<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลัวคุก!ไม่แตะป้อม เหลิมปัดซูเอี๋ยนาฬิกาหรูจบแลว้ /4งูเห่าบี้กกต.แจงสถานะส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ป้อม&amp;rdquo; โต้ข่าวล็อบบี้ &amp;ldquo;เหลิม&amp;rdquo; ไม่ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ลั่นพร้อมชี้แจง &amp;quot;เฉลิม&amp;quot; โบ้ยไม่รู้จัก &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; เป็นการส่วนตัวอ้างไม่ซักฟอก หวั่นทีมงานติดคุก จะเสียชื่อหากเอาเรื่องเก่า ป.ป.ช.ตีตกไปแล้ว เท่ากับไม่ยอมรับองค์กรอิสระ โฆษก พท.ปูดนายกฯ เตรียมยุบสภาหนีการซักฟอก ผลสอบ พท.ลงดาบ 3 ส.ส.งูเห่าไม่ส่งสมัคร ส.ส. &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; พลิ้วเช็กองค์ประชุม อนค.ขับงูเห่าอ้างเอาเวลาไปสู้คดีให้พรรค &amp;quot;กวินนาถ&amp;quot; ขู่ฟ้อง อนค.หากโดนแกล้ง &amp;nbsp;กกต.เผยฐานข้อมูล 4 ส.ส.ยังเป็นสมาชิก อนค.อยู่ ส่อส่งศาล รธน.วินิจฉัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 15 มกราคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีตนเองจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ก็ไม่ได้รู้สึกโล่งใจหรืออะไร เพราะตนทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส ทั้งนี้ หากฝ่ายค้านอภิปรายเกี่ยวโยงมาถึงตน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม พร้อมที่จะชี้แจง สบายอยู่แล้ว ตอบได้ ไม่มีปัญหา เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ตอบได้ทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องของงานด้านความมั่นคง อาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีการซื้อ ก็ยืนยันว่าดำเนินการถูกต้องตามระเบียบการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจว่าจะไม่ถูกล้มในการอภิปรายใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;จะไปล้มได้อย่างไร มีแต่เดินอยู่&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสข่าว ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย (พท.) ส่งคนมาพูดคุยว่าจะไม่อภิปรายตนเอง พล.อ.ประวิตรกล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้พูดคุยกับเขา จะไปรู้อะไร จะมีชื่อหรือไม่มีชื่อตนในการถูกอภิปรายครั้งนี้ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวว่ามีการพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพื่อให้ตัดชื่อ พล.อ.ประวิตร ออกจากญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยพบหรือพูดคุยใดๆ กับ พล.อ.ประวิตรเลย ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่เคยคุยกันสักครั้งเดียว หากจะพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร สู้พูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เลยจะดีกว่า ส่วนที่ไม่เห็นด้วยในการใส่ชื่อ พล.อ.ประวิตรในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้นั้น เนื่องจากเห็นว่าหากเป็นข้อมูลเก่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างเรื่องบัญชีทรัพย์สิน แหวนและนาฬิกา ประเด็นนี้ถือว่ามันจบไปแล้ว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีการชี้มูลวินิจฉัยแล้วว่าไม่ผิด ดังนั้นหากฝ่ายค้านจะไปอภิปรายในประเด็นนี้ ก็เท่ากับว่าไม่ยอมรับการตัดสินของ ป.ป.ช.ที่เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หนำซ้ำคนที่อภิปรายต้องรับผิดชอบตัวเอง อาจจะมีความผิดติดคุกกันได้ ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยมอบหมายให้ผมเป็นกุนซือการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ อ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น ถ้าพาทีมงานไปจบแบบนั้นเสียชื่อตาย แต่หากใครมีข้อมูลใหม่ที่จะอภิปราย พล.อ.ประวิตร จะไม่คัดค้านเลย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.เฉลิมยืนยันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีหมัดเด็ดอย่างแน่นอน ได้ติว ส.ส.ที่จะอภิปรายในส่วนของพรรคเพื่อไทยไปแล้ว ก็หวังว่า ส.ส.ที่เป็นตัวแทนในการอภิปรายจะพรีเซนต์ตรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ตนเองไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งใดๆ กับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนจะทำงานรวบรวมข้อมูลในส่วนของ พล.อ.ประวิตรต่อไป ร.ต.อ.เฉลิมพูดว่าจะไม่อภิปราย พล.อ.ประวิตร ในประเด็นนาฬิกา แต่ข้อมูลของตนไม่ใช่เรื่องนาฬิกา ร.ต.อ.เฉลิมเป็นผู้ใหญ่ทางการเมือง อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยมาตลอด เป็นคนมีอุดมการณ์สูง ถ้าได้เห็นข้อมูลจะเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ คงพร้อมทำเพื่อประโยชน์ประเทศชาติด้วยเช่นกัน ส่วนข้อมูลเป็นเรื่องใดนั้น ขอไว้รอฟังในวันอภิปรายทีเดียว มั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน เมื่อทำการบ้านเสร็จแล้วคงได้มีการพูดคุยกัน การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทำเล่นๆ ไม่ได้ ข้อมูลต้องชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะไม่อภิปราย เพราะทำอะไรต้องมีความรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ข้อมูลที่มีถ้าเป็นประเทศอื่นรัฐบาลคงอยู่ไม่ได้ แต่สำหรับประเทศไทยต้องยอมรับว่า ที่นี่ประเทศไทย ประเทศกูมี ไม่เหมือนอย่างที่คิด อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น&amp;quot; นายศรัณย์วุฒิกล่าว
ปูดนายกฯ ยุบสภาหนีซักฟอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะอภิปรายรัฐมนตรีแน่นอน 5 คน ส่วนความเห็นส.ส.เพื่อไทยกับ ร.ต.อ.เฉลิมเรื่อง พล.อ.ประวิตร ต้องดูว่าหากจะอภิปรายในเรื่องนาฬิกาตามที่ ป.ป.ช.ใช้กำปั้นทุบดินตอบกลับมาจะทำได้เพียงแค่ดิสเครดิตเท่านั้น เป้าหมายหลักของฝ่ายค้านคือ นายกรัฐมนตรีและเรื่องเศรษฐกิจ แต่ถ้าเรามีข้อมูลมีหลักฐานใหม่ของ พล.อ.ประวิตร ก็ควรอภิปราย ร.ต.อ.เฉลิมไม่ได้ระบุชัดเจนเสียทีเดียวว่าจะไม่อภิปราย เพราะยังต้องรอความเห็นจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอรายชื่อรัฐมนตรีที่ควรถูกอภิปรายเพิ่มเติมเข้ามา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวออกมาจากพรรคร่วมรัฐบาลเองว่า พล.อ.ประยุทธ์เตรียมจะยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แทนการปรับ ครม.เพราะสารพัดปัญหาของรัฐบาลมาถึงจุดที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ในส่วนพรรคเสรีรวมไทยยืนยันจะขออภิปราย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, นายวิษณุ เครืองาม &amp;nbsp;รวมถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ แต่อาจอยู่ในโควตาของพรรคอนาคตใหม่ อย่างไรก็ตาม คงต้องตกลงกับพรรคเพื่อไทยก่อนเพื่อหาข้อสรุปในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านภายในสัปดาห์นี้อีกครั้ง ยืนยันไม่มีการล็อบบี้พรรคเสรีรวมไทย เพราะเราเป็นพรรคเล็ก เขาคงไม่มองเรา เขาคงคุมเราได้แค่เรื่องการจัดสรรเวลาอภิปราย แต่คุมเราไม่ได้ว่าจะอภิปรายหรือไม่อภิปรายใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวถึงเนื้อหาที่จะอภิปราย พล.อ.ประวิตร ว่า จะเป็นเรื่องเก่าๆ อาทิ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ การละเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่ตรวจสอบการย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล จากผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) มาเป็นที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี ปกติจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ากระทำผิดอะไร แต่ปรากฏว่าไม่มีการตรวจสอบอะไรรวมถึงเรื่องคดีนาฬิกายืมเพื่อนที่ขณะนี้ กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กำลังขอหลักฐานจาก ป.ป.ช.อยู่ ยืนยันว่าการตรวจสอบเรื่องเก่าที่ไม่ใช่ในรัฐบาลนี้ทำได้ เพราะที่ผ่านมาสมัยรัฐบาล คสช.ไม่เคยมีการตรวจสอบ จึงต้องถูกตรวจสอบความผิดเรื่องการทุจริต จะเอาผิดเมื่อไรก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.ส.ของพรรคไม่ปฏิบัติตามมติของพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่มีพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นประธาน ได้เปิดเผยเอกสารผลสรุปการสอบ 3 ส.ส.ที่โหวตสวนมติพรรค ดังนี้ 1.กรณีนางพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี เชื่อได้ว่าเป็นการได้รับการร้องขอและมีประโยชน์ตอบแทนส่วนตน ถือว่าเป็นการกระทำความผิดวินัยพรรคอย่างร้ายแรง ซ้ำซาก ควรลงโทษสถานหนัก อย่างไรก็ตามการลงโทษถึงขั้นขับออกจากสมาชิกพรรคตามรัฐธรรมนูญ ผู้นั้นสามารถไปหาพรรคใหม่สังกัดได้ภายในสามสิบวัน จึงเห็นว่ายิ่งจะเป็นการสมประโยชน์ของฝ่ายรัฐบาลมากขึ้นไปอีก จึงเสนอให้กรรมการวินัยและจรรยาบรรณลงโทษทางวินัยในระดับภาคทัณฑ์ และใช้มาตรการทางปกครองที่เด็ดขาดคือไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของพรรค และไม่ส่งสมัครในการเลือกตั้งครั้งต่อไปโดยไม่มีเงื่อนไขผ่อนปรนใดๆ ทั้งสิ้น
พท.ลงดาบ 3 สส.งูเห่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กรณีนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กรุงเทพฯ ได้มีพฤติกรรมและการกระทำที่ฝ่าฝืนมติพรรคแม้จะอ้างเหตุผลด้วยความจำเป็น และเหตุผลส่วนตัว ก็ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างหักร้างแนวทางของพรรคและจริยธรรมทางการเมือง การจะพิจารณาลงโทษสถานหนักก็ยังมีเหตุผลเช่นเดียวกันว่า ในที่สุดก็จะเข้าทางความต้องการของฝ่ายรัฐบาล จึงเห็นควรให้ภาคทัณฑ์ และไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของพรรคเป็นเวลาหนึ่ง และพิจารณาไม่ส่งเป็นผู้สมัครของพรรคในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เว้นแต่จะสามารถพิสูจน์ให้พรรคมั่นใจหรือมีการกระทำที่น่าเชื่อถือว่าจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองให้อยู่ในระเบียบวินัยของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.กรณีนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี ถือว่าได้กระทำผิดวินัยร้ายแรงเช่นกัน ข้ออ้างและเหตุผลที่ชี้แจงถือว่าฟังไม่ขึ้น แต่พฤติกรรมคือเพียงแสดงตนให้เป็นองค์ประชุม แต่ในความประพฤติต่อมา ยังไม่เห็นแจ้งชัดว่ายังจงใจที่จะกระทำผิดเช่นเดิม จึงเสนอให้ดำเนินการภาคทัณฑ์ ไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมพรรคในระยะเวลาหนึ่ง และพิจารณาไม่ส่งลงเลือกตั้งในครั้งต่อไป จนกว่าจะมีข้อเสนอหรือพิจารณาเป็นอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสรุปทั้ง 3 กรณีนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ จะส่งผลการพิจารณาให้คณะกรรมการจริยธรรมของพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาในวันพฤหัสบดีที่ 16 ม.ค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พร้อมนายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยื่นสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบความชัดเจนกรณีถูกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) มีมติให้ขับออกจากพรรค แต่ไม่ได้มีการทำหนังสือพ้นสมาชิกภาพเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ทราบว่า น.ส.ศรีนวลยื่น กกต.แล้ว และ กกต.กำลังจะดำเนินการ ก่อนหน้านี้ตนถึงได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า น.ส.ศรีนวลรู้ได้อย่างไรว่าปลดแล้ว จะอ้างว่ารู้จากสื่อคงจะชอบกล ซึ่งปกติควรจะต้องทัน กรอบเวลาหาพรรคสังกัดเพราะมีวิธีนับอยู่ว่าแจ้งเมื่อไร และนับอย่างไร ซึ่ง กกต.กำลังดำเนินการเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ทั้ง 4 คนซึ่งถูกขับออกจากพรรคและมีปัญหาในการหาพรรคการเมืองสังกัดว่า ตอนนี้รอให้สภารายงานเรื่องนี้เข้ามา ซึ่งที่จริงแล้วความเป็น ส.ส.ขึ้นอยู่กับการตัดสินของกกต. อย่างไรก็ตาม ถ้าเรื่องมาถึงสภา ก็จะดูแลเรื่องนี้ให้ 1-2 วัน ทางสภาจะรายงานเรื่องสถานภาพของ ส.ส.ทั้ง 4 คน ทั้งนี้ เข้าใจว่าพรรคที่จะรับ ส.ส.ทั้ง 4 คนกำลังรอหนังสือการพ้นสมาชิกพรรคจากอีกพรรคการเมืองหนึ่งอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ต้องถามพรรคการเมืองที่จะรับ ส.ส.ทั้ง 4 คนว่าสาเหตุคืออะไร กรณีดังกล่าวยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นต้องรอความชัดเจนเกี่ยวกับ ส.ส.ที่ไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่ง น.ส.ศรีนวลแสดงเจตจำนงชัดเจนในการเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค ภท. โดยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนว่า เมื่อ ส.ส.ถูกขับออกจากพรรคเดิมจะต้องหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการลงวันที่ในหนังสือที่พรรคอนาคตใหม่จะดำเนินการยื่นให้กับ กกต. และรอ กกต.ดำเนินการ จากนั้นพรรค ภท.จะลงวันที่ในหนังสือเพื่อรับเป็นสมาชิกพรรคต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อ น.ส.ศรีนวลถูกขับออกจากพรรคเดิม และได้แสดงความจำนงเข้าร่วมทำงานกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทุกวันนี้ น.ส.ศรีนวลก็ได้เข้ามาให้ความคิดเห็นช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ ของพรรคภูมิใจไทย เพราะถือว่าเป็นคนในบ้านเดียวกันแล้ว&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวถึงกรณีมติขับออกจากพรรค อนค.อาจไม่สมบูรณ์ เนื่องจากมีรายงานว่าองค์ประชุมของที่ประชุมใหญ่ไม่ครบ และจะครบกำหนด 30 วัน เพื่อสังกัดพรรคใหม่ภายใน 15 ม.ค.ว่า เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น เพราะการประชุมใหญ่ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า หากองค์ประชุมไม่ครบ ก็ไม่สามารถประชุมได้ ซึ่งนี่คือวิถีปฏิบัติ ทั้งนี้ไม่ทราบเจตนากลั่นแกล้งให้สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.หรือไม่ แต่ยืนยันว่ามติพรรคสมบูรณ์ 100% เพราะขณะนี้ตนไม่สามารถเข้าสู่ระบบในเว็บไซต์ของพรรค อนค.ได้แล้ว อีกทั้งในเว็บไซต์ก็ระบุข้อมูล ส.ส.ชัดว่าตนถูกขับออกจากพรรค อนค. แม้จะไม่มีเอกสารจากพรรคออกมา&amp;nbsp;
งูเห่าอนค.ขู่ฟ้องโดนแกล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดิฉันได้นำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไท และ กกต.ก็รับรองการเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไท &amp;nbsp;และได้แจ้งต่อประธานสภาฯ แล้ว จึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหา หากเรื่องนี้มีปัญหา ผู้ที่รับผิดชอบควรเป็นพรรคอนาคตใหม่ แต่ถ้ามีปัญหา ก็คงจะฟ้องร้องต่อไป&amp;rdquo; น.ส.กวินนาถกล่าว พร้อมแนะนำให้ น.ส.ศรีนวลเดินหน้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เพื่อรักษาสิทธิ์ เพราะวันที่ 15 ม.ค. เป็นวันสุดท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีความไม่ชัดเจนของพรรคในการขับ 4 ส.ส.อนาคตใหม่ออกจากพรรคว่า เรื่องนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน ตกใจอยู่ที่เห็นข่าวนี้ แต่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เดิมที่ประชุมวิสามัญเสนอให้ขับ 4 ส.ส.อนาคตใหม่ออกจากพรรค แต่ตามรัฐธรรมนูญจะต้องใช้มติที่ประชุม ส.ส.และกรรมการบริหารพรรค ซึ่งพรรคได้จัดประชุมพรรคทันทีในวันรุ่งขึ้น และมีมติขับออก มติที่เกิดขึ้นจะต้องตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม และจัดทำรายงานการประชุมให้ กกต.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้รับรายงานการประชุมเรื่องการขับอดีต 4 ส.ส.อนาคตใหม่ออกจากพรรค เนื่องจากมีปัญหาการประชุม ส.ส.อนาคตใหม่ในวันดังกล่าวมีองค์ประชุมไม่ครบ ขาดตัวแทนภาคร่วมประชุม นายปิยบุตรกล่าวว่า กำลังตรวจสอบ แต่ขั้นตอนในวันดังกล่าวค่อนข้างรีบเร่ง จึงต้องไปตรวจสอบรายละเอียดและลายเซ็นผู้เข้าร่วมประชุมว่าครบองค์ประชุมหรือไม่ มิเช่นนั้นจะกลายเป็นมติไม่ชอบ ส.ส.เหล่านั้นจะไม่ถูกขับออกจากพรรคจริงๆ ทั้งนี้ เป็นเรื่องของ กกต.จะระบุว่าใครจะอยู่ในสังกัดพรรคใด แต่ถ้ามีชื่อซ้ำซ้อนกันทั้งสองพรรค ถือว่าหลุดจาก ส.ส.ทั้งสองพรรค เป็นแนวที่ กกต.ดำเนินการมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้กำลังตามเรื่องอยู่ทุกวัน พรรคเรามีหลายเรื่องมาก ถ้าลดจำนวนคดีให้เราน้อยๆ จะได้มีเวลาไปทำเรื่องพวกนี้ ขณะนี้เราต้องแก้คดีทุกวันเต็มไปหมด ทั้ง 4 คนคงไม่ต้องกังวลใจอะไร เพราะประกาศตัวชัดเจนแล้ว ถ้าไปปรากฏชื่อซ้อนกัน 2 พรรคก็เป็นหน้าที่ของ กกต.&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าพรรคไม่ยืนยันใช่หรือไม่ว่าทั้ง 4 คนยังไม่พ้นจากสมาชิกพรรคตามกฎหมาย นายปิยบุตรตอบว่า ต้องไปเช็กว่าวันนั้นมีการเซ็นชื่อเข้าประชุมครบองค์ประชุมหรือไม่ พอมีมติเกิดขึ้นไม่ใช่ว่าจะมีความสมบูรณ์ทันที ต้องรอการส่งเอกสารหนังสือรับรองให้ กกต.เพื่อยืนยันอย่างเป็นทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะทำไปทำไม ภารกิจของเราคือการจัดทำเอกสารให้ครบถ้วน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของพรรคอนาคตใหม่ แต่เป็นเรื่องของทั้ง 4 คนที่ต้องรับผิดชอบเองต่อสิ่งที่กระทำไป แต่กลายเป็นว่าพรรคอนาคตใหม่ต้องไปตามรับผิดชอบให้ ทั้ง 4 คนคงต้องดูแลตัวเองด้วย ขอให้เย็นๆ ดูแล้วออกอาการไปนิด&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าวเมื่อถามว่า ตั้งใจหรือไม่ที่ต้องให้ 4 ส.ส.มีชื่อซ้ำซ้อนกัน 2 พรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงาน กกต. น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พร้อมด้วยนายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี 2 ใน 4 ส.ส.ที่พรรค อนค.มีมติขับพ้น ส.ส. และได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไทแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 และ 26 ธ.ค. ได้เดินทางเข้าหารือกับเจ้าหน้าที่ด้านกิจการพรรคการเมืองกรณีที่พรรค อนค.ระบุว่ามติขับ 4 ส.ส. พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคอาจไม่สมบูรณ์เพราะองค์ประชุมไม่ครบ แต่ตนและนายจารึกได้ไปสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไทแล้ว การกระทำของพรรค อนค.จะถือเป็นการกลั่นแกล้ง ส.ส.ทั้ง 4 คนหรือไม่
อึ้ง! 4 ส.ส.ยังเป็นสมาชิกอนค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนักงาน กกต. ขณะนี้รอการรายงานการเพิ่มลดจำนวนสมาชิกพรรคไตรมาสสุดท้ายปี 62 คือตั้งแต่ 1 ต.ค.-31 ธ.ค.62 ที่ทุกพรรคการเมืองต้องส่งมายัง กกต.ภายในวันที่ 15 ม.ค. โดยในส่วนของพรรค อนค. ณ เวลา 16.30 น. สำนักงาน กกต.ยังไม่ได้รับเอกสารรายงานดังกล่าว แต่อาจจะมีการจัดส่งทางไปรษณีย์ตามที่ กกต.เปิดให้ดำเนินการได้ แต่ในระบบฐานข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ขณะนี้ยังพบว่ามีชื่อของ 4 ส.ส.เป็นสมาชิกพรรคอยู่ ขณะเดียวกันทางพรรคพลังท้องถิ่นไทก็ได้มีหนังสือแจ้งมายังสำนักงาน กกต.แล้วว่า น.ส.กวินนาถและนายจารึกได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้ว พร้อมหลักฐานประกอบครบถ้วน ดังนั้นในส่วนปัญหาของ น.ส.กวินนาถและนายจารึก ขณะนี้เท่ากับว่ามีชื่อเป็นสมาชิกพรรคการเมือง 2 พรรคการเมือง อาจถูกนายทะเบียนพรรคการเมืองลบชื่อออกจากการเป็นสมาชิกทั้งสองพรรคการเมืองตามมาตรา 26 วรรคสอง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งก็จะมีผลให้ต้องสิ้นสภาพการเป็นส.ส.เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของนางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ และพ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี ที่มีการเปิดตัวจะเข้าพรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังไม่ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกนั้น หากทางพรรคอนาคตใหม่ใช้เวลาในการตรวจสอบองค์ประชุมร่วมระหว่างกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคในวันที่ 17 ธ.ค. ที่มีมติขับ 4 ส.ส.พรรคล่าช้าหรือยอมเสียค่าปรับจากการแจ้งรายงานการเพิ่มลดจำนวนสมาชิกพรรคไตรมาสสุดท้ายของปี 62 เพราะแจ้งช้าแล้วต่อมามีการแจ้งต่อ กกต.ยืนยันว่าองค์ประชุมในวันที่ 17 ธ.ค. ครบถ้วนและมติขับพ้นสมาชิกพรรคถูกต้อง ทั้ง 4 คนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่แล้วก็จะเกิดปัญหาว่าทั้ง 4 คนหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดไม่ทันภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคมีมติขับพ้นสมาชิก คือต้องหาพรรคการเมืองสังกัดภายในวันที่ 16 ม.ค. และกลายเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าทั้ง 4 คนหลุดจากการเป็น ส.ส.เขตแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งอาจจะต้องมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องให้ กกต.ตรวจสอบกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เปิดเผยข้อมูลว่ามีพรรคการเมืองจำนวน 34 พรรค ที่ปรากฏรายการกู้เงินในเอกสารงบการเงินของพรรคประจำปี 2561 แต่เนื่องจากพรรคไทยรักษาชาติถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไปแล้ว และพรรคอนาคตใหม่ กกต.ได้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว วันนี้ตนจึงยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบพรรคการเมือง 32 พรรคที่เหลือ โดยขอให้ตรวจสอบว่าทั้ง 32 พรรคการเมืองดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 62 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือไม่ หากเข้าข่ายก็จะต้องมีการเอาผิดตามมาตรา 72 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่ง กกต.เคยวินิจฉัยกรณีเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ไปแล้ว และส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคตามมาตรา 92 (3) พ.ร.ป.พรรคการเมืองต่อไป แต่กรณีนี้อาจจะยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ เพราะถ้อยคำที่พรรคการเมืองใช้มีถ้อยคำที่แตกต่างกัน ทั้ง &amp;ldquo;เงินกู้&amp;rdquo; &amp;ldquo;เงินยืม&amp;rdquo; &amp;ldquo;เงินทดรองจ่าย&amp;rdquo; ซึ่ง กกต.จะต้องวินิจฉัยคำเหล่านี้เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ สำนักงาน กกต.ออกชี้แจงและให้ข้อมูลการดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบรายได้ของพรรคการเมืองว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ว่านายทะเบียนพรรคการเมืองอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายได้ของพรรคการเมือง ซึ่งปรากฏตามงบการเงินประจำปี 2557 ถึงงบการเงินประจำปี 2561 หากตรวจสอบแล้ว พบว่าพรรคการเมืองใดกระทำการเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง นายทะเบียนพรรคการเมืองจะต้องแจ้งให้พรรคการเมืองดังกล่าวชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยในแต่ละปีช่วงปี 57-61 จึงมีเงินทดรองจ่ายเข้ามา เพื่อจัดการเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายเหล่านั้น ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเป็นการใช้กฎหมายฉบับเดิมที่ไม่ได้ห้ามยืมเงินหรือห้ามมีเงินทดรองจ่าย ซึ่งอนุญาตให้ทำได้ แต่หลังจากที่ พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 บังคับใช้โดยการปลดล็อกหรืออนุญาตโดย คสช. เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.61 ที่มีการใช้กฎหมายฉบับใหม่ พรรคภูมิใจไทยก็ไม่ได้มีเงินทดรองจ่ายหรือมีการยืมเงินมาใช้อีกเลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่พยายามบอกว่าพรรคภูมิใจไทยเหมือนกับพรรคการเมืองที่กำลังจะถูกดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้นั้น ยืนยันว่าแตกต่างกัน เพราะสิ่งที่พรรคการเมืองที่กำลังถูกดำเนินการอยู่นั้นเป็นการถูกกล่าวหาว่ามีการทำนิติกรรมอำพราง ก็ต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอน และเข้าใจว่าเป็นการใช้เพื่อหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเป็นคนละกรณีกับพรรคภูมิใจไทย&amp;rdquo; นายศุภชัยกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54665</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ยุบสภาหนีการซักฟอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์ประชุม, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, เฉลิม อยู่บำรุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1f28d08ea26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
