<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดเจ๋ง! เยาวชนไทยผลิตเว็บไซต์ &#039;ไทยทูบ&#039; ดูคลิปวิดีโอไม่มีโฆษณาคั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดอ่างทองลงพื้นที่พบกับนายพงศ์ปณต&amp;nbsp;ไพรัชเวชภัณฑ์ อายุ 18ปี&amp;nbsp;นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง ชั้นปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชาวอ่างทอง มีความสามารถในการผลิตเว็บไซต์ ไทยทูบ&amp;nbsp;ThaiTube.in.th&amp;nbsp;ที่เป็นเว็บไซต์ในรูปแบบคล้ายยูทูบ แต่เว็บไทยทูบนั้นผลิตโดยเด็กไทย เป็นเว็บ&amp;nbsp;www.thaitube.in.th&amp;nbsp;หรือจะเรียกสั้นๆว่าไทยทูบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศ์ปณต&amp;nbsp;หรือน้องเบส เล่าให้ฟังว่า ที่เกิดไอเดียในการสร้างเวบไทยทูบขึ้นมานั้นเกิดจากอยากให้เป็นทางเลือกใหม่ของคนไทย ที่สามารถลงคลิปวิดีโอและดูวิดีโอได้โดยไม่มีการแทรกโฆษณา ซึ่งคลิปที่ลงในเว็บไซต์ไทยทูบจะไม่มีการโฆษณาเลย และเนื้อหาวิดีโอที่นำลงในเว็บไซต์ไทยทูบก็จะดูได้อย่างต่อเนื่องไม่มีโฆษณาแทรก&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการผลิตขึ้นมาโดยไม่หวังผลในการค้ากำไรแต่อย่างใด เป็นการสนับสนุนให้ใช้โดยไม่มีการคิดค่าใช้จ่าย เพียงแค่เราพิมพ์เข้าไปว่า&amp;nbsp;www.thaitube.in.th&amp;nbsp;และใช้งานทั้งดูวิดีโอหรืออัพวิดีโอขึ้นในแพลตฟอร์มต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93081</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดอ่างทอง, ยูทูบ, เว็บไซต์ไทยทูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210215/image_big_602a1a90052cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บอย พิษณุ’ปรี๊ดแตก โดนขโมยคลิปพร้อมปลอมช่องยูทูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงขั้นปรี๊ดแตกเลยทีเดียว สำหรับนักแสดง-พิธีกรหนุ่ม บอย-พิษณุ นิ่มสกุล ที่ตอนนี้เจ้าตัวเริ่มทำรายการในยูทูบชาแนล Bradboy &amp;nbsp;ได้ไม่นาน แต่กลับมีมือดีแอบบดูดคลิปวีดีโอในชาแนลของหนุ่มบอยไปโพสต์ แถมตั้งชื่อชาแนลเสียเกือบเหมือนเป๊ะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยดาราหนุ่มประกาศบนอินสตาแกรมว่า &amp;ldquo;เราจะทำยังไงกับคนประเภทนี้ดีครับ!!! โคตรโกรธ!!!! ตั้งชื่อช่องใกล้เคียงแค่เว้นวรรค!!!! ไม่พอ!!! ดูดเอาคลิปของผมไปลงเอง!!!!!! ถ้ารู้ตัวแล้วกรุณาจัดการลบด้วย!!!! คิดได้ไงวะ!!!! ขโมย!!!ขโมย!!!!ขโมย!!!!! ช่วยโดย!!!!! YouTube!!!!! ช่วยด้วยยยยย คุณมึงไม่มีสิทธิ์!!! ทำอย่างนี้!!! กับผม!!!! #Bradboy&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งก็มีเหล่าดาราหลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น หนึ่งในนั้นคือตลกสาว ตุ๊กกี้-สุดารัตน์ บุตรพรม ที่มาคอมเม้นท์ว่า &amp;ldquo;พี่ก็อยากรู้ทำไงดี&amp;rdquo; เพราะเจ้าตัวก็โดนมาเหมือนกัน โดยเบื้องต้นหนุ่มบอยบอกว่าจะติดต่อกับทางยูทูบเพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม  boy_pisanu&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61465</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bradboy, ชาแนลยูทูบ, บอย พิษณุ, ปลอมยูทูบ, พิษณุ นิ่มสกุล, ยูทูบ, ยูทูบเบอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e819a04e799e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2019 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2019 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กัสจัง จีร่าร์&#039;โพสต์ระบายความในใจชุดใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นทั้งนักธุรกิจและนักแสดง สำหรับ กัสจัง-จีร่าร์ พิทักษ์พรตระกูล และยังผันตัวไปเป็นบล็อกเกอร์สาว เจ้าของช่อง Guzjungjiraa Channel ซึ่งมีคนติดตามเกือบ 3 &amp;nbsp;แสนคน ล่าสุดไม่รู้เจ้าตัวเจอเหตุการณ์อะไร ทำให้ต้องออกมาโพสต์ข้อความระบายความในใจการทำช่องยูทูปแบบยาวเหยียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่ทำช่อง YouTube เพราะมันคือความสุข ถามว่าเงินอยากได้ไหม อยากได้แน่นอน เพราะการทำช่องก็มีค่าใช้จ่ายทีมงาน มีค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ ต้องซื้อและพัฒนาตัวเองตลอดเวลา แต่ถ้าการรับเงินเป็นการที่ทำให้ช่องสูญเสียการเป็นของตัวเอง และต้องโกหกผู้บริโภคว่าสินค้าดีหรืออร่อย ทางเราต้องขอโทษจริงๆที่จะขอไม่รับงานนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือถ้าไปหน้างานแล้วลูกค้ารับไม่ได้ที่เมนูไหนเรารู้สึกไม่โอเคแล้วจะขอ comment ตามตรงในความรู้สึกของผู้บริโภค ก็แนะนำว่าช่องเราอาจจะไม่เหมาะสำหรับลูกค้านะคะ ที่ต้องมาแจ้งเพราะทางเราอยากเซฟทั้งน้ำใจของลูกค้าและน้ำใจของผู้บริโภค จะได้ไม่มีปัญหากันหน้างาน &amp;nbsp;เพราะทุกวันนี้ช่องมีวันนี้ได้ก็เพราะคนดูที่เชื่อมั่นในเราค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราจึงอยากให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างธรรมชาติ ไม่ Script หรืออวยเกินจริง ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอบคุณลูกค้าด้วยที่อยากสนับสนุนช่องเรานะคะ อาจจะดูเหมือนเรื่องมาก ก็อยากให้เข้าใจจริงๆ ค่ะ ถ้าอันไหนชอบจริงๆ ขออวยเองดีกว่า มันจะเป็นข้อดีให้ลูกค้าด้วยจริงๆ นะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท้ายที่สุด ขอบคุณคนดูทุกคนมากๆ และก็ยังขอบคุณ​ลูกค้ามากๆ ที่ไว้ใจ ที่เลือกเรา ที่อยากสนับสนุนเรา ทำให้มีเงินมาพัฒนาช่อง ถ้าไม่มีลูกค้าสนับสนุนช่อง เราก็คงไม่มีเงินมาพัฒนาทีมงานและ Production ให้คนดูได้ดูมากขึ้นแบบนี้ ขอบคุณ​จากใจค่ะ ขอบคุณที่รับคอนดิชั่นของช่องเราได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @guzjun9&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46237</URL_LINK>
                <HASHTAG>Guzjungjiraa Channel, กัสจัง จีร่าร์, นักธุรกิจ, นักแสดง, ยูทูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190920/image_big_5d84d8c9b7e56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 22:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูทูบห้ามโพสต์วิดีโอ &#039;ชาลเลนจ์&#039; เสี่ยงอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยูทูบระบุกฎห้ามโพสต์วิดีโอเล่นพิเรนทร์ที่ทำให้เกิดอันตราย โดยเฉพาะการ &amp;quot;ชาลเลนจ์&amp;quot; ที่เสี่ยงบาดเจ็บ เช่น กัดแคปซูลใส่น้ำยาซักผ้า หรือจุดไฟเผาตัวเองแล้วรีบดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยูทูบมีกฎห้ามโพสต์วิดีโอกิจกรรมที่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดอันตรายร้ายแรงขึ้นอยู่แล้ว แต่เมื่อวันอังคารที่ 15 มกราคม ยูทูบโพสต์ทางบล็อกของบริษัทกำหนดกฎชัดเจนว่า ยูทูบไม่อนุญาตให้โพสต์วิดีโอ &amp;quot;ชาลเลนจ์&amp;quot; ที่เป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ เช่น วิดีโอประเภท &amp;quot;Tide Pod Challenge&amp;quot; และ &amp;quot;Fire Challenge&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูทูบระบุว่า ขอประกาศให้ชัดเจนถึงนโยบายของเราที่มีกฎข้อห้ามเนื้อหาที่ให้โทษหรือเป็นอันตราย นอกจากนี้ยังรวมถึงการเล่นพิเรนทร์ซึ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บร้ายแรง นโยบายใหม่นี้รวมถึงการแบนวิดีโอที่แกล้งหลอกประชาชนว่าพวกเขากำลังตกอยู่ในอันตราย เช่นแกล้งมีคนร้ายบุกเข้าบ้าน หรือวิดีโอแกล้งมีคนไล่ยิงขณะขับรถ และห้ามวิดีโอที่ทำให้เกิดความบอบช้ำทางจิตใจต่อเด็ก เช่นวิดีโอแกล้งว่าพ่อแม่ของเด็กเสียชีวิต หรือแกล้งทำให้เด็กคิดว่าถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในถ้อยแถลงของยูทูบบอกว่า มีวิดีโอชาลเลนจ์ไวรัลซึ่งเป็นที่ชื่นชอบบนยูทูบอยู่มาก เช่น วิดีโอแกล้งเกี่ยวกับของขวัญคริสต์มาส &amp;quot;Terrible Christmas Presents&amp;quot; ของจิมมี คิมเมล แต่ตามนโยบายของยูทูบต้องมั่นใจว่าวิดีโอเล่นสนุกต้องไม่ล้ำเส้นจนกลายเรื่องที่ให้โทษหรือเป็นอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัญชียูทูบที่พบว่ามีการโพสต์เนื้อหาละเมิดนโยบายเล่นพิเรนทร์ที่กระทำผิดครั้งแรกจะโดนจำกัดสิทธิ์การเข้าชมฟีเจอร์บางอย่าง ได้แก่ ไลฟ์สตรีมมิง และถ้าทำผิดครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือนจะจำกัดการเข้ารับชมเพิ่มขึ้น สุดท้ายถ้าทำผิดเป็นครั้งที่ 3 บัญชีดังกล่าวจะโดนลบทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลิปวิดีโอ Fire Challenge เป็นการท้าให้ราดของเหลวไวไฟบนร่างกายแล้วจุดไฟจากนั้นรีบดับไฟ ส่วน Tide Pod Challenge เป็นวิดีโอที่วัยรุ่นกัดหรือเคี้ยวแคปซูลสีสันเหมือนลูกอมที่ข้างในบรรจุน้ำยาซักผ้า และเมื่อสุดสัปดาห์ก่อนวัยรุ่นหญิงชาวสหรัฐคนหนึ่งขับรถโดยมีผ้าปิดตาแบบเดียวกับหนังดังเรื่อง Bird Box ทางช่องเน็ตฟลิกซ์ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26762</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปแกล้งคน, ชาลเลนจ์, ยูทูบ, ห้ามโพสต์, เล่นพิเรนทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3f47c68a268.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2018 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความเป็น Somebody ในโลกโซเชียลมีเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นข่าวว่าจะเริ่มๆ กระบวนการทยอยเอาตัว 13 หมูป่าอะคาเดมี ออกจากถ้ำ ในช่วงระหว่างนี้กันแล้ว...บรรดาเราๆ-ทั่นๆ ทั้งหลาย ที่ต่างก็อยู่ นอกถ้ำ ไปด้วยกันทั้งสิ้น คงไม่น่าจะมีอะไรดีไปกว่าการสวดมนต์ ภาวนา ตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ให้อยู่รอด ปลอดภัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คุณพระ คุณเจ้า ปกป้องคุ้มครองไปด้วยกันทั้งปวง ด้วยเทอญญ์ญ์ญ์...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือนอกจากสิ่งนี้แล้ว...การช่วยเหลือ เยียวยา ด้วยกรรมวิธีต่างๆ ที่บรรดาผู้เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จิตอาสา และผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย ทั้งปวง ท่านต่างพยายามทุ่มทุน ทุ่มเท แบบเต็มเม็ด เต็มสูบ จนไม่น่าจะมีอะไรอีกแล้วที่นอกเหนือไปจากนี้ เรียกว่า...ไม่ว่าจะยากซ์ซ์ซ์แสนยากซ์ซ์ซ์ สภาพทางธรรมชาติท่านสุดแสนจะสลับซับซ้อนเพียงใดก็ตามที แต่ด้วยสติ ปัญญา ความสามารถ และจิตใจอันมุ่งมั่น เสียสละ ของบรรดาผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละระดับ สุดท้าย...มันคงไม่มีอะไรที่เกินเลยขีดความสามารถมากมายจนเกินไป...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดง่ายๆ ว่า...งานนี้ แทบจะทั่วทั้งโลกนั่นแหละ ต่างรู้เห็น เป็นใจ ต่างพร้อมจะสนับสนุน เกื้อกูล ในทุกๆ เรื่อง บรรดาเราๆ-ทั่นๆ ที่เป็นแค่ กองเชียร์ ทั้งหลาย เพียงแค่ส่งจิต อธิษฐาน สวดมนต์ ภาวนา คอยเป็นกำลังใจอยู่ห่างๆ อย่าถึงกับต้องเข้าไปรบกวนมือตีนผู้ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ ให้เกะกะ กีดขวาง ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แม้ว่าหลายต่อหลายราย โดยเฉพาะในโลกโซเชียลมีเดีย อยากเข้าไปมีส่วนร่วม หรืออยากจะเป็น Somebody กับเขาบ้าง แต่ก็พึงระวังเอาไว้ด้วยว่า บางครั้งความปรารถนาดีที่ไม่ได้ตรงช่อง ตรงทาง หรือไม่ได้เข้าท่า เข้าทาง มันก็อาจกลายเป็นอุปสรรค ขัดขวาง ให้สิ่งที่น่าจะเป็นไปด้วยดี กลับต้องเบี่ยงเบน เฉไฉ ไปในทางอื่น ได้บ้างเหมือนกัน...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;----------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือไอ้ความต้องการที่จะเป็น Somebody นั้น...อาจถือเป็น ผลผลิตทางธรรมชาติ ของโลกโซเชียลมีเดีย ไปแล้วก็ว่าได้ ด้วยเหตุเพราะลักษณะพื้นฐานของเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต มันเป็นตัวเอื้ออำนวยให้เกิดสิ่งที่ว่านี้อย่างเป็นพิเศษ เรียกว่า...จากผู้ที่แทบไม่มีใครรู้ว่า ตัวตน ของตนนั้นคืออะไร เป็นอะไร อยู่ที่ไหน มีอยู่ในโลกนี้จริงๆ หรือไม่ แต่เพียงได้มีเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูบ ลงๆ ไลน์ๆ อินสะตากรง อินสตาแกรม ฯลฯ อะไรก็แล้วแต่ ความเป็น Somebody ก็สามารถอุบัติขึ้นมาได้แบบฉับพลัน-ทันที ไม่ต้องเป็น Nobody เป็นผู้ที่ โลกลืม หรือผู้ที่ต้องโดดเดี่ยวในบ้านร้างอีกต่อไป...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชนิดไม่ว่าจะนั่งขี้ นั่งเยี่ยว กินข้าว กินปลา ไปเที่ยวหาด เที่ยวภูเขา ไปนอก-ไปนา หรือไปที่ไหนๆ ก็สามารถแสดงออกถึงความเป็น Somebody ให้ใครต่อใครรับรู้ถึงความเป็นตัวตนของตน โดยจะก่อให้เกิดความเปรี้ยวเท้า เปรี้ยวตีน หวานมือ หวานตีนหรือไม่ เพียงใด ก็แล้วแต่รสนิยม ของใคร-ของมันจะว่ากันไป ความเป็น Somebody มันเลยกลายเป็น ผลผลิตทางธรรมชาติ ของโลกโซเชียลมีเดีย อย่างมิอาจปฏิเสธได้ ยิ่งเมื่อเกิดอะไรอันเป็นที่สนใจต่อผู้คนในโลกจริง โลกเสมือนจริง ยิ่งกลายเป็นตัวกระตุ้นให้ความต้องการที่จะแสดงออกถึงความเป็น Somebody หรือความเป็นตัวตนของตน ยิ่งหนักหนา สาหัสยิ่งขึ้นไปใหญ่ ด้วยเหตุนี้...แม้มันจะเป็นตัวช่วยให้เกิดความร่วมมือ ร่วมใจ ได้อย่างน่าทึ่ง น่าประทับใจเอามากๆ แต่ก็สามารถกลายเป็นตัวที่ก่อให้เกิดอุปสรรค กีดขวาง เกะกะมือ เกะกะเท้า ได้ไม่น้อยเช่นกัน...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งที่ว่าไปแล้ว...หรือถ้าว่ากันตามแนวของพระ ของเจ้า เอาเข้าจริงๆ แล้ว ความเป็น Nobody นั่นแหละ น่าจะ เข้าท่า กว่าความเป็น Somebody เป็นไหนๆ ยิ่งถ้าหากเป็น Nobody จนไม่เหลือ ตัวตนของตน ใดๆ เอาไว้เลย เหลือแต่ ความว่าง เหลือแต่สภาวะที่ไม่ต้องเสียเวลาไป ปรุงแต่ง อะไรต่อมิอะไรต่อไปอีกแล้ว ไม่เกลียด-ไม่รัก ไม่ชอบ-ไม่ชัง ไม่บวก-ไม่ลบ ฯลฯ อันนั้นนั่นแหละ...ถึงขั้นบรรลุ นิพพาน เอาง่ายๆ ไม่ว่าตัวตนของตนจะยังมีอยู่ในโลกนี้ หรือโลกไหนๆ ก็ตามแต่ แต่ถ้าหากตัวตนที่ว่านั้น ถูกขจัดความเป็น Somebody ให้ลดๆ หายๆ ลงไปยิ่งขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสบรรลุนิพพานในชาติหน้า ชาติโน้น ได้ยิ่งขึ้นเท่านั้น ไม่ต้องเสียเวลามาเกิดใหม่ ให้ต้องหลังคด หลังงอ นั่งจิ้ม นั่งทิ่ม คีย์บอร์ด กดปุ่มโน้น ปุ่มนี้ จนนิ้วแทบสึกเหมือนเช่นชาตินี้อีกต่อไป...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็นั่นแหละ...จะด้วยเหตุเพราะ เทคโนโลยี หรือเพราะ อัตตา ของตัวเองล้วนๆ ก็แล้วแต่ โอกาสที่จะเรียกร้อง เชิญชวน ให้ใครต่อใครบรรลุนิพพานกันในขณะกำลังนั่งทิ่ม นั่งจิ้ม คีย์บอร์ดอย่างเมามันซ์ซ์ซ์นั้น มันคงลำบากเอามากๆ อย่างมากที่สุดก็คงได้แค่เรียกร้องให้หาทางลดๆความเป็น Somebody ลงไปมั่ง เอาแค่พอได้เกิด สติ และ ปัญญา ในบางระดับ พอที่จะแยกแยะความถูก-ผิด ความเหมาะ-ความควร รวมทั้งความไม่ทำให้ตัวตนของตน กลายเป็นสิ่งเกะกะ รบกวนผู้อื่น อันนั้น...ต้องถือว่ายอดแล้ว!!! ปลีกเวลาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์มานั่งตั้งจิตอธิษฐาน สวดมนต์ภาวนา แทนที่จะไปโพสต์โน่น โพสต์นี่ น่าจะเข้าท่ากว่า โดยเฉพาะในช่วงหน้าสิ่ว หน้าขวาน ช่วงที่ต้องอาศัย สมาธิ ในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ตกระกำลำบาก เพราะไม่เพียงถือเป็นการยังประโยชน์ให้แก่ตัวเอง ยังถือไม่เป็นการเบียดเบียนผู้อื่น ควบคู่ไปด้วย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Mother Teresa... The fruit of silence is prayer. The fruit of prayer is faith. The fruit of faith is love. The fruit of love is service. &amp;ndash; ผลบุญของความสงบเงียบคือการสวดมนต์ไหว้พระ ผลบุญแห่งการสวดมนต์ไหว้พระคือศรัทธา ผลบุญของศรัทธาคือความรักความเมตตา ผลบุญแห่งความรักความเมตตาคือการรับใช้ผู้อื่น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13011</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 หมูป่าอะคาเดมี, Somebody, ทวิตเตอร์, ท่านขุนน้อย, ยูทูบ, อินสตาแกรม, เฟซบุ๊ก, ไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 22:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำจดหมายเหตุ &#039;ประวัติศาสตร์&#039; ช่วย13คนติดถํ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.วัฒนธรรมสั่งสำนักจดหมายเหตุแห่งชาติส่งเจ้าหน้าที่จดบันทึกเหตุการณ์และภาพการกู้ภัยทีมหมูป่าเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์ของชาติ ให้เห็นถึงการหลอมรวมความสมานสามัคคีของคนไทย และเห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ตนได้สั่งการไปยังสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในการส่งเจ้าหน้าที่ นักจดหมายเหตุ เพื่อทำการจดบันทึกเหตุการณ์และภาพประวัติศาสตร์การช่วยชีวิตกลุ่มเยาวชนและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คนที่ติดในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย &amp;nbsp; เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่มีคนทั้งโลกต่างให้ความสนใจ และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงมีพระเมตตา และทรงห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการหลอมรวมความสมานสามัคคี การส่งพลังน้ำใจจากทุกฝ่าย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาช่วยเหลือ พร้อมให้กำลังใจกับทั้ง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำ นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานระดับชาติในการระดมความร่วมมือกันวางแผนการดำเนินงานอย่างมีระบบตามมาตรฐานสากล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จะมีการประมวลสถานการณ์และลำดับเหตุการณ์อย่างรอบด้าน ไล่เรียงตามวันเวลา ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.2561 ซึ่งทีมหมูป่าอะคาเดมีติดในถ้ำ ภารกิจการวางแผนการค้นหา กู้ภัย ช่วยชีวิต การระดมพลังจิตอาสา การลงพื้นที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย การประสานงานกับทีมผู้ช่วยเหลือจากต่างประเทศ การรายงานข่าวจากสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนให้สัมภาษณ์ความรู้สึกของพ่อแม่ผู้ปกครองเยาวชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อทุกคนออกมาอย่างปลอดภัยแล้ว จะมีการสัมภาษณ์ความรู้สึกของทั้ง 13 ชีวิตด้วย อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำว่าการดำเนินงานบันทึกจดหมายเหตุ จะต้องไม่กระทบต่อการทำงานของทีมช่วยเหลือ เบื้องต้นจะรวบรวมข้อมูลจากสื่อต่างๆ ทุกช่องทาง จากนั้นจะมีการนำมาประมวลเหตุการณ์ต่อไป&amp;quot; รมว.วธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง โพล พฤติกรรมคนติดตามข่าวสารช่วยเด็กนักเรียนออกจากถ้ำหลวง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,052 ตัวอย่าง โดยดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20 มิถุนายน-3 กรกฎาคม พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกินครึ่งหรือร้อยละ 52.7 ตื่นเช้าขึ้นมา เปิดโทรทัศน์รับข่าวสารเป็นอันดับแรก รองลงมาคือ ร้อยละ 39.7 เปิดโทรศัพท์มือถือ และรองๆ ลงไปคือ วิทยุ คอมพิวเตอร์ และหนังสือพิมพ์ ตามลำดับ และเมื่อถามว่าติดตามข่าวอะไรอันดับแรก พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 80.1 ระบุตื่นเช้าขึ้นมาติดตามข่าวเด็กนักเรียนติดถ้ำ &amp;nbsp;รองลงมาคือ ร้อยละ 7.5 ติดตามข่าวอาชญากรรม ความไม่ปลอดภัยของประชาชน และเพียงร้อยละ 6.5 เท่านั้นที่สนใจติดตามข่าวดูด ส.ส.เข้าพรรคการเมือง, &amp;nbsp;ร้อยละ 4.0 ติดตามข่าวฟุตบอลโลก ในขณะที่ร้อยละ 1.1 ติดตามข่าวดารา บันเทิง และร้อยละ 0.8 ติดตามข่าวหุ้น เศรษฐกิจ ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ติดตามข่าวช่วยเด็กนักเรียนติดถ้ำผ่านสื่อใดอันดับแรก พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 65.5 ยังคงติดตามข่าวช่วยเด็กติดถ้ำผ่านสื่อกระแสหลักทั่วไป เช่น โทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์ ในขณะที่ร้อยละ 34.5 ติดตามข่าวผ่านสื่อโลกโซเชียลฯ ได้แก่ เว็บไซต์ข่าว ไลน์ ยูทูบ ทวิตเตอร์ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.9 เพิ่งจะรู้ว่าถ้ำหลวงยาวประมาณ 7 กิโลเมตร หลังมีข่าวเด็กนักเรียนติดถ้ำหลวง ในขณะที่เพียงร้อยละ 12.1 รู้มาก่อนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เนื้อหาข่าวที่ประชาชนสนใจติดตามช่วยเหลือเด็กนักเรียนติดถ้ำ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.7 ระบุข่าวการปฏิบัติการของหน่วยซีลของไทยช่วยเด็กนักเรียนติดถ้ำ รองลงมาคือร้อยละ 66.4 ระบุพลังความรักความสามัคคีของคนในชาติ, ร้อยละ 55.1 ระบุ การปฏิบัติการของทีมงานชาวต่างชาติ เช่น อังกฤษ สหรัฐ จีน ฯลฯ, ร้อยละ 47.8 ระบุการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ค้นหาเด็กนักเรียน, ร้อยละ 45.5 ระบุการใช้ความเชื่อ ความศรัทธา สิ่งเหนือธรรมชาติ, ร้อยละ 32.8 ระบุเทคนิคการนำเสนอข่าว ความน่าสนใจของการนำเสนอข่าว และร้อยละ 28.9 ระบุอื่นๆ เช่น สุขภาพ และการดูแลช่วยเหลือทางการแพทย์ การพัฒนาถ้ำหลวง การใช้ประโยชน์แหล่งธรรมชาติของถ้ำหลวง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.7 ระบุเห็นด้วยให้ถ้ำหลวงเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว ยาวตลอดจนปากถ้ำ ถึงจุดพบเด็กนักเรียนติดอยู่ในถ้ำ ในขณะที่ร้อยละ 4.3 ไม่เห็นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงสิ่งที่นักเรียนควรทำหลังจากได้รับการช่วยเหลือจนสุขภาพดีแล้ว พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.2 ระบุควรแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวง และสถาบันหลักของชาติ รองลงมาคือร้อยละ 71.1 ระบุควร ขอบคุณเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการช่วยเหลือ, ร้อยละ 70.4 ระบุขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ, ร้อยละ 68.1 ระบุบำเพ็ญประโยชน์ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน, &amp;nbsp;ร้อยละ 66.7 ระบุสัญญาว่าจะมีวินัย ปฏิบัติตามระเบียบ ไม่ทำผิดกฎเกณฑ์, ร้อยละ 64.5 ระบุสัญญาว่าจะเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ, ร้อยละ 59.4 ระบุตั้งใจเรียน, ร้อยละ 57.1 ระบุฝึกฝนเป็นนักฟุตบอลที่เก่งของประเทศ และร้อยละ 54.9 ระบุช่วยดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามลำดับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12766</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, กระทรวงวัฒนธรรม, ซูเปอร์โพล, ดร.นพดล กรรณิกา, ทวิตเตอร์, ยูทูบ, วีระ โรจน์พจนรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180704/image_big_5b3cdedaee342.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 21:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ่นกฎหมายข่าวปลอม ชาวเดนมาร์กนอนคุกฐานโพสต์ยูทูบด่าตำรวจมาเลย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลมาเลเซียตัดสินลงโทษจำคุกชายชาวเดนมาร์ก 1 สัปดาห์ ฐานเผยแพร่ข่าวปลอม กล่าวหาตำรวจมาเลเซียอย่างผิดๆ ว่าใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะมาถึงที่เกิดเหตุนักทำจรวดของฮามาสโดนลอบยิงเมื่อเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้โดยสารรถไฟดูป้ายโฆษณาที่ติดไว้ในสถานีกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ เขียนเตือนว่า &amp;quot;แชร์เรื่องโกหก คุณก็เป็นคนโกหกด้วย&amp;quot; / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินของศาลมาเลเซียเมื่อวันจันทร์ที่ 30 เมษายน 2561 ทำให้ซาลาห์ ซาเลม ซาเลห์ สุไลมาน พลเมืองเดนมาร์กวัย 46 ปี เป็นบุคคลแรกที่ถูกตัดสินและลงโทษตามกฎหมายว่าด้วยการเผยแพร่ข่าวปลอมของมาเลเซีย ที่ผ่านสภาเมื่อต้นเดือนเมษายน และถูกกลุ่มสิทธิวิจารณ์ว่าเป็นความพยายามปิดปากฝ่ายต่อต้านรัฐก่อนหน้าการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 9 พฤษภาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการมาเลเซียกล่าวหาสุไลมานว่าเผยแพร่ข่าวเท็จ จากการที่เขาโพสต์คลิปวิดีโอความยาวไม่ถึง 2 นาทีลงยูทูบ กล่าวหาตำรวจมาเลเซียว่าใช้เวลาถึง 50 นาที นับจากได้รับแจ้งเหตุ จนมาถึงที่เกิดเหตุที่ฟาดี อัลบาตช์ อาจารย์ชาวปาเลสไตน์โดนยิงในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน แต่ในความเป็นจริง ตำรวจได้แสดงหลักฐานว่าพวกเขามาถึงที่เกิดเหตุภายหลังรับแจ้งราว 8 นาทีเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุไลมาน ซึ่งมีเชื้อสายซีเรียและอยู่ระหว่างเยือนมาเลเซียนาน 10 วัน ยอมรับสารภาพผิด โดยอ้างว่าเขาไม่ทราบข้อกฎหมายของประเทศนี้เกี่ยวกับข่าวปลอม และเขาโพสต์วิดีโอนี้ขณะที่อารมณ์โกรธแค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเห็นด้วยว่าผมทำผิดพลาดไป ผมขอโทษอย่างจริงจังต่อทุกคนในมาเลเซีย ไม่ใช่เพียงต่อตำรวจมาเลเซียเท่านั้น&amp;quot; สุไลมานซึ่งไม่มีทนายแก้ต่าง กล่าวเป็นภาษาอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกฎหมายการเผยแพร่ข่าวปลอม กำหนดโทษสูงสุดจำคุก 6 ปี และปรับสูงสุด 500,000 ริงกิต&amp;nbsp; (ราว 4 ล้านบาทเศษ) แต่ศาลในกรุงกัวลาลัมเปอร์ตัดสินลงโทษสุไลมาน โดยให้จำคุก 1 สัปดาห์ และปรับอีก 10,000 ริงกิต (ราว 80,000 บาทเศษ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุไลมานซึ่งเป็นมุสลิมและพูดภาษาอาหรับในคลิปที่ถูกนำมาเปิดในศาล กล่าวว่า เขามีภรรยา 3 คน และลูก 6 คน เขาไม่มีเงินพอจ่ายค่าปรับ ทำให้เขาต้องถูกจำคุก 1 เดือนแทนค่าปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียเป็นประเทศแรกๆ ที่ออกกฎหมายห้ามการเผยแพร่ข่าว, สารสนเทศ, ข้อมูล และรายงาน ที่เป็นเท็จโดยสิ้นเชิงหรือบางส่วน โดยครอบคลุมถึงการตีพิมพ์เผยแพร่ทางดิจิทัลและโซเชียลมีเดียด้วย และยังมีผลกับการกระทำผิดภายนอกมาเลเซีย ไม่เว้นแม้แต่ชาวต่างชาติ หากข้อมูลปลอมนั้นกระทบต่อประเทศมาเลเซียหรือพลเมืองมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟาดี อัลบาตช์ อาจารย์วิศวกรรมพลังงานของมหาวิทยาลัยในกรุงกัวลาลัมเปอร์ที่ว่ากันว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจรวดของกลุ่มฮามาส โดนยิงเมื่อเช้ามืดวันที่ 21 เมษายน โดยมือปืนซ้อนรถจักรยานยนต์กันมา ครอบครัวของเขากล่าวหาสายลับอิสราเอลว่าเป็นผู้ลงมือ อิสราเอลปฏิเสธและตำรวจยังจับกุมคนร้ายไม่ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8201</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายข่าวปลอม, กุข่าว, ข่าวปลอม, จำคุก, ชาวเดนมาร์ก, ด่าตำรวจ, มาเลเซีย, ยูทูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae721df0ff82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
