<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจี๊ยบก้าวไกล&#039;เย้ย!ครบรอบ 3 เดือน ยุบพรรคอนาคตใหม่ได้แค่ชื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.63- &amp;nbsp;นางอมรัตน์​ โชคปมิตต์กุล​ &amp;nbsp;ที่คนเสื้อแดงเรียกกันว่า &amp;nbsp;&amp;quot;เจี๊ยบ นครปฐม&amp;quot; &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่ย้ายเข้าสังกัดพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุลว่า &amp;nbsp;ครบรอบ 3 เดือน &amp;quot;ยุบพรรคอนาคตใหม่ได้แค่ชื่อ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ก้าวไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#สานต่ออุดมการณ์อนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ตามหาความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66510</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;เจี๊ยบ นครปฐม&quot;, ก้าวไกล, ยุบอนาคตใหม่, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec5feade3874.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันทิศทางไทยออกแถลงการณ์เตือน&#039;ธนาธร&#039;อย่าปลุกระดมลงถนน  พาคนไปยืนอยู่ในจุดที่อันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.63 - สถาบันทิศทางไทย-Thai Move Institute ออกแถลงการณ์ เรื่อง ข้อเท็จจริงหลังคำตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ และวิกฤติครั้งใหญ่ที่สังคมไทยต้องเผชิญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และอดีตพรรคอนาคตใหม่ ลงมาเล่นการเมืองไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น แต่ชัดเจนว่าต้องการอำนาจทางการเมืองเพื่อต่อรองกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังปรากฏในบทสัมภาษณ์ของตัวเขาเองจากหนังสือ &amp;ldquo;Portrait ธนาธร&amp;rdquo; ซึ่งทำให้ ธนาธร และอดีตพรรคอนาคตใหม่ สร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองเป็นนักอุดมกาณ์ที่โน้มรับความคิดประชาธิปไตยแบบตะวันตก เพื่อนำพาไปสู่ความเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง-สังคมไทยแบบขุดรากถอนโคน ดังจะเห็นว่าเราไม่เคยได้ยินคำพูดปากคุณธนาธรเลยว่าเมื่อเข้ามาทำการเมืองแล้วในฐานะพรรคการเมืองพรรคอนาคตใหม่มีนโยบายที่จะทำให้อะไรให้ชีวิตของประชาชน พี่น้องเกษตรกร ชาวไร่ชาวนา ฯลฯ ดีขึ้นได้อย่างไร นอกจากการสร้างวาทกรรม คำพูด โจมตี กองทัพ ทหาร ระบบตุลาการ และสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังคำพูดที่ว่า &amp;quot;ความผิดคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดตัวเราเท่าเส้นผม&amp;quot; กรณีการพ้นสภาพส.ส.ของคุณธนาธร และกรณีถูกยุบพรรคอนาคตใหม่ล้วนเกิดขึ้นจากความไร้ประสบการณ์ ความสะเพร่าของตัวเองทั้งสิ้น ประกอบกับความอ่อนด้อยในข้อกฎหมายของคุณปิยบุตร แสงกนกกุล (อดีต)เลขาธิการพรรค ดังจะปรากฎว่ามูลเหตุแห่งความผิด ที่มาของการถูกดำเนินการทางกฎหมายทั้ง ๒ กรณี ไม่ได้เกิดจากการขุดคุ้ยหรือสืบค้นจากฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองแต่อย่างใด แต่เป็นการเปิดเผยเรื่องต่าง ๆ ออกมาเองโดยเจตนา ทั้งเรื่องการประกาศทำบลายด์ทรัสต์ (จนเป็นเหตุให้สำนักข่าวอิศรานำไปค้นต่อจนพบว่า คุณธนาธรมีปัญหาเรื่องการถือหุ้นสื่อ วี-ลัค มีเดีย) และกรณีการที่คุณธนาธรให้เงินกู้กับพรรคอนาคตใหม่เป็นจำนวน ๑๙๑ ล้านบาท ก็เป็นการเปิดเผยจากตัวคุณธนาธร ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) เมื่อวันที่ ๑๕ พ.ค. ๒๕๖๒ และคุณพรรณิการ์ วานิช ( อดีตโฆษกของพรรค) เปิดเผยในรายการฟังหูไว้หูทาง ช่อง ๙ MCOT HD เมื่อวันที่ ๕ เม.ย. ๒๕๖๒ ล้วนแต่เป็นการเปิดเผยจากปากตนเองทั้งสิ้นไม่มีใครไปกลั่นแกล้ง สร้างเรื่องให้ร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจะเห็นว่าข้อกฎหมายที่คุณธนาธรและพรรคอนาคตใหม่กระทำผิดนั้น ไม่ใช่ข้อกฎหมายที่เขียนขึ้นเพื่อจงใจบังคับใช้ ว่าร้าย กลั่นแกล้งคุณธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ เพราะทุกพรรคก็ล้วนแล้วแต่ต้องยึดถือและปฏิบัติตามข้อกฎหมายเดียวกัน ดุจกติกาเดียวกันทั้งสิ้น เพียงแต่หากคุณธนาธรไม่สะเพร่าดำเนินการโอนหุ้นสื่อทั้งหมดให้เสร็จเรียบร้อย และได้จัดให้มีการบริจาคเงิน ๑๙๑ ล้านบาท เข้าพรรคในรูปแบบและจำนวนเงินที่ไม่ละเมิดต่อข้อกฎหมายดังที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกพรรค (รวมถึงพรรคฝ่ายค้าน) ได้ปฏิบัติ เช่น แบ่งกันบริจาคจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลรายละไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท/ปี เหตุแห่งความผิดก็จะไม่ปรากฏและไม่มีใครจะสามารถดำเนินความผิดใด ๆกับคุณธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ในกรณีดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คุณธนาธรพึงรู้ดีอยู่แล้วว่าการลงมาเล่นการเมืองของตนย่อมมีคู่แข่งทางการเมือง กระทั่งมีศัตรูทางการเมืองที่ฉวยโอกาสจ้องเล่นงานอยู่ ซึ่งเป็นที่เข้าใจของคนที่ลงมาทำงานการเมืองทุกคน ทุกพรรคว่าจะต้องมีความรอบครอบ ระมัดระวัง ไม่ให้เกิดจุดอ่อน ความเพลี่ยงพล้ำ อันจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามหยิบฉวยไปใช้เล่นงานทางการเมืองได้ ซึ่งที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่ก็ได้ทำเช่นนั้นกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง คือโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา , พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ , พรรคพลังประชารัฐ รวมถึง ตุลาการ, กองทัพมาโดยตลอดเช่นกัน แต่เมื่อความผิดพลาด(อันเกิดขึ้นเอง)ของคุณธนาธรและพรรคถูกหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นอันนำไปสู่การดำเนินการตามข้อกฎหมาย คุณธนาธรกลับเบี่ยงประเด็นความผิดพลาดของตนเองให้เป็นประเด็นทางการเมืองโดยอ้างว่า ตนเองเป็นผู้เชิดชูประชาธิปไตย ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่ในสังคมจึงกลายเป็นผู้ถูกกระทำ จากอำนาจเก่า ด้วยวิธีการไม่เป็นธรรมต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำเช่นนี้ของคุณธนาธรและพรรคอนาคตใหม่กลับได้รับการสนับสนุนจากนักวิชาการ และอาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีความคิดวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ กองทัพ และระบบตุลาการของไทย มาโดยตลอดเช่นกัน ดังมีการเรียกร้อง #คัดค้านยุบพรรคอนาคตใหม่ ที่นำโดยคุณชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสิน จนมาถึง ๓๖ อาจารย์ นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ออกแถลงการณ์วิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญหลังมีคำตัดสินให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ อันจะทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสังคมว่าการดำเนินการใด ๆต่อพรรคอนาคตใหม่ล้วนเป็นไปอย่างไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากการถูกตัดสิทธิ์การเมืองและถูกยุบพรรค คุณธนาธรได้แถลงจัดตั้ง &amp;quot;คณะอนาคตใหม่&amp;quot; เพื่อสืบสานอุดมการณ์ของพรรค คือการปักธงความคิดให้ประชาชนเชื่อว่าระบบประชาธิปไตยที่ดีที่สุดสำหรับสังคมไทยคือระบบประชาธิปไตยแบบตะวันตกที่อนุญาตให้สถาบันพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ และประกาศจะออกมาเคลื่อนไหวปลุกเร้ามวลชนประชาชนและคนรุ่นใหม่นอกสภาอันเป็นกิจกรรมที่ได้ดำเนินมาโดยตลอด ตั้งแต่กิจกรรมอยู่ไม่เป็น การชุมนุมแฟลชม็อบที่สกายวอล์ค และกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ซึ่งแม้จะไม่ประสบความสำเร็จแต่ก็เป็นการหยั่งกระแสและความรู้สึกของประชาชน เพื่อการสะสมการชุมนุมเชิงปริมาณไปสู่คุณภาพ คือ การยกระดับเป็นการรุกฮือของประชาชนเพื่อต่อต้านรัฐ โดยเฉพาะจากการที่คุณธนาธรได้ประกาศ ๒ ทางเลือก คือ ยินยอมพร้อมใจกันทุกฝ่าย หรือ แก้ด้วยเลือด อันจะนำไปสู่ชนวนเหตุแห่งความรุนแรง และ การปะทะกับ กลุ่มคนและพลังทางสังคม ที่ไม่เห็นด้วยกับธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ ซึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน หรือความเสี่ยงต่อการแทรกแซงจากกลุ่มก่อการร้ายรับจ้างด้วยเจตนาใช้ความรุนแรงก่อความสูญเสียและโยนบาปให้รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความทนงตนหลงว่าตนเองมีอุดมการณ์ที่ถูกต้องกว่าจนทำให้ละเลยความคิดความเชื่อหรืออุดมการณ์อื่น ๆ ของสังคมที่แตกต่างจากตน ความสะเพร่าเผลอเรอและไร้ประสบการณ์ที่ทำให้ตนเองและพรรคต้องประสบอุบัติเหตุทางการเมืองอย่างขาดเขลาชนิดที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ความบิดเบือนไม่ยอมรับความจริงว่าตนเองนั่นคือต้นเหตุแห่งความผิด แต่กลับนำผลแห่งความผิดที่ตนได้รับมาสร้างความรู้สึกปลุกเร้าอารมณ์ให้ผู้ที่ชื่นชอบตนเองและพรรคเพิ่มความเกลียดชัง ต่อ ระบบตุลาการ กองทัพ หรือกระทั่งตัวบุคคลอย่างพล.อ.ประยุทธ์ ความพยายามปลุกให้ประชาชน คนรุ่นใหม่ออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนน ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่จะนำพาสังคมไทยไปสู่ภาวะที่เสี่ยงอันตรายทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สังคมไทยกำลังเผชิญภาวะผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการ &amp;quot;ดิจิทัลดิสรัปชั่น&amp;quot; ที่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับโลกธุรกิจอย่างรุนแรงและรวดเร็วแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งภาคการผลิต แรงงาน บริการ และกำลังจะต้องเผชิญกับ วิกฤตโรคระบาด &amp;ldquo;โควิด-19&amp;ldquo; ที่ไม่ได้ส่งผลเฉพาะผู้ที่ได้รับเชื้อเท่านั้น แต่จะส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจหยุดชงักและถดถอยไปทั่วโลก ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อประเทศชาติที่คุณธนาธรและคณะอนาคตใหม่ หรือ แม้แต่รัฐบาลเอง ก็ยังไม่ตระหนักถึงผลกระทบและเตรียมหาทางรับมือเอาไว้แต่อย่างใด การปลุกระดมประชาชน ให้ออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนน โดยมุ่งหวังเพียงการเอาชนะทางการเมือง หากไม่คิดคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา และภาวะความเสี่ยงจากเหตุวิกฤตอื่น ๆ ที่ประเทศไทยต้องได้รับผลกระทบอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง จะนำพา คนไทย สังคมไทย ชาติไทย ไปยืนอยู่ในจุดที่เป็นอันตรายมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงบันทึกข้อเท็จจริงเหล่านี้เพื่อตระหนักร่วมกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58164</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, ยุบอนาคตใหม่, สถาบันทิศทางไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e550cd49965b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 18:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักเขียนซีไรต์&#039;ชี้ยุบอนาคตใหม่เกิดจาก&#039;Boomerang Effect&#039;ความไม่ต้องการอยู่ร่วมกับคนที่คิดต่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.63 - วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;Boomerang Effect&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนเปิดตัว &amp;ldquo;พรรคอนาคตใหม่&amp;rdquo; คุณธนาธรประกาศอย่างอหังการ์ว่า &amp;ldquo;พรรคไหนคิดไม่เหมือนเราก็ต้องเป็นศัตรูกับเรา&amp;rdquo; แน่นอน...ย่อมรวมถึงคนทั้งประเทศที่คิดต่างกับเขาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลคือ...เขาได้ศัตรูเพียบนับแต่สิ้นเสียงประกาศ!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเขาปั่นกระแสแบ่งแยก &amp;ldquo;คนรุ่นเก่า - คนรุ่นใหม่&amp;rdquo; &amp;ldquo;พวกก้าวหน้า - พวกล้าหลัง&amp;rdquo; &amp;ldquo;ฝ่ายประชาธิปไตย - ฝ่ายเผด็จการ&amp;rdquo; จนกลายเป็นความแตกแยกร้าวลึกไปถึงหน่วยงาน - สถาบันต่างๆ จนถึงระดับครอบครัว!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางคนเขียนโปสเตอร์ในเฟซบุ๊คว่า จะไม่เลี้ยงดูพ่อแม่ จะให้อดตาย เพราะเป็นพวกสลิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางคนประกาศว่า &amp;ldquo;ฆ่าสลิ่มไม่บาป!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แบบเดียวกับกิตติวุฒิโฑเคยบอกในยุค 6 ตค. 19 ว่าฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา พรรคอนาคตใหม่ได้ สส. มากกว่า 80 คน ด้วยคะแนนเสียง 6.3 ล้าน ยิ่งทำให้เขาจึงมั่นใจมากขึ้น จึงมุ่งแต่จะตะลุยไปข้างหน้าจนสะดุดขาตัวเองหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายก็ล้มด้วยเรื่องเงินกู้ - เงินบริจาคที่เขาให้แก่พรรคอนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แต่เคยคุยว่าพรรคเขาไม่มีนายทุน!)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคถูกยุบ กรรมการบริหารพรรคหมดสิทธิ์เล่นการเมือง 10 ปี และยังจะมีคดีอาญาตามมาอีก!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สส.ในพรรคก็แตก...ไปอยู่กับฝ่ายรัฐบาลหลายคน เขา คุณปิยบุตร และคุณพรรณิการ์แทบกระอักเลือดด้วยความโกรธแค้นที่ถูกทรยศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายเดียวกันยังคงเชียร์พวกเขาต่อไป และก่นด่าศาลรัฐธรรมนูญ ด่ารัฐธรรมนูญ ด่ารัฐบาล ว่าไม่ยุติธรรม และพาลแขวะไปถึงบุคคลที่เขาเรียกว่า &amp;ldquo;ผู้กำกับภาพยนตร์&amp;rdquo; !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เสียงก่นด่าพวกเขา สมน้ำหน้าพวกเขา เยาะเย้ยแดกดันพวกเขาดังกระหึ่มมากกว่าพวกที่เชียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นเพราะอะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะพวกเขาได้แบ่งฝ่ายไว้เอง ทำให้สังคมแตกแยกไว้เอง ดูถูกเหยียดหยาม และเหยียบย่ำหัวใจคนค่อนประเทศที่รักสถาบันกษัตริย์ (ไม่เรียนรู้จากกรณีคุณทักษิณ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาทำไว้...ล้วนกลับมาทำร้ายและทำลายพวกเขาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำอะไรไว้ก็ได้รับผลอย่างนั้น!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันเป็นผลจาก &amp;ldquo;ความไม่ต้องการอยู่ร่วมกับคนอื่นที่คิดต่าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันเป็น &amp;ldquo;Boomerang Effect&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58161</URL_LINK>
                <HASHTAG>Boomerang Effect, ยุบอนาคตใหม่, วิมล ไทรนิ่มนวล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0fc4027507e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.ต่างประเทศวุฒิสภาออกแถลงการณ์โต้ฝรั่งขาเสือก!ยันยุบอนาคตใหม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.63 - คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ได้ออกแถลงการณ์กรณีท่าทีของต่างประเทศต่อการวินิจฉัยให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ ชี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ รวมทั้งเพิกถอนสิทธิ สมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลาสิบปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคนั้น ส่งผลให้มีการออกแถลงการณ์หรือการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ อันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นภายในประเทศ และอาจมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ในฐานะส่วนหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงขอแสดงความคิดเห็นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. การพิจารณาและวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปตามหลักนิติธรรม (Rule of Law)และบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญที่ผ่านการลงประชามติของประชาชนมิได้เป็นการใช้อำนาจโดยอำเภอใจหรือปราศจากความชอบธรรมทางกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มีวัตถุประสงค์เพื่อตีกรอบและสร้างความชัดเจนถึงการดำเนินการในมิติต่าง ๆ ของพรรคการเมืองซึ่งหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักคือ การมุ่งที่จะสกัดกั้นการครอบงำพรคการเมือง ดังเช่นการกำหนดให้บุคคลสามารถบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนพรรคการเมืองได้ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท และกรณีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีนี้เป็นการสร้างบรรทัดฐานมิให้เกิดการใช้อำนาจเงินเพื่อเข้าครอบงำพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขซึ่งสอดคล้องกับหลักการทั่วไปของระบอบประชาธิปไตยที่เป็นสากล และอาจมีบางเรื่องที่แตกต่างกันกับประเทศอื่นตามบริบทของสังคมและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ เพราะฉะนั้น การแสดงออกซึ่งความเห็นของบางประเทศหรือบางองค์กรระหว่างประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นมหามิตรของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน แม้จะเป็นไปด้วยเจตนาดีแต่การวิจารณ์ทางการเมืองภายในประเทศโดยอาศัยความรู้สึกมากกว่ากรอบกติกา หรือกระบวนการตามกฎหมายภายในประเทศ อาจไม่สอดคล้องกับความพยายามที่จะสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน และแสดงถึงการขาดความรอบคอบในการเป็นมืออาชีพทางการทูต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58158</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการต่างประเทศ วุฒิสภา, ยุบอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e54fc839048c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มวลมหาประชาชนชุมนุมเป็นล้านไม่เคยฟัง!วันนี้เพื่อไทยจี้รัฐบาลให้ฟังนักศึกษาที่ไม่พอใจยุบส้มหวาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.63 -น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนักศึกษาหลายมหาวิทยาลัยนัดร่วมตัวแสดงพลังให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่ ว่า ส่วนตัวเห็นว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ทุกคนในสังคมควรหันมาให้ความสนใจ การแสดงออกของนักศึกษาเป็นสิทธิเสรีภาพที่สะท้อนให้เห็นความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ปรารถนาดีกับประเทศชาติ และมองเห็นว่าปัญหาบางอย่างที่หมักหมมมานานในสังคมไทยควรได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องของหลักนิติรัฐนิติธรรม และความยุติธรรมแบบสองมาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผู้มีอำนาจของทุกฝ่ายหันมาให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับการรับฟังความต้องการเหล่านี้แล้วนำปัญหาต่างๆมาแก้ไขก็เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติอย่างแน่นอน แต่ในทางกลับกันหากไปตีความว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นเป็นสาเหตุแห่งความวุ่นวายและมีความพยายามในการบิดเบือนหรือกีดกันสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตนเองเชื่อว่าสิ่งที่ผู้มีอำนาจหลายฝ่ายพยายามทำอยู่นี้จะกลายเป็นการสร้างปัญหาความไม่เข้าใจความแตกแยกและความขัดแย้งในสังคมมากขึ้น จึงอยากให้ผู้มีอำนาจเปิดใจรับฟังเสียงของคนรุ่นใหม่เหล่านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58139</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, นักศึกษา, ยุบอนาคตใหม่, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da828b32cb73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;เปิดโลกให้ 36 อาจารย์นิติมธ. พรรคการเมืองถูกทุนสมานย์ครอบงำ อย่าตีความให้ชาติไปไม่รอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.63- นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom หัวข้อ นิติบุคคลเอกชนกับมหาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้อ่านแถลงการณ์ของท่านอาจารย์นิติศาสตร์ ต่อการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการ เห็นต่างจากศาลรัฐธรรมนูญว่า พรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลเอกชน ไม่ใช่มหาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ผมไม่ใช่นักกฏหมาย แต่ผมขอใช้ประสบการณ์จริงเห็นต่างจากท่านอาจารย์ ซึ่งท่านอาจารย์จะอ้างหลักวิชาการ ว่านิติบุคคลมหาชนต้องเข้าหลักเกณฐ์ 3 ข้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. พิจารณาจากกฎหมายที่จัดตั้งนิติบุคคลนั้น ว่าจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายมหาชนซึ่งได้แก่ พระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาหรือไม่
๒. พิจารณาจากอำนาจที่องค์กรนั้นใช้ ว่าองค์กรนั้นใช้อำนาจมหาชนในลักษณะที่มีอำนาจเหนือหรืออำนาจฝ่ายเดียวหรือไม่ และ
๓. พิจารณาจากกิจกรรมที่นิติบุคคลนั้นดำเนินการ ว่ากิจกรรมที่ทำเป็นเรื่องการจัดทำบริการสาธารณะหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านอาจารย์อาจมองแต่พรรคการเมือง ที่เป็นองค์การเดี่ยวๆ แต่ไม่มองเชื่อมโยงถึงส.ส.ที่ต้องสังกัดพรรคการเมือง ที่ไปใช้อำนาจในนามพรรคการเมือง เช่นเป็นกรรมาธิการเชิญราชการมาตรวจสอบ หรือแม้แต่ส.ส.ที่สังกัดพรรคที่ไปเป็นรัฐบาลก็ใช้อำนาจที่รับมาจากพรรคการเมืองไปใช้อำนาจ ดำเนินนโยบายบริการสาธารณะ พรรคการเมืองจึงใช้ความเป็นนิติบุคคลมหาชนผ่านส.ส.ที่ถูกบังคับสังกัดพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญคือ พรรคการเมืองไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไรสูงสุดเหมือนเอกชน แต่ต้องทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ พรรคการเมืองยังได้รับงบสนับสนุนจากเงินภาษีของประชาชน พรรคการเมืองใช้อำนาจผ่านส.ส.ควบคุมรัฐ แต่เอกชนถูกรัฐควบคุม จึงไม่สามารถมาเทียบกับนิติบุคคลเอกชนได้เลย พรรคการเมืองจึงเป็นต้นธารของทุกสิ่งของประเทศที่จะต้องดูแลสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงมองว่าพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลมหาชนที่พิเศษตามพรป.พรรคการเมือง มากกว่านิติบุคคลรัฐทั่วไป จึงกำหนดที่มาของรายได้ 7 ทางเท่านั้น และเจตนาของกฏหมายจึงไม่ต้องการการครอบงำจากนายทุน เพราะปัญหาความขัดแย้งจากสังคมไทยนั้นเริ่มต้นมาจากพรรคการเมืองที่ถูกครอบงำจากทุนสมานย์ และถูกกำหนดทิศทางโดยนายทุน ไม่ตอบสนองประชาชนอย่างแท้จริง ถ้าไปตีความว่าพรรคการเมืองคือนิติบุคคลเอกชน สามารถทำทุกอย่างแบบเอกชนตามที่อาจารย์ว่า ผมรับรองได้เลยว่าประเทศชาติไปไม่รอดแน่นอน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58125</URL_LINK>
                <HASHTAG>36 อาจารย์นิติมธ., น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นิติบุคคล, ยุบอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200113/image_big_5e1bd62371a92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2020 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2020 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตกกต.&#039;ขู่เล่นงานกกต.หากไม่ยื่นคำร้องยุบ 32 พรรคการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.63- นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ สมชัย ศรีสุทธิยากร ระบุว่า...
1 เมษายน 2563 ใครจะไปกับผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคดี พรรคอนาคตใหม่ 21 ก.พ.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กกต. สามารถไปคัดคำวินิจฉัยจากศาลได้ หลังอ่านคำวินิจฉัย 15 วัน คือวันที่ 7 มีนาคม 2563 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ ดังนั้นวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2563 คือวันที่ไปติดต่อศาลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ฝ่าย กม. ควรสรุปรายงานที่ประชุม กกต. ได้ภายใน 1 สัปดาห์ คือ วันที่ 16 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ที่ประชุม กกต. ควรดำเนินการตามมาตรฐานที่ทำกับพรรคอนาคตใหม่ คือ ให้เลขา กกต. ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง โดยไม่มีการไต่สวน ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา และไม่ให้โอกาสผู้ถูกร้องแสดงหลักฐานโต้แย้ง เนื่องจากมีข้อเท็จจริงที่ปรากฏและเป็นไปตามแนววินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. กกต.ควรสามารถลงมติส่งคำร้องยุบพรรค 32 พรรคที่มีการกู้และยืมปรากฏในงบการเงินปี 2561 ได้ภายใน 15 วันตามระยะเวลาที่ดำเนินการกับพรรคอนาคตใหม่ คือภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. หากวันที่ 1 เมษายน 2563 กกต.ยังไม่มีการยื่นคำร้อง ต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ยุบพรรคการเมือง 32 พรรคที่ทำผิด พรป.พรรคการเมืองตามแนวที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ขอเชิญชวนประชาชนที่เห็นว่า กกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และจงใจกระทำการที่ขัดกับกฎหมาย ไปร่วมยื่นคำร้องกับผมที่ ปปช. เพื่อไต่สวนและดำเนินคดีกับ กกต.ได้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. หากที่ประชุม ปปช.มีมติให้ไต่สวน กกต.ทั้ง 7 คน ต้องยุติปฏิบัติหน้าที่ครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58122</URL_LINK>
                <HASHTAG>32 พรรคการเมือง, นายสมชัย  ศรีสุทธิยากร, ยุบอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cbfe7d7b7f07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
