<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2ม็อบขยับแสดงพลัง ‘ครช.’จี้แกร้ ธน./‘ศอปส.’ชงปธ.สภาฯฟันไอ้โม่งยุเด็กจาบจ้วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ม็อบเผชิญหน้าสัปปายะสภาสถานไร้เหตุรุนแรง จัดกิจกรรมคนละฟากถนน &amp;ldquo;ครช.&amp;rdquo; ย้ำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เผากงเต๊ก รธน.2560 ส่วน &amp;ldquo;ศอปส.&amp;rdquo; ส่งหนังสือให้ &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ลงดาบ &amp;ldquo;ไอ้โม่ง&amp;rdquo; ที่อยู่เบื้องหลังม็อบเด็ก &amp;ldquo;กำนัน&amp;rdquo; เริ่มขยับบอกอย่าก้าวล่วงสถาบัน &amp;ldquo;ครป.&amp;rdquo; เตรียมนัด 30 องค์กรหนุนเด็กจัดกิจกรรม &amp;ldquo;พุทธิพงษ์&amp;rdquo; แจงดำเนินคดีเว็บปูดข่าวมั่วแล้ว พร้อมจี้แพลตฟอร์มต่างประเทศต้องเดินเครื่อง&amp;nbsp; หากเมินเฉยมีโทษปรับหนักแน่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม ที่สัปปายะสภาสถาน หรือรัฐสภา ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุม 2 กลุ่มมาจัดกิจกรรม ประกอบด้วยคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) ที่นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ&amp;nbsp; อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศูนย์กลางประสานงาน นักศึกษา อาชีวะ ประชาชน ปกป้องสถาบันฯ (ศอปส.) นำโดยนายสุเมธ ตระกูลวุ่นหนู และ พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตกรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โดยผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายต่างอยู่กันคนละมุมถนน โดย ครช.ปักหลักอยู่บริเวณทางเข้าออกหลักของรัฐสภา ถ.สามเสน ส่วน ศอปส.รวมตัวอยู่ฝั่งศูนย์ราชการฯ กทม. ถ.ทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กลุ่ม ครช.เริ่มดำเนินกิจกรรมแสดงละครเงียบล้อการเมือง และมีตัวแทนแต่ละกลุ่มมาปราศรัยแสดงจุดยืนไม่แก้ไข แต่ต้องเขียนรัฐธรรมนูญใหม่เท่านั้น โดยนายอนุสรณ์อ่านแถลงการณ์ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างมาเพื่อผลประโยชน์ของบางกลุ่ม และสร้างเงื่อนไขอย่างแน่นหนาในการแก้ไข จึงจำเป็นต้องทำประชามติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ดังนั้นกลุ่มจึงขอยื่นหนังสือแก่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เพื่อให้ยื่นร่างพระราชบัญญัติประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ และบรรจุในวาระการพิจารณาของสภาให้ออกเป็นกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ออกมารับหนังสือและระบุว่า พรรคฝ่ายค้านมีความคิดไปในทิศทางเดียวกันกับทุกท่านที่มา เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาเหนี่ยวรั้งการพัฒนาประเทศ โดยร่างรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไข พรรคฝ่ายค้านร่างและลงชื่อเรียบร้อยแล้ว พร้อมเสนอต่อรัฐสภาในวันจันทร์ที่ 17 ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นกลุ่ม ครช.ทำกิจกรรมเผากงเต๊ก ส่งรัฐธรรมนูญกลับไปให้ท่านใช้เอง โดยเมื่อผู้ชุมนุมเผาพานรัฐธรรมนูญกระดาษเรียบร้อยก็ได้แยกย้ายเลิกทำกิจกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลุ่ม ศอปส.เริ่มต้นชุมนุมบริเวณศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร (เกียกกาย) ถ.ทหาร จากนั้นได้เคลื่อนมายังบริเวณป้ายรถเมล์หน้ารัฐสภา ถ.สามเสน โดยนายสุเมธอ่านแถลงการณ์ว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันต้องการความรู้รักสามัคคี แต่มีกลุ่มบุคคลเคลื่อนไหวนำสถาบันพระมหากษัตริย์มายุยงให้แตกแยก เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้น กลุ่มนักเรียนอาชีวะและนักศึกษา ประชาชนที่มีใจรักสถาบันและแผ่นดินไทยเห็นว่าถึงเวลาที่จะรวมตัวกันประท้วงกลุ่มคนเหล่านั้น ที่ใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือทำลายชาติ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ พวกเราจึงรวมตัวกันจัดตั้งศูนย์ ศอปส.ขึ้นเพื่อดำเนินการท้วงติงให้สติต่อกลุ่มเยาวชน พ่อแม่ ครูอาจารย์ เจ้าหน้าที่รัฐ ให้ตระหนักถึงภัยคุกคามของชาติ โดยกลุ่มจะใช้วิธีการต่อต้านโดยการเปิดเผยชื่อบุคคลที่ชังชาติ และดำเนินการกับกลุ่มที่หมิ่นสถาบันอย่างถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากมีกลุ่มจาบจ้วงสถาบัน พวกผมก็จะไปยืนดูอย่างสงบนิ่ง และสบตาทุกคนที่จาบจ้วง ผมจะล็อกเป้าทุกคน แต่ล็อกเป้ามาเจรจากัน&amp;rdquo; นายสุเมธกล่าว
จี้ลงดาบไอ้โม่งอยู่เบื้องหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะทำงานของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มารับหนังสือจากกลุ่ม ศอปส. โดยตัวแทนนักเรียนอาชีวะอ่านเนื้อหาในหนังสือที่ยื่นข้อเรียกร้องถึงประธานสภา ขอให้รัฐสภาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะกลุ่มได้ข้อสรุป 3 ข้อ คือ 1.มีกลุ่มการเมืองที่มีเจตนาไม่ดีต่อสถาบัน ซึ่งอยู่เบื้องหลังการชุมนุมและส่งชุดความคิดไม่ถูกต้อง 2.ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง&amp;nbsp; กลุ่มนักการเมืองพยายามสร้างวาทกรรมแบ่งแยกพรรคการเมืองออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือประชาธิปไตย อีกฝ่ายคือเผด็จการ การกระทำเช่นนี้ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด และ 3.ปัจจุบันกลุ่มการเมืองใช้วาทกรรมแบ่งแยกประชาธิปไตยออกจากสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในนามกลุ่มพิจารณาแล้วว่า รัฐสภาซึ่งเป็นสถาบันด้านประชาธิปไตยที่มีหน้าที่ให้ความรู้ด้านประชาธิปไตยให้ถูกต้อง ต้องดำเนินการดังนี้ 1.ควบคุมการเมืองที่ปลุกปั่นอย่าให้ดำเนินการเช่นนี้อีก&amp;nbsp; และตรวจสอบจริยธรรมนักการเมืองเหล่านี้ พร้อมลงโทษตามความผิดรัฐธรรมนูญ และ 2.ให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนเพื่อปกป้องไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะแม้ผมเป็นเด็กรุ่นใหม่ก็ยอมรับไม่ได้ที่ใครจะมาจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ของพวกเรา&amp;rdquo; ตัวแทนเยาวชนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายแทนคุณกล่าวหลังรับหนังสือว่า การมาครั้งนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงถึงการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย กลุ่มผู้ชุมนุมใช้สันติวิธีจึงจะนำข้อเรียกร้องนี้เรียนต่อประธานสภาต่อไป และยินดีรับหนังสือจากกลุ่มผู้ชุมนุมทุกกลุ่ม เพราะต้องการให้ใช้กลไกของรัฐสภาให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุม ศอปส.ได้ร้องเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมีก่อนแยกย้ายกันกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศักดิ์ชัย ชาติพุดซา นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.นครราชสีมา กล่าวว่า อยากเรียกร้องกลุ่มที่มีการเคลื่อนไหวชุมนุม โดยเฉพาะเรื่องการจาบจ้วงสถาบันอยากให้หยุด การที่ท่านจะเรียกร้องแก้รัฐธรรมนูญหรือเรื่องอะไรก็ตามจากรัฐบาลก็เรียกร้องไปตามสิทธิของท่าน แต่ขอย้ำว่าให้อยู่ในกรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ระบุว่า ในวันศุกร์ที่&amp;nbsp; 14 ส.ค. เวลา 13.00-16.30 น. ณ ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ครป.จะเชิญเครือข่ายภาคประชาชนและ 30 องค์กรประชาธิปไตยมาระดมความคิดเห็น และทางออกเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยในสถานการณ์วิกฤติ โดยมีวาระสำคัญ 3 วาระ คือ 1.แสดงพลังสนับสนุนขบวนการนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่เรียกร้องประชาธิปไตย 2.เรียกร้องรัฐบาลปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ยุติการติดตามข่มขู่คุกคามนักเคลื่อนไหวทางการเมือง และ 3.นำเสนอแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ก่อนจะบานปลายกลายเป็นเหตุการณ์ 14 ตุลาคมครั้งที่ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)&amp;nbsp; กล่าวถึงการชุมนุมของม็อบทั้ง 2 กลุ่มว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างในทางการเมืองเป็นเรื่องปกติที่มีมาโดยตลอด สิ่งหนึ่งที่จะเรียนคือการใช้โอกาสในการสื่อสารในส่วนของโซเชียลมีเดีย อยากจะให้ระมัดระวังเพราะบางข้อมูลเป็นข้อมูลที่บิดเบือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่าความเห็นต่างเป็นสิ่งปกติในทางระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องระมัดระวัง การละเมิดสิทธิ์คนอื่นและสถาบันหลักของประเทศ ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ว่าใครก็คงจะยอมไม่ได้&amp;rdquo; นายพุทธิพงษ์กล่าว
เชื่อม็อบไม่ชนม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความกังวลว่าทั้ง 2 ม็อบจะเผชิญหน้ากันหรือไม่ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า คิดว่าเป็นไปได้น้อยเพราะทั้งสองฝั่งก็มีนักคิดของตัวเอง ทุกคนแสดงความเห็นต่างกันทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ แต่ว่าการปะทะกันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลย ในอดีตที่ผ่านมาหลายยุคหลายสมัยการปะทะกันทำให้เกิดความเสียหายและสูญเสีย คิดว่าเราควรแสดงออกแบบคนรุ่นใหม่โดยใช้เหตุและผล ทั้งการใช้ผ่านโซเชียลมีเดียหรือแสดงออกผ่านทางการชุมนุม ซึ่งพยายามติดตามดูว่าถ้าไม่ผิดกฎหมาย ไม่ไปละเมิดหรือก้าวล่วงสถาบันหลักก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าไปละเมิดยืนยันว่าดำเนินคดีแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ยังกล่าวถึงการดำเนินคดีในเว็บเพจต่างๆ ว่า ในเวลา 7 วันที่ผ่านมามีเว็บที่มีการบิดเบือนเข้ามาประมาณ 3 พันเรื่อง ส่งศาลไปแล้วกว่า 700 เรื่อง หากศาลมีคำสั่งออกมาเราจะดำเนินการไปยังแพลตฟอร์มต่างประเทศเพื่อให้ปิดหรือลบตามคำสั่งศาลภายใน 15 วัน หากไม่ดำเนินการภายใน&amp;nbsp; 15 วัน เราจะดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มต่างประเทศนั้นๆ ซึ่งมีทั้งโทษอาญาและโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท นอกจากนี้ยังมีการปรับรายวันไม่เกิน 5 พันบาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ยังกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของ กปปส.ในอนาคตว่า เรื่องนี้อยู่ในความรู้สึกของทุกคน หากมีอะไรที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นก็คงมีคนออกมาเสมอ ไม่ว่าจะมาจากฝั่งไหน ตนเองเป็นคนหนึ่งที่เคยออกมาเคลื่อนไหว อยากเตือนไปถึงน้องๆ ว่าการออกมาชุมนุมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อเสียคือเกิดการสูญเสียขึ้น หากจะทำอะไรต้องตัดสินใจให้ดีและอยู่ในกรอบกฎหมาย และหลังจากชุมนุมทุกครั้งจะมีการดำเนินคดีขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่ว่าจะผิดหรือถูกก็ต้องใช้เวลานานมากกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญอยากให้น้องๆ ทุกคนที่ออกมาได้ระมัดระวัง เพราะเสียเวลาและเสียโอกาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.ชี้แจงกรณีสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ได้โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า มีเยาวชนแกนนำที่จะจัดกิจกรรมในจังหวัดพิษณุโลก หายตัวไปติดต่อไม่ได้ 3 คน และล่าสุดถูกอุ้มไปไว้ในค่าย ตชด.เพื่อให้งานในวันที่ 9 ส.ค.ล่ม ว่าจากการตรวจสอบไม่พบมีการดำเนินคดีหรือการควบคุมตัวผู้ใดตามที่โพสต์แต่อย่างใด ซึ่งขอฝากไปถึงกลุ่มผู้ชุมนุมโดยเฉพาะนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ออกมาจัดกิจกรรมสามารถกระทำได้ แต่ต้องกระทำภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด ส่วนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ นั้นก็ควรตรวจสอบข้อมูลก่อน เนื่องจากการเผยแพร่หรือแชร์ข้อมูลอันเป็นเท็จอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และทำให้สังคมเกิดความสับสนและประชาชนตื่นตระหนกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันยังคงมีการแสดงความคิดเห็นถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะความคิดเห็นของ
สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต่างคนต่างคิดแต่ยังไม่เคยได้พูดกัน ตอนนี้ยังไม่มีใครส่งอะไรมา ขอรอให้ตกผลึกก่อน ส่วนที่เคยบอกว่ารัฐบาลมีธงแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น รอให้นายกฯ เป็นผู้ควักธงออกมา ทั้งนี้รัฐบาลมีส่วนในการใช้รัฐธรรมนูญนี้ ตั้งแต่มีการประกาศใช้ก็มองเห็นจุดอ่อน ส่วนจะแก้อะไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
แก้ รธน.ต้องใช้ทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วรัฐบาลพร้อมเป็นเจ้าภาพ นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่ทราบจะไปถึงขนาดไหน แต่ทุกคนต้องเข้าใจว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องอาศัยเสียงของ ส.ส.และ ส.ว. และบางประเด็นต้องอาศัยเสียงของประชาชน ถ้าเข้าใจตรงนี้กันแล้วทุกอย่างก็จะเดินไป
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) อดีตรองนายกฯ กล่าวว่า ความเห็นต่างกันบ้างถือเป็นเรื่องปกติ แต่ที่สุดคงต้องใช้เสียงข้างมากว่าควรแก้ในประเด็นไหน วิธีการอย่างไร&amp;nbsp; ส่วนกำหนดเวลารัฐบาลเหลือกว่า 2 ปีจะทันหรือไม่นั้น เวลาก็มีอยู่เท่านี้ ฉะนั้นเรื่องเวลาก็ต้องบริหารกัน บางอย่างอาจทันสมัยนี้ บางอย่างอาจไม่ทัน แล้วแต่จังหวะ ฉะนั้นเวลามีค่า และอะไรที่เราเห็นตรงกันและสามารถทำได้ทันก็ต้องอาศัยความร่วมมือกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เหมือนขับรถออกจากบ้าน บางทีเกิดอุบัติเหตุโดยไม่รู้ตัวก็ได้ หรืออาจเรียบร้อยไม่มีอะไรก็ได้ ยิ่งตอนนี้มีการปรับคณะรัฐมนตรีแล้ว ผมเชื่อว่าตอนนี้อารมณ์ของสังคมให้ความสำคัญเรื่องโควิด และหลังโควิดคือเรื่องเศรษฐกิจ ตอนนี้ทุกคนกลัวตกงาน เรื่องปากท้อง ถ้าเรื่องเศรษฐกิจไปได้ด้วยความเรียบร้อย พี่น้องประชาชนก็ต้องสนับสนุนให้รัฐบาลได้ทำงานต่อจนครบเทอม&amp;ldquo; นายสุวัจน์กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยได้ประชุมและประเมินสถานการณ์ การชุมนุมของประชาชนเป็นสิ่งบ่งชี้ว่ากระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญจุดติดขึ้นมาแล้ว วันนี้มีการเถียงกันว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราหรือแบบมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และจะทำอย่างไรให้มีการแก้ไขโดยเร็วที่สุด พรรคเพื่อไทยขอ 3 อย่าที่รัฐบาลอย่ากระทำต่อประชาชน 1.อย่าไปข่มขู่ คุกคามนิสิต นักศึกษาประชาชน 2.อย่าดำเนินการเกินกรอบกฎหมาย อย่าแจ้งข้อหาหนักเกินกว่าความเป็นจริง และ 3.อย่าจัดม็อบชนม็อบ
&amp;ldquo;พรรคเพื่อไทยมองว่าวิกฤติการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง เสียงที่ประชาชนขับไล่รัฐบาลเป็นเสียงประชาชน ดังนั้นควรเปิดช่องทางให้ทุกฝ่ายร่วมกันค้นหาทางออกให้ประเทศชาติ&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว &amp;nbsp;
นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า เห็นด้วยสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เห็นด้วยสำหรับการเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล เพราะรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมไม่ได้สร้างความเสียหายให้ประเทศ มีแต่ทำงานให้ประเทศด้วยความตั้งใจ ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชันเหมือนรัฐบาลในอดีต ดังนั้นการชุมนุมขับไล่จึงยังไม่มีเหตุผลเพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวโต้ว่า สงสัยว่าสติของนายธนกรยังดีอยู่หรือไม่ เพราะประเทศชาติเสียหายทุกวันนี้เพราะใคร ไปถามชาวบ้านเดินถนนดูก็รู้ นักเรียนนิสิตนักศึกษายังออกมาประท้วงทั่วประเทศเหมือนไฟลามทุ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74035</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบเผชิญหน้า, ยุเด็กจาบจ้วง, ร่างรัฐธรรมนูญใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไร้เหตุรุนแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f31534a9363d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
