแอกเขาทำเพื่อใครให้ได้อำนาจ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขออย่าทำเพื่อนักการเมืองสวะบางคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นักการเมืองสวะบางคนกำลังนั่งมองดู หรือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเสียเอง เขาคือผู้ทำร้ายอนาคตเยาวชนนักศึกษา ซึ่งเคยทำมาแล้วหลายครั้งในหลายเหตุการณ์
เยาวชนนักศึกษาคือตุ๊กตาเกมส์การเมืองของเขาที่พยายามพลักดันให้ออกมามากที่สุดผสมเครือข่ายนักวิชาการที่เพาะบ่มครูอาจารย์กลายเป็นยาพิษแทรกซึม
เยาวชนปลดแอกท่านเรียกร้อง 3 ข้อ คือ
รัฐบาลยุบสภา ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และหยุดคุกคามประชาชน
ทั้ง 3 ข้อ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข้อแรก 1) ถ้ารัฐบาลยุบสภา ส.ส.ในสภากลับไปสู่การเลือกตั้ง และสูตรสำเร็จที่เรารู้กันก็คือพวกเขาจะกลับมาใหม่อีกรอบ
ส.ส.สอบตกอาจมีไม่มาก ประเทศไทยของเราก็จะได้นักการเมืองหน้าเดิมๆ สไตล์เดิม นิสัยเดิมๆ และแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีเหมือนเดิม
เยาวชนปลดแอกจะทำไปเพื่ออะไร ถ้าสภาพการมันยังอยู่ในวงจรเดิมๆแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ถ้าเป็นผม ผมจะเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมือง
ส.ส. ลงสมัครรับเลือกตั้งได้ไม่เกิน 2 สมัย ผู้สืบสายโลหิตสันดานลงสมัครรับเลือกตั้งต่อไม่ได้ ต้องเว้นวรรค 8 ปี
พรรคการเมืองต้องส่งรายชื่อรัฐมนตรีก่อนมีการประกาศผู้สมัครรับเลือกตั้งในแต่ละเขต อะไรทำนองนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เรื่องการปฏิรูปมีมากมาย เยาวชนปลดแอกบางคนเรียนรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ มามากมายทำไมไม่ใช้โอกาสนี้ออกมาเรียกร้องอย่างสร้างสรรค์ พวกคนดูลุงป้าน้าอาที่ถูกเรียกว่าเป็นคนรุ่นเก่าซึ่งเฝ้ามองอนาคตของชาติ ถ้าเสนออย่างน่ารับฟังก็ไม่สามารถต่อว่าอะไรได้เลย จริงไหม
เรื่องนี้ถ้าไม่มีเลศนัยหรือเบื้องหลังทำด้วยใจบริสุทธิ์จริงๆเห็นประโยชน์ส่วนรวมจริงๆ ย่อมมีคนออกมาร่วมด้วยแน่นอน
เพราะเขาก็เบื่อลุงป้อมที่เดินไม่ไหวแล้ว!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ที่เขาไม่แน่ใจก็คือ ยังมีพวกอีแอบ และนักการเมืองจำนวนหนึ่งกระสันอยากจะเปลี่ยนขั้วหรือต้องการให้ประเทศชาติพังไปเพราะเยาวชนนักศึกษา ถ้าพวกเขาได้ประโยชน์เขาก็จะเชียร์พวกเรา แต่ถ้าพวกเขาดูแล้วเสียประโยงชน์เขาก็จะโบ้ยว่าเป็นความผิดของเยาวชนนักศึกษา
แล้วเราได้อะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ถ้าแน่จริงเสนอตัวเลย ถ้ามีความเข้าใจระบอบประชาธิปไตยที่ท่องจำมาดีพอก็เสนอตัวไปเลยว่า แกนนำเยาวชนปลดแอกมีคุณสมบัติพร้อมจะบริหารประเทศ
ส.ส.ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ห้ามเข้ามายุ่งโดยเด็ดขาด เสนอนายอานนท์ มาเป็นนายก แพนกวิน รมต.มหาดไทย เอกชัย รมต.กลาโหม เลย
อย่าออกมาทำม๊อบแล้วเตะอ้อยเข้าปากหมา เสียของเสียเวลา เข้าใจไหม!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข้อสอง 2) ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องเรียกร้องให้ ส.ว.ที่มีลาออกด้วย อันนี้ต้องชัดเจนว่าแก้ไขมาตราใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข้อสาม3) เรื่องการคุกคาม ถ้าไม่มีใครไปจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ มันก็ไม่เกิดโดยเด็ดขาด และจงรณรงค์ให้ สมศักดิ์ ปวิน และแอนดรูว์ มักเลิกจาบจ้วง ถ้าทำได้ เราจะกลายเป็นเยาวชนที่คิดเป็น คิดเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ไปสนองตัณหาความต้องการของ 3 ตัวนั่น
ถ้าเรารักระบอบประชาธิปไตย เราต้องเข้าใจวัฒนธรรมไทย เราต้องเข้าใจว่าทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยๆไป สถาบันเองก็มีพัฒนาการมีการปรับตัวอยู่เสมอ เพราะถึงอย่างไรก็ต้องอยู่ร่วมกับประชาชนคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระเมตตาเพราะทรงเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น และทรงห่วงใยทุกคนที่เป็นคนไทย
ถ้าพูดเช่นนี้ด้วยความจริงใจแล้วยังไม่เข้าใจชีวิตจริงๆ ผมเองก็คิดว่ามันยากแล้ว มันยากที่จะทำความเข้าใจในสิ่งที่เราเรียกว่า ความเป็นไทย ซึ่งแตกต่างจากประเทศอื่นๆที่เขาไม่มี
ผมได้พูดไปเยอะแล้ว ลองไปหาวิดีโอดูเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ถ้าเรามีใจบริสุทธิ์เราได้อำนาจมา เราจะไปยกอำนาจนั้นให้นักการเมืองสวะที่เห็นเพื่ออะไร เราออกมาทำม๊อบถ้าเก่งจริงก็เอาอำนาจนั้นไว้แล้วขึ้นมาบริหารประเทศ ลองดูสิว่านักการเมืองสวะมันจะยอมพวกเราไหม
คิดเยอะๆ ท่านเยาวชนนักศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72597</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ยุบสภา-ลาออก, เทพมนตรี ลิมปพยอม, เยาวชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e71723064a27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2019 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2019 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ฟังไว้!&#039;วิษณุ&#039;ย้ำหากงบประมาณไม่ผ่าน&#039;บิ๊กตู่&#039;มีแค่2ทางเลือก&#039;ยุบสภา-ลาออก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.62-นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ชี้แจงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ว่ารัฐมนตรีที่เป็นส.ส.สามารถลงมติร่าง​ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ได้ ว่า มีการสงสัยกันในเรื่องดังกล่าว เพราะรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเขียนไว้ไม่เหมือนกัน แต่เราได้ทำความเข้าใจแล้วว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันสามารถลงมติได้ ทั้งนี้ เกิดจากความเคยชินเนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2540 ระบุว่าเมื่อ ส.ส.มาเป็นรัฐมนตรีจะต้องลาออกจากส.ส.ภายใน 30 วัน ฉะนั้น จะเหลือแต่ความเป็นรัฐมนตรี ซึ่งไม่สามารถไปโหวตอะไรในสภาฯได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมารัฐธรรมนูญปี 2550 เขียนอีกแบบหนึ่งว่า ส.ส.เป็นรัฐมนตรีได้โดยไม่ต้องลาออก แต่รัฐมนตรีจะลงมติในเรื่องที่ตนมีส่วนได้เสียไม่ได้ จึงทำให้รัฐมนตรีหลายคนที่เป็นส.ส.ไม่กล้าโหวตในเรื่องงบประมาณ และไม่กล้าโหวตในเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวเอง แต่เมื่อมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ส.ส.เป็นรัฐมนตรีในเวลาเดียวกันได้ และไม่ได้ระบุเหมือนแต่ก่อนว่าจะลงมติในเรื่องที่ตนมีส่วนได้เสียไม่ได้ ประเด็นนี้ถูกตัดออกไปแล้ว ซึ่งแปลว่าสามารถลงมติได้ แต่โดยมารยาทแล้วในการลงมติไม่ไว้วางใจตัวเอง ไม่ควรจะลงมติ แต่ในเรื่องการเสนอกฎหมาย จะเป็นเรื่องงบประมาณหรือกฎหมายอะไรก็แล้วแต่ ไม่ใช่เป็นเรื่องมีส่วนได้เสียส่วนตัว เป็นส่วนได้เสียส่วนรวม ดังนั้นรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้าม และโดยสรุปมีรัฐมนตรีที่เป็นส.ส. มีความสงสัยอยู่ 19 คน สามารถลงมติในเรื่องงบประมาณเช่นเดียวกับลงมติในเรื่องอื่นๆได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับรัฐมนตรีอย่างไรบ้าง นายวิษณุกล่าวว่า นายกฯบอกให้รัฐมนตรีที่เป็นส.ส.เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ด้วยเหตุว่าในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี จะเป็นส.ส.หรือไม่เป็นส.ส.ก็ตามต้องเข้าประชุม เพราะเป็นเรื่องงบประมาณ หากมีการสอบถามเรื่องของกระทรวงใดก็สามารถที่จะช่วยอธิบายได้ โดยเฉพาะในวาระที่หนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน นายกฯยังกำชับว่า จะต้องมีการตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เอาไว้พิจารณาในชั้นแปรญัตติ จึงขอให้ผู้แทนรัฐบาลที่มีอยู่ 15 คนที่จะไปเป็นกมธ. ควรเป็นคนที่มีเวลาว่างเป็นหลัก ไม่ใช่ไปเป็นโก้ๆ หลายคนคิดว่าการไปเป็นกมธ.งบประมาณ เป็นเกียรติยศ แต่ความจริงต้องนั่งประชุมตลอดเวลาถึง 60 วัน เพราะจะต้องพิจารณากฎหมายยาวนานที่สุด และแม้จะไม่ได้ทำหน้าที่ประธานหรือรองประธานก็ถือเป็นกมธ. ซึ่งที่ประชุมจะต้องดูไปทีละมาตรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรายชื่อรัฐมนตรีที่จะมาเป็นกมธ.ในส่วนรัฐบาล ยังได้รายชื่อไม่ครบ แต่ได้ 3 รายชื่อที่จะเป็นตัวแทนหลัก ได้แก่ รมว.คลัง รมช.คลัง และปลัดกระทรวงการคลัง ในส่วนที่เหลือจะให้แต่ละพรรคการเมืองไปหาและนำมาเสนอโดยไม่ต้องนำรายชื่อเข้าครม.อีก แต่ให้แจ้งไปที่รมว.คลังและสำนักงบประมาณเพื่อประสานกับคณะกรรมการประสานงานพนสภาผู้แทนราษฎร​ (วิปรัฐบาล) โดยรายชื่อไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐมนตรี เพราะมีจุดอ่อนที่อาจจะไม่มีเวลาไปนั่งเป็นกมธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ สภาฯได้แจ้งมาหรือไม่ว่าจะใช้เวลากี่วัน นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้รัฐบาลเป็นฝ่ายเปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาในวันที่ 17 ต.ค. และปิดประชุมวิสามัญฯในวันใดวันหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะมีเวลารวมกันทั้งหมดประมาณ 3-4 วัน ซึ่งก็ต้องไปแบ่งกันเอง ถ้าส.ว.ไม่เอา ส.ส.ก็ได้ไปทั้งหมด แต่ถ้าส.ว.เอา ก็ต้องเหลือให้ส.ว.สัก 1 วันหรือครึ่งวัน ขอให้วิปรัฐบาลไปตกลงกันเอง แต่ส.ว.ขอเวลาไว้แล้ว เพราะเขามีเรื่องที่จะต้องทำเหมือนกันไม่มีปัญหาอะไร แต่อย่างน้อยเบื้องต้น 2 วันอยู่แล้ว ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ถ้าเลยจากนั้นจะเป็นวันเสาร์และวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ถ้าหากไม่ผ่านสภาฯ จะมีผลอย่างไรกับความรับผิดชอบทางการเมืองและทางกฎหมาย นายวิษณุกล่าวว่า หลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา มีอยู่แล้วว่าอะไรก็ตามที่สภาฯเสียงข้างมากไม่ไว้วางใจรัฐบาล รัฐบาลนั้นก็ไม่พึงจะอยู่ต่อไป ซึ่งการไม่ไว้วางใจนั้นแสดงออกได้ 2 อย่าง คือ 1.ไม่ไว้วางใจโดยเปิดเผย ตรงนี้ทำโดยการลงมติไม่ไว้วางใจ 2.ไม่ไว้วางใจโดยปริยาย จะแสดงออกจากการที่รัฐบาลเสนอร่างกฎหมายสำคัญเข้าสภาฯ แล้วสภาฯลงมติให้ไม่ผ่าน ซึ่งแปลว่าสภาฯไม่ยอมให้เครื่องมือรัฐบาลไปทำงาน รัฐบาลก็ไม่ควรจะต้องอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;วิธีที่จะไม่อยู่นั้น สามารถทำได้ 2 อย่าง คือ 1.ทำโดยรัฐบาลลาออก หรือ 2.ทำโดยออกด้วยกันทั้งคู่ เพราะการที่สภาฯไม่เห็นชอบนั้น ไม่รู้ว่าประชาชนเขาคิดอย่างไร จึงยุบสภาแล้วไปเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ดังนั้น ทางออกสามารถทำได้ 2 อย่าง ซึ่งเป็นเรื่องทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแปลก และเราปฏิบัติอย่างนี้ตลอดมา โดยในอดีตเคยมีรัฐบาลที่ลาออกเพราะสภาฯลงมติไม่ผ่านกฎหมาย แต่ก็มีรัฐบาลที่ไม่ลาออกแม้สภาฯลงมติไม่ผ่านกฎหมายเช่นกัน เพราะถือว่าไม่ใช่กฎหมายสำคัญ แต่สำหรับกฎหมายงบประมาณนั้นเป็นกฎหมายสำคัญ&amp;quot;นายวิษณุกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47585</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิษณุ เครืองาม, ยุบสภา-ลาออก, รองนายกฯ., ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ, ไม่ผ่านสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191008/image_big_5d9c32c1d07cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
