<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 22:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 22:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศส  คว้าแชมป์ เนชั่นส์ ลีก กู้หน้าหลังร่วงศึกยูโร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส คว้าแชมป์ เนชั่นส์ ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังพลิกเอาชนะ สเปน 2-1 ในนัดชิงชนะเลิศ กู้หน้าแชมป์โลก หลังจากเสียฟอร์มตกรอบ 16 ทีม ศึกยูโร 2020 เมื่อตอนซัมเมอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมนัดชิงชนะเลิศ ที่ซานซีโร่ เมืองมิลาน เอ็มบัปเป้ ได้เป็นฮีโร่ของทีมตราไก่อีกหน โดยเป็นคนซัดประตูชัย ในนาทีที่ 80 ในเกมกับ ทีมชาติสเปน ก่อนนำ ฝรั่งเศส บวกแชมป์ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เพิ่มเติมจาก ถ้วยแชมป์เวิลด์คัพ ที่ทำได้เมื่อ 3 ปีก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเปน เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน จาก มิเกล โอยาร์ซาบาล ในนาทีที่ 64 แต่แค่ 2 นาที ฝรั่งเศส ก็ตามตีเสมอได้จาก คาริม เบนเซมา น.66 ก่อนที่ประตูตัดสินแชมป์จะมาจากฝีเท้าของ ดาวยิงจาก ปารีส แซงต์ แฌร์แม็ง ช่วยให้ทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองป์ส ชนะไป 2-1 และครองแชมป์รายการนี้ไปได้เป็นครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับฟุตบอล เนชั่นส์ ลีก เป็นทัวร์นาเมนท์ระดับเมเจอร์ของทางยูฟ่า ต้องการมาทดแทนแมทช์กระชับมิตรของฟีฟ่า หวังให้เป็นการแข่งขันที่จริงจังมากขึ้น จัดขึ้นครั้งแรก เมื่อฤดูกาล 2018/19 จัดอันดับดิวิชั่นจากค่าสัมประสิทธิ์ จากชาติสมาชิกยูฟ่าทั้ง 55 ชาติ แบ่งเป็น 4 ลีก คือ ลีก เอ ลีก บี ลีก ซี และ ลีก ดี ซอยย่อยลีกละ 4 กลุ่ม มีเลื่อนชั้นและตกชั้น ทีมอันดับหนึ่งหรือทีมแชมป์ของแต่ละกลุ่ม ในลีก เอ จะได้สิทธิไป รอบสุดท้าย เพื่อลุ้นแชมป์ ขณะที่ 4 ทีมจากแต่ละลีก จะได้สิทธิไปลุยศึกยูโร รอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปี 2018-19 โปรตุเกส ซึ่งเป็นเจ้าภาพ คว้าแชมป์ไปครอง หลังเฉือนชนะ เนเธอร์แลนด์ 1-0 ขณะที่ อังกฤษ เพลย์ออฟได้ที่ 3 หลังดวลจุดโทษชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 6-5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สมัยสอง อิตาลีเป้นเจ้าภาพ แชมป์ตกเป็นของ ฝรั่งเศส ที่เฉือนชนะ สเปน 2-1 ส่วน อิตาลี ได้ที่ 3 หลังชนะ เบลเยี่ยม 2-1
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119472</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติฝรั่งเศส, ทีมชาติสเปน, ฟุตบอล, ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_616459959a40a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2020 23:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2020 23:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฟเด้นกด 2 ประตู ขอบคุณเซาธ์เกต คืนตัวจริงทีมชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ฟิล โฟเดน โชว์ฟอร์มเปรี้ยงประเดิมการกลับมายืนตัวจริงในทีมชาตินัดแรกนับตั้งแต่เดือน กันยายน ทำไป 2 ประตู ที่เวมบลีย์ กับอีกหนึ่งแอสซิสต์ ถล่ม ไอซ์แลนด์ กระจุย เมื่อคืนวันพุธ เจ้าตัวยอมรับว่าก่อนเกมเขาอยากได้ความเชื่อมั่นจาก แกเร็ธ เซาธ์เกต บอสสิงโตคำราม เพื่อลืมความผิดพลาดที่แหกกฎโควิดเมื่อ 2 เดือนก่อน ขณะที่บอสทีมสิงโตคำราม รู้สึกยินดีและดีใจที่ได้เห็น มิดฟิลด์ดาวรุ่งจากทีมเรือใบสีฟ้า มีปฏิกิริยาที่ยอดเยี่ยมให้เห็นในการคัมแบ็คตัวริงนัดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิล โฟเดน มิดฟิลด์จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุด ด้วยวัย 20 ปี กับอีก 174 วันที่สามารถยิงได้ 2 ประตูในนัดเดียวให้ทีมชาติอังกฤษ ในสนามกีฬาแห่งชาติ นอกจากนั้นแล้วยังทำแอสซิสต์ได้อีกหสึ่ง ให้ เดแคลน ไรซ์ ทำประตูได้ ในชัยชนะเหนือ ไอซ์แลนด์ 4-0 โดยอีกหนึ่งประตูเป็นผลงานของ เมสัน เมาท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมระหว่าง อังกฤษ กับ ไอซ์แลนด์ ที่เวมบลี่ย์ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา เป็นค่ำคืนของดาวรุ่งที่พากันโชว์ฟอร์มทำผลงานกันอย่างเต็มที่ แต่ไม่มีใครโดดเด่นไปกว่า โฟเด้น กองกลางจากทีม&amp;quot;เรือใบสีฟ้า&amp;quot;แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยโดนลงโทษแบนจากทีมชาติไปเมื่อเดือนที่แล้วสำหรับการฝ่าฝืนมาตรการโคโรน่าไวรัส พร้อมๆกับ เมสัน กรีนวูด ระหว่างการเยือน ไอซ์แลนด์ เมื่อเดือน กันยายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกม โฟเด้น ยอมรับรู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่สามารถตอบแทนความเชื่อมั่นของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของผม ผมต้องพูดอย่างนั้น&amp;quot; โฟเด้น กล่าว &amp;quot;นั่นคือเวลาที่คุณต้องการความเชื่อมั่นใจากผู้จัดการทีมของคุณ และ แกเร็ธ ก็ให้เกียรติผม และให้ผมลงสนาม เขาเชื่อมั่นในตัวผม มันหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่าง ผมมีความสุขมากที่ได้ตอบแทนความไว้วางใจของเจาด้วยการทำประตูและการเล่นด้วยฟอร์มที่ดีมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมตั้งใจมากที่จะกลับมาโชว์ฟอร์มในนัดนี้ ด้วยการทำให้ดีที่สุดเท่าาที่ผมจะทำได้ ผมรู้สึกคื่นสนามเล็กน้อย แต่ผมสนุกกับมันมากๆ ประตูแรกๆของผมกับทีมชาติ มีความหมาอย่างมากสำหรับผม ผมแทบจะหุบยิ้มไม่ได้ มันเป็นความารู้สึกที่เหลือเชื่อ เมื่อคุณทำประตูได้ ความมั่นใจของคุณก็สูงขึ้น ลูกที่สองผมจบสกอร์ได้เยี่ยมจากนอกเขตโทษ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซาธ์เกต ส่งเขาลงเป็นตัวำสรองในเกมนัดก่อนกับ สาธารณรรัฐไอร์แลนด์ เมื่อพฤหัสฯที่แล้ว และเขารู้สึกว่าโปรแกรมลงสนามนัดนี้ เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะปลดปล่อยเขาลงไปโชว์ฟอร์มอย่างเต็มที่ตั้งแต่นาทีแรกของเกมการแข่งขัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมให้เวลาเขาสองสามวันเพื่อผ่อนคลาย สิ่งที่เขาเจอก่อนหน้านี้อาจหนักสำหรับนักเตะที่อายุยังน้อยอย่างเขา แต่ในช่วง 2-3 มานี้เขาเริ่มยิ้มได้ เขาก็ยินดีกับเขาด้วย เรารู้ว่าเขาสามารถทำอะไรได้ เขาจะเป็นผู้เล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับทีมชาติอังกฤษในช่วง 2-3 ปีข้างหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84439</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติอังกฤษ, ทีมชาติไอซ์แลนด์, ฟิล โฟเดน, ฟุตบอล, ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก, แกเร็ธ เซาธ์เกต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb6a32d4d769.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 23:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 23:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เลิฟ&quot;รับวันดับ&quot;อินทรี&quot;เจอกระทิงขวิด 6 ลูก แพ้ครั้งย่อยยับสุด ร่วงศึกเนชั่นส์ลีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
โจอาคิม เลิฟ ยอมรับหาคำอธิบายไม่ได้หลังทีม&amp;quot;อินทรีเหล็ก&amp;quot;เยอรมนี จู่ๆก็ผิดฟอร์ม บุกไปโดน สเปน ไล่ถล่มย่อยยับ 6-0 ในศึกเนชั่นส์ ลีก เมื่อคืนวันอังคาร อดเข้าไปเล่นต่อในรอบ 4 ทีมสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมของ เลิฟ เหมือนอยู่ในช่วงขาลงแล้ว นับตั้แต่โดนเขี่ยตกรอบแบ่งกลุ่ม ในศึกเวิลด์ คัพ ปี 2018 โดยหลังจากนั้น ชนะมาเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้นจากทั้งหมด 8 นัดในเกมทีมชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทั้งที่ก่อนลงสนามนัดตัดสินเกมนี้ เยอรมนี รั้งตำแหน่งท็อปของกลุ่ม A4 ได้แล้วหลังจากเอาชนะ ยูเครน มาในแมทช์ก่อนหน้านี้ ขอเพียงแค่เสมอก็จะตีตั๋วเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้าย แต่กลับมาพลาดท่ารั่วไปถึง 3 ลูกตั้งแต่ครึ่งแรก ขณะที่ฟอร์มในครึ่งหลังก็ยิ่งเละเทะไปกว่าเดิมจนกู่ไม่กลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่รู้จริงๆว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีม&amp;quot; เลิฟ กล่าว หลัง เยอรมนี พบกับความพ่ายแพ้ครั้งยับเยินที่สุดในรอบ 89 ปี และยังเป็นผลการแข่งขันที่เลวร้ายที่สุดในแมทช์การแข่งขันจริงของทีมอินทรีเหล็กอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราแทบจะไม่มีโอกาสลุ้นประตูได้เลย และในการแย่งบอลตัวๆในสนามก็เป็นฝ่ายแพ้หมด นี่มันวันมืดวันดับสำหรับเราชัดๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในครึ่งหลัง เราพยายามที่จะเพรสเกมและดันสูงขึ้นเพื่อทำสกอร์ เพื่อกลับมาสู่เกม แต่ สเปน เล่นได้ดีกว่าเรา พวกเขาเร็วกว่าเรามาก และเล่นได้ด้วยความแม่นยำมากกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนเกมเราได้คุยกันว่า เราเชื่อมั่นใจผู้เล่นทุกคนในทีม และเรากำลังมาในทิศทางที่ถูกต้อง แต่วันนี้เราได้เห็นว่าเราไม่ได้พัฒนาอะไรขึ้นอย่างที่เราคิดเลยหลังจากไม่กี่เกมก่อนหน้านี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟร์ราน ตอร์เรส กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำแฮทริกให้กับทีมเจ้าบ้าน คว้าชัยครั้งถล่มทลายเหนือ แชมป์โลก ปี 2014
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรเมนี เคยแพ้ห่าง 5 ประตูเพียงครั้งเดียวก่อนหน้านี้ในแมทช์การแข่งขันจริง ซึ่งเป็นสมัยที่ยังเป็น เยอรมนีตะวันตก แพ้ให้กับ ฮังการี 8-3 ในศึกฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม ปี 1954 ก่อนจะเจ้าไปล้างตาเอาชนะ ฮังการี ในนัดชิงชนะเลิศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในแมทช์ที่ไม่ใช่แมทช์การแข่งขันจริง เยอรมนี เคยแพ้ถึง 6-0 มาแล้ว พลาดให้กับ ออสเตรีย ในเกมกระชับมิตร ปี 1931
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซร์จ จีนาบรี มิดฟิลด์ตัวเก่งของ เยอรมนี ที่ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมเมื่อคืนวันอังคาร กล่าวเพิ่มเติม &amp;quot;ไม่มีอะไรที่เราทำแล้วได้ผลเลยในค่ำคืนนี้ เราไม่สามารถคอนโทรลพวกเขาได้ พวกเขาสมควรที่จะเอาชนะเราได้อย่างที่พวกเขาทำได้แล้วจริงๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สเปนทำทุกอย่างดีไปหมด ขณะที่เราทำอะไรก็ไม่ถูกซักอย่าง เราไม่รู้ว่าในเวลานี้เราเล่นอยู่ในระดับไหนแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันไม่ใช่เรื่องปกติที่แพ้ในแมทช์การแข่งขันด้วยการเสียประตูมากมายขนาดนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน โทนี่ โครส เพลย์เมกเกอร์จากเรอัล มาดริด ยอมรับหลังเกม &amp;quot;นี่คือหึ่งในความพ่ายแพ้ครั้งเลวร้ายที่สุดในชีวิตนักฟุตบอล ซึ่งมันเจ็บปวดจริงๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84322</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติสเปน, ทีมชาติเยอรมนี, ฟุตบอล, ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก, โจอาคิม เลิฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb54ed33ddf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 00:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 23:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เซาธ์เกต&quot;ป้องอังกฤษอดไปต่อศึกเนชั่นส์ ลีก ยันทำดีสุดแล้ว ชม&quot;กรีลิช&quot;แจ้งเกิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
แกเร็ธ เซาธ์เกต ยืนยัน ทีมชาติอังกฤษ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมแล้วในการเจอกับ เบลเยี่ยม ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แม้จะเป็นฝ่ายแพ้ 2-0 แตะอดผ่านเข้าสู่สเตจสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความหวังของทีมชาติอังกฤษ ที่จะทะลุเข้าไปเล่นในสเตจท้ายของศึกฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เป็นอันต้องสลายไปเรียบร้อย หลังจากเสียท่าให้กับลูกยิงของ ยูรี ตีเลอม็องส์ กับ ดรีส แมร์เท่นส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันที่จริงนัดนี้ ทีมสิงโตคำราม มีโอกาสยิงพอๆกันกับทีมเจ้าบ้าน แต่ที่ยิงตรงกรอบกลับมีไม่ได้มาก สุดท้ายก็เป็นวันที่น่าผิดหวังอีกครั้งสำหรับทีมชาติอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เซาธ์เกต ยังพอที่จะเห็นหลายอย่างที่น่าพอใจ ถือว่าเป็นมุมที่เป็นบวกแม้ทีมจะแพ้และตกรอบเรียบร้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ชอบที่จะแพ้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เราต้องยกเครดิตอันมหาศาลให้กับทีมชุดนี้ ตลอดทั้งเกม พวกเขาสร้างปัญหา และช่วยเกมรับกันอย่างเต็มที่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าเราสุดยอดมากแล้วและผมคงไม่อาจกล่าวชมอะไรได้มากพอสำหรับความเต็มที่ของทุกคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีผู้เล่นในโพรไฟล์ต่างๆ แต่ในบรรดาทั้งหมดนั้น ผมคิดว่า แจ็ค กรีลิช เล่นเกมนี้ได้อย่างโดดเด่นมาก การเสีย ราฮีม สเตอร์ลิง กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ไป ส่งผล เราขาดผู้เล่นที่สปีดน่ากลัวที่สุดไปจากเกมของเรา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ผมก็ยังไม่สามารถตำหนิเกมรุกของทีมได้จนกระทั่งโอกาสสุดท้าย เราสร้างโอกาสได้มากกว่าที่เราทำได้ที่ เวมบลี่ย์เสียอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากคุณเล่นในระดับที่เราทำได้อย่างในค่ำคืนนี้ ผมคิดว่าเรามีแต่จะชนะมากกว่าที่จะแพ้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซาธ์เกต กล่าวด้วยความประทับใจในการลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกให้กับทีมชาติอังกฤษ ของ กรีลิช มิดฟิลด์กัปตันทีมจากแอสตัน วิลล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้เห็นสิ่งที่ผมรู้ว่าผมจะได้เห็นจาก แจ็ค เขาเป็นนักเตะที่กล้าเล่น เขาพาบอลเข้าไปในพื้นที่แคบๆได้ เทคนิคของเขาดีทีเดียว เรารู้ว่าเขาจะเรียกฟรีคิกให้ทีมได้เยอะแน่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าเขาโดดเด่นมาก เขาควรต้องดีใจ ผมเคยอธิบายกับเขาในสิ่งที่เราต้องการได้เห็นตอนที่เราเรียกตัวเข้ามาติดทีมชาติในเดือน กันยายน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เป็นเกมที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับเราที่ได้เห็นเขาเล่นได้ในระดับนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปผลบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีดังนี้ (ทีมหน้าเจ้าบ้าน) อาเซอร์ไบจัน เสมอ มอนเตเนโกร 0-0, ไซปรัส ชนะ ลักเซมเบิร์ก 2-1, ลัตเวีย เสมอ หมู่เกาะแฟโร 1-1, เยอรมนี ชนะ ยูเครน 3-1, โปรตุเกส แพ้ ฝรั่งเศส 0-1, สวิตเซอร์แลนด์ เสมอ สเปน 1-1, สวีเดน ชนะ โครเอเชีย 2-1, มาซิโดเนียเหนือ ชนะ เอสโทเนีย 2-1, สโลวะเกีย ชนะ สกอตแลนด์ 1-0, ตุรกี ชนะ รัสเซีย 3-2, จอร์เจีย แพ้ อาร์เมเนีย 1-2, เบลารุส ชนะ ลิธัวเนีย 2-0, เนเธอร์แลนด์ ชนะ บอสเนีย แอนด์ เฮอร์เซโกวีนา 3-1, บัลแกเรีย แพ้ ฟินแลนด์ 1-2, อัลแบเนีย ชนะ คาซัคสถาน 3-1, เวลส์ ชนะ ไอร์แลนด์ 1-0, อิตาลี ชนะ โปแลนด์ 2-0, ฮํงการี เสมอ เซอร์เบีย 1-1, สโลวีเนีย ชนะ โคโซโว 2-1, สาธารณรัฐเชก ชนะ อิสราเอล 1-0, เดนมาร์ก ชนะ ไอซ์แลนด์&amp;nbsp; 2-1, เบลเยี่ยม ชนะ อังกฤษ 2-0, ออสเตรีย ชนะ ไอร์แลนด์เหนือ 2-1, และ มอลโดวา แพ้ กรีซ 0-2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84057</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติอังกฤษ, ทีมชาติเบลเยี่ยม, ฟุตบอล, ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก, แกเร็ธ เซาธ์เกต, แจ็ค กรีลิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb2bb227dc56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 00:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 23:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซาธ์เกตเตือนแม็คไกวร์เสียแดงทำสิงโตพังคาบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกเร็ธ เซาธ์เกต ยืนยันว่า แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากทุกคนในแคมป์ทีมชาติอังกฤษอย่างเต็มที่ แม้จะเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทีมเสียท่า แพ้ เดนมาร์ก คาบ้าน ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เมื่อคืนวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษ คืนสู่สามัญอีกครั้งหลังจากเพิ่งโค่นทีมแรงกิ้งอันดับหนึ่งของโลก อย่าง เบลเยี่ยม มาได้ในนดที่แล้ว แต่เมื่อคตืนวันพุธที่ผ่านมา เสียท่า แพ้ เดนมาร์ก คาบ้านของตัวเอง 1-0 หล่นจากจ่าฝูงของกลุ่มทันที ประตูเดียวที่เกิดขึ้นมาจาก จุดโทษของ คริสเตียน อีริคเซ่น ขณะที่จุดเปลี่ยนของเกม ก็คือการโดนไล่ออกของ แม็คไกวร์ ที่ได้รับ 2 ใบเหลืองในครึ่งแรก นั่นทำให้ เซาธ์เกต ต้องปรับหมากขยับแทคติก และทันทีที่ ทีมโคนม ได้ประตูขึ้นนำ ไม่นานหลังจากที่ แม็คไกวร์ ต้องออกจากเกมไป โอกาสที่ ทีมสิงโตคำราม เจ้าบ้าน จะไล่กลลับมาก็แทบไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เซาธ์เกต ขอกล่าวชมความพยายามของลูกทีม ที่ไม่ยอมยกธงขาวให้กับทีมคู่แข่งง่ายๆ แม้จะตัวผู้เล่นน้อยกว่า และสกอร์ตามหลังอยู่หนึ่งลูก ขณะเดียวกันก็มองว่า เดนมาร์ก ไม่ควรได้จุดโทษ ซึ่งกลายเป็นประตูตัดสินแพ้ชนะในเกมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมภูมิใจมากกับฟอร์มของนักเตะในวันนี้ ผมคิดว่าเราเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมตอนที่มี 11 คนเท่ากัน เราสร้างปัญหาให้พวกเขาได้ทุกรูปแบบจากการทำเกมทางกราบขวา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การโดนไล่ออก ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป แล้วก็จุดโทษ มันเป็น ไคย์ล วอล์คเกอร์ ที่โดนทำฟาวล์ และผมมองไม่เห็นว่าจะมีฝ่ายเราไปทำฟาวล์ตรงไหน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างน้อยเราก็แสดงให้เห็นถึงความพยายาม ไม่ย่อท้อ หรือยอมแพ้ง่ายๆ เราแสดงให้เห็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยเมื่อต้องเล่นกันแค่ 10 คน ผู้รักษาประตูของพวกเขาก็เซฟได้อย่างเหลือเชื่อ ช่วยให้พวกเขายังนำอยู่ 1-0 ไปจนจบเกม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงอย่างไรก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดถึง แม็คไกวร์ คนที่โดนใบเหลืองแดงในนัดนี้ ขณะที่ฟอร์มในช่วงหลังก็ไม่ได้ดี มีข่าวแย่ทั้งในและนอกสนามมา 2-3 เดือน และเสียงวิจารณ์ยิ่งดังขึ้นอีกเมื่อรวมกับความผิดพลาดของเขาในนัดนี้ แต่ เซาธ์เกต ยืนยันว่า ปราการหลังจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นส่วนสำคัญสำหรับแผนการทำทีมชาติอังกฤษ และเชื่อว่า นักเตะจะแก้ตัวและคืนฟอร์มแกร่งกลับมาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใบเหลืองแรก มาจากการเข้าบอลจังหวะที่เขาไม่จำเป็นต้องทำฟาวล์ และมันทำให้เขาเล่นยากขึ้น ใบเหลืองที่สอง คือการเข้าเสียบช้าสองขา ถือว่ารอดยาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาเป็นผู้เล่นที่สำคัญมากของทีม และมีบทบาทสำคัญที่ต้องทำ เขามีทุกคนสนับสนุนอยู่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว โปรไฟล์ตอนนี้ของเขาเปลี่ยนไปอีกในช่วง 2 ปีหลังเพราะสโมสรที่เขาเล่นให้ ซึ่งก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บวกกับความสำเร็จที่เขามีร่วมกับเรา เชาต้องพยายามต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซาธ์เกต ยังโดนหลายคนวิจารณ์ที่ไม่ยอมส่ง แจ็ค กรีลิช ลงสนาม แต่ บอสทีมสิงโตคำราม อ้างว่า สาเหตุสำคัญก็เป็นเพราะทีมเหลือผู้เล่น 10 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจำเป็นต้องในความเร็วทางริมเส้น เมสัน เมาท์ กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำได้ดีมากแล้ว พวกเขาช่วยกลับมาป้องกันได้ด้วย และเป็นตัวอันตรายให้กับเราได้ดีในแนดหน้า อย่าง เมสัน ก็เกือบทำสกอร์ได้จากลูกโหม่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดมินิค คัลเวิร์ท ลูวิน กับ เจดอน ซานโช ทำได้ดี แฮร์รี่ เคน เก็บลูกโหม่งได้ทุกครรั้ง และเรียกฟาวล์ได้ ซึ่งหมายความว่าเราจะต้องได้เซตพีซใกล้เขตโทษ เพียงแต่ใบแดงทำให้ผิดแผนไปอย่างช่วยไม่ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80688</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติอังกฤษ, ทีมชาติเดนมาร์ก, ฟุตบอล, ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201016/image_big_5f8880e7531cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2020 01:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 23:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เซาธ์เกต&quot;ปลื้มคว่ำแรงกิ้งเบอร์หนึี่งโลก ยึดจ่าฝูงกลุ่ม เนชี่นส์ ลีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิงโตคำราม&amp;quot;ทีมชาติอังกฤษ คว่ำทีมอันดับหนึ่งของโลก เบลเยี่ยม ผงาดขึ้นเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม ในศึก เนชั่นส์ ลีก ได้ เมสัน เมาท์ ซัดแฉลบเป็นประตูชัย หลังจากต่างฝ่ายต่างได้ไปคนละหนึ่งจุดโทษ แกเร็ธ เซาธ์เกต ยอมรับเกมเป็นรอง ซึ่งก็ต้องชม นักเตะของทีมที่ช่วยกันต้านไว้ได้ดี อนาคตอยากให้ทีมยกระดับการเล่นขึ้นได้คงเส้นคงวาเหมือนอย่างทีมท็อปทุกทีม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมชาติอังกฤษ กลับขึ้นรั้งตำแหน่งจ่าฝูง ของ กลุ่ม A2 ของ ศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก หลังบดเอาชนะทีมที่ยืนหนึ่งในการจัดอันดับฟีฟ่า อย่าง เบลเยี่ยม ได้หวุดหวิด 2-1 แม้เกมนี้ ทีมของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ จะดูเหนือกว่าในหลายมุม ทั้งโอกาสลุ้นประตูและการครองบอล และยังส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้ก่อน ที่จะขึ้นนำจริงๆ แต่อดได้ไปเพราะล้ำหน้า ก่อนที่จะผลัดกันได้ประตูจากจุดโทษ เบลเยี่ยม ขึ้นนำก่อน จาก โรเมลู ลูกากู น.16 และ มาร์คัส แรชฟอร์ด น.39 โดยประตูตัดสินเกิดขึ้นในครึ่งหลัง จาก เมสัน เมาท์ ยิงแฉลบปลายสตั๊ดของ โทบี อัลเดไวเรลด์ ส่งบอลโด่งย้อยไปเสียบสามเหลี่ยมเสาไกลพอดิบพอดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือเกมระดับท็อปเลเวล เราใช้ผู้เล่นดาวรุ่งลงสนามมากมายหลายคน ประสบการณ์ในนัดนี้ถือว่าล้ำค่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบลเยี่ยมเป็นทีมระดับท็ฮป และเรารู้ว่าจะต้องเจอคำถามอะไร อย่างในครึ่งแรก ที่พวกเขาเล่นงานเราอย่างหนักจากทางกราบทั้งสองข้าง สร้างปัญหาให้กับเราได้ดีทีเดียว แต่ก็ผ่านมาได้&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อันที่จริง เราไม่น่าเสียจุดโทษ เราอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าสำหรับการเล่นบอล แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เราก็ตอบโต้คืนได้ดีมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีหลายจุดที่เรายังทำให้ดีกว่านี้ได้ เราจะไม่ประมาทกับชัยชนะที่ได้ในนัดนี้ และเราจำต้องพร้อมเต็มที่ในการเจอกับ เดนมาร์ก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณภาพของทีมฝ่ายตรงข้ามของเรา คือสิ่งที่จุดประกายในการทำงานของเรา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมาท์ กลายเป็นนักเตะของอังกฤษ คนที่ 4 ที่ทำประตูแรกกับทีมชาติได้ในช่วง 4 วันนี้ ต่อจาก โดมินิค คัลเวิร์ท-ลูวิน, คอเนอร์ โคดี้ และ แดนนี่ อิงก์ส ที่มีสกอร์กันไปในเกมระชับมิตร กับ เวลส์ ซึ่ง เมาท์ กล่าว ว่า &amp;quot;มันเป็นความสำเร็จที่พิเศษ ที่ผมทำประตูแรกกับทีมชาติที่เวมบลี่ย์ได้ ผมหาพื้นที่ในการเล่น และในใจของผมตอนนั้นก็มีอยู่อย่างเดียว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันแแฉลบผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม แต่ผมไม่สนว่ามันจะเข้าไปได้อย่างไร ขอให้เข้าไปได้ก็เป็นพอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อังกฤษ ตอนนี้ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงกลุ่ม A2 เตะ 3 นัดมี 7 คะแนน ตามด้วย เบลเยี่ยม 6 เดนมาร์ก 4 และ ไอซ์แลนด์ 0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80306</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติอังกฤษ, ทีมชาติเบลเยี่ยม, ฟุตบอล, ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201013/image_big_5f849a30e00da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 19:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตะ 3 นัดอินทรีเหล็กเพิ่งชนะ บุกเชือดยูเครนศึกเนชั่นส์ลีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อินทรีเหล็ก&amp;quot; เยอรมนี เก็บชัยนะนัดแรก ในศึก เนชั่นส์ ลีก กลุ่ม A4 ได้แล้ว หลังบุกไปเฉือนชนะ ยูเครน 2-1 ในการแข่งขัน เมื่อคืนวันเสาร์&amp;nbsp; โดยเป็นการชนะนัดแรกใน 3 นัด และยังเป็นชัยชนะนัดแรก จากทั้งหมด 7 นัด ตั้งแต่เริ่มแข่งรายการนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมทเธียส กินเตอร์ ช่วยให้ทีมเยือนขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 20 ก่อนที่ ลีออน โกเร็ตสกา โขกให้ทีมอินทรีเหล็กหนีห่างเป็น 2 ลูก หลังกลับมาเล่นในครึ่งหลังได้แค่ 4 นาที จากความผิดพลาดของผู้รักษาประตูยูเครน จอร์จี บุชชาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นัดนี้ โจอาคิม เลิฟ จะพักผู้เล่นตัวหลักจาก บาเยิร์น มิวนิค กับ ไลป์ซิก ไปหลายคน แต่ เยอรมนี ก็ยังเหนือกว่าเยอะมาก อย่างไรก็ตาม จุดโทษชอง รุสลาน มาลินอฟสกี ในนาทีที่ 77 ก็ช่วยให้แฟนบอลเจ้าถิ่น 20,000 คน ที่ โอลิมปิก สเตเดี้ยม กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง แต่ เยอมนี ที่โดนตีเสมอได้มาตลอดทั้ง 3 เกมหลังสุด ก็สามารถรักษาสกอร์นี้ไว้ได้จนจบเกม และชนะไปหวุดหวิด 2-1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลการแข่งขันอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน สเปน เปิดบ้านเฉือนชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 1-0 มิเกล โอยาร์ซาบาล แท็ปอินเข้าไปในนาทีที่ 14 จากความผิดพลาดของ ยานน์ ซอมเมอร์ ที่จ่ายบอลพลาดมาเข้าทางผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจนนำไปสู่การเสียประตูของทีมจากแดนนาฬิกา ชัยชนะนัดนี้ ทำให้ สเปน รั้งตำแหน่งจ่าฝูง กลุ่ม A4 อย่างเหนียวแน่น เตะ 3 นัด มี 7 คะแนน มากกว่า เยอรมนี อันดับ 2 อยู่ 2 แต้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมทช์ต่อไปของกลุ่ม อังคารนี้ ยูเครน จะได้เปิดบ้านรับการไปเยือนของ สเปน ขณะที่ เยอรมนี ที่ปีที่แล้วชนะไม่ได้แม้แต่นัดเดียวในรายการนี้ จะพบ สวิตเซอร์แลนด์ ในเกมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80176</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติยูเครน, ทีมชาติเยอรมนี, ฟุตบอล, ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f82fb0817b0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
