<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทย เปิดแผน 16 เส้นทางบิน เตรียมให้บริการช่วงก.ค.-ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย. 2564 นายนนท์ กลินทะ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการการเดินทาง และอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสารที่มีความจำเป็นต้องเดินทาง เพื่อธุรกิจ ท่องเที่ยว หรือผู้ที่ประสงค์จะเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นๆ บริษัทฯ ให้บริการเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสาร ในเดือนกรกฎาคม-กันยายน2564 จำนวน 16 เส้นทางบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเส้นทางเอเชีย ได้แก่ 1. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โตเกียว (นาริตะ) ทำการบินสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ 2. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โตเกียว (ฮาเนดะ) ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพุธ และ ศุกร์3. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โอซากา ทำการบินสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพุธ พฤหัสบดี และเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-นาโกยา ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพฤหัสบดี และอาทิตย์ 5. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โซล ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพฤหัสบดี และอาทิตย์6. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ไทเป ทำการบินสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพุธ ศุกร์ และอาทิตย์ 7. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ฮ่องกง ทำการบินสัปดาห์ละ 5 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ละฮอร์ ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันศุกร์ และอาทิตย์9. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ธากา ทำการบินสัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันศุกร์10. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-มะนิลา ทำการบินสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเส้นทางยุโรป ได้แก่1. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ลอนดอน ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพุธ และอาทิตย์2. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพุธ และอาทิตย์3. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-แฟรงก์เฟิร์ต ทำการบินสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพุธ เสาร์ และอาทิตย์4. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ปารีส ทำการบินสัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันเสาร์ และ5. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ซูริก ทำการบินสัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพุธ นอกจากนี้ยังเส้นทางออสเตรเลีย 1. เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ซิดนีย์ ทำการบินสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน โดยออกจากกรุงเทพฯ ทุกวันพุธ และอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังทำการบินเที่ยวบินขนส่งสินค้าทางอากาศ (คาร์โก้) ในเส้นทางต่างๆ ได้แก่ มุมไบ นิวเดลี เจนไน สิงคโปร์ โซล โอซากา และโตเกียว (นาริตะ) อีกด้วย ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังมีแผนจัดเที่ยวบินเพิ่มเติมในตารางบินฤดูหนาว ปี 2564 เพื่อรองรับการเดินทางอย่างต่อเนื่อง พร้อมปฏิบัติการบินอย่างมีมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย รวมทั้งได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย จากภาครัฐและเอกชน ซึ่งสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก ได้ให้การรับรอง สถานประกอบการที่ได้รับ SHA ให้ได้มาตรฐานตามข้อกำหนดของ SafeTravels รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) อย่างเคร่งครัด อีกทั้ง ได้ทำการฉีดพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคและทำความสะอาดแบบ Deep Cleaning ในอากาศยานทุกลำหลังเครื่องลงจอด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105814</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ยุโรป, เปิด 16 เส้นทางบิน, เส้นทางบิน, เอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f6e28db706.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2021 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2021 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี &#039;วัคซีนโควิด&#039;ของสยามไบโอไซเอนซ์ผ่านการตรวจสอบจากยุโรปและอเมริกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค. 2564 นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า &amp;ldquo;ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เห็นความคืบหน้าของการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าในประเทศไทย เริ่มต้นจาก โรงงานสยามไบโอไซเอนซ์ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้เป็นสถานที่ผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า จากนั้นในสัปดาห์ต่อมา วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ได้ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพตามเกณฑ์ข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ อาทิ องค์ประกอบทางเคมีและความปลอดภัย โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;และในวันนี้ ผมมีอีกหนึ่งเรื่องที่น่ายินดีมาแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ตัวอย่างวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบคุณภาพจากห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ของแอสตร้าเซนเนก้าทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเราที่จะส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชุดแรกให้แก่รัฐบาลไทยเร็ว ๆ นี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าผ่านการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยทั้งในกระบวนการผลิตและการจัดส่ง โดยมีการตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพวัคซีนในแต่ละรุ่นการผลิตรวมกันมากกว่า 60 ครั้ง นับตั้งแต่เริ่มกระบวนการผลิตไปจนถึงการฉีดวัคซีน และมีการประกันคุณภาพอย่างครบถ้วนทุกขั้นตอน แอสตร้าเซนเนก้าได้สร้างเครือข่ายการวิเคราะห์คุณภาพและความปลอดภัยของวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพื่อให้มั่นใจว่าวัคซีนที่ผลิตจากทุกแหล่งการผลิตของแอสตร้าเซนเนก้านั้นมีคุณภาพดีสม่ำเสมอตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ แอสตร้าเซนเนก้ายังทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขในประเทศไทย เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบและควบคุมคุณภาพของวัคซีนให้ตรงตามมาตรฐานและข้อกำหนดของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเจมส์ กล่าวเสริมว่า &amp;ldquo;เป้าหมายของแอสตร้าเซนเนก้าคือการส่งมอบวัคซีนที่มีมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยให้กับรัฐบาลไทยโดยเร็วที่สุด เรากำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างใกล้ชิดเพื่อทยอยส่งมอบวัคซีนให้แก่ประเทศไทย บริษัทฯตระหนักดีถึงความกังวลใจและคำถามต่างๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยและความพร้อมในการจัดหาวัคซีน เพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวไทยและประชากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้สามารถต่อสู้กับวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เลวร้ายนี้ &amp;nbsp;เรามีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามปณิธานของบริษัทในการนำความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ทำประโยชน์เพื่อสังคม โดยแอสตร้าเซนเนก้าจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในการผลิตและกระจายวัคซีน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึงในช่วงเวลาที่กำลังเผชิญวิกฤตการแพร่ระบาดนี้ โดยไม่หวังผลกำไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าได้รับอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงองค์การอนามัยโลก และการได้รับอนุมัติทะเบียนโดยองค์การอนามัยโลกนี้จะช่วยเร่งการเข้าถึงวัคซีนโดยผ่านกลไกการจัดซื้อและจัดสรรวัคซีนของโครงการโคแวกซ์สำหรับ 142 ประเทศทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการทดลองทางคลินิกในผู้เข้าร่วมการทดลอง 60,000 คนและข้อมูลการใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าในประชากรหลายสิบล้านคนทั่วโลกแสดงให้เห็นว่า ผู้รับวัคซีนสามารถทนต่อผลข้างเคียงของวัคซีนได้ดีและวัคซีนยังช่วยป้องกันอาการเจ็บป่วยจากโรคโควิด-19 ในทุกระดับความรุนแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป รวมไปถึงองค์การอนามัยโลกให้ข้อสรุปว่าประโยชน์ที่ได้รับจากวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 นั้นมีมากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดอาการไม่พึงประสงค์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102269</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่านการตรวจสอบ, ยุโรป, สหรัฐอเมริกา, แอสตร้าเซนเนก้า, โรงงานสยามไบโอไซเอนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6088f0858077c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 22:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 22:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุโรปตื่นคุมไวรัสแพร่รอบใหม่ ขณะยอดติดเชื้อทั่วโลกทะลุ30ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หลายเมืองในยุโรปกลับมาเพิ่มมาตรการคุมเข้มป้องกันไวรัสโคโรนาหลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อกลับมาพุ่งสูงอีก อิสราเอลเป็นชาติแรกที่กลับมาล็อกดาวน์รอบที่ 2 ขณะยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกเกิน 30 ล้านรายแล้ว เสียชีวิตราว 950,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้ายด้านนอกตลาดโบลตันของอังกฤษบอกทางไปศูนย์ตรวจโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไวรัสโควิด-19 ซึ่งเริ่มระบาดครั้งแรกในจีนเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ถึงขณะนี้ได้แพร่เชื้อไปมากกว่า 215 ประเทศและดินแดนทั่วโลก โดยมีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้แล้ว 30.41 ล้านรายถึงช่วงค่ำวันศุกร์ที่ 18 กันยายน และมีผู้ป่วยเสียชีวิตแล้วมากกว่า 951,000 ราย สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อสะสมและผู้เสียชีวิตมากที่สุด ที่เกือบ 6.88 ล้านราย และ 202,000 ราย ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินเดียมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับสองของโลกที่ 5.22 ล้านราย เสียชีวิต 84,505 ราย แต่สถานการณ์ของอินเดียนับว่ารุนแรงที่สุดในขณะนี้ รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า อินเดียมีผู้เสียชีวิตรายวันมากที่สุดในโลกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่ 1,174 ราย ส่วนสหรัฐมีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิต 928 ราย และบราซิล 829 ราย บราซิลมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับสามที่ 4.45 ล้านราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้หลายประเทศในยุโรปรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ฮันส์ คลูเกอ ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคยุโรปขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นในเดือนนี้ควรเป็นเสียงปลุกให้ตื่น โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา ยุโรปเพิ่งเกิดสถิติใหม่ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มถึง 54,000 รายในวันเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการสเปนเตรียมจะเปิดเผยมาตรการใหม่เพื่อป้องกันการระบาดรอบสอง หลังจากรัฐบาลท้องถิ่นกรุงมาดริดเตือนว่า เมืองหลวงแห่งนี้กำลังจะประสบปัญหาผู้ป่วยล้นเกินแผนกผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลต่างๆ และขอให้รัฐบาลกลางดำเนินการอย่างเด็ดเดี่ยว สเปนมีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 625,000 ราย และเสียชีวิตแล้ว 30,405 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอังกฤษก็เตือนในวันศุกร์ว่าอังกฤษอาจกลับมาประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง โดยพบว่าอัตราผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเท่าตัวทุกๆ 8 วัน ส่วนฝรั่งเศสเตรียมจะประกาศข้อบังคับใหม่ในหลายเมืองใหญ่ เพื่อควบคุมการแพร่เชื้อที่สูงเกือบ 10,000 รายต่อวันในสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน รัฐบาลอิสราเอลเริ่มบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศนาน 3 สัปดาห์แล้ว เริ่มตั้งแต่ 14.00 น.ของวันศุกร์ (18.00 น.วันเดียวกันของไทย) มาตรการนี้ห้ามประชาชนออกห่างจากบ้านเกิน 500 เมตร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77879</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อเกิน 30 ล้าน, ยุโรป, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64cfea09ef6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72611</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัญญาณดียุโรปเริ่มเข้าใจวิถีชีวิตลิงขึ้นมะพร้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค. 2563 นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงลอนดอน รวมถึง สคต. ที่รับผิดชอบดูแลในกลุ่มประเทศยุโรป ได้ร่วมมือกับเอกอัครราชทูตไทยประจำกลุ่มประเทศยุโรป ได้ทำความเข้าใจและชี้แจงข้อเท็จจริงกับผู้ประกอบการในยุโรปและห้างสรรพสินค้าในอังกฤษที่นำผลิตภัณฑ์มะพร้าวไทยออกจากชั้นวาง หลังองค์กรประชาชนเพื่อการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีจริยธรรม (พีตา) ระบุว่ามะพร้าวไทยมาจากการใช้แรงงานลิงกังที่ถูกจับมาจากป่า และถูกนำมาฝึกให้เก็บมะพร้าว จนล่าสุดผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้า และประชาชนในยุโรปเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทูตพาณิชย์และหน่วยงานเกี่ยวข้องได้พูดคุยกับตัวแทนห้างสรรพสินค้าในอังกฤษและประเทศอื่นๆ ในยุโรปแล้ว ซึ่งทั้งหมดเข้าใจวัฒนธรรมของไทย และที่สำคัญมะพร้าวที่เข้ามาแปรรูปในอุตสาหกรรม ใช้แรงงานคนและเครื่องจักร สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ส่วนลิงขึ้นมะพร้าว เป็นวิถีชีวิตชุมชนที่อยู่คู่กันมานาน ซึ่งจะฝึกเก็บมะพร้าวบริโภคในท้องถิ่น แต่ไม่เข้าไปในระบบอุตสาหกรรม และบางส่วน ก็จะเป็นการโชว์ให้กับนักท่องเที่ยว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์ยังจะไปชี้แจงต่อพีตาถึงข้อเท็จจริง เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจและรับรู้ความจริง และมั่นใจว่าหลังจากที่ได้ชี้แจงครบถ้วนทุกภาคส่วนแล้ว จะทำให้ผู้ประกอบการในอังกฤษและประเทศยุโรปอื่นๆ รวมถึงประชาชนในยุโรป เข้าใจในเรื่องนี้ดีขึ้น และจะส่งผลให้ห้างสรรพสินค้าที่นำผลิตภัณฑ์มะพร้าวไทยออกจากชั้นวาง จะมีการนำข้อมูลไปพิจารณาหรือทบทวนกรณีดังกล่าวใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวแทนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมะพร้าวของไทย ได้นำเอกอัครราชทูตของประเทศในยุโรป รวมถึงนักข่าวต่างประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบอุตสาหกรรมแปรรูปมะพร้าว เพื่อให้รับรู้ข้อเท็จจริง กระบวนการผลิตมะพร้าวแปรรูปและน้ำกะทิของไทย รวมถึงขบวนการตรวจสอบแหล่งที่มาของมะพร้าวว่าไม่ใช่มาจากแรงงานของลิงกัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชนได้นำเอกอัครราชทูตในยุโรปที่ประจำอยู่ในไทย เช่น เอกอัครราชทูตจากเนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และเจ้าหน้าที่ของสถานทูตในประเทศอื่นๆ และผู้สื่อข่าวต่างประเทศลงพื้นที่ โดยมีผู้ผลิตน้ำกะทิแบรนด์ชาวเกาะและอร่อยดี มาชี้แจงกระบวนการผลิตและการตรวจสอบแหล่งที่มาของมะพร้าวให้รับทราบ พร้อมทั้งได้นำคณะไปดูล้ง หรือผู้รวบรวมมะพร้าว ที่เป็นเกษตรกรแล้วหันมาเป็นล้ง ซึ่งทั้งหมดสามารถตรวจสอบแหล่งที่มา โดยทั้งหมดจะเป็นแรงงานคนและเครื่องจักร โดยเฉพาะต้นมะพร้าวที่สูง 20-30 เมตรในปัจจุบันก็มีเครื่องมือในการเก็บมะพร้าวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมาคมฯ จะใช้โมเดลของกะทิชาวเกาะและอร่อยดี ในการให้ผู้ประกอบการรายอื่นปฏิบัติตาม ทั้งการตรวจสอบกระบวนการผลิต รวมถึงการชี้แจงข้อมูลให้กับต่างประเทศได้เข้าใจ ซึ่งจากการลงพื้นที่สัปดาห์ที่ผ่านมาเอกอัครราชทูต นักข่าวต่างประเทศ เช่น รอยเตอร์ ต่างก็มีความเข้าใจวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรกับลิง รวมถึงกระบวนการผลิตมะพร้าวแปรรูปในภาคอุตสาหกรรมของไทย&amp;rdquo;นายวิศิษฐ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72611</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ยุโรป, ลิงขึ้นมะพร้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0da49a00f75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 23:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 22:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสเปิดหอไอเฟลรับนักท่องเที่ยว ขณะWHOเตือนไวรัสหวนคืนยุโรป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฝรั่งเศสเปิดหอไอเฟลรับนักท่องเที่ยวครั้งแรกในรอบ 3 เดือนเมื่อวันพฤหัสบดี ขณะดับเบิลยูเอชโอเตือนไวรัสโควิด-19 ฟื้นคืนชีพในหลายประเทศยุโรป ส่วนสหรัฐและบราซิลมีผู้ติดเชื้อรายใหม่รวมกันวันเดียวเกือบ 80,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน นักท่องเที่ยวต่างถิ่นและชาวปารีสมีโอกาสขึ้นไปชมทัศนียภาพมุมสูงของกรุงปารีสบนหอไอเฟลเป็นครั้งแรกในรอบ 104 วัน นับแต่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของฝรั่งเศสแห่งนี้ปิดเพราะโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นการปิดยาวนานที่สุดนับจากสงครามโลกครั้งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักท่องเที่ยวหลายสิบคนต้องเดินขึ้นบันไดเหล็กไปได้ถึงชั้นที่ 2 ของหอคอย เนื่องจากลิฟต์ยังไม่เปิดให้บริการตามมาตรการเว้นระยะห่างจนกว่าจะถึงช่วงฤดูร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ระบุเมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายนว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราว 30 ประเทศในทวีปยุโรปมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ในประเทศเหล่านี้มี 11 ประเทศที่อัตราการแพร่เชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเสี่ยงที่ไวรัสจะกลับมาแพร่ระบาดใหม่อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในยุโรปยังเทียบทวีปอเมริกาไม่ติด ในวันพุธ บราซิลมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 42,725 ราย ส่วนสหรัฐมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 35,900 ราย สหรัฐมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นมากกว่า 2,381,000 รายแล้วในวันพฤหัสบดี จากผู้ติดเชื้อทั่วโลกมากกว่า&amp;nbsp; 9,440,000 ราย ส่วนบราซิลมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 1,188,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายมลรัฐของสหรัฐเตรียมใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้งหลังจากมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐนิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์ และคอนเนตทิคัต สั่งให้ผู้ที่เดินทางมาจาก 8 มลรัฐที่มีการแพร่เชื้อเพิ่มขึ้นขณะนี้ กักกันตัวเอง 14 วัน มลรัฐเหล่านี้ประกอบด้วย แอละแบมา, อาร์คันซอ, แอริโซนา, ฟลอริดา, นอร์ทแคโรไลนา, เซาท์แคโรไลนา, เทกซัส และยูทาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ทำนายผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโรคระบาดนี้ว่า อัตราจีดีพีของโลกปีนี้จะดิ่งลง 4.9% และจะก่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 12 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงเวลา 2 ปี นอกจากนี้หลายประเทศจะประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรงกว่าช่วงวิกฤติการเงินโลกปี 2551-2552 ถึง 2 เท่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69747</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, ฝรั่งเศส, ยุโรป, สหรัฐ, หอไอเฟล, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef4cc655b327.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอนเสิร์ตไม่ได้ยกเลิก &#039;ผู้จัดฯยุโรป&#039;ยืนยัน&#039;เสก โลโซ&#039;มาแน่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จบลงด้วยดีสำหรับกรณีที่มีแฟนเพลงคนไทยในยุโรปไม่พอใจผู้จัดคอนเสิร์ต เสก โลโซ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ไม่ยอมคืนเงินค่าตั๋วการแสดงของ เสก โลโซ&amp;nbsp; หลังประเทศเนเธอร์แลนด์และอีกหลายประเทศที่หนุ่มเสกจะเดินทางไปทำการแสดง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย บริษัท เอ.เอ็ม. เวิลด์ มิวสิค เอเอส ประเทศนอร์เวย์ ได้ประกาศเลื่อนอย่างไม่มีกำหนด&amp;nbsp; หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค-19 เพื่อรอสถานการณ์คลี่คลายเสียก่อน โดยไม่ได้ประกาศยกเลิกแต่อย่างใด และได้ให้ผู้จัดแต่ละประเทศคืนเงินค่าตั๋วไปก่อน ทำให้เหตุการณ์ต่างๆคลี่คลายลงด้วยดีตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อารีย์ เมลบี ประธาน บริษัท เอ.เอ็ม. เวิลด์ มิวสิค เอเอส ประเทศนอร์เวย์&amp;nbsp; ผู้จัดคอนเสิร์ตรายใหญ่ของยุโรป ได้กล่าวยืนยันว่า &amp;ldquo;คอนเสิร์ตเสก โลโซ ยังไม่ได้ยกเลิกนะคะ บริษัทยืนยันว่าเราจัดคอนเสิร์ต เสก โลโซ เช่นเดิม&amp;nbsp; เพียงแค่รอสถานการณ์โควิค-19 คลี่คลายเสียก่อน&amp;nbsp; โดยบริษัทได้ติดต่อคิว เสก โลโซ มาทำการแสดงทั้งหมด 9 คิวใน&amp;nbsp; 8&amp;nbsp; ประเทศคือ ประเทศนอร์เวย์ , ฟินแลนด์ , เดนมาร์ก , อังกฤษ , เยอรมัน , เนเธอร์แลนด์ , สวิสเซอร์แลนด์ และ สวีเดน&amp;nbsp; ซึ่งผู้จัดแต่ละประเทศได้จำหน่ายตั๋วออกไปหมดแล้ว รวมถึงโต๊ะวีไอพีต่างๆ ด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เรายังไม่ทันได้เปิดการแสดง ประเทศต้องประสบปัญหาใหญ่คือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิค- 19 อย่างที่เราทราบกันทั่วโลก ทำให้การแสดงจำเป็นต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งบริษัทได้พูดคุยกับทาง เสก แล้ว ไม่มีปัญหาอะไรในการเลื่อน ส่วนจะกลับมาจัดอีกเมื่อไหร่ก็แค่ขอคิวกันไปอีกครั้ง แค่นั้นเอง ซึ่งเราจ่ายมัดจำค่าตัว เสก ไปแล้วกว่า 50%&amp;nbsp; เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นความผิดของใครทั้งนั้น แต่สถานการณ์เช่นนี้ เสก ไม่สามารถมาเปิดคอนเสิร์ตได้ ทุกคนย่อมต้องเข้าใจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยบางประเทศคืนเงินให้กับผู้ซื้อไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับท่านใดที่ยังไม่ได้รับเงินคืน สามารถติดต่อไปที่ผู้จัดของแต่ละประเทศได้เลยนะคะ ส่วนท่านใดที่ไม่ประสงค์จะคืนเพื่อเก็บบัตรไว้ชมคอนเสิร์ตครั้งใหม่ สามารถทำได้เช่นกันค่ะ ทางเรายินดีมากๆ บริษัทขอยืนยันว่าเสกมาทัวร์ยุโรปหลังผ่านพ้นสถานการณ์โควิค-19 แน่นอนค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @sekloso&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67613</URL_LINK>
                <HASHTAG>คืนเงิน, ทัวร์คอนเสิร์ต, ยุโรป, เสก โลโซ, โควิค-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed5d7914e5c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.สันต์&#039;ประเมินยุโรปสู้โควิด-19ห่วยกว่าฝั่งเอเชียตะวันออกมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.2563 - &amp;nbsp;ดร.สันต์ ศรีอรรฆ์ธำรง อาจารย์พิเศษคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค บริษัท กรีนเนอร์ยี่ไทยแลนด์ จำกัด โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;Covid-19: 90-day Forecast ของ Euro5+Turkey vs. Russia&amp;rdquo; ระบุว่า ผมทำการคำนวณเริ่มจากวันที่ Lockdown ไปอีก 90 วันของแต่ละประเทศ และเทียบกับตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงๆ เพื่อประเมินสถานการณ์ของประเทศหลักในกลุ่มยุโรปนี้ ว่าใกล้จบหรือยังสำหรับ Wave#1 และประเทศใดมีความเป็นไปได้ในการลงสู่ Zero New Case และเมื่อใด ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมสุดท้ายของแต่ละประเทศจะประมาณเท่าใด และประเทศไหนที่จะโดนหนักที่สุดใน Wave#1 นี้ครับ ของรัสเซียผมทำแค่ 56 วันนะครับ เนื่องจากตัวเลขมีความไม่แน่นอนสูง และผลลัพธ์แย่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจาก Italy เพิ่งจะ Lockdown ครบ 56 วันเมื่อวานนี้ครับเกือบๆ 2 เดือนแล้ว ต้องทดไว้ว่าจีนทำ Zero New Case ได้ที่ 56 วัน แล้วอิตาลีและประเทศอื่นๆในยุโรปเป็นอย่างไรบ้าง ผมลงกราฟของแต่ละประเทศเอาไว้ด้วยครับ เพื่อให้เห็นได้ชัดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.Italy แม้ยังไม่จบแต่ผ่านครึ่งทางมาไกลแล้ว ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมน่าจะอิ่มตัวที่ประมาณ 240,000 คน โดยตัวเลขใกล้จบแต่เวลาที่จะเห็น Zero New Case อย่างเร็วก็อีก 1.5 - 2 เดือนซึ่งมีความเสี่ยงที่อาจจะหมดแรงในการทำ Social Distancing เสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.Spain แม้ยังไม่จบแต่ผ่านครึ่งทางมาไกลแล้วเช่นกัน ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมน่าจะอิ่มตัวที่ประมาณ 292,000 คน โดยตัวเลขใกล้จบแต่เวลาที่จะเห็น Zero New Case อย่างเร็วก็อีก 1.5 - 2 เดือนซึ่งมีความเสี่ยงที่อาจจะหมดแรงในการทำ Social Distancing เสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.France ตัวเลขการรายงานสวิงมาก แต่ก็ชัดว่าผ่านครึ่งทางมาไกลแล้วเช่นกัน ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมน่าจะอิ่มตัวที่ประมาณ 192,000 คน โดยตัวเลขใกล้จบแต่เวลาที่จะเห็น Zero New Case อย่างเร็วก็อีก 1.5 เดือนถ้าไม่ประท้วงกันหนักขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.Germany ใกล้จบแล้ว ผ่านครึ่งทางมาไกลแล้วเช่นกัน ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมน่าจะอิ่มตัวที่ประมาณ 176,000 คน โดยตัวเลขใกล้จบมาก เวลาที่จะเห็น Zero New Case ถ้ารัฐบาลเยอรมันคิดจะทำจริงๆก็มีความเป็นไปได้สูงมากในอีก 1 - 1.5 เดือน ซึ่งในกลุ่ม Euro5 ผมคิดว่าที่เยอรมันมีความเป็นไปได้สูงที่สุดที่จะทำ Zero New Case&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.UK ผ่านครึ่งทางมาระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังต้องเหนื่อยอีกสักพักใหญ่ ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมน่าจะอิ่มตัวที่ประมาณ 250,000 -300,000 คน โดยตัวเลขยังไม่ใกล้จบ เวลาที่จะเห็น Zero New Case อย่างเร็วก็อีก 2 - 2.5 เดือนถ้าไม่หมดแรงทำ Social Distancing กันเสียก่อนก็มีความเป็นไปได้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.Turkey ผ่านครึ่งทางมาไกลแล้วเช่นกัน แม้จะเพิ่งวันที 38 ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมน่าจะอิ่มตัวที่ประมาณ 158,000 คน เวลาที่จะเห็น Zero New Case มีความเป็นไปได้ในอีก 1.5 - 2 เดือน ผมคิดว่าตุรกีน่าจะอึดพอถ้าคิดจะทำ Zero New Case&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.Russia ประเทศที่น่าจะหนักสุดในยุโรปแน่นอน ณ ปัจจุบัน ยังไม่เห็นจุดอิ่มตัวของกราฟ และยังไม่ถึงครึ่งทาง ในสัปดาห์หน้าตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมของ Russia น่าจะแซงอังกฤษ และถัดจากนั้นไปอีกสัปดาห์ก็น่าจะแซง Spain ขึ้นไปเป็นคนป่วยหนักที่สุดแห่งยุโรป การประเมินจาก Model ปัจจุบัน ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมสุดท้ายของ Russia น่าจะข้าม 400,000 แน่ๆ และแม้แต่ 500,000 ก็เป็นไปได้ และโอกาสที่จะทำ Zero New Case แทบเป็นไปไม่ได้เนื่องจากอยู่ไกลเกินไปและน่าจะหมดแรงก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุโรปผ่านการ Lockdown มาเกือบ 2 เดือน เห็นชัดเจนว่า ยุโรปดีขึ้นมาก แต่การต่อสู้กับ Virus นั้นทำได้แย่กว่าฝั่งเอเชียตะวันออกมาก รัสเซียยิ่งน่าเป็นห่วงที่สุด ส่วนประเทศอื่นๆ ด้วยความที่ยังอีกนานกว่าจะเห็น Zero New Case ผมคิดว่าจากนี้ไป Economic Impact จะเป็นประเด็นใหญ่ และจะรุนแรงมาก และการฟื้นตัวก็จะเป็นไปอย่างเชื่องช้า โดยเฉพาะประเทศที่เน้นการท่องเที่ยวอย่างอิตาลี ฝรั่งเศส ที่จะไม่มีคนไปเที่ยวเลยอีกยาวนานครับ และธุรกิจการศึกษาของมหาวิทยาลัยในอังกฤษก็น่าจะวิกฤตหนักมากเพราะไม่สามารถเปิดภาคการศึกษาได้แน่ๆครับ และที่ปวดใจมากคือ แชมป์พรีเมียร์ลีกของ Liverpool คงจะต้องรอกันไปอีกนานอย่างแน่นอนครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65202</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สันต์ ศรีอรรฆ์ธำรง, นิด้า, มหาวิทยาลัยพัฒนบริหารศาสตร์, ยุโรป, อาจารย์พิเศษคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb23a68b2f92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
