<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อว.เตรียมนำ&quot;กาฬสินธุ์โมเดล &quot;ในโครงการยุวชนอาสา ไปใช้กับหลายพื้นที่ หลังทำให้จีดีพีจังหวัดโตขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
17มิ.ย.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวภายหลังการลงพื้นที่เพื่อรับฟังรายงานความก้าวหน้าโครงการยุวชนอาสา เฟส 1 ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ว่า ตนพอใจกับผลการดำเนินงานโครงการยุวชนอาสา อย่างมาก โดยโครงการยุวชนอาสาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในกาฬสินธุ์ ดีขึ้น ขยับจากอันดับ 75 มาอยู่อันดับที่ 68 ของประเทศถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ และที่สำคัญนักศึกษายังโอกาสต่อยอดทางธุรกิจผ่านกองทุนยุวสตาร์ทอัพ โดย อว.จะนำกาฬสินธุ์โมเดลไปขยายผลทั่วประเทศ ผ่านโครงการเงินกู้ 4 แสนล้าน ที่ อว.เสนอของบประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาจ้างงานผ่านโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย โดยจะมีการจ้างงานบัณฑิตที่เพิ่งจบการศึกษา บัณฑิตที่ตกค้าง รวมทั้งคนที่ต้องการเปลี่ยนงานมาทำงานกับชุมชนกว่า 7,000 ตำบลทั่วประเทศจำนวน 2 แสนคน ระยะเวลา 1 ปี ได้เงินเดือน 15,000 บาท และจ้างนักศึกษาระดับปี 3-4 จำนวน 1 แสนคน ลงไปทำงานกับชุมชนในระยะเวลา 1 ปีเช่นกัน โดยคาดว่าโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัยจะเริ่มได้ในเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมรู้สึกภูมิใจและดีใจกับนักศึกษาที่ได้เห็นปัญหาที่แท้จริงของชาวบ้าน และนำความรู้ของตัวเองไปเป็นประโยชน์ การทำงานร่วมกันกับเพื่อนๆ ทำงานเป็นทีม ทำงานข้ามศาสตร์ ทำงานกับชาวบ้าน ได้เรียนรู้จากการลงมือทำเอง มีงานที่ท้าทายไม่เคยทำมาก่อน พร้อมปรับตัวหลังเกิดโควิด-19 เชื่อว่าคนรุ่นใหม่ต้องกล้าคิด กล้าฝัน กล้าล้ม กล้าลุก ไม่หยุดคิด ไม่หยุดฝัน &amp;ldquo;กัดไม่ปล่อย&amp;rdquo; และสร้างสรรค์เพื่ออนาคต เป็น Future Changer ได้อย่างแท้จริง&amp;rdquo;รมว.อว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้โครงการได้มีการคัดเลือกผลงานของนักศึกษาจาก 83 โครงการที่นักศึกษาทำร่วมกับชุมชนและชาวบ้านมาต่อยอดทางธุรกิจ ปรากฏว่า มี 5 โครงการที่ได้รับสิทธิ์และทุนเข้าร่วมโครงการพัฒนาแนวคิดเพื่อสร้างรูปแบบธุรกิจนวัตกรรมมูลค่า 1 แสนบาทจากกองทุนยุวสตาร์ทอัพ ได้แก่ 1. โครงการการเพิ่มประสิทธิภาพระบบเติมอาอาศในบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกรามด้วยเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ จากมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ 2. โครงการพริกพีค จากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 3.โครงการการใช้เทคโนโลยีการอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 4. โครงการอีซี่ ทริป จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม และ 5. โครงการการวางแผนธุรกิจระบบเกษตรอัจฉริยะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68970</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., กาฬสินธุ์โมเดล, ดร.สุวิทย์  เมษินทรีย์, ยุวชนอาสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5ee9de9d10c41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.อว.เตรียมนำโครงการยุวชนอาสาแก้ป้ญหาความยากจน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12ธ.ค.62-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า เร็วๆ นี้ ตนจะลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่ง 1 เป็นใน 4 จังหวัด ยากจนที่สุดของประเทศและเป็นจังหวัดนำร่องโครงการ&amp;ldquo;ยุวชนอาสา&amp;rdquo; ซึ่งเป็นโครงงานที่ทำร่วมกับชุมชน โดยมีนิสิต/นักศึกษา จากหลากหลายสาขา ลงไปศึกษาวิเคราะห์ ประมวลผลชุมชน เพื่อนำมาวางโครงงานและนำองค์ความรู้ที่หลากหลายในสถาบันอุดมศึกษา มาบูรณาการ ทำงานร่วมกับชุมชน ในการแก้ไขปัญหาความยากจน พัฒนาคุณภาพชีวิต ของคนในชุมชน โดยระยะเวลาในการดำเนินโครงงาน 1 ภาคการศึกษา จำนวน 83 โครงงาน ลงชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย 83 ตำบล ใน 15 อำเภอ จาก ทั้งหมด 18 อำเภอ ของ จ.กาฬสินธุ์ ทั้งนี้ จากฐานข้อมูล จ.กาฬสินธุ์มีจำนวนคนจน จำนวน 12,916 คน ในการลงพื้นที่โครงการยุวชนอาสา ครบคลุมคนจน 4,527 คน คิดเป็นร้อย 35.05 ของคนจนทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ​โครงการยุวชนอาสา มี &amp;nbsp;9 มหาวิทยาลัย ร่วมโครงการ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตนครราชสีมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ สกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ และมหาวิทยาลัยศรีปทุม จะในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ ตนจะลงพื้นที่ไปพบปะพูดคุยและปฐมนิเทศยุวชนอาสา จำนวน 800 คนที่จะต้องไปอยู่กับชาวบ้าน 1 ภาคการศึกษาแล้วประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในการปฏิบัติงานได้จริง นำองค์ความรู้ที่หลากหลาย ในสถาบันอุดมศึกษามาบูรณาการแก้ไขปัญหา พัฒนาชุมชนในมิติต่าง ๆ เพื่อลดความเหลือมล้ำและแก้ไขปัญหาความยากจน ในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;สำหรับ จ.กาฬสินธุ์ อว.ตั้งเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดให้มั่งคั่งด้วยเกษตรปลอดภัย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง มีตัวชี้วัดเป้าหมาย คือ 1.ผลิตภัณฑ์มวลรวมเฉลี่ยต่อคนต่อปีเพิ่มสูงขึ้น (ค่าเป้าหมายเพิ่มขึ้นร้อยละ 7) และ 2.สัดส่วนคนจนลดลง (ค่าเป้าหมาย ลดลงร้อยละ 2.5 ต่อปี) มีประเด็นการพัฒนา ศักยภาพที่มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย ยกระดับคุณภาพและรายได้ด้านการท่องเที่ยว และส่งเสริมการค้า การลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ การพัฒนาทุนมนุษย์ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมที่มีความมั่นคงและสงบสุข&amp;quot;รมว.อว.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52335</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์, ยุวชนอาสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df2053aab151.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
