<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2021 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2021 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่วม! หนุ่มระยองคู่หู &#039;ไมค์&#039; โดนข้อหาเพิ่ม &#039;ม.116&#039; คดีชูป้ายด่านายกฯลงพื้นที่ตรวจโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.64 - ทวิตเตอร์ TLHR / ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน แจ้งว่า นายณัฐชนน พยัฆพันธ์ ได้รับหมายเรียกจากสภ.เมืองระยองให้ไปรับทราบข้อหา มาตรา 116 เพิ่มในคดีชูป้ายขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะลงพื้นที่ระยองเมื่อ 15 ก.ค. 63&amp;nbsp;คดีนี้ยังอยู่ในชั้นสอบสวน ก่อนหน้านี้ณัฐชนนและไมค์ ภาณุพงศ์ เคยถูกแจ้ง 5 ข้อกล่าวหามาแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐชนน พยัฆพันธ์ และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ถูกแจ้ง 5 ข้อกล่าวหา&amp;nbsp;ได้แก่ ข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เรื่องการ &amp;ldquo;ชุมนุมมั่วสุมให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย&amp;rdquo;, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ &amp;ldquo;ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรค&amp;rdquo;, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 &amp;ldquo;ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน&amp;rdquo;, มาตรา 368 &amp;ldquo;ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน&amp;rdquo; และมาตรา 190 &amp;ldquo;หลบหนีระหว่างการควบคุมตัว&amp;rdquo; จากกรณีร่วมกันชูป้ายด่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์โรคโควิดที่จังหวัดระยองเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96368</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูป้ายด่า, ณัฐชนน พยัฆพันธ์, ภาณุพงศ์ จาดนอก, มาตรา 116, ยุยงปลุกปั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_6051c4060d492.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซัดนักการเมืองเลวยุเด็ก ศธ.แย้มสิ้นธค.มีทางออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาเดือด! ส.ส.พปชร.ตั้งกระทู้ถามปมนักเรียนเลว ซัดมีนักการเมืองเลวอยู่เบื้องหลัง ยุยงปลุกปั่นล้างสมองให้ชังชาติส่งผลกระทบต่อบ้านเมือง ส.ส.ก้าวไกลร้อนตัว โต้กลับนักการเมืองเลวมาจากการซื้อเสียง-กติกาเลวจากการรัฐประหาร &amp;ldquo;ณัฏฐพล&amp;rdquo; ระบุสิ้น ธ.ค.มีทางออกเรื่องแต่งชุดไปรเวท แต่ไม่พอใจคนทั้งหมด จ่อเอาผิดเว็บไซต์นักเรียนเลวแพร่ข้อมูลเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 10.00 น. วันที่ 2 ธันวาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ตั้งกระทู้ถามสดนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กรณีกลุ่มนักเรียนเลวกดดันให้ยกเลิกการแต่งชุดนักเรียนว่า ถ้าให้นักเรียนแต่งชุดไปรเวทมาเรียนได้ จะเกิดการแข่งขันกันด้านการแต่งกาย ต้องมีชุดไปรเวทเป็นสิบชุด เพิ่มค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครอง อยากถาม ศธ.จะคงชุดนักเรียนไว้หรือไม่ รวมถึงปัญหาคุกคามทางเพศในโรงเรียนจะแก้ไขอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฏฐพลชี้แจงว่า ทาง ศธ.ตั้งคณะกรรมการรับฟังปัญหาข้อเรียกร้องต่างๆ ของกลุ่มนักเรียน ทั้งเรื่องการแต่งกาย ทรงผม ความปลอดภัยสถานศึกษา กฎระเบียบล้าหลังในโรงเรียน โดยมีนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เป็นประธาน เรื่องการแต่งชุดไปรเวทนั้น ถ้าสถานศึกษาต่างๆ จะทดลองให้แต่งสัปดาห์หรือเดือนละครั้งทำได้ทันที อาจมีผู้บริหารเพียงไม่กี่แห่งเริ่มทำ แต่การแต่งชุดไปรเวทต้องดูความเหมาะสม เช่น สายเดี่ยว เกาะอก กระโปรงสั้น แขนกุดเห็นรอยสักทำได้หรือไม่ ต้องวางรากฐานให้ดีก่อน จะรีบตัดสินใจเพราะมีนักเรียนกลุ่มหนึ่งมากดดันไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้มีนักเรียน ม.ต้นถึง ม.ปลายทั่วประเทศ 2.5 ล้านคน เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. มีนักเรียนแต่งชุดไปรเวทมาโรงเรียน 638 คน พูดแบบนี้ไม่ได้ท้าทายให้แต่งไปรเวทมากันเยอะๆ แต่หวังว่าอนาคตจะหาทางออกเหมาะสมร่วมกันได้ เชื่อว่าไม่เกินสิ้นเดือน ธ.ค.จะมีแนวทางออกที่เหมาะสมออกมา แต่ไม่ว่ากฎจะออกมาเป็นอย่างไร คงไม่พอใจ 100% ทั่วประเทศแน่นอน&amp;quot; นายณัฏฐพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายชัยวุฒิได้ตั้งคำถามต่อว่า เชื่อว่านักเรียนเลวมีนักการเมืองเลวอยู่เบื้องหลัง กระทรวงศึกษาธิการจะไปตรวจสอบหรือไม่ มีหลายพรรคการเมืองไปทำกิจกรรมในโรงเรียน แต่มีอยู่พรรคหนึ่งใช้นักเรียนเป็นเครื่องมือ อย่ามาดัดจริตกัน มีพรรคการเมืองเข้าไปยุยงปลุกปั่น ทำกันเป็นเครือข่าย ส่ง ส.ส.เข้าไปและใช้โซเชียลฯ ล้างสมองเด็ก พอถูกยุบพรรค หัวหน้าพรรคพูดทันที ถ้าไม่ให้ต่อสู้ในสภาจะไปต่อสู้ในถนน หลังถูกยุบพรรคมีคนออกมาเต็มถนน ทั้งม็อบราษฎรและนักเรียนเลว ล้วนมาจากนักการเมืองที่ไม่ใช่ต้องการล้มรัฐบาล แต่ต้องการล้มมากกว่านั้น ที่ทุกคนทราบกันดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การปล่อยให้นักการเมืองเลวไปชักใยนักเรียนเลว ส่งผลกระทบต่อบ้านเมือง เด็กถูกล้างสมองให้ชังชาติ ทราบว่ามีคนให้เงินทุนไปจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวในโรงเรียน ทำให้เด็กเข้าใจผิด จะสกัดกั้นขบวนการนักการเมืองเลวที่ไปชักใยนักเรียนเลวอย่างไร&amp;quot; นายชัยวุฒิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างที่นายชัยวุฒิตั้งกระทู้ถามสดนั้น มี ส.ส.พรรคก้าวไกลคอยประท้วงอยู่ตลอดว่าใช้ถ้อยคำใส่ร้ายป้ายสีโดยปราศจากหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฏฐพลชี้แจงว่า เรื่องการต่อต้านชุดนักเรียน ต้องมีคนคิดให้ คนคิดใจร้ายมาก ทำให้เด็กๆ ประจันหน้ากับผู้บริหารสถานศึกษา ไม่รู้จะมีความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ ปัญหาที่เกิดขึ้นวันนี้เพราะมีการให้ข้อมูลบิดเบือนแก่นักเรียน จึงต้องเข้มงวดผู้ที่จะเข้าไปในโรงเรียน แม้จะสกัดไม่ได้หมด แต่จะพยายามเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากเสร็จสิ้นการชี้แจงกระทู้ถามสดเสร็จเรียบร้อย นายชวนได้ให้นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ชี้แจงในสิ่งที่ถูกพาดพิง โดยนายธีรัจชัยกล่าวว่า สิ่งที่นายชัยวุฒิพูดเป็นการใส่ร้าย ปราศจากหลักฐาน แม้จะไม่ระบุชื่อว่าเป็นพรรคใด แต่ก็สื่อว่าพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของนักเรียน การมองว่าคนคิดต่างคือคนชังชาติ ไม่รักสถาบัน หรือเป็นการคิดแบบคนรุ่นเก่า แต่เด็กยุคใหม่คิดอีกแบบหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยุคนี้โซเชียลฯ หาความรู้ได้ง่าย นักเรียนอ่านข้อเท็จจริงที่ไม่เคยอยู่ในกลุ่มสาระวิชาที่กระทรวงศึกษาธิการยัดเยียดให้เรียน แต่เอาไปใช้อะไรไม่ได้ นักการเมืองเลวคือนักการเมืองซื้อเสียง ส.ส.ขายตัว นักการเมืองเลวมาจากกติกาเลว จากการรัฐประหาร แล้วให้ส.ว.เข้ามาโหวตนายกฯ นี่คือนักการเมืองเลว&amp;quot; นายธีรัจชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศธ. ให้สัมภาษณ์&amp;nbsp; กรณีนักเรียนเลวเปิดเว็บไซต์แจ้งข้อมูลครูและโรงเรียนไม่ให้เด็กแต่งชุดไปรเวทว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจจะเป็นข้อมูลจริงหรือเป็นข้อมูลเท็จหรือไม่ ก็ไม่สามารถยืนยันได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสมในสถานการณ์ที่มีการเผชิญหน้าระหว่างครูและนักเรียน ซึ่งครูที่ได้รับผลกระทบจะต้องรู้สึกอะไรบางอย่างหากชื่อถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ เพราะเราก็ไม่แน่ใจว่าข้อมูลที่กลุ่มนักเรียนนำมาเผยแพร่นั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ดังนั้นตนมีความจำเป็นที่จะต้องป้องกันไว้ก่อน เพราะไม่เช่นนั้นในอนาคตอาจมีใครก็ไม่รู้นำข้อมูลเด็กมาเผยแพร่ได้ และอาจกลายเป็นข้อผูกพันที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน เพื่อเป็นการป้องกัน ตนจึงมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของ ศธ.และประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กำลังพิจารณาอยู่ว่าข้อมูลการเผยแพร่รายชื่อครูและโรงเรียนที่ลงโทษเด็กผ่านเว็บไซต์ผิดในกระบวนการทางการกฎหมายอย่างไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา ศธ.ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ทุกด้าน และเปิดรับฟังข้อมูลทุกเรื่องร้องเรียนของเด็ก ขณะที่ ศธ.เองก็มีศูนย์คุ้มครองช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษา (ศคพ.) อยู่แล้ว แต่ทำไมเด็กถึงกลับเลือกไปลงข้อมูลผ่านโซเชียลฯ ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียนไม่ควรเกินขอบเขต และต้องคำนึงถึงคนปฏิบัติงานจริงด้วย เพราะขณะนี้เรื่องเครื่องแบบนักเรียน ศธ.อยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบอยู่ ดังนั้นหากการปรับแก้ระเบียบเครื่องแบบนักเรียนเสร็จสิ้นแล้ว และเสียงประชามติส่วนใหญ่ออกมาว่าอย่างไร ก็ต้องว่าไปตามนั้น ทุกคนต้องยอมรับให้ได้ ทุกวันนี้โรงเรียนหลายแห่งก็มีแต่งชุดไปรเวทในลักษณะชุดพื้นเมืองอยู่แล้ว ซึ่งเป็นฉันทามติจากชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษาและโรงเรียนร่วมกันพิจารณา&amp;rdquo; รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ในสังคมประชาธิปไตยเราสามารถแสดงออกถึงความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ แต่การดำเนินการต่างๆ จะต้องดำเนินการภายใต้กติกา ซึ่งในส่วนของการแต่งเครื่องแบบนักเรียน เรามีกฎระเบียบกลางที่ทุกคนยึดถือปฏิบัติใช้ร่วมกันอยู่ และเมื่อมีประเด็นในส่วนของการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ ก็ต้องมีบทลงโทษ โดยจะต้องดำเนินการภายในระเบียบ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนของ ศธ. ที่จะกำหนดเรื่องลงโทษ 4 ข้อ ได้แก่ 1.ว่ากล่าวตักเตือน 2.ทำทัณฑ์บน 3.ตัดคะแนนประพฤติ 4.ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนั้นจะมีการดำเนินการเกินนี้ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนที่มีการเผยแพร่ข้อความว่าบางโรงเรียนมีการเตรียมใบลาออกให้นักเรียนที่แต่งชุดไปรเวทไปโรงเรียนนั้น อาจจะเป็นการพูดโดยมีข้อวิตกกังวล หรือเป็นการคาดคะเน เพราะความจริงเรื่องนี้ยังไม่ได้เกิดขึ้น และวิธีการลงโทษดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นไปตามระเบียบด้วย เชื่อว่าครูทุกคนรักและปรารถนาดีกับเด็กทุกคน แต่เมื่อมีการทำผิดกติกาก็ต้องว่ากันด้วยเหตุและผล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85801</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักการเมืองเลว, นักเรียนเลว, ยุยงปลุกปั่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc7b52df12d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82946</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3นิ้วม็อบใหญ่8พย. เรียกร้องถึงสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตำรวจ&amp;rdquo; เตรียมกำลังรับมือม็อบจัดบิ๊กเซอร์ไพรส์&amp;nbsp; ขออย่าฝ่าฝืน กม. แย้มดำเนินคดีชุมนุมแล้วกว่า 140 คดีทั่วประเทศ &amp;quot;ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ&amp;quot; พบ พงส.รับแจ้งข้อหาผิด ม.116 ยุยงปลุกปั่น&amp;nbsp; โวยโดนกลั่นแกล้ง &amp;quot;มายด์&amp;quot; ปฏิเสธข้อหาบุกไปหน้าสถานทูตเยอรมนี &amp;quot;คณะราษฎร&amp;quot; นัดชุมนุมใหญ่ 8 พ.ย. อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เคลื่อนขบวนยื่น 3 ข้อเรียกร้องต่อสถาบันฯ &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; ออกจาก รพ.ประกาศร่วมบู๊
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 พ.ย.63 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงภาพรวมการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันที่มีการรวมตัวชุมนุมของกลุ่มต่างๆ มีการกระทำความผิดหลายบริบท ภาพรวมทั่วประเทศ 26 จังหวัด ดำเนินคดีไปแล้วกว่า 140 คดี จึงอยากฝากถึงการชุมนุม ต้องยึดถือตามตัวบทกฎหมายเป็นหลัก โดยเฉพาะการแจ้งเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ เป็นการแจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบ แล้วจัดกำลังไปอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจรและรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งที่ผ่านมามีทั้งแจ้งและไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้มีการแจ้งเจ้าหน้าที่แล้วก็ยังมีการฝ่าฝืนกฎหมายหลายๆส่วน สุดท้ายพนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย&amp;quot; พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จะมีหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ให้ชี้แจงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ โดยเฉพาะเรื่องการใช้อำนาจจับกุมกับปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมว่า ยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการ&amp;nbsp; ซึ่งในการชี้แจงคงเป็นหน้าที่ของส่วนที่เกี่ยวข้องหรือฝ่ายกฎหมาย เป็นการชี้แจงตามปกติ ส่วนประเด็นอื่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้กังวลอะไร ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) แถลงว่า ในส่วนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้จับกุมผู้ต้องหาเกี่ยวกับความมั่นคงและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องแล้ว ทั้งหมด 85 ราย ผู้ต้องหา 79 คน ข้อหาที่สำคัญคือมั่วสุมตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำนวน 68 ราย ความผิดประทุษร้ายตามมาตรา 110 จำนวน 3 ราย ความผิด 116 จำนวน 13 ราย และความผิดโทษเปรียบเทียบปรับอีก 2 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีกลุ่มราษฎรออกแถลงการณ์ที่สนามหลวง ยืนยันจะชุมนุมอย่างต่อเนื่อง รอง ผบช.น.กล่าวว่า ทาง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ได้ประชุมหารือเตรียมกำลังรองรับสถานการณ์ให้มีความพร้อมอยู่ตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พญาไท นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ตามหมายเรียกตามความผิดมาตรา 116 ภายหลังจากนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ (อดีตพระพุทธะอิสระ) มอบอำนาจให้นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ เป็นผู้กล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิของกลุ่มเยาวชนที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงดำเนินคดีพวกตนตามความผิดมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่น เพราะที่ผ่านมา ตนเองไม่เคยแสดงออกความเห็นใดๆ ที่เข้าข่ายองค์ประกอบความผิดดังกล่าว จึงสงสัยว่านายสุวิทย์นำข้อความใดมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพราะขณะนี้มีการใช้มาตรา 116 มาเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายธนาธรและคณะเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ซึ่งมี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. และ ผกก.สน.พญาไท มาร่วมสอบสวนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการเข้าพบพนักงานสอบสวน นายปิยบุตรกล่าวว่า สาเหตุที่ตนเองถูกดำเนินคดีเนื่องจากนายสุวิทย์อ้างถึงการกระทำหลายอย่างที่มองว่าเข้าข่าย ม.116 ตั้งแต่บทความเก่า หนังสือและการบรรยายในห้องเรียน สมัยที่ตนเองยังเป็นอาจารย์ใน ม.ธรรมศาสตร์ และการไลฟ์เฟซบุ๊กว่าด้วยเรื่องการนำข้อเรียกร้อง 3 ข้อของผู้ชุมนุมมาพูดคุยในคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ ส่วนของนายธนาธรและ น.ส.พรรณิการ์ ก็อ้างอิงถึงการบรรยายเรื่องงบประมาณของพระมหากษัตริย์มาใช้ในการดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมองว่าข้อเท็จจริงทั้งหมดเป็นเรื่องเก่านานกว่า 10 ปี แต่ถูกนำมาโยงเข้ากับเหตุการณ์ในปัจจุบัน อีกทั้งเป็นการอภิปรายด้วยความปรารถนาดี เพื่อหาทางออก แต่กลับถูกมองว่าเป็นความผิดในสายของนายสุวิทย์ทั้งหมด และยังไม่เป็นคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย เพราะต้องนำเรื่องนี้ไปต่อสู้ในชั้นศาล&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว
ม็อบนัดชุมนุมใหญ่8พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า นายปิยบุตรยังคงแผ่นเสียงตกร่อง ท่องแต่คำว่าถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ จนประชาชนเขารู้ทันกันทั้งประเทศแล้ว ฉะนั้นขอให้เลิกตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ เพื่อเรียกคะแนนสงสารเสียที โดยขอให้นายปิยบุตรมีความกล้าหาญ แอ่นอกรับความผิด โดยขอให้ไปเปิดดูกฎหมายมาตรา 116 ดูก็จะรู้อยู่แก่ใจ เพียงแต่จะสำนึกหรือไม่ หรือว่าจะตะแบงไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ แกนนำกลุ่มมหานครประชาธิปไตย พร้อมนายศุภณัฐ บุญสด ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้าพบ พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล รอง ผบก.อคฝ. และ รรท.ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ&amp;nbsp; ตามหมายเรียกกรณีการชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนีเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ในข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันกระทําให้ปรากฏแก่ประชาชนโดยใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในบ้านเมืองฯ&amp;rdquo; ตามกฎหมายอาญา มาตรา 116 โดยมี ผบช.น.ร่วมสอบปากคำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ภัสราวลีกล่าวหลังพบพนักงานสอบสวนว่า ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหา พิมพ์ลายนิ้วมือและให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ในการประกันตัว โดยตนจะขอให้การเป็นหนังสืออีกครั้ง ยืนยันว่าพร้อมที่จะเดินทางต่อไปอย่างรอบคอบให้ได้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration โพสต์ข้อความเรื่อง เราจะชนะได้รึเปล่า? เราจะเดินไปสู่จุดไหน เราจะทำให้จบในรุ่นเราได้จริงหรือไม่ เนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า 8 พฤศจิกายนนี้! เวลา 16.00 น. ออกมาร่วมกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก่อนเตรียมเดินขบวน เขียนจดหมายของทุกคน เพื่อเตรียมยื่นถึงกษัตริย์ของเรา ขอทุกคนจงออกมาร่วมกันยืนยันว่าประเทศนี้ดีกว่านี้ได้ ร่วมกันยืนยันใน 3 ข้อเรียกร้อง 1.ประยุทธ์และองคาพยพต้องออกไป! เนื่องจากมีที่มาอย่างไม่ถูกต้อง และเพื่อเปิดทางให้ประเทศไทยกลับไปสู่ครรลองของระบอบประชาธิปไตยที่กษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่จากประชาชน เพื่อนำพากติกาที่เป็นธรรม และไม่บิดเบี้ยว เป็นกติกาที่เขียนเพื่อประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ใช่เพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ที่มีความหมายว่าทำให้ดีขึ้น และให้กลับมาอยู่ใต้รัฐธรรมนูญเพื่อให้สามารถดำรงอยู่ในประเทศไทยได้อย่างสง่างาม นี่ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือหนทางเดียวที่จะนำพาประเทศหลุดพ้นวิกฤตินี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำคณะราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ตอนหนึ่งระบุว่า ขณะนี้ได้ออกจากการรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระราม 9 แล้ว โดยทางคณะแพทย์ได้ให้ความเห็นให้ผมพักฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บอยู่อีกระยะหนึ่ง ถึงแม้แรงกายผมจะยังไม่พร้อมในวันนี้ แต่แรงใจผมยังคงเต็มเปี่ยม ผมรอคอยที่จะได้ออกมาต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องทุกท่านมานานกว่าครึ่งเดือน และเมื่อร่างกายผมคืนกำลังวังชาอย่างเต็มที่ แน่นอนว่าที่แรกที่ผมจะออกไปคือที่ชุมนุมขับไล่เผด็จการศักดินา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายณวิบูล ชมภู่ อดีตประธานร่วมภาคีนักศึกษาศาลายา และนายกวินทร์ วิชาดี พิชญภิรมย์ อดีตรักษาการโฆษกภาคีนักศึกษาศาลายา เผยแพร่จดหมายประกาศยุติบทบาทในฐานะสมาชิกภาคีนักศึกษาศาลายา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณวิบูลกล่าวถึงสาเหตุการยุติบทบาทในฐานะสมาชิกภาคีนักศึกษาศาลายาว่า ตนมีอีกโปรเจ็กต์ที่อยากจะทำ ยังไม่ขอบอกรายละเอียด ซึ่งถ้าเคลื่อนไหวในนามองค์กรจะมีผลกระทบ จุดยืนของคนในองค์กรกับตนมีบางอย่างต่างกัน จึงตัดสินใจลาออกเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย แต่ยังคงเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อในนามส่วนตัว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.ลาดพร้าว นายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมือง เข้าแจ้งความดำเนินคดี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ความผิดตามมาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีจงใจเจตนาให้ขบวนเสด็จฯ ผ่านผู้ชุมนุม เพื่อนำไปสู่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ที่อ้างว่ากระทบต่อขบวนเสด็จฯ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82946</URL_LINK>
                <HASHTAG>นัดชุมนุมใหญ่, ม.116, ยึดถือตามตัวบทกฎหมาย, ยุยงปลุกปั่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201105/image_big_5fa40bae9e292.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธะอิสระ&#039; สวนเปรี้ยง &#039;ปิยบุตร&#039; พวกคุณนั่นแหละด้อยค่าสถาบัน อย่าโทษคนฟ้องร้องใช้สิทธิตาม รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ย.63 - หลังจากที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สน.พญาไท&amp;nbsp;ตามหมายเรียกตามความผิดมาตรา 116 ภายหลังจากนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือพุทธะอิสระ มอบอำนาจให้ นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ เป็นผู้กล่าวหาว่า กระทำความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย นครปฐม ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) โดยมีเนื้อรายละเอียดดังนี้&amp;nbsp;ประชาธิปไตยคือการที่ทุกคนมีสิทธิ์เห็นต่าง วันนี้ (5 พ.ย.) ได้เห็นลีลาการประดิษฐ์คำให้สัมภาษณ์ของ นายปิยบุตร และพวกแล้ว พร้อมทั้งพยายามออกมาตั้งคำถามถึงพุทธะอิสระ ว่า
นายปิยบุตร&amp;nbsp;&amp;ldquo;...กลายเป็นว่าความพยายามที่พวกเราจะหาทางออกในวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ด้วยการใช้กลไกของรัฐสภา สร้างพื้นที่ปลอดภัยของนักศึกษาได้นั่งพูดคุยกัน กลับเข้าข่ายความผิดตามความคิดของคุณสุวิทย์...&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;ldquo;...การอภิปราย การพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ในแง่ทางวิชาการ ทั้งในแง่ความหวังดีและปรารถนาดี อาจจะเข้าข่าย มาตรา 116 ได้หมดตามความคิดของคุณสุวิทย์...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณปิยบุตร และพวกมีสิทธิ์ที่จะเชื่อ มีสิทธิ์ที่จะมอง และมีสิทธิ์ที่จะพูด พุทธะอิสระและผู้คนที่จงรักภักดีต่อสถาบัน ก็มีสิทธิ์ที่จะเชื่อ มีสิทธิ์ที่จะมอง และมีสิทธิ์ที่จะทำตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้&amp;nbsp;เมื่อคุณใช้สิทธิ์ของพวกคุณ มองว่า สถาบันพระมหากษัตริย์คือตัวปัญหา&amp;nbsp;ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะมองได้ว่า ต้นตอของปัญหาที่แท้จริงก็คือ&amp;nbsp;คนอย่างพวกคุณนั่นแหล่ะที่จ้องจองล้างจองผลาญ ด้อยค่าสถาบัน&amp;nbsp;ทั้งที่ต้นตอแห่งปัญหาที่แท้จริง ล้วนแต่เกิดจากพวกคุณ ที่พยายามสร้างละครน้ำเน่าให้สังคมเชื่อว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ คือตัวปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นนี้ ฉันก็มีหน้าที่ที่จะใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;มาตรา 50&amp;nbsp;บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(6) เคารพและไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น และไม่กระทำการใดที่อาจก่อให้เกิด ความแตกแยกหรือเกลียดชังในสังคม
และหากจะว่ากันตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้ว คุณปิยบุตร และพวกนั่นแหล่ะ ที่ได้ละเมิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 50&amp;nbsp;(6) เองด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;


	เปิดรายชื่อ อดีตนายกฯ-อดีตประธานสภาฯ-อดีตประธานวุฒิสภา&amp;nbsp;
	ห้าวนักก็จัดให้! &amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; ฟาด &amp;#39;ธนาธร-แกนนำม็อบ&amp;#39;&amp;nbsp;
	เทม็อบ3นิ้ว! &amp;#39;แกนนำภาคีนศ.ศาลายา&amp;#39; ร่อนจดหมายประกาศลาออกยุติเคลื่อนไหวแล้ว
	&amp;#39;อุ๊ หฤทัย&amp;#39; ขำกลิ้ง! ม็อบ3นิ้วอ่อนหัดไม่รู้ข้อมูลลึกซึ้งมีต่างชาติบงการแก้ รธน.ไทย
	&amp;#39;พี่ศรี&amp;#39; จัดหนักม็อบร่าน&amp;nbsp;
	ม็อบ 3 นิ้วงัดไม้ตาย!&amp;nbsp;


&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82933</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, ปกป้องสถาบัน, ปฏิรูปสถาบัน, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พุทธะอิสระ, ม.116, ยุยงปลุกปั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201105/image_big_5fa3f23dc11ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกล ชงแก้ &#039;ม.116&#039; โทษยุยงปลุกปั่น เหลือแค่ก่อความไม่สงบ อ้างรัฐใช้เป็นเครื่องมือปิดปากปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล&amp;nbsp;นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล เตรียมยื่นเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 หรือโทษของการยุยงปลุกปั่น เพื่อไม่ให้มาตรานี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมืองในการคุกคามประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรภพ กล่าวว่า มาตรา 116 หรือที่เรียกว่าเป็นโทษของการยุยงปลุกปั่น ได้กลายเป็นกฎหมายอาญาหมวดความมั่นคง ที่ถูกนำมาใช้เป็นครื่องมือทางการเมือง โดยเฉพาะตั้งแต่รัฐบาล คสช. จนมาถึงรัฐบาลปัจจุบัน เนื่องจากเป็นข้อกฎหมายที่ตีความได้กว้าง เพราะการใช้คำว่า เพื่อให้เกิดความกระด้าง กระเดื่อง และเพื่อให้ล่วงละเมิดกฎหมาย ทำให้รัฐบาลใช้มาตรา 116 ฟ้องประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นหรือจัดกิจกรรมทางการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาลหลายสิบคดีอย่างต่อเนื่อง อาทิ กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, กลุ่มคนรณรงค์ประชามติสมัยรัฐบาล คสช. มาจนถึง กลุ่มผู้ชุมนุม นิสิต นักศึกษา และประชาชนปลดแอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ว่าศาลจะยกฟ้องเกือบทุกคดีที่ฟ้องในสมัยรัฐบาล คสช. แต่รัฐบาลก็ยังใช้มาตรานี้อย่างต่อเนื่องเหตุผลเพราะเป็นโทษอาญาหมวดความมั่นคง ที่มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ทำให้ตำรวจสามารถขอศาลเพื่อออกหมายจับได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียกก่อน และทำให้ศาลต้องเรียกเงินประกันตัวที่สูงหลักแสนบาท ซึ่งเป้าหมายของกระบวนการนี้คือ การใช้กฎหมายมาเป็นเครื่องมือในการข่มขู่ คุกคามต่อแกนนำผู้จัดชุมนุมและผู้ที่แสดงความเห็นแตกต่างต่อรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรภพ กล่าวต่อไปว่า การดำเนินคดีลักษณะนี้คือการใช้กฎหมายเพื่อปิดปากประชาชน ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความเห็นต่างตามระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ ข้อกฎหมายของมาตรา 116 ที่ตีความได้กว้างจนเกินเจตนารมย์ของโทษอาญา หมวดความมั่นคงของรัฐ เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ควรจะต้องแก้ไข เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของมาตรานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคก้าวไกล จึงขอยื่นแก้ไขประมวลอาญา มาตรา 116 เพื่อทำให้ข้อกฎหมายมีความชัดเจน และยุติการใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของทุกรัฐบาล โดยในร่างกฎหมายที่เสนอต้องการเปลี่ยนข้อกฎหมายที่มีความคลุมเครือหรือตีความอย่างกว้างได้ จากการยุยง &amp;lsquo;เพื่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;เพื่อให้ล่วงละเมิดกฎหมาย&amp;rsquo; จะแก้ไขให้กลายเป็นเฉพาะ &amp;lsquo;เพื่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร ถึงขนาดมีการทำร้ายร่างกาย หรือก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของผู้อื่นหรือประชาชน หรือทำลายทรัพย์สินของทางราชการหรือสาธารณะ&amp;rsquo; และลดโทษจำคุกจาก 7 ปี เหลือเพียง 3 ปี ให้เหมาะสมกับโทษทางอาญาอื่นๆ เพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองด้วยการให้ตำรวจออกหมายจับได้ โดยไม่ต้องใช้หมายเรียกได้อีก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้า นายวรภพ กล่าวว่า ขณะนี้ทางพรรคก้าวไกลได้รวบรวมรายชื่อ ส.ส. 20 รายชื่อ เพื่อยื่นให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างแก้ไขมาตรา 116 &amp;nbsp;โดยดำเนินตามขั้นตอนของรัฐสภา เพื่อผลักดันให้แก้ไขข้อกฎหมายดังกล่าวมีความชัดเจน เเละเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายบริหารหรือตำรวจใช้อำนาจ โดยมิชอบ เพื่อปิดปากประชาชนและปิดกั้นเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78403</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุกคามประชาชน, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ประมวลกฎหมายอาญา, มาตรา 116, ยุยงปลุกปั่น, วรภพ วิริยะโรจน์, ส.ส.พรรคก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b3b180d011.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2019 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2019 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฒ่าเพราะอยู่นาน!&#039;สุชาติ&#039;แนะคนรุ่นใหม่สละเรือไม่ต้องเสียภาษีให้ประเทศยิ่งกว่าดัดจริตนี้อีกต่อไป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.62- &amp;nbsp;สุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ โพสต์ข้อความหลังมีหมายเรียกให้นายธนาธร จึงเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ให้ไปรายงานตัวที่ สน. ปทุมวัน ว่า เพิ่งกล่าวหาเขาว่า &amp;quot;ดัดจริต&amp;quot; เอาความคิดมาจากฝรั่ง แล้วตัวเองก็ยิ่งกว่า &amp;quot;ดัดจริต&amp;quot; ข้อหา &amp;quot;ยุยงปลุกปั่น&amp;quot; ม.116 หรือที่เรียกว่า Sedition นี่มันเป็นความดัดจริตแบบฝรั่งเจ้าอาณานิคมใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หมายเรียก&amp;quot; นี่มันออกกันได้ง่ายดาย ในประเทศที่ยิ่งกว่ากลวงเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุด ประเทศก็ไม่ไปไหน สำหรับผม &amp;quot;เฒ่าเพราะอยู่นาน&amp;quot; ยินดีจะจมไปพร้อมกับเรือนานแล้ว อนาคตมันไม่มี ส่วนลูกหลานรุ่นใหม่ที่ยังมีอนาคต ถ้ามีความคิดอยากจะ &amp;quot;สละเรือ&amp;quot; หากไปได้ก็ไปเถอะครับ ไม่ต้องเสียสละและ &amp;quot;เสียภาษี&amp;quot; ให้ประเทศนี้แล้ว อย่ามาเฒ่าเพราะอยู่นานในประเทศ &amp;quot;หน้าไหว้หลังหลอก&amp;quot; และ &amp;quot;ยิ่งกว่าดัดจริต&amp;quot; นี้อีกต่อไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ปีมานี้ ผมมีแต่ความโกรธที่มากขึ้นเรื่อยๆ และผมมีสิทธิที่จะ angry เพราะแก่แล้ว ( แต่คงจะคนละเหตุผลกับ &amp;quot;ไอ้แก่&amp;quot; &amp;quot; อีแก่&amp;quot; และ &amp;quot;อีกะเทยสามหาว&amp;quot; ในประเทศนี้ที่ออกมาเทศนาว่าคนที่เห็นต่างจากตัวเองนั้น &amp;quot;ดัดจริต&amp;quot; )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ต้องทำเนียนว่ามันจะ feeling better ขึ้นหรอก ปล่อยให้เรือมันจมไปเถิด!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32867</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดัดจริต, ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ, ผบ.ทบ., ยุยงปลุกปั่น, สุชาติ สวัสดิ์ศรี, เฒ่าเพราะอยู่นาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af1a29e3ac69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุมยำประยุทธ์แพ้ภัยตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ไก่อู&amp;quot; แจง &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ยกเลิกลงพื้นที่สระแก้ว เหตุ &amp;quot;ฮุน เซน&amp;quot; ติดภารกิจ วอนอย่าบิดเบือนว่าไปเพื่อดูด ส.ส. รับรู้จัก &amp;quot;เสนาะ&amp;quot; มานาน แต่ไม่เกี่ยวข้องกัน ขณะที่ &amp;quot;พท.-ปชป.&amp;quot; รุมยำนายกฯ ตัดพ้อถูกโยงการเมืองเพราะทำตัวเองทั้งนั้น &amp;quot;อ๋อย&amp;quot; ซัดอย่าทำไขสือ ชี้ถ้าทำดีก็ไม่โดนสงสัย เลื่อนไปสระแก้ว การดูดไม่เป็นไปตามแผน &amp;quot;องอาจ&amp;quot; ตอกต้องบอกตัวเองให้เปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ โพลระบุส่วนใหญ่อยากได้พรรคการเมืองใหม่ๆ เป็นรัฐบาลหนุน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เป็นนายกฯ แต่อยากให้เพื่อไทยได้คะแนนมากสุด ย้ำต้องแก้ปัญหาปากท้อง ไม่เชื่อจะมีการเลือกตั้ง ก.พ.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ จ.สระแก้ว ว่า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการไปพบใคร หรือไปดูด ส.ส.ในพื้นที่หรือไปพบปะประชาชน และไม่ใช่เกรงว่าจะถูกมองเชื่อมโยงทางการเมือง จึงได้ยกเลิกภารกิจไป เพราะแต่เดิมนั้นได้กำหนดว่าจะเดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดด่านชายแดนร่วมกับสมเด็จฮุน เซน &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกัมพูชา แต่เนื่องจากนายกฯ กัมพูชาติดภารกิจ จึงต้องยกเลิกกำหนดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ไม่ต้องการให้สื่อมวลชนหรือนักการเมืองนำประเด็นนี้ไปบิดเบือนสร้างความเข้าใจผิด ส่วนการย้ายพรรคหรือรวมพรรคก็ไม่ใช่สิ่งที่จะรับประกันว่าผู้นั้นจะได้เป็น ส.ส.หากไม่มีผลงานหรือไม่ได้รับความไว้วางใจ ประชาชนก็ไม่เลือกอยู่แล้ว จึงไม่อยากให้กังวลจนมากเกินไป และต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชนด้วย&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสำนักนายกฯ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังแสดงความเป็นห่วงด้วยว่า แม้ขณะนี้ยังไม่เข้าสู่การเลือกตั้ง แต่มีการยุยงปลุกปั่นให้ร้ายเช่นนี้ และเมื่อเลือกตั้งแล้วบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ส่วนกรณีนายเสนาะ เทียนทองนั้น นายกฯ เคยรู้จักมานานแล้ว แต่ไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมหรือเกี่ยวข้องใดๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สระแก้ว จากกระแสข่าวนายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เตรียมระดมมวลชน 50,000 คน ต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมคณะ ที่จะเดินทางลงพื้นที่เพื่อเปิดจุดผ่านแดนถาวร บ้านเขาดิน อ.คลองหาด จ.สระแก้ว โดยมีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสระแก้วเตรียมต้อนรับ แต่ต่อมามีการยกเลิกโครงการ เนื่องจากนายกฯ ไม่เดินทางไป จ.สระแก้ว แล้วทำให้ชาวสระแก้วต่างสงสัยสาเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีกำหนดการเดินทางไปเยือนชาวสระแก้ว วันที่ 17 พ.ค.2561 เพื่อมอบถังน้ำกับหมู่บ้านโนนหมากมุ่น ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง, บ้านรัตนะ ต.ทัพไทย อ.ตาพระยา และบ้านแซร์ออ ต.แซร์ออ อ.วัฒนานคร เพื่อช่วยเหลือและแก้ปัญหาภัยแล้ง ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชาวบ้านว่าการมาเยือนครั้งนี้ อาจเป็นการมาหาติดตามข่าวกระการดูด ส.ส. และวัดกระแสทางการเมืองความนิยมของชาวสระแก้วที่มีต่อคนชื่อนายเสนาะ เทียนทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าการดูดกลุ่มการเมืองเป็นวิธีโบราณ เป็นวิธีเก่า ไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ แต่เราไปบังคับผู้มีอำนาจไม่ได้ ท่านใช้วิธีการนี้เพื่อเข้าสู่อำนาจต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจเลือก แต่อย่างไรท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ
ซัดประยุทธ์อย่าทำไขสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายเสนาะ เทียนทอง จะยังยืนเคียงพรรคเพื่อไทยหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า คนที่ทำงานเป็นตัวแทนของประชาชน ต่างคนต่างมีจุดยืนมีอุดมการณ์ และมีความรับผิดชอบต่อประชาชน คิดว่าน้อยคนที่จะกล้าทรยศต่ออุดมการณ์และประชาชน ไม่สามารถรับรองใครได้ แต่เชื่อว่าน้อยคนที่จะไปเพราะคนส่วนใหญ่ยังรักษาอุดมการณ์ รักษาความซื่อสัตย์ต่อประชาชน ส่วนคนที่ตัดสินใจไป ก็แล้วแต่แต่ละคน บางคนคิดว่าไปกับผู้มีอำนาจอาจจะเป็นเส้นทางที่ง่าย แต่หลายคนไม่ได้คิดถึงแค่เรื่องเงิน ทุกคนไม่ได้เห็นแก่อำนาจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นถึง พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า&amp;quot; ทุกครั้งที่ทำอะไรลงไปมักจะถูกตีเป็นประเด็นการเมืองทั้งหมด&amp;quot; ว่าท่านไม่ต้องทำเป็นไขสือ เรื่องแบบนี้ &amp;lsquo;กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง&amp;rsquo; ทุกวันนี้ท่านทำอะไรก็เป็นเรื่องการเมืองเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของท่านทั้งนั้น ท่านไปตัดพ้อกับเกษตรกร ก็เพื่อจะลดความรู้สึกไม่พอใจที่เกษตรกรมีต่อรัฐบาล แต่แทนที่ท่านจะพยายามทำอะไรดีๆ หรืออย่างน้อยอธิบายอะไรให้ดี ท่านกลับไปอบรมต่อว่าเกษตรกร แล้วยังบอกว่าท่านจะขอพูดเรื่องการเมืองบ้าง การที่ท่านไม่ให้ความสนใจกับการแก้ปัญหาของเกษตรกรนั่นแหละคือเรื่องการเมืองของพวกที่มาจากการยึดอำนาจที่ไม่ต้องสนใจไยดีกับความเดือดร้อนของประชาชนคนยากคนจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนที่ท่านตัดพ้อว่าโดนทุกวันนั้น อย่าได้น้อยอกน้อยใจอะไรไปเลย ถ้าทำดี ไม่โดนทุกวันหรอก ควรจะสำรวจตรวจสอบว่าทำอะไรไม่ดีไว้บ้าง คนเขารู้สึกว่าท่านล้มเหลวในการแก้ปัญหาบ้านเมือง โดยเฉพาะการปัญหาปากท้อง ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและยังเห็นว่า ท่านไม่ได้ทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง นอกจากพยายามที่จะอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด โดยเฉพาะการทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะได้มีอำนาจต่อไปหลังการเลือกตั้ง โดยไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมใดๆ แล้วจะไม่ให้โดนทุกวันได้ยังไง&amp;quot; นายจาตุรนต์ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ยังถามถึงการเลื่อนไปประชุมและทำกิจกรรมที่ จ.สระแก้วออกไปนั้น เป็นเพราะการดูดของท่านไม่เป็นไปตามแผนใช่หรือไม่ และต่อจากนี้จะมีหลักเกณฑ์อย่างไรที่จะเลือกไปประชุม ครม.ที่จังหวัดไหน และจะให้งบลงพื้นที่ต้องดูก่อนว่าจะสามารถไปดูดนักการเมืองหรือพรรคการเมืองมาสนับสนุนท่านให้ได้เสียก่อน ใช่หรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นี่คือผลสำเร็จของการปฏิรูปการเมืองตามพิมพ์เขียวของ กปปส.หรือไม่ ทัศนคติวิธีคิดจากวันยึดอำนาจถึงวันนี้ มันพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ หรือยังคงดำรงเป้าหมายแบบเดิม ต้องมองให้ดีว่าผลพวงจากการดูดหรือถูกดูด ใครเป็นตัวตลกหรือใครเป็นตัวโกงหรือไม่ ทั้งกุข่าว ปั่นราคา สร้างสถานการณ์ฉายภาพให้เห็นว่ากลุ่มก๊วนต่างๆ ทางการเมืองต้องรีบกระโดดขึ้นรถ ถ้าไม่อยากตกรถเที่ยวสำคัญ จนจุดพลุผิดคิว ที่ทำไปเพื่อกดดันให้เอื้อต่อการดูดหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าการเดินสายลงพื้นที่อย่างหนักของรัฐบาลคสช.เป็นการหาเสียงล่วงหน้า จะเท่ากับเอางบประมาณแผ่นดินมาทำอีเวนต์ทางการเมืองมาหาเสียงหรือไม่ คสช.ทำถูกต้องหรือไม่ คุ้มค่าและประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่ ปกติช่วงท้ายๆ ของรัฐบาลในช่วงรักษาการ จะห้ามอนุมัติงบประมาณหรือโครงการที่มีผลผูกพันไปถึงรัฐบาลหน้า หรืออนุมัติไปเพื่อชิงความได้เปรียบ ห้ามแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่เตรียมการจะใช้เป็นมือเป็นไม้ในการเลือกตั้ง แต่ยุคนี้มีอำนาจเบ็ดเสร็จสามารถทำได้หมด&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว &amp;nbsp;
ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวคิดหลักของ คสช.ตั้งแต่ยึดอำนาจเข้ามาคือต้องการทำการเมืองแบบใหม่ปฏิรูปการเมืองโจมตีนักการเมืองเป็นคนไม่ดีมาตลอด แต่เพิ่งมาเปลี่ยนท่าทีช่วงหลังนี้ที่เดินสายหานักการเมืองแบบเก่า กลุ่มคนเหล่านี้เหมือนสาวสวยที่เขาต้องการจีบ แต่วันหนึ่งหากเขาแข็งแรงพอโดยไม่ต้องพึ่งคนเหล่านี้แล้ว หรือได้สาวสวยคนใหม่ตรงตามสเปก เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่เหมาะสมกับแนวทางปฏิรูปที่วางไว้ ก็จะจัดการกลุ่มคนเหล่านี้ให้ออกไปจากฐานอำนาจของแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. กล่าวว่า ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ จะครบรอบ 4 ปีการยึดอำนาจของคสช. ซึ่ง 4 ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นความล้มเหลว ไม่ได้แก้ปัญหาตามที่ คสช.อ้าง เรื่องแรกคือความแตกแยกของสังคม วันนี้ คสช.ไม่ได้ขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การปรองดองอย่างแท้จริง 2.ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนแย่ลงมาก อันมาจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำยาวนาน 3.การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศระยะยาว ไม่เป็นประชาธิปไตย และมีการผูกเงื่อนไขมากมาย 4.ทุจริตคอร์รัปชัน วันนี้มีการทุจริตจากภาคส่วนต่างๆ มากมาย แม้กระทั่งแกนนำ คสช.บางท่านก็ถูกกล่าวหา ก็ได้แต่ภาวนาให้คสช.รีบวางมือกลับบ้านไปเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน อย่าพยายามที่จะสืบทอดอำนาจอีกเลย 4 ปีเป็นเวลาที่เพียงพอที่ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าทำไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ตัดพ้อถูกโยงทุกเรื่องเป็นการเมืองว่า การจะถูกโยงเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการกระทำของนายกฯ และคนในรัฐบาลเองมากกว่า อยากให้นายกฯ ยอมรับความจริงว่า นับตั้งแต่ประกาศตัวเป็นนักการเมืองที่มาจากทหาร การแสดงออกของนายกฯ และคนในรัฐบาลก็มีนัยทางการเมืองมาโดยตลอด จึงยากที่จะปฏิเสธว่าไม่โยงการเมือง ถ้าไม่อยากให้คนมองว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองท่านนายกฯ ก็ต้องบอกตัวเอง และคนในรัฐบาลให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียใหม่ อย่าทำอะไรให้ถูกมองได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง ต้องลงมือปฏิบัติทำให้เห็นชัดๆ ว่าทำเรื่องการบ้านมากกว่าเรื่องการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าท่านนายกฯ ตั้งใจมุ่งเคลื่อนไหวในการแก้ไขปัญหาของชาวบ้านอย่างจริงจัง ผู้คนก็จะมองเห็นว่าอยากทำเรื่องการบ้านมากกว่าเรื่องการเมืองได้เอง แต่ถ้าท่านและคนในรัฐบาลไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมยังเคลื่อนไหวที่มีนัยทางการเมือง ก็ช่วยไม่ได้ว่าจะถูกโยงเป็นการเมือง ซึ่งไม่ต้องไปตัดพ้อต่อว่าใคร เพราะท่านทำตัวเองทั้งนั้น ขณะนี้มีเวลาอีกเกือบหนึ่งปีกว่าจะมีเลือกตั้ง ควรเอาเวลาที่เหลืออยู่มาทำการบ้านแก้ปัญหาชาวบ้านให้เห็นเป็นรูปธรรม มากกว่าที่จะเอาเวลาไปสาละวนอยู่กับกลเกมทางการเมือง&amp;quot; นายองอาจกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ก็ต้องบอกว่าขอต้อนรับสู่การเมืองแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะถ้านายกฯ เริ่มรู้สึกอย่างนี้ ก็แปลว่าสิ่งที่นายกฯ ทำนี้แหละ เพราะเริ่มเข้าใจการเมืองมากขึ้นแล้ว จากนี้ยิ่งใกล้เข้าสู่สนามเลือกตั้งมากเท่าไหร่ นายกฯ ก็ยิ่งเป็นบุคคลสาธารณะมากขึ้นๆ การแสดงความคิดเห็นต่างๆ จากฝ่ายต่างๆ ก็จะยิ่งมีมากขึ้น อยากให้นายกฯ มีความหนักแน่นเข้าไว้ หูหนักเข้าไว้ ใครจะพูดอย่างไรเขาก็จะพูด ไม่ว่านายกฯ ทำอะไรเขาก็จับพูด ดังนั้นเลือกฟังในสิ่งที่ฟังแล้วมีกำลังใจ และทำงานให้ประเทศชาติดีกว่า
โพลหนุน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เป็นนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีเสียงวิจารณ์ว่าการใช้งบประมาณลงพื้นที่นั้น อาจมีวาระการเมืองซ่อนเร้น นายวราวุธกล่าวว่า เชื่อว่าการพิจารณาลงพื้นที่แต่ละแห่งนั้น คงคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นลำดับแรก แต่ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะนำงบประมาณไปใช้อะไรก็แล้ว แต่ถ้าคนที่ได้ประโยชน์คือประชาชนในพื้นที่จังหวัดนั้นๆ ตอนนี้เข้าหน้าฝน อยากให้รัฐบาลเลิกคิดเรื่องการเมืองสักชั่วครู่ แล้วหันมาดูปัญหาที่มีอยู่ในตอนนี้ว่าเมื่อเข้าหน้าฝนแล้ว เรื่องการปลูกข้าว เรื่องการบริหารจัดการน้ำ จะเป็นอย่างไร ขอให้รัฐบาลแบ่งเวลามาดูตรงนี้ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องดูดเป็นเรื่องที่เราเห็นกันมาช้านาน 30-40 ปีแล้ว แต่ในฐานะคนรุ่นใหม่ เราก็ไม่อยากเห็นพฤติกรรมเช่นนี้ อยากเห็นเครื่องมือใหม่ๆ เทคนิคใหม่ๆ ในการทำงานทางการเมือง แต่ก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่จะคิด&amp;quot; นายวราวุธกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีการเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน 3 สำนัก โดยศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง &amp;ldquo;ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (ครั้งที่ 2)&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 8-9 พ.ค.2561 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ 1,250 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 57.52 ระบุว่าอยากให้พรรคการเมืองพรรคใหม่ๆ เข้ามาเป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพราะอยากเห็นคนใหม่ๆ นโยบายใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ เข้ามาบริหารและพัฒนาประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น ขณะที่บางส่วนระบุว่า เบื่อการบริหารงานของพรรคการเมืองเก่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้อยละ 37.36 ระบุว่า พรรคการเมือง พรรคเก่า เพราะมีประสบการณ์ ทำงานอย่างมีระบบ เคยเห็นผลงานมาแล้ว มั่นใจในผลงาน มีความคุ้นเคยกับประชาชนเป็นอย่างดี เข้าใจและสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าพรรคการเมืองพรรคใหม่ และร้อยละ 5.12 ระบุว่าไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบุคคลที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกฯ 10 อันดับแรก พบว่า ส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 32.24 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 17.44 ระบุว่าเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, อันดับ 3 ร้อยละ 14.24 ระบุว่าเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อันดับ 4 ร้อยละ 10.08 ระบุว่าเป็นนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, อันดับ 5 ร้อยละ 7.92 ระบุว่าเป็น พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, อันดับ 6 ร้อยละ 6.24 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, &amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 7 ร้อยละ 3.44 ระบุว่าเป็นนายชวน หลีกภัย, &amp;nbsp;อันดับ 8 ร้อยละ 2.08 ระบุว่าเป็นนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, อันดับ 9 ร้อยละ 0.72 ระบุว่าเป็นนายปิยบุตร แสงกนกกุล และนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในสัดส่วนที่เท่ากัน และอันดับ 10 ร้อยละ 0.64 ระบุว่าเป็น พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่อยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลพบว่า ส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 32.16 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย, อันดับ 2 ร้อยละ 25.12 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ (หนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ), อันดับ 3 ร้อยละ 19.20 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์, อันดับ 4 ร้อยละ 11.60 ระบุว่าเป็นพรรคอนาคตใหม่, อันดับ 5 ร้อยละ 2.32 ระบุว่าเป็นพรรคประชาชนปฏิรูป และพรรคเสรีรวมไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน, อันดับ 6 ร้อยละ 2.08 ระบุว่าเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา, อันดับ 7 ร้อยละ 1.92 ระบุว่าเป็นพรรคภูมิใจไทย, อันดับ 8 ร้อยละ 1.28 ระบุว่าเป็นพรรคพลังชาติไทย (พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์), อันดับ 9 ร้อยละ 0.72 ระบุว่าเป็นพรรคเกรียน และอันดับ 10 ร้อยละ 0.08 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธรรมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปัญหาที่อยากให้นายกฯ คนต่อไปเข้ามาแก้ไขมากที่สุด พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 71.04 ระบุว่า ปัญหาปากท้อง หนี้สินของประชาชน ปัญหาการว่างงาน และราคาพืชผลตกต่ำ รองลงมา ร้อยละ 13.84 ระบุว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การใช้อำนาจโดยมิชอบ ผู้มีอิทธิพล, ร้อยละ 6.40 ระบุว่าปัญหายาเสพติด อาชญากรรม มิจฉาชีพ, ร้อยละ 4.64 ระบุว่า ปัญหาด้านคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย ในปัจจุบัน, ร้อยละ 2.72 ระบุว่าปัญหาด้านสุขภาพการรักษาพยาบาล และการคุ้มครองความเสี่ยงของผู้บริโภค&amp;nbsp;
ไม่เชื่อมีเลือกตั้ง ก.พ.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้งภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยไม่มีการเลื่อนออกไปอีก พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 57.76 ระบุว่าไม่เชื่อมั่น เพราะยังไม่มีความพร้อม สถานการณ์บ้านเมืองยังไม่ปกติ มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และเลื่อนการเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง เลยทำให้ขาดความเชื่อมั่น รองลงมา ร้อยละ 31.68 ระบุว่าเชื่อมั่น เพราะบ้านเมืองเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง โพลเลือกตั้ง จากประชาชนทุกสาขาอาชีพ 1,105 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 6-12 พ.ค.2561 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.1 ระบุการเลือกตั้งจะมีผลดี เพราะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ต่างชาติเข้ามาลงทุน ประชาธิปไตยมีการพัฒนาให้ดีขึ้น ขณะที่ร้อยละ 25.9 ระบุมีผลเสีย ในเรื่องอาจจะมีเหตุการณ์วุ่นวาย เกิดการโกงการเลือกตั้ง เสียงบประมาณแผ่นดิน เกิดความขัดแย้ง นโยบายไม่ต่อเนื่อง ประชาชนไม่พร้อม อาจเกิดการคอร์รัปชันอีก เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเลือกตั้งแต่ละครั้งทำให้คุณได้เรียนรู้เรื่องอะไรในสังคมประชาธิปไตยแบบไทยๆ พบว่า คนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 23.0 ระบุการซื้อสิทธิขายเสียง, ร้อยละ 17.7 ระบุความวุ่นวาย ขัดแย้งรุนแรงบานปลาย, ร้อยละ 17.1 ระบุคนไทยรักประชาธิปไตย, ร้อยละ 14.6 ระบุความบริสุทธิ์ยุติธรรมในการเลือกตั้ง, ร้อยละ 13.3 ระบุการโกงการเลือกตั้ง, ร้อยละ 11.0 ระบุอำนาจของภาคประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.6 ระบุ ไม่เชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ในขณะที่ร้อยละ 38.4 ระบุเชื่อมั่น เมื่อถามว่าถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง คุณจะไปใช้สิทธิหรือไม่ พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.5 ระบุจะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง มีเพียงร้อยละ 4.3 ระบุไม่ไป และร้อยละ 11.2 ยังไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรกับการประท้วงของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ของประชาชนทั่วประเทศ 1,163 คน ระหว่างวันที่ 8-12 พ.ค.2561 สรุปผลได้ดังนี้ อันดับ 1 การประท้วงเป็นสิทธิสามารถทำได้ ต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม 49.43%, อันดับ 2 เรียกร้องอยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว 24.33%, อันดับ 3 ต้องไม่สร้างความวุ่นวาย ความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น 22.43%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อเรียกร้องที่อยากให้มีการเลือกตั้งในปี 2561 อันดับ 1 ระบุเป็นไปไม่ได้ 37.66% เพราะ นายกฯ ประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งในปีหน้า ยังไม่ได้ปลดล็อกพรรคการเมือง อาจเตรียมการเลือกตั้งไม่ทัน, อันดับ 2 ไม่แน่ใจ 33.71% เพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ต้องรอดูผลการเจรจา, อันดับ 3 เป็นไปได้ 28.63% เพราะมีการประท้วงเป็นระยะ สร้างความกดดันต่อรัฐบาล นายกฯ เคยประกาศว่าจะมีเลือกตั้งในปี 61 ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การประท้วงครั้งนี้จะก่อให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่ อันดับ 1 ระบุไม่วุ่นวาย 43.94% เพราะ &amp;nbsp; รัฐบาลควบคุมสถานการณ์ได้ การเคลื่อนไหวเรียกร้องที่ไม่รุนแรง อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด, อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แน่ใจ 34.05% เพราะยังไม่เกิดขึ้น ยังไม่รู้ความเคลื่อนไหว, &amp;nbsp;อันดับ 3 วุ่นวาย 22.01% เพราะอาจมีผู้ไม่หวังดี มือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ เป็นประเด็นที่กำลังร้อนแรง อาจเกิดการโจมตีกันไปมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเห็นด้วยกับการประท้วงครั้งนี้หรือไม่ ส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วย 52.01% เพราะควรใช้วิธีการที่สันติ อาจได้ไม่คุ้มเสีย รัฐบาลต้องดำเนินการตามโรดแมป กระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศชาติ เห็นด้วย 47.99% เพราะอยากให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว ต้องการให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ประชาชนได้ใช้สิทธิของตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่อยากให้ชุมนุมอย่างสงบ อยู่ในขอบเขต มีสติ 55.78% เห็นแก่ส่วนรวม ไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 31.16% และควรใช้วิธีการเจรจา ยื่นหนังสือ ส่งตัวแทนพูดคุย 21.61% และอยากบอก พล.อ.ประยุทธ์ ฟังเสียงของประชาชน เปิดกว้าง ให้อิสระทางความคิด 44.35% กำหนดการเลือกตั้งให้ชัดเจน ทำตามโรดแมปที่ประกาศไว้ 34.35% และเร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว ยึดหลักความถูกต้อง เป็นธรรม 27.39%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9113</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายกรัฐมนตรีกัมพูชา, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, บิดเบือนสร้างความเข้าใจผิด, พรรคเพื่อไทย, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุยงปลุกปั่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสนาะ เทียนทอง, ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180513/image_big_5af84807c26e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
