<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขึ้นทะเบียน‘ดอยเชียงดาว’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยูเนสโกยก &amp;#39;ดอยหลวงเชียงดาว&amp;#39; พื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งใหม่โลก รมว.ทส.ปลื้ม ชี้คุณค่าระดับสากล เป็นแหล่งอาศัยของพืช-สัตว์ป่าเฉพาะถิ่น-หายากพรรณไม้ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นชนิด มีแนวโน้มค้นพบชนิดพันธุ์ใหม่ของโลก เตรียมตั้งองค์กรมาดูแลสู่การพัฒนาแบบบูรณาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 16 ก.ย. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดแถลงข่าวผลการพิจารณาของสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) หลังที่ประชุมมีมติรับรองพื้นที่ดอยเชียงดาวเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งใหม่ของโลก ณ เมืองอาบูจา สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2564
นายวราวุธเปิดเผยว่า นับเป็นเวลา 45 ปีที่ประเทศไทยมีส่วนร่วมในโครงการมนุษย์และชีวมณฑลของยูเนสโก พื้นที่สงวนชีวมณฑลได้พัฒนาคุณค่าของการเป็นพื้นที่เพื่อการศึกษาวิจัยสู่พื้นที่แห่งการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดเวลา ที่ผ่านมาประเทศไทยมีพื้นที่ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล จำนวน 4 แห่ง ต่างมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยที่มีพื้นที่ที่ได้รับความสำคัญในเชิงคุณค่าความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมในระดับสากล
นายวราวุธกล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการสภาประสานงานระหว่างประเทศว่าด้วยโครงการด้านมนุษย์และชีวมณฑล ครั้งที่ 33 ณ&amp;nbsp; สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย วันที่ 15 ก.ย. ยูเนสโกได้รับรองพื้นที่สงวนชีวมณฑลดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งที่ 5 ของประเทศไทย และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลโลก พื้นที่สงวนชีวมณฑลดอยเชียงดาวเป็นพื้นที่ที่มีความมหัศจรรย์ ไม่เพียงแต่ในด้านของสังคมพืชกึ่งอัลไพน์ และสัตว์ป่าเฉพาะถิ่นและหายาก แต่รวมถึงความผูกพันทางจิตวิญญาณของผู้คนท้องถิ่นที่มีต่อดอยเชียงดาว ปราชญ์ ศิลปิน ผู้นำและชุมชนที่เข้มแข็งเต็มเปี่ยมด้วยจิตสำนึกรักบ้านเกิด และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่จะส่งต่อให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ ด้วยศักยภาพของพื้นที่สงวนชีวมณฑลดอยเชียงดาวในการเป็นต้นแบบของการบูรณาการความรู้ ทั้งด้านหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (BCG Economy) การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมที่ยั่งยืน และแนวคิด เทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ ในระดับประเทศและสากล ที่จะเป็นประโยชน์ต่อชาวเชียงดาวและจังหวัดเชียงใหม่
นายวราวุธกล่าวต่อว่า การประกาศขึ้นเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลเป็นเพียงจุดเริ่มต้น จากนี้ไปทาง ทส.จะสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่สงวนชีวมณฑลดอยเชียงดาว เพื่อพัฒนาบูรณาการพื้นที่ต้องจัดการให้มีผู้จัดการพื้นที่สงวนชีวมณฑล และมีองค์กรรับผิดชอบโดยตรง นอกจากนี้ ทส.กำลังดำเนินการเสนอเขาพระแทว จ.ภูเก็ต ให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งที่ 6 ของประเทศไทยด้วย
สำหรับพื้นที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ มีความโดดเด่นด้านภูมิทัศน์ด้วยภูเขาหินปูนโดดเด่นตระหง่าน มีดอยหลวงเชียงดาวซึ่งเป็นยอดเขาสูงเป็นอันดับ 3 ของไทย ในภาพรวมพื้นที่นำเสนอนี้เป็นส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำปิงตอนบน โดยมีทั้งระบบนิเวศดั้งเดิมที่ได้รับการปกปักรักษามายาวนาน และพื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูให้คืนความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าไม้มาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 40 ปี ธรรมชาติที่เป็นแกนกลางของพื้นที่ดอยเชียงดาวได้อำนวยนิเวศบริการแก่ชุมชนโดยรอบ มีสังคมพืชกึ่งอัลไพน์ที่หาได้ยากยิ่งในประเทศไทย พื้นที่นำเสนอนี้เป็นถิ่นอาศัยของพรรณไม้มากกว่า 2,000 ชนิด หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของพรรณไม้ในประเทศไทย และมีพรรณไม้ที่เชื่อมโยงให้เห็นว่าภูมิประเทศนี้ทอดยาวลงมาจากตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย ที่ราบสูง Quinhai-Tibet และจีนตอนใต้ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า จำนวน 672 ชนิด จาก 358 สกุล ใน 91 วงศ์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวซึ่งเป็นหัวใจของทรัพยากรธรรมชาติ
นอกจากนี้พื้นที่เป็นแหล่งอาศัยที่ปลอดภัยของสัตว์ป่าสงวน ได้แก่ กวางผา และเลียงผา รวมถึงสัตว์ป่าคุ้มครองอีกหลายชนิด และมีความเป็นไปได้สูงที่จะค้นพบพืชและสัตว์ชนิดพันธุ์ใหม่ของโลกได้ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของคนเชียงดาวถึงความสำเร็จในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116937</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอยหลวงเชียงดาว, ยูเนสโก, สงวนชีวมณฑล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โครงการมนุษย์และชีวมณฑลของยูเนสโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_61432945a0ab8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี! &#039;ยูเนสโก&#039; ประกาศ &#039;ดอยเชียงดาว&#039; เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งใหม่ของโลกปี 2021</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.64 - ทวิตเตอร์ รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล แจ้งว่า ข่าวดี! #ยูเนสโก ประกาศ &amp;ldquo;ดอยเชียงดาว จ.เชียงใหม่&amp;rdquo; เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งใหม่ของโลกปี 2021&amp;nbsp; #ดอยเชียงดาว มีพื้นที่กว่า5.36แสนไร่ มีความโดดเด่น เช่น&amp;nbsp;ภูเขาหินปูน สูงอันดับ 3 ของไทย&amp;nbsp;มีพรรณไม้กว่า 2,000 ชนิด คิดเป็น 20% ของทั้งประเทศ และเป็นแหล่งอาศัยของกวางผา เลียงผา (สัตว์ป่าสงวน)
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116888</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, ดอยเชียงดาว, พื้นที่สงวนชีวมณฑล, ยูเนสโก, รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142b7d49ef4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยูเนสโก&#039; เตรียมประกาศ ‘ดอยเชียงดาว&#039; เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งใหม่ โดดเด่นมีสังคมพืช เชื่อมโยงเทือกเขาหิมาลัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ก.ย.64- &amp;nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานข่าวในเพจของกรมว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) กำหนดจัดการประชุมสภาประสานงานระหว่างชาติว่าด้วยโครงการด้านมนุษย์และชีวมณฑล (International Co-orinating Council on the Man and the Biosphere Programme: MAB-ICC) ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 13-17 กันยายน 2564 ณ เมืองอาบูจา สาธารณรัฐไนจีเรีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในการนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช จะเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมดังกล่าว ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งจะมีการพิจารณารับรองการเสนอพื้นที่สงวนชีวมณฑล แห่งใหม่ จำนวน 22 แห่ง ในวันที่ 15 กันยายน 2564 โดยมีพื้นที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่จะมีการพิจารณาบรรจุในบัญชีรายชื่อพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งใหม่ ของปี ค.ศ. 2021&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยยกความสำคัญของพื้นที่ ประกอบด้วย สังคมพืชกึ่งอัลไพน์ ที่เชื่อมโยงกับสังคมพืชในเทือกเขาหิมาลัย ทางตอนใต้ของจีน ภูมิประเทศเขาหินปูน ภูมิปัญญาเหมืองฝาย ตัวอย่างกลไกการจ่ายแทนคุณระบบนิเวศ ในพื้นที่บ้านปางมะโอ พื้นที่แกนกลางที่ได้รับการดูแลโดยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว มาเป็นเวลากว่า 40 ปี และศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่ โดยมีการจัดการผลกระทบจากการท่องเที่ยวที่เข้มข้น โดยเฉพาะเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยหลวงเชียงดาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พื้นที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ มีความโดดเด่นด้านภูมิทัศน์ด้วยภูเขาหินปูนโดดเด่น มีดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งเป็นยอดเขาสูงเป็นอันดับสาม ของประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำปิงตอนบน โดยมีทั้งระบบนิเวศดั้งเดิมที่ได้รับการปกปักษ์รักษามาอย่างยาวนาน และพื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูให้คืนความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าไม้ มาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 40 ปี เป็นแหล่งอาศัยที่ปลอดภัยของสัตว์ป่าสงวน ได้แก่ กวางผา และเลียงผา รวมถึงสัตว์ป่าคุ้มครองอีกหลายชนิด และมีความเป็นไปได้สูงที่จะค้นพบพืชและสัตว์ชนิดพันธุ์ใหม่ของโลกได้ และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม อาทิ วัฒนธรรมของชาวไทยใหญ่ ม้ง มูเซอ ลีซอ ปกากะญอ และวัฒนธรรมล้านนา ซึ่งแต่ละกลุ่มสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ พื้นที่ดอยเชียงดาว มีความพร้อมที่เอื้อต่อการวิจัยในพื้นที่ เนื่องจากมีสถานีวิจัยในพื้นที่ โดยเฉพาะด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีประสบการณ์โดดเด่นในการจัดการพื้นที่คุ้มครองเพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่า โดยเฉพาะความสำเร็จในการอนุรักษ์กวางผาในถิ่นที่อยู่ นอกจากนี้ ในพื้นที่ยังมีสถานีวิจัยต้นน้ำ และสถานีวิจัยเกษตรพื้นที่สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในส่วนของการจัดการเชิงพื้นที่ พื้นที่ดอยเชียงดาว มีพื้นที่รวม 85,909.04 เฮกแตร์ (536,931 ไร่) ซึ่งเป็นการกำหนดเขตเพื่อการส่งเสริมให้เกิดการจัดการที่ยั่งยืน โดยไม่กระทบกับการบังคับใช้กฎหมายและการปกครองที่มีอยู่ พื้นที่แกนกลางและพื้นที่กันชนจัดการโดยใช้ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มีคณะกรรมการที่ปรึกษาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ในส่วนของพื้นที่รอบนอก การบริหารจัดการจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของส่วนราชการภูมิภาคและท้องถิ่น ที่ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต และการทำงานอย่างมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนที่จะเป็นประโยชน์และสอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่สงวนชีวมณฑลในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การจัดตั้งพื้นที่สงวนชีวมณฑล คาดว่าจะเกิดประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่น หลายด้าน อาทิ การถ่ายทอดความรู้ด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม การส่งเสริมการพัฒนาการให้บริการที่เป็นมืออาชีพทั้งด้านการท่องเที่ยว และการศึกษาธรรมชาติ การเพิ่มช่องทางการตลาดของสินค้า ผลิตภัณฑ์และการบริการที่ผลิตในพื้นที่นำเสนอ ด้วยการควบคุมคุณภาพของสินค้าภายใต้การเป็นแหล่งสงวนชีวมณฑล การรักษาสภาพแวดล้อมที่ดี และความอุดมสมบูรณ์ไว้ให้ประชาชน เกิดการบูรณาการกิจกรรมของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ตอบสนองเป้าหมายร่วม ทำให้พื้นที่เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน การอนุรักษ์ระบบนิเวศ การพัฒนาสังคม เศรษฐกิจของชุมชน และการถ่ายทอดความรู้และวิทยาการต่าง ๆ ไปยังเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลอื่น ๆ ทั่วโลก และ เป็นความภาคภูมิใจในถิ่นฐานที่ได้รับความสำคัญในระดับสากล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116636</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ดอยเชียงดาว, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, พื้นที่สงวนชีวมณฑล, ยูเนสโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_61400c432a64c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 18:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยเฮลั่น! &#039;ยูเนสโก&#039; ขึ้นทะเบียน &#039;ป่าแก่งกระจาน&#039; เป็นมรดกโลกแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค.64 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กว่า 6 ปี ที่ประเทศไทยมุ่งมั่นผลักดันพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน และเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลก โดยมีการนำเสนอมาแล้วถึง 3 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2558 พ.ศ. 2559 และ พ.ศ. 2562 จนเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญครั้งที่ 44 ในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นการจัดประชุมผ่านระบบทางไกล ระหว่างวันที่ 16 -31 กรกฎาคม 2564 โดยสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพ และเป็นที่น่ายินดีว่าในปีนี้พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ภายใต้เกณฑ์ข้อที่ 10 ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งนับเป็นความสำเร็จในการดำเนินการอนุรักษ์พื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัยที่มีความสำคัญสูงสุดสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในถิ่นกำเนิด รวมไปถึงการเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่มีคุณค่าโดดเด่นเชิงวิทยาศาสตร์ หรือ เชิงอนุรักษ์ระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ กล่าวต่อว่า&amp;nbsp;พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานนั้น เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 6 ของประเทศไทย และเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ แห่งที่ 3 ของไทย นับตั้งแต่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ - ห้วยขาแข้ง ในปี พ.ศ. 2534 และ กลุ่มป่าดงพญาเย็น - เขาใหญ่ ในปี พ.ศ. 2548 ซึ่งพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เนื่องจากเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่ใกล้สูญพันธุ์ และมีคุณค่าโดดเด่นระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมไปถึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำปราณบุรี และแม่น้ำภาชี เป็นป่าผืนใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 2.5 ล้านไร่ (4,089 ตารางกิโลเมตร) มีความยาวตั้งแต่เหนือสุดถึงใต้สุดของพื้นที่ มากกว่า 200 กิโลเมตร ประเทศไทยในฐานะเจ้าของแหล่ง จะต้องปกป้องรักษาแหล่งที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกให้คงคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลไว้ให้ลูกหลานต่อไป ซึ่งการที่พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศ และเป็นความภาคภูมิใจของคนในประเทศแล้ว ยังทำให้คนในประเทศเกิดการตระหนัก รู้สึกเป็นเจ้าของและหวงแหนทรัพยากรที่เรามีอยู่ด้วย ประโยชน์หลัก ๆ อีกด้วย เช่น 1) ส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ชนิดพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ ที่มีคุณค่าโดดเด่น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ และศึกษาวิจัยในระดับสากล &amp;nbsp;2) ยกระดับการอนุรักษ์พื้นที่ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ให้คงคุณค่าของแหล่ง เพื่อส่งต่อไปยังอนุชนรุ่นต่อไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งในระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น 3) ส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การพัฒนาอย่างยั่งยืน และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชน และ 4) สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากกองทุนมรดกโลกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมที่จะดำเนินการร่วมกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการสร้างสมดุลในการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืน ยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นมาตรฐานสากลมากขึ้น รวมทั้ง ให้ราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจานมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยสอดคล้องกับกฎหมาย นโยบาย มติ และระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า ไทยจะรักษาแหล่งมรดกโลกพื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน ให้คงไว้ และสามารถส่งต่อไปยังอนุชนรุ่นหลังสืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111185</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, มรดกโลก, ยูเนสโก, เพชรบุรี, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fea0cd73b37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รมว.ทส.&#039; ยันเคลียร์แล้ว ยูเนสโกท้วงสร้างเขื่อนในป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์กรณีองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ทักท้วงกรณี กรมชลประทานเข้าศึกษาข้อมูลสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังมืดและอ่างเก็บน้ำลำพระยาธาร ในผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ว่า ทางยูเนสโกไม่ได้เจาะจงมาเฉพาะเขื่อนใดเขื่อนหนึ่ง ซึ่งในบริเวณอุทยานแห่งชาติที่เป็นมรดกโลกตรงนั้น มีแผนการศึกษาเขื่อนใหญ่ๆอยู่หลายเขื่อน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ยูเนสโกสอบถามมา เพราะการทำโครงการใดโครงการหนึ่ง หากมีผลกระทบต่อความสมบูรณ์ ทางยูเนสโกก็จะเป็นห่วงและกังวล ซึ่งทส.ตอบกลับยูเนสโกแล้วว่า แผนที่ให้เราดูนั้นเป็นเพียงแผนการศึกษาระบบน้ำของทั้งประเทศ ยังไม่ได้แปลว่าเราดำเนินการก่อสร้างเป็นเพียงแผนการศึกษาเท่านั้น ว่าถ้าเราจะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำทั้งระบบจะต้องดำเนินการยังไงบ้าง ส่วนแผนที่เกิดมานั้นยังไม่มีการทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) หรือแผนอนุมัติงบประมาณใดๆ นี่คือสิ่งที่เราชี้แจงยูเนสโกและเข้าใจกันดีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซึ่งมีข่าวออกมาอย่างนี้ตลอด ขนาดเรื่องของแก่งกระจาน ที่มีข่าวว่ายูเนสโกชะลอเรื่องเข้า แต่ในความเป็นจริง ยูเนสโกประชุมกันแล้วว่า จะมีการประชุมเรื่องมรดกโลกในกลางเดือนกรกฎาคม และจะนำเรื่องของแก่งกระจานเข้าเป็นวาระพิจารณาด้วย ดังนั้นข่าวที่เกิดขึ้นขอให้ประชาชนตรวจความแม่นยำก่อน&amp;quot;นายวราวุธกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97746</URL_LINK>
                <HASHTAG>มรดกโลก, ยูเนสโก, วราวุธ ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062a3bdcf706.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2020 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2020 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศก.ทำแผนอนุรักษ์มรดกโลกสุโขทัยต่อยูเนสโก ปี 64 บูรณะกลุ่มโบราณสถานเขตอรัญญิก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9 ต.ค. 63 - นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานและการจัดทำรายงานแผนการอนุรักษ์ของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกประจำงวดเพื่อรายงานต่อยูเนสโก โดยสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย กรมศิลปากร ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมจัดทำรายงานด้านต่างๆ แล้ว อีกทั้งยังมีแผนการอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานในการดูแลแหล่งมรดกโลกเป็นอย่างดี ส่วนกรณีพบปัญหาการตั้งบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างของประชาชนบนแนวกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออก ได้ย้ำให้ประสานงานกับจังหวัดเพื่อหาแนวทางแก้ไขระยะยาว กรณีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในปัจจุบันจะไม่อนุญาตให้มีการปลูกสร้างหรือต่อเติมอีก ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ขัดกับหลักเกณฑ์การดูแลรักษาแหล่งมรดกโลก อีกทั้งได้มอบให้สำนักศิลปากรและอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยจัดแผนฟื้นฟูและส่งเสริมการท่องเที่ยวจากจากสถานการณ์โควิด-19 ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้ามาท่องเที่ยวด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย เชื่อมโยงการท่องเที่ยวแหล่งโบราณสถานกับสถานที่ต่างๆ รวมถึงการจัดทำคิวอาร์โคดแผนที่การท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านนางธาดา สังข์ทอง ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาตร์สุโขทัย กล่าวว่า สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย ได้รับงบประมาณเป็นงบลงทุนเพื่ออนุรักษ์และพัฒนาอุทยานฯ จำนวน 18 ล้านบาท และงบจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ โดยปี 2563 ได้จัดทำโครงการบูรณะและเสริมความมั่นคงโบราณสถานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว อาทิ วัดสังฆาวาส วัดป่าเรไร วัดเชตุพน โครงการขุดแต่งทางโบราณคดีเพื่อออกแบบบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์กลุ่มโบราณสถานเขาพระบาทใหญ่ กลุ่มโบราณสถานเขตอรัญญิก อาทิ วัดต้นมะกอก วัดทัพสะแก และกลุ่มโบราณสถานวัดหินตั้ง-วัดไผ่ยายลิ้ม อาทิ วัดหินตั้ง วัดไผ่ยายลิ้ม วัดตระพังนาค จัดทำโครงการปรับปรุงผิวถนนรอบคูเมืองชั้นใน จัดทำศูนย์ข้อมูลมรดกโลก 3 อุทยาน ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ในปี 2564 ได้รับจัดสรรงบอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานเพื่อดำเนินการต่อเนื่อง รวมถึงโครงการบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์กลุ่มโบราณเขตอรัญญิก และปรับปรุงภูมิทัศน์กลุ่มโบราณสถานวัดหนองปรือ วัดเนินร่อนทอง วัดปากท่อเหนือ-ใต้ โครงการบูรณะเสริมความมั่นคงโบราณสถานมรดกโลก และโครงการปรับปรุงระบบสายไฟลงดินและระบบไฟฟ้าส่องสว่างภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จำนวน 70 ล้านบาท โดยจะต้องจัดสรรเพิ่มเติมอีก 20 ล้านบาท ในปี 2565 และจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้เข้าชมอุทยานฯ ลดลงจากปี 2561 มีนักท่องเที่ยว 33 ล้านคน ปี 2562 มีจำนวน 31 ล้านคน และปี 2563 ลดลงเหลือ 17 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ได้มีการจัดแผนส่งเสริมการจัดกิจกรรมและการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ อาทิ กิจกรรมวิ่งมาราธอนและให้หน่วยงานต่างๆ สามารถเข้ามาจัดกิจกรรม โดยจัดมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด&amp;quot; นางธาดา กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83296</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, นสพ.ไทยโพสต์, มรดกโลก, ยูเนสโก, อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa907ff5c61c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเนสโกห่วง&#039;สถานีไฮสปีดอยุธยา&#039; หามาตรการดูแล ไม่กระทบมรดกโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>

&amp;nbsp;

&amp;nbsp;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 7 ต.ค. - นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จากการประชุมหารือร่วมกับ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และนายพิเชฐ คุณา ธรรมรักษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีประเด็นพิจารณาการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ &amp;ndash; หนองคาย โดยอยู่ระหว่างการสร้างเส้นทางช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ &amp;ndash; นครราชสีมา ซึ่งเส้นทางดังกล่าวได้ผ่านบริเวณสถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยาที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และผ่านในพื้นที่ใกล้กับแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้หลายฝ่ายมีความวิตกกังวลถึงการก่อสร้างสถานีรถไฟที่มีขนาดใหญ่ เพื่อรองรับระบบการคมนาคมขนส่งทางรางในบริเวณนั้น จะส่งผลต่อสถานีรถไฟเดิมที่เป็นโบราณสถานและแหล่งมรดกโลก

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประทีป กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ศูนย์มรดกโลก องค์การยูเนสโก ได้มีหนังสือส่งมายังกรมศิลปากร แสดงความห่วงใยและกังวลถึงโครงการดังกล่าวเช่นกัน โดยเฉพาะให้หามาตรการดูแลเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ทั้งด้านภูมิทัศน์และคุณค่าความโดดเด่นของมรดกโลก ดังนั้น จึงหารือแนวทางการลดผลกระทบในทางลบแก่โบราณสถานและแหล่งมรดกโลก

&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ที่ประชุมมีความเห็นเบื้องต้นว่า การก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงและการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี ให้พยายามลดขนาดของอาคาร โดยยึดหลักความเรียบง่ายและความจำเป็นในการใช้งาน รวมทั้งให้ความสำคัญกับประโยชน์ใช้สอยหลักทางด้านการคมนาคม ขณะที่การพัฒนาพื้นที่เพื่อการสันทนาการและการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่สำหรับการพัฒนาพื้นที่เพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจและการค้าให้ถือเป็นความสำคัญในลำดับรอง พร้อมกันนี้ ให้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณารูปแบบสถานีและการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีร่วมกันต่อไป ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ตนจะนำประเด็นดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งมี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เป็นประธาน วันที่ 9 ต.ค. นี้ จากนั้นจะส่งการประชุมต่อไปยังคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ต่อไป &amp;quot; นายประทีป กล่าว

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79760</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, นสพ.ไทยโพสต์, นายประทีป เพ็งตะโก, ยูเนสโก, สถานีรถไฟความเร็วสูงที่อยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d7b95c6e2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
