<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ยูนิลีเวอร์ฯ’ อัดกลยุทธ์ลดราคา-โปรโมชั่นพิเศษ รับคลายล็อกดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 กันยายน 2564 ยูนิลีเวอร์&amp;nbsp;มั่นใจคลายล็อกดาวน์ 1 ตุลาคมนี้ ปลุกกำลังซื้อฟื้นรอบใหม่ อัดกลยุทธ์ลดราคา-โปรโมชั่นพิเศษ ตอบโจทย์ลดค่าครองชีพผู้บริโภค เดินหน้าลุยทั้งขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ออฟไลน์ ยันร้านค้าโชห่วย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการสร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโรเบิร์ต แคนเดลิโน ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทยและภาคพื้นอาเซียน ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลมีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ลดระยะเวลาห้ามออกนอกเคหะสถานในช่วงเวลา 22.00-04.00 น.และให้เปิดร้านเสริมสวย ร้านนวด สปา สถานเสริมความงาม โรงภาพยนตร์ และเล่นดนตรีในร้านอาหารได้ตามปกติ เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ดาดว่ากำลังซื้อผู้บริโภคจะกลับมาฟื้นตัวรอบใหม่ได้ เพราะมั่นใจว่าธุรกิจจะเริ่มกลับมาดำเนินการได้ แต่จะต้องไม่ประมาทกับสถานการณ์โควิด-19 ที่อาจจะกลับมาระบาดซ้ำได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านมายูนิลีเวอร์ฯ มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ และช่องทางการสื่อสารให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยเฉพาะการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องแพลตฟอร์มออนไลน์ ผ่าน Shopee Lazada โดยนำสินค้าในกลุ่มทำความสะอาด อาทิ ครีมอาบน้ำ แชมพู น้ำยาทำความสะอาด ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นในยามนี้ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ซึ่งมั่นใจว่าสินค้ากลุ่มดังกล่าวสามารถสร้างการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัว ผนวกกับวิถีชีวิตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังมีการออกนวัตกรรมใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาทิ บรีส สูตรใหม่ ที่มีส่วนผสมจากพลังเอนไซม์จากธรรมชาติทดแทนการใช้สารเคมีที่มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และในสินค้าหลายหมวดมีการเปลี่ยนขวดพลาสติกใหม่เป็นพลาสติกรีไซเคิล โดยได้ร่วมมือกับ เอสซีจี เคมิคอลส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายโรเบิร์ต กล่าวย้ำว่า แนวคิดหลักในการดำเนินธุรกิจของ ยูนิลีเวอร์ นั้นให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม สังคมและสร้างองค์กรที่มีเป้าหมาย &amp;nbsp;โดยเฉพาะในด้านการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ที่ได้ดำเนินการมาอย่างจริงจัง โดยผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำมากมากมายเพื่อเก็บรวบรวมและจัดการขยะในแต่ละประเภท ทั้งนี้สถานการณ์ ขยะพลาสติก ในประเทศไทย มีข้อมูลจากเสวนา PPP Plastics ในหัวข้อ &amp;ldquo;ขยะพลาสติก : การจัดการและโอกาส Post COVID-19&amp;rdquo; &amp;nbsp;ระบุว่า ในช่วงก่อนโควิด-19 ไทยมีขยะพลาสติกเฉลี่ย 2 ล้านตัน/ปี หรือเฉลี่ยประมาณ 90 กรัม/คน/วัน (ระหว่างมกราคม-ธันวาคม 2562) มีขยะพลาสติกถูกนำกลับไปใช้ประโยชน์คิดเป็น 0.5 ล้านตัน/ปี และถูกนำไปกำจัดโดยวิธีฝังกลบหรือเตาเผาถึง 1.5 ล้านตัน/ปี จึงจำเป็นต้องนำขยะพลาสติกนำมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ ช่วงโควิดที่ผ่านมา พบว่าขยะพลาสติกเพิ่มขึ้น 45 เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยประมาณ 139 กรัม/คน/วัน (เม.ย.2564)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ยูนิลีเวอร์ ได้ร่วมกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) PPP Plastics และพันธมิตรในแวดวงพลาสติก ภายใต้การนำของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) สานต่อการจัดการขยะจากที่อยู่อาศัย ส่งเสริมและสร้างความเข้าใจในการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางให้เกิดประโยชน์ กับโครงการ &amp;ldquo;waste to WORTH: แยกไม่ยาก&amp;rdquo; โดยเชิญชวนลูกบ้านและทุกคน ล้าง-ตาก-ทิ้ง เพื่อส่งต่อขยะพลาสติกแบบย่อยสลายไม่ได้ โดยได้ตั้งจุดรับขยะที่โครงการ Habito Mall และขยะพลาสติกที่ลูกบ้านคัดแยกในอีกกว่า 50 โครงการของแสนสิริ จะถูกนำส่งกับ Recycle Day หรือนิติบุคคลในโครงการแสนสิริ ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2564 เพื่อเข้าสู่กระบวนการ Upcycle ต่อไป เพื่อเป็นการตอกย้ำเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมสู่การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนนำพลาสติกรีไซเคิลกลับมาใช้ได้ 100% ภายในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานโครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน (Public Private Partnership for Sustainable Plastic and Waste Management: PPP Plastics) กล่าวว่า โครงการ &amp;ldquo;waste to WORTH: แยกไม่ยาก&amp;rdquo; เป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของยูนิลีเวอร์ แสนสิริ และ PPP Plastics ที่จะช่วยแก้ปัญหาขยะพลาสติกตั้งแต่ต้นทาง การสร้างจุดทิ้งและเชื่อมต่อ Network ตั้งแต่ผู้แยกและผู้นำไปรีไซเคิล เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยนำพลาสติกใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้ตามเป้าหมายของ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561&amp;ndash;2573 ของภาครัฐ การดำเนินงานในครั้งนี้จะช่วยสร้างต้นแบบระบบการจัดการพลาสติกใช้แล้วที่สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green: BCG Model) ที่รัฐบาลกำหนดเป็นโมเดลเศรษฐกิจในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและเป็นวาระแห่งชาติ BCG โดยเฉพาะในส่วนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งเน้นการลดการใช้ทรัพยากร การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการลดมลพิษขยะพลาสติกในทะเลควบคู่กันไปด้วย ในขณะที่ผลิตสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118316</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอบโจทย์ลดค่าครองชีพผู้บริโภค, มั่นใจคลายล็อกดาวน์, ยูนิลีเวอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_615543ed8b9be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; รับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์จากเอกชน ปัดตอบปัญหาขาดแคลนเวชภัณฑ์ในหลายพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.63 -&amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;รับมอบผลิตภัณฑ์จากกลุ่ม บริษัท ยูนิลีเวอร์ จำกัด จำนวนมากกว่าหนึ่งล้านชิ้น ประกอบด้วย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือวาสลีน จำนวน 100,00 ชิ้น ผลิตภัณฑ์ซักผ้าคอมฟอร์ทและเซเว่นท์เจนเนอเรชั่น จำนวน 200,000 ชิ้น และ คนอร์คัพโจ๊กและพาสต้าอีก 70,000 ชิ้น รวมมูลค่า 40 ล้านบาท ทั้งนี้ ยูนิลีเวอร์ มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือบุคลากรทางกรแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศไทย ที่ทำหน้าที่รับมือและต่อสู้กับไวรัส โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากบริษัท CHINA THAITOUR ประกอบด้วย หน้ากากอนามัย(Surgical Mask) 20,000 ชิ้น, ถุงมือทางการแพทย์ 30,000 ชิ้น และ ชุดตรวจอุณหภูมิแบบดิจิตอล 20 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน เปิดเผยว่า สิ่งของที่ได้รับมา เป็นสิ่งที่มีคุณค่า มีประโยชน์ในการใช้ต่อสู้กับโรคระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย ตนเองขอขอบคุณแทนคนไทยทุกคน และหลังจากนี้จะมีการนำสิ่งของที่ได้รับ ไปแจกจ่ายให้กับบุคลากรทางการแพทย์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ระบุการจัดการอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับจากการบริจาคมาว่า การบริหารจัดการหน้ากากอนามัย และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับบริจาคจะแยกส่วนกับส่วนที่กระทรวงฯจัดหามา ซึ่งหน้ากากอนามัยที่ได้รับบริจาค จะมีการทำบันทึกสต๊อก&amp;nbsp;โดยนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำหรับนำไปแจกจ่ายให้โรงพยาบาล เบื้องต้นส่วนกลางก็ได้มีการประชุมร่วมกันกับผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพทั้ง 12 เขต เพื่อหาแนวทางสรุป การจัดสรรอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยืนยันว่า การจัดสรรเป็นธรรมและเป็นไปตามความต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชน เกี่ยวกับกรณีที่มีกระแสข่าวระบุว่า บุคลากรทางการแพทย์หลายพื้นที่ประสบปัญหา อุปกรณ์ และเวชภัณฑ์ขาดแคลน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61814</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดแคลนหน้ากากอนามัย, ยูนิลีเวอร์, อนุทิน ชาญวีรกูล, อุปกรณ์ทางการแพทย์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200402/image_big_5e8584ad8282c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูนิลีเวอร์ เปิดตัวโครงการ “TRASH” แปลงขยะให้มีค่านำร่อง กระบี่ ที่แรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือ กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมควบคุมมลพิษ, เทศบาลเมืองกระบี่, บ.ซีโร่เวสท์โยโล, บ.เบสท์โพลิเมอร์อินเตอร์เนชั่นแนล และ บ.จีอีพีพี สะอาด ฯลฯ เพื่อแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกนำร่องที่เมืองกระบี่ และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนแก่ขยะพลาสติก ประเภทถุงขนม ถุงเติมสบู่ น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน ฯลฯ หรือซองแชมพูประเภท Multilayer และขวดขุ่นประเภท HDPE หรือขวดทึบที่เป็นขวดนม ขวดสบู่เหลว แชมพู น้ำยาซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม เนื่องจากเป็นชนิดพลาสติกที่ไม่มีมูลค่า หรือมูลค่าเชิงพาณิชยน์น้อย ทำให้ไม่เป็นที่นิยมรับซื้อ ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;TRASH ร่วมเปลี่ยนโลก แปลงขยะให้มีค่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;TRASH&amp;rdquo; ย่อมาจาก Tourism to Recycling Actions for the Schools and Homes เป็นโครงการที่เกิดจากพันธมิตรที่หลากหลายไม่ว่าจะ ชุมชน หน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานเอกชนที่จะร่วมสร้างวงจรชีวิต แก่ขยะพลาสติกที่ไม่ได้ถูกจัดเก็บ เพื่อป้องกันไม่ให้รั่วไหลไปสู่สิ่งแวดล้อม ชุมชน และทำลายทัศนียภาพของสถานที่ท่องเที่ยว แต่นำกลับมารีไซเคิลผลิตเป็นข้าวของเครื่องใช้เฟอร์นิเจอร์คืนสู่ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายโรเบิร์ต &amp;nbsp;แคนเดลิโน ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน หนึ่งในความท้าทายทางสิ่งแวดล้อมที่เราต้องเผชิญคือเรื่องขยะพลาสติก ประเทศไทยถูกจัดเป็นประเทศที่ปล่อยขยะลงสู่ทะเลเป็นอันดับ 6 โดยมีขยะพลาสติก 2 ล้านตัน แต่สัดส่วนที่นำไปรีไซเคิล กลับน้อยกว่า 20% จึงเป็นเรื่องเศร้าที่ขยะพลาสติกส่วนที่เหลือสุดท้ายก็ไหลลงสู่คลอง บ่อฝังกลบ หรือเป็นขยะบนท้องถนน ซึ่งในบ้านทุกหลังของเมืองไทยน่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 3 ชิ้นต่อวัน เราจึงต้องแสดงความรับผิดชอบอีกครั้งด้วยการเป็นผู้นำในการกำหนดเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่จะจัดการกับขยะพลาสติก และเปลี่ยนแปลงธุรกิจของเราเพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายให้เป็นจริงที่ยูนิลิเวอร์ ได้ให้คำสัญญาว่าภายในปี 2568 จะเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของเรา ให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ สามารถรีไซเคิลได้และย่อยสลายได้ 100% &amp;nbsp;และยังจะลดการใช้พลาสติกใหม่ในบรรจุภัณฑ์ลงครึ่งหนึ่ง และจะเก็บแปรรูปบรรจุภัณฑ์พลาสติกให้มากกว่าที่ขาย ทั้งนี้ทางยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ได้เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกใหม่เป็นพลาสติกรีไซเคิล &amp;nbsp;post-consumer recycled (PCR) 100% สำหรับแบรนด์ที่ขายดีที่สุดอย่างซันไลต์และคอมฟอร์ท และแบรนด์ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว เซเว่นท์เจนเนอเรชั่น และเลิฟ บิวตี้ แอนด์ แพลนเน็ตแล้ว และบริษัทยังมีแผนที่จะเปลี่ยนมาใช้พลาสติก PCR ในบรรจุภัณฑ์ทุกแบรนด์ของยูนิลีเวอร์ภายใน 2 ปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายโรเบิร์ต กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการ TRASH ถือกำเนิดขึ้น เพื่อป้องกันขยะบนดินไหลลงสู่สิ่งแวดล้อมและเพื่อลดการใช้บ่อฝังกลบโดยการสร้างระบบนิเวศน์ที่จะหมุนเวียนพลาสติก ผ่านการสร้างองค์ความรู้แก่ชุมชนเพื่อระบบบริหารจัดการขยะพลาสติกที่เป็นระบบ ด้วยการแยกขยะ ทำความสะอาด และการสร้างระบบจัดเก็บเพื่อสามารถนำไปรีไซเคิลในท้ายที่สุด ภายใต้ผู้สนับสนุนหลักคือแบรนด์ซิตร้าที่มีปรัชญาจะคืนความสวยงามแก่ธรรมชาติ และลดขยะในสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์กรพันธมิตรทั้ง 11 องค์กรที่ร่วมลงนามและประกาศความร่วมมือ โดยเริ่มที่กระบี่ เมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของไทยก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;Trash จะตั้งเหมือนเป็นเครื่องฮอตสปอร์ต ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งรวบรวมพลาสติกที่ชุมชนเอามาทิ้งในพื้นที่ แล้วเราก็จะทำงานกับหัวหน้าชุมชนในการส่งเสริมให้คนในชุมชนคัดแยกขยะ และนำขยะพลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ ไปทำความสะอาดเข้าสู่ศูนย์ Upcycling จะมีเครื่องจักรีรีไซเคิลอยู่ในโรงงาน ซึ่งเครื่องจักรนี้ ทางยูนิลีเอวร์ได้ลงทุนและมอบให้กับชุมชน ทำหน้าที่เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์พลาสติกเหล่านี้โดยการบดและอัดให้กลายเป็นเศษเล็กๆ ให้สามารถนำมาทำเป็นส่วนประกอบของเฟอร์นิเจอร์ ทำเป็นโต๊ะเก้าอี้ บริจาคให้กับชุมชน&amp;rdquo; นายโรเบิร์ต กล่าวรายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) กล่าวว่า โครงการ TRASH เป็นโครงการที่สอดคล้อง กับนโยบายของ ททท. ที่รณรงค์เพื่อสร้างกระแสใส่ใจสิ่งแวดล้อม และปลูกจิตสำนึกให้นักท่องเที่ยวร่วมกันรับผิดชอบต่อทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดการสร้างภาระขยะในแหล่งท่องเที่ยว มุ่งเป้าที่พลาสติกที่ใช้เพียงครั้งเดียว หรือ Single-use plastic และสนับสนุนการใช้วัสดุธรรมชาติทดแทน โดยททท.ดำเนินโครงการ &amp;ldquo;ลดโลกโลกเลอะ&amp;rdquo; และได้ทำปฏิญญา &amp;ldquo;เที่ยวไทยเท่ ไม่สร้างขยะ ลดโลกเลอะ&amp;rdquo; ร่วมกับหน่วยงาน ต่างๆ เมื่อปี 2561 จากนั้นได้รณรงค์ไปสู่ภาคประชาชนอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงรณรงค์ให้เจ้าของพื้นที่ได้ตระหนักถึงปัญหาขยะที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย ดังนั้น โครงการ TRASH จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญที่จะเป็นแนวร่วมในการรณรงค์ให้การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว อันจะส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวของไทยยังคงความสวยงามและน่าเที่ยวต่อไป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้านนายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ทาง Trash พยายามทำโครงการขึ้นมา โดยจะสร้างความตระหนักกับชุมชน ในการจัดการพลาสติก &amp;nbsp;หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการแยกพลาสติกในครัวเรือน การเก็บพลาสติกตามจุดฮอตสปอร์ต แปรพลาสติกให้เป็นสินค้ามูลค่าเพิ่ม เพราะ 10 &amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาพลาสติกในประเทศไทย มีจำนวนเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด &amp;nbsp;หรือประมาณ 12% ของจำนวนขยะทั้งหมด รัฐบาลจึงให้ความสำคัญถึงปัญหานี้อย่างต่อเนื่องโดยได้จัดทำโร้ดแมป การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 &amp;ndash; 2573 ขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบและทิศทางการดำเนินการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกของประเทศโดยมีเป้าหมายที่ 1 คือ ลด และเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 3 ชนิด ใน ปี 2562 ได้แก่ แคปซีล พลาสติกผสมสารอ็อกโซ่ และไมโครบีด และอีก 4 ชนิด ในปี 2565 ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบางกว่า 36 ไมครอน โฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกแบบบาง และหลอดพลาสติก เป้าหมายที่ 2 คือ การนำขยะพลาสติกกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ร้อยละ 100 ภายในปี 2570&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ปัญหาสำคัญคือ พลาสติกพวกนี้เป็น multi-layer และ HDPE &amp;nbsp;ค่อนข้างเป็นปัญหายากต่อการสลายหรือกำจัด หากเรายังไม่ช่วยกัน ปล่อยให้ภาครัฐทำฝ่ายเดียวมันก็ทำได้แค่ระดับหนึ่ง ปัญหาไม่จบง่ายๆ วันนี้ทางกรมควบคุมมลพิษ พยายามทำกฏหมาย กฏระเบียบ และพยายามคุยกับผู้ประกอบการแล้วว่า ถ้าหากยังใช้หูหิ้วแบบเดิม 400 ปีก็ยังไม่ย่อยสลาย ตัวเลข 2 ล้านตันที่เราพูดถึง เป็นเพียงแค่ตัวเลขจากขยะ 27.8 ล้านตันทั่วประเทศ เรายังไม่รู้เลยว่ายังมีจำนวนขยะที่ไม่ได้อยู่จำนวนนี้อีกกี่ล้านตัน เราต้องหาอะไรมาทดแทนพลาสติกให้ได้ เช่นพวกพลาสติกที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติภายในสามเดือน ส่วนการร่วมงานกันครั้งนี้ นำร่องที่กระบี่แล้ว ก็หวังว่าจะมีการดำเนินการขยายไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นๆ อีกทั่วประเทศในลำดับต่อไป&amp;rdquo; นายประลอง กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนนายชาญณรงค์ &amp;nbsp;ลีลาบูรณพงศ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ กล่าวว่า กระบี่ เป็นสถานที่นักท่องเที่ยวยอดนิยม แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนประมาณ 6 ล้านคน มีรายได้จากการท่องเที่ยวโดยเฉลี่ยปีละ 118,000 ล้านบาท ที่ผ่านมากระบี่ มีการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ สร้างโรดแมปการจัดการขยะแบบยั่งยืนให้เป็น &amp;ldquo;เมืองกระบี่สะอาด&amp;rdquo; ขยะที่รีไซเคิลได้ มี ขวดใสประเภท PET กระป๋องอะลูมิเนียม เหล็ก กระดาษ และเศษไม้ จะมีการซื้อขายผ่านศูนย์รับซื้อและซาเล้ง &amp;nbsp;ในขณะที่ขยะที่ผู้คนเข้าใจว่ารีไซเคิลไม่ได้ อาทิ ขวดขุ่น ขวดทึบ ประเภทโพลีเอทีลีน และถุงขนมที่เคลือบ อะลูมิเนียม หรือฟอยล์ ถูกส่งไปยังบ่อฝังกลบ ปีหนึ่งมากถึง 25 ตัน ส่วนโครงการ TRASH จะสร้างความรู้แก่ชุมชนและ เปลี่ยนทศันคติของคนในชุมชนต่อ ขวดพลาสติกที่ใส่ แชมพู สบู่ น้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือถุงขนมคบเขี้ยว ที่เคยถูก มองว่าเป็นขยะแท้จริงแล้วเป็นวัตถุดิบในสร้างข้าวของเครื่องใช้ และเฟอร์นิเจอร์ที่ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางสาวมยุรี อรุณวรานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีอีพีพี สะอาด จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือกับ บริษัท ยูนิลีเวอร์ เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับบรรจุภัณฑ์โดยการสร้างมูลค่า โดยนำเอา &amp;ldquo;เก็บ&amp;rdquo; แพลตฟอร์มเข้ามาบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูลการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ของโครงการฯ เพื่อทำให้การติดตามผลและการขยายผลมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;ตอบสนองเป้าหมายการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ ให้ได้ 100% โดยบรรจุภัณฑ์ ทุกๆ ชิ้นที่ผ่านเข้ามาในระบบจะถูกบันทึกและรายงานผลบน &amp;ldquo;เก็บ&amp;rdquo; แพลตฟอร์ม ทำให้เรามั่นใจได้ว่าบรรจุภัณฑ์เหล่านั้นได้เดินทางไปสู่การรีไซเคิลจนถึงการสร้างรายได้ให้กับชุมชน เพื่อนำไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51051</URL_LINK>
                <HASHTAG>TRASH, ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร, ยูนิลีเวอร์, ยูนิลีเวอร์ เปิดตัวโครงการ “TRASH” แปลงขยะให้มีค่านำร่อง กระบี่ ที่แรก, โรเบิร์ต  แคนเดลิโน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191122/image_big_5dd7c4c5113aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์จีบ ยูนิลีเวอร์ สหพัฒน์ ผลิตสินค้าราคาถูกป้อนร้านค้าธงฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo; จีบผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ ยูนิลีเวอร์ สหพัฒน์ ผลิตสินค้าราคาถูกป้อนร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ 4 หมื่นแห่ง หวังปั้นให้เป็นร้านขายของถูก ผ่านการจัดมุมธงฟ้า เพื่อช่วยลดค่าครองชีพคนไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีแผนที่จะพัฒนาร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่กำลังจะมีถึง 4 หมื่นแห่งทั่วประเทศให้เป็นร้านค้าที่ขายสินค้าราคาถูก หรือดิสเคาน์ช็อป ให้กับคนไทยอย่างถาวร โดยได้มีการหารือกับผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น ยูนิลีเวอร์ ไปแล้ว ซึ่งได้ตอบรับที่จะผลิตสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาดป้อนให้กับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ และกำลังจะนัดหารือกับเครือสหพัฒน์ภายในเดือนพ.ค.นี้ และมั่นใจว่าจะได้รับความร่วมมือเช่นเดียวกัน ส่วนผู้ผลิตรายอื่น หากสนใจก็สามารถที่จะมาเข้าร่วมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ถือว่าเป็นร้านค้าสำหรับคนจนไปแล้ว เพราะมีสินค้าราคาถูกมาให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 11 ล้านคนได้เข้าไปซื้อสินค้า ซึ่งผมกำลังจะปรับโฉมร้านค้าธงฟ้าประชารัฐเป็นร้านดิสเคาน์ช็อปที่ขายสินค้าราคาถูกให้กับคนไทยทุกคน โดยจะจัดให้มีมุมสินค้าธงฟ้าอยู่ในทุกร้าน ซึ่งมุมธงฟ้านี้ จะมีสินค้าที่ประสานจากผู้ผลิตจัดส่งมาให้ และมีราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป คนมีบัตรหรือไม่มีบัตรก็มาซื้อได้ ซึ่งจะช่วยลดค่าครองชีพได้อย่างถาวร&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังจะร่วมมือกับผู้ขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ เพื่อให้เข้ามาเป็นผู้จัดส่งสินค้าเข้าไปยังร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ โดยเฉพาะร้านค้าที่อยู่ในที่ห่างไกล และสายส่งของผู้ผลิตรายใหญ่เข้าไปไม่ถึง เพื่อให้สินค้ากระจายเข้าร้านค้าธงฟ้าประชารัฐได้ทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้หารือร่วมกับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เช่น ร้านซีเจ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านทวีกิจ ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ และร้านค้าธงฟ้าประชารัฐอื่นๆ ที่มีความพร้อมในการเข้ามาช่วยจำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกรและผู้ผลิตสินค้าชุมชน เช่น สินค้าทางการเกษตร กะปิ น้ำพริก ปลาไส้ตันทอด หรือสินค้าแปรรูปอื่นๆ เป็นต้น โดยร้านเหล่านี้ยินดีที่จะรับสินค้าจากเกษตรกรและชุมชน เพื่อนำไปจำหน่ายต่อให้ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสให้เกษตรกรและผู้ผลิตสินค้าชุมชนมีช่องทางจำหน่ายสินค้าได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดในแต่ละจังหวัด ไปสำรวจสินค้าของเกษตรกรและผู้ผลิตชุมชน และทำการคัดเลือกเข้ามา จากนั้นจะประสานไปยังร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่มีความพร้อมให้ช่วยนำสินค้าไปจำหน่าย ซึ่งน่าจะเริ่มได้ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9615</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ยูนิลีเวอร์, ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ, ร้านธงฟ้า, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สหพัฒน์, สินค้าราคาถูก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b022d3d55df0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
