<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2019 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2019 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุเทพ&#039;หักมุมยัน สพฐ. ยังไม่ยุบ รร.ขนาดเล็ก จะต้องขอฉันทามติก่อน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
27พ.ค.62-นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวถึงกรณีการยุบโรงเรียนขนาดเล็กจำนวน 15,000 แห่งทั่วประเทศ ว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ตนจะมีการประชุมร่วมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ โดยในที่ประชุมชี้แจงเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งให้นโยบายการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กด้วย นอกจากนี้ ตนเตรียมที่จะหารือกับนายเอกชัย กี่สุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ถึงประเด็นการยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กด้วย ว่ากพฐ.ใช้เหตุผลหรือแนวทางใดในการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก แต่สำหรับนโยบายตนในฐานะเพิ่งรับตำแหน่งเลขาฯ กพฐ.ขอยืนยันชัดเจน ว่า เราจะไม่มีการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก แต่แนวทางการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กนั้นจะต้องมีการบูรณาการร่วมกับชุมชนและท้องถิ่น รวมถึงการยุบโรงเรียนจะต้องเป็นฉันทามติร่วมกันของทุกฝ่ายเกี่ยวข้อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมเข้าใจปัญหา เพราะโรงเรียนขนาดเล็กเป็นโรงเรียนของชุมชนและท้องถิ่น อีกทั้งการจะยุบโรงเรียนขนาดเล็กไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะทำได้ทันที ต้องมีการวางแผนและประชุมร่วมกันกับทุกฝ่าย และที่สำคัญผมจะต้องรับฟังปัญหาจากพื้นที่ด้วย เพราะเขตพื้นที่อยู่กับเด็กและโรงเรียนจะรับทราบความต้องการและความจำเป็นของโรงเรียนขนาดเล็กมากกว่า ดังนั้นเราต้องฟังเสียงสะท้อนจากพื้นที่และนำมาวางแผนแก้ปัญหาร่วมกัน อย่างไรก็ตาม นโยบายเรื่องนโยบายการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กผมจะรอรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) คนใหม่ด้วย&amp;rdquo;ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36917</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., นายสุเทพ ชิตยวงษ์, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf52c570022c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2019 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2019 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กพฐ.ยุบ10โรงเรียน ควบรวมอีก2โรงเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
22เม.ย.62-บอร์ด กพฐ. เห็นชอบ ยุบ 10 โรงเรียน ส่วนใหญ่อยู่ในจ.พิษณุโลก 5แห่ง เพชรบูรณ์ 4แห่ง และระนอง 1แห่ง รวมทั้งควบรวม 2 โรงเรียน ที่สุราษฎร์ธานีและประจวบคีคีขัน เหตุจำนวนนักเรียนลดลงเรื่อยๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุม กพฐ.ได้มีมติเห็นชอบสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่ขอเลิกสถานศึกษา ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2562 จำนวน 10 โรง ได้แก่ 1.โรงเรียนนิคมบางระกำ 8 (หนองปลวก) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) พิษณุโลก เขต 1 ที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1- ประถมศึกษาปีที่ 6 2.โรงเรียนวัดงิ้วงาม สพป.พิษณุโลก เขต 1 เปิดสอน ป.1-ป.6 3.โรงเรียนนิคมบ้านกร่าง (สามัคคีสงเคราะห์) สพป.พิษณุโลก เขต 1 เปิดสอน อ.2-ป.6 4.โรงเรียนวัดโพธิญาณ (อ.ท.ผ.อุปถัมภ์) สพป.พิษณุโลก เขต 1 เปิดสอน อ.2-ป.6 5.โรงเรียนบ้านไร่เหนือ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เปิดสอน อ.2-ป.6 6.โรงเรียนบ้านลำป่าสักมูล สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เปิดสอน อ.2-ป.6 7.โรงเรียนบ้านหลุง สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เปิดสอน อ.2-ป.6 8.โรงเรียนบ้านทุ่งแค สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เปิดสอน อ.2-ป.6 9.โรงเรียนบ้านนา สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เปิดสอน ป.1-ป.6 และ 10.โรงเรียนบ้านละออง สพป.ระนอง เปิดสอน อ.2-ป.6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่ขอรวมสถานศึกษา จำนวน 2 โรง ได้แก่ 1.โรงเรียนบ้านปากหาร สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 โรงเรียนนี้มีครู 2 คน ธุรการ 1 คน มีนักเรียน 18 คน ซึ่งจะไปรวมกับโรงเรียนวัดนิลาราม สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2562 โดยสาเหตุที่จะต้องมีการรวมเนื่องจากจำนวนนักเรียนที่ลดลงไม่สามารถพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการศึกษาได้ และเป็นการแก้ปัญหาครูไม่ครบชั้น ไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนด้วย และ 2.โรงเรียนบ้านอ่าวยาง สพป.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 โรงเรียนนี้มีครู 3 คน มีนักเรียน 26 คน ซึ่งจะไปรวมกับโรงเรียนบ้านท่าข้าม สพป.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2561 เนื่องจากไม่มีผู้บริหารสถานศึกษา ครูไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน และจำนวนนักเรียนลดลงไม่สามารถพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม กระบวนการพิจารณาการเลิกและการรวมสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นอำนาจของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ผ่านการเสนอของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) แต่เนื่องจากครั้งนี้เป็นการดำเนินการนอกเงื่อนไขเวลาที่กฎหมายกำหนด คือ ต้องพิจารณาก่อนเปิดภาคเรียน 180 วัน ดังนั้นจึงส่งเรื่องมาให้ กพฐ.เป็นผู้อนุมัติ ซึ่ง กพฐ.ก็เห็นชอบทั้งหมด เพราะเรื่องนี้ได้ผ่านการเห็นชอบจากทาง กศจ.มาแล้วด้วย&amp;rdquo;ประธาน กพฐ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การยุบโรงเรียนขนาดเล็ก และควบรวมโรงเรียน ทางสพฐ.ได้ดำเนินการมาเรื่อยๆ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นการใช้อำนาจของกศจ.แต่กรณี 10โรงเรียนล่าสุด กศจ.ดำเนินการประกาศล่วงหน้าก่อนเปิดเทอมไม่ทัน 180 วันจึงต้องให้สพฐ.ดำเนินการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34169</URL_LINK>
                <HASHTAG>การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, บอร์ดกพฐ., ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190420/image_big_5cbac2b834e1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
