<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 18:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผ่นดินไหวขนาด8.2นอกฝั่งอะแลสกา เตือนภัยสึนามิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดแผ่นดินไหวนอกชายฝั่งของคาบสมุทรอะแลสกาของสหรัฐเมื่อช่วงดึกวันพุธตามเวลาท้องถิ่น สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐระบุมีแรงสั่นไหวขนาด 8.2 และเกิดในระดับตื้น พร้อมออกคำเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ Getty Images&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของสำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ (ยูเอสจีเอส) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม เผยว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองเพอร์รีวิลล์ของมลรัฐอะแลสกา ทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 91 กิโลเมตร พร้อมกับเตือนภัยคลื่นยักษ์บริเวณชายฝั่งภาคใต้ของอะแลสกาและคาบสมุทรอะแลสกา ขณะรัฐบาลสหรัฐเตือนภัยสึนามิตามแนวชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของอะแลสกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดคลื่นสึนามิที่อันตรายจากแผ่นดินไหวครั้งนี้กับชายฝั่งบางแห่งภายใน 3 ชั่วโมงถัดจากนี้&amp;quot; ระบบเตือนภัยสึนามิของสหรัฐเตือนในแถลงการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า แผ่นดินไหวเกิดเมื่อเวลา 22.15 น.ของวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับ 13.15 น. วันพฤหัสบดีของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองโคดิแอค ที่เป็นเกาะนอกชายฝั่งอะแลสกามีประชากรราว 6,000 คน เสียงไซเรนเตือนภัยคลื่นยักษ์ดังขึ้น สถานีวิทยุท้องถิ่นช่องเคเอ็มเอ็กซ์ทีกล่าวว่า หากเกิดสึนามิ คลื่นจะเดินทางถึงเมืองนี้ในเวลา 23.55 น.ตามเวลาท้องถิ่น มีวิดีโอที่นักข่าวและชาวเมืองโพสต์ทางโซเชียลมีเดีย เผยให้เห็นประชาชนขับรถออกห่างจากชายฝั่งโดยมีเสียงไซเรนเตือนภัยดัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาะฮาวายก็ออกคำเตือนเฝ้าระวังคลื่นยักษ์เช่นกัน โดยประชาชนถูกขอให้อยู่ห่างจากชายฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูเอสจีเอสกล่าวด้วยว่า เกิดอาฟเตอร์ช็อก 5 ครั้งภายใน 90 นาทีนับแต่แผ่นดินไหว ครั้งรุนแรงสุดวัดแรงสั่นสะเทือนได้ขนาด 6.2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวลา 3 ชั่วโมงหลังคำเตือน ศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งชาติประกาศยกเลิกคำเตือนภัยคลื่นยักษ์ทั้งหมดบริเวณชายฝั่งตอนใต้ของอะแลสกาและคาบสมุทรอะแลสกา โดยตรวจพบสึนามิขนาดเล็กซัดเข้าชายฝั่งอะแลสกาอย่างน้อย 6 จุด คลื่นสูงสุดวัดระดับความสูงได้ 21 เซนติเมตรเหนือความสูงคลื่นปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อะแลสกาซึ่งตั้งอยู่บนวงแหวนอัคคี เคยเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 9.2 เมื่อเดือนมีนาคม 2507 ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกของภูมิภาคอเมริกาเหนือ ครั้งนั้นเกิดคลื่นยักษ์รอบชายฝั่งอ่าวอะแลสกา, ชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ และฮาวาย มีรายงานคนเสียชีวิตมากกว่า 250 คนทั้งจากแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนตุลาคมปีที่แล้ว เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ที่ก่อสึนามิซัดชายฝั่งตอนใต้ของอะแลสกา แต่ไม่มีรายงานความสูญเสียต่อชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111526</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยูเอสจีเอส, สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ, อะแลสกา, เตือนภัยสึนามิ, แผ่นดินไหว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61025da54cc1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 23:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 23:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผ่นดินไหวขนาด7.7ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ เตือนสึนามิ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดแผ่นดินไหวใต้มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ด้วยแรงสั่นสะเทือนขนาด 7.7 หลังเที่ยงคืนเข้าสู่วันพฤหัสบดี พร้อมออกคำเตือนภัยสึนามิพื้นที่ริมชายฝั่งนิวซีแลนด์, วานูอาตู, นิวแคลิโดเนีย และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 ที่มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ (U.S. Geological Survey)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐ (ยูเอสจีเอส) ระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเวลาเที่ยงคืนเล็กน้อยเข้าสู่เช้าวันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับ 20.20 น.วันพุธของไทย ศูนย์กลางอยู่ห่างราว 415 กิโลเมตรทางทิศตะวันออกของเมืองเวา ในนิวแคลิโดเนีย อยู่ที่ความลึก 10 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกของสหรัฐกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดคลื่นสึนามิอันตรายจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ภายใน 3 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำเตือนกล่าวว่า คลื่นสูงระหว่าง 0.3 เมตร ถึง 1 เมตรเหนือระดับคลื่นทะเลอาจกระทบชายฝั่งบางแห่งของฟิจิ, นิวซีแลนด์ และวานูอาตู และอาจมีคลื่นขนาดเล็กกว่าซัดเข้าชายฝั่งของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ เช่น ออสเตรเลีย, หมู่เกาะคุก และดินแดนอเมริกันซามัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า สำนักงานจัดการเหตุฉุกเฉินแห่งชาติของนิวซีแลนด์มีคำแนะนำประชาชนริมชายฝั่งทางเหนือของประเทศให้อพยพออกห่างจากชายหาดและพื้นที่ริมทะเล เพราะคาดว่าจะเกิดคลื่นสูงผิดปกติและคาดเดาไม่ได้ซัดเข้าชายฝั่งภายหลังแผ่นดินไหวครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหว ซึ่งแรกเริ่มนั้นยูเอสจีเอสระบุขนาดแรงสั่นสะเทือนที่ 7.5 ก่อนจะปรับเพิ่มเป็นขนาด 7.7&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92684</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวแคลิโดเนีย, มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้, ยูเอสจีเอส, สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐ, เตือนภัยสึนามิ, แผ่นดินไหว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6024047b59883.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2018 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2018 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผ่นดินไหว 6.9 นอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ เตือนสึนามิขนาดเล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดแผ่นดินไหวแรงสั่นสะเทือนขนาด 6.9 นอกชายฝั่งของเกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์เมื่อวันเสาร์ ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกเตือนพื้นที่ชายฝั่งทางใต้ของฟิลิปปินส์และชายฝั่งอินโดนีเซียเฝ้าระวังสึนามิขนาดเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ&amp;nbsp; USGS.gov&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผ่นดินไหวนอกชายฝั่งของฟิลิปปินส์เมื่อวันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2561 เกิดขึ้นในวันครบรอบ 1 สัปดาห์พอดีของการเกิดคลื่นยักษ์ซัดถล่มชายฝั่งของเกาะสุมาตราและเกาะชวาของอินโดนีเซีย ภายหลังภูเขาไฟอานักกรากาตัวปะทุและปากปล่องบางส่วนถล่มลงทะเล ก่อสึนามิสูง 5 เมตรคร่าชีวิตคนมากกว่า 400 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐ (ยูเอสจีเอส) กล่าวว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่นอกชายฝั่งของเมืองดาเวาบนเกาะมินดาเนา ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ที่ความลึก 59 กิโลเมตรใต้ท้องทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกกล่าวเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดคลื่นสึนามิอันตรายซัดเข้าชายฝั่งทางใต้ของฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย แต่คาดว่าคลื่นนี้จะมีความสูงไม่ถึง 30 เซนติเมตร ส่วนสำนักงานวิทยาแผ่นดินไหวของฟิลิปปินส์คาดคะเนว่า คลื่นทะเลอาจเกิดความปั่นป่วนเล็กน้อย และแนะนำประชาชนอยู่ห่างจากชายหาด และไม่ไปชายฝั่งที่ติดทะเลฟิลิปปินส์ เป็นเวลา 2 ชั่วโมงหลังเกิดแผ่นดินไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการฟิลิปปินส์กล่าวว่า เมืองต่างๆ ในภาคใต้ของประเทศรับรู้ถึงแรงสั่นไหวระดับปานกลาง ขณะสำนักงานป้องกันภัยพลเรือนในพื้นที่กล่าวว่าไม่มีรายงานความเสียหาย หรือการบาดเจ็บล้มตายเพราะแผ่นดินไหวครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียตั้งอยู่บนวงแหวนอัคคีที่แผ่นเปลือกโลกมาบรรจบกัน สองประเทศนี้จึงเผชิญภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวและภูเขาไฟปะทุบ่อยครั้ง แผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายรุนแรงในฟิลิปปินส์ก่อนหน้านี้เกิดเมื่อปี 2556 มีคนสังเวยชีวิตมากกว่า 220 คน แรงสั่นสะเทือนขนาด 7.1 ทำลายอาคารบ้านเรือนและโบสถ์เก่าแก่หลายแห่งทางตอนกลางของประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25376</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟิลิปปินส์, ยูเอสจีเอส, เตือนภัยสึนามิ, แผ่นดินไหว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181229/image_big_5c27355683482.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>239คนไทยติดภูเขาไฟ! แผ่นดินไหวเขย่าอิเหนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ที่เกาะลอมบอก &amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของอินโดนีเซีย อาฟเตอร์ช็อกมากกว่า 120 ครั้ง สังเวยแล้วอย่างน้อย 14 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 160 คน นักท่องเที่ยวไทยปลอดภัยดี แต่ติดที่ภูเขาไฟ 180 ชีวิต เข้าช่วยเหลือแล้ว 4 จุด แต่บางส่วนยังเข้าไม่ถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผ่นดินไหวขนาด 6.4 เกิดเมื่อเวลา 06.47 น.ของวันอาทิตย์ที่ 29 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่นของอินโดนีเซีย ซึ่งตรงกับเวลาไทย สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ (ยูเอสจีเอส) กล่าวว่า จุดศูนย์กลางแรงสั่นสะเทือนมีความลึกเพียง 7 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองมาตารัมทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 50 กม. แต่ห่างไกลจากแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ ซึ่งอยู่ทางใต้และตะวันตกของเกาะทางตอนกลางของอินโดนีเซียแห่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า เกาะลอมบอกเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก อยู่ห่างจากเกาะบาหลีทางตะวันออกราว 100 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้รับรู้ได้ถึงบาหลีเช่นกัน แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายที่นั่น
ความรุนแรงของแผ่นดินไหวทำให้ผู้คนบนเกาะลอมบอกตื่นตกใจและพากันวิ่งออกมากลางแจ้ง มีรายงานเกิดดินถล่มหลายจุดบนเส้นทางการเดินป่าปีนเขาด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยูเอสจีเอสกล่าวด้วยว่า มีแผ่นดินไหวตามที่มีขนาดแรงสั่นสะเทือนมากกว่าระดับ 5 อีก 2 ครั้ง ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาอินโดนีเซีย กล่าวว่า มีอาฟเตอร์ช็อกมากกว่า 120 ครั้งแล้ว ครั้งรุนแรงที่สุดมีแรงสั่นสะเทือนขนาด 5.7 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 3 วัน โฆษกของประธานาธิบดีโจโก วิโดโด กล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีเตรียมจะเดินทางลงพื้นที่เช้าวันจันทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุโตโป ปูร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานบรรเทาหายนภัยของอินโดนีเซีย แถลงว่า มีคนเสียชีวิตเพราะแผ่นดินไหวครั้งนี้แล้วอย่างน้อย 14 คน บาดเจ็บอีก 162 &amp;nbsp;คน และมีบ้านเรือนเสียหายหลายพันหลัง คาดการณ์ด้วยว่าจำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายอาจเพิ่มขึ้น เพราะการรวบรวมข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นหญิงชาวมาเลเซียวัย 30 ปี และมีเด็กเสียชีวิตด้วย 5 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซียแถลงยืนยันว่า มีชาวมาเลเซียเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 6 คน ทั้งหมดอยู่บริเวณตีนภูเขาไฟรินจานีขณะเกิดแผ่นดินไหว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่หนังสือพิมพ์นิวสเตรทส์ไทมส์อ้างคำกล่าวของไครุล อาซิม นักปีนเขาชาวมาเลเซียว่า หญิงเคราะห์ร้ายรายนี้กำลังเข้าห้องน้ำขณะเกิดแผ่นดินไหวที่ทำให้อาคารทั้งหลังพังถล่มทับร่างเธอ นักปีนเขารายนี้กล่าวด้วยว่า คณะของเขาไม่สามารถออกจากพื้นที่เซมบาลุนได้ เนื่องจากถนนหลายสายรวมถึงสายหลักได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีที่หมู่บ้านเซมบาลุนในอำเภอเซมบาลุนทางฝั่งตะวันออกของเกาะกล่าวว่า อาฟเตอร์ช็อกที่เกิดต่อเนื่องทำให้ผู้ประสบภัยซึ่งไร้ที่อยู่ พากันกรีดร้องอย่างขวัญเสีย ที่นี่ชาวบ้านราว 200 คนจาก 35 ครอบครัวที่บ้านเรือนเสียหายหรือถูกทำลายได้จัดตั้งกระโจมไว้พักชั่วคราว ชาวบ้านไม่กล้ากลับเข้าบ้าน กลัวว่าอาฟเตอร์ช็อกจะทำให้บ้านถล่ม&amp;nbsp;
สำนักงานบรรเทาหายนภัยกล่าวด้วยว่า เส้นทางเดินขึ้นภูเขาไฟรินจานีที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวถูกปิดเพราะเกิดดินถล่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้จัดทัวร์เดินขึ้นเขารายหนึ่งเล่าว่า แผ่นดินไหวทำให้ก้อนหินร่วงลงมาใส่นักปีนเขาชาวสเปน 2 คนและมัคคุเทศก์ของเขา ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กเตือนนักท่องเที่ยวชาวไทยในพื้นที่ใช้ความระมัดระวัง โดยตรวจสอบและติดตามข่าวสารจากทางการอินโดนีเซียอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ สามารถติดต่อหมายเลขฉุกเฉินของสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองเดนปาซาร์ +62 813 37316669 และหมายเลขฉุกเฉินของสถานทูตฯ +62 811 186253 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวว่า สถานทูตไทยในอินโดนีเซียกำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลของคนไทย และพร้อมให้ความช่วยเหลือคนไทยอย่างเต็มที่ต่อไป โดยเกาะลอมบอกเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในอินโดนีเซียเช่นเดียวกับเกาะบาหลี หากใครไม่สามารถติดต่อญาติหรือเพื่อนที่ทราบว่าเดินทางไปท่องเที่ยวในเกาะลอมบอกได้ ให้แจ้งมายังสายด่วนกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ที่เบอร์ 0-2572-8442 หรือติดต่อผ่านแอปฯ ของกรมการกงสุลที่ Thai Consular ได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงเย็น เฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ได้โพสต์อีกครั้งว่า ตามที่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวบริเวณภูเขาไฟรินจานีที่เกาะลอมบอก และติดอยู่บริเวณภูเขาไฟฯ สถานเอกอัครราชทูตฯ อยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อคนไทยที่ติดอยู่บริเวณภูเขาไฟได้ 180 คน (ณ เวลา 17.30 น.) ซึ่งส่วนใหญ่ได้เดินทางไปเป็นกลุ่มและมีไกด์ชาวอินโดนีเซียนำไป ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองเดนปาซาร์ (บาหลี) ติดต่อกับกลุ่มคนไทยอยู่โดยตลอด และได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่ของอินโดนีเซีย กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย และหน่วยงานกู้ภัยของทหารอินโดนีเซีย เพื่อหาทางให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ติดอยู่
ล่าสุด เจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ในพื้นที่ 4 จุด ได้แก่ Bayan (North Lombok) / Sembalun / Sambelia / Brang Rea (East lombok) และกำลังให้ความช่วยเหลือในจุดอื่นต่อไป อย่างไรก็ดี ยังมีบางจุดที่ยังไม่สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14329</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงจาการ์ตา, ยูเอสจีเอส, สุโตโป ปูร์โว นูโกรโฮ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อินโดนีเซีย, เอกอัครราชทูตไทย, เอเอฟพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5dcc450abed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2018 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2018 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดนีเซียแผ่นดินไหว!ดับแล้ว3ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.2561 &amp;ndash; เอเอฟพีรายงานว่า สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกา (ยูเอสจีเอส) ตรวจพบการเกิดแผ่นดินไหว 6.4 แมกนิจูด เมื่อเวลา 06.47 น.ตามเวลาท้องถิ่นของอินโดนีเซีย ที่เกาะลอมบอค (Lombok) &amp;nbsp;โดยศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดินเพียง 7 กิโลเมตรหรือประมาณ 4 ไมล์ โดยลอมบอคอยู่ห่างจากเกาะบาหลีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมประมาณ 100 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แผ่นดินไหวเกิดขึ้นห่างจากที่ราบสูงทางภาคใต้และทางตะวันตกของเกาะประมาณ 50 กิโลเมตร (30 ไมล์) ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองมาตารามของเกาะลอมบอค โดยรายงานล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย และผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง รวมถึงสิ่งปลูกสร้างเสียหายหลายแห่ง โดยยังไม่มีรายงานเตือนภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ &amp;nbsp;แต่กลับเกิดอาฟเตอร์ช็อกมากกว่า 40 ครั้งแล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14293</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยูเอสจีเอส, ลอมบอค, สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกา, อินโดนีเซีย, เอเอฟพี, แผ่นดินไหว, แมกนิจูด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180729/image_big_5b5d2b1b7e0bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนภัย ภูเขาไฟคิลาเวบนเกาะฮาวายปะทุครั้งใหญ่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ภูเขาไฟคิลาเวบนเกาะฮาวายปะทุครั้งใหญ่ที่สุดเมื่อเช้ามืดวันพฤหัสบดี พ่นเถ้าถ่านสูงถึง 9,000 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากสำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2561 เผยกลุ่มเถ้าถ่านของภูเขาไฟคิลาเวพวยพุ่งสู่ท้องฟ้าหลังการปะทุครั้งใหญ่ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักสังเกตการณ์ภูเขาไฟฮาวาย (เอชวีโอ) แถลงว่า เมื่อเวลาราว 04.17 น.วันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น เกิดการปะทุครั้งใหญ่ที่สุดของภูเขาไฟคิลาเวบนเกาะฮาวาย นับตั้งแต่ภูเขาไฟลูกนี้เริ่มปะทุเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยปะทุที่ยอด &amp;quot;ฮาเลเมาเมา&amp;quot; ทำให้เกิดเถ้าถ่านของภูเขาไฟสูงถึง 30,000 ฟุต หรือราว 9,000 เมตร ขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยฟุ้งกระจายไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอชวีโอประกาศเตือนให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่บริเวณทางผ่านของเถ้าถ่านภูเขาไฟอพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิง และยังคงการประกาศเตือนการบินสีแดงที่แจ้งไว้เมื่อวันอังคาร ซึ่งหมายความว่าไม่อนุญาตให้มีจราจรทางอากาศในบริเวณที่เถ้าถ่านภูขาไฟปกคลุม พร้อมทั้งเตือนว่าจะมีการปะทุเพิ่มเติมของภูเขาไฟลูกนี้ได้ทุกเมื่อโดยพ่นเถ้าถ่านที่หนาแน่นขึ้น และมีการอพยพเจ้าหน้าที่ของเอชวีโอและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลาวาพุ่งขึ้นจากรอยแตกของภูเขาไฟคิลาเวในเมืองคาโปโฮบนเกาะบิ๊กของฮาวาย เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มิเชล โคมบ์ นักธรณีวิทยาแห่งสำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ (ยูเอสจีเอส) เผยกับผู้สื่อข่าวหลังเกิดการปะทุครั้งใหญ่สุดของภูเขาไฟลูกนี้เมื่อวันพฤหัสบดีว่า ขณะนี้อยู่ในสถานการณ์การปะทุของภูเขาไฟที่ใหญ่ขึ้นและทรงพลังมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เควิน คูเชล ที่อาศัยอยู่บนเกาะบิ๊กไอส์แลนด์เกาะใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะฮาวายเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ควันที่เกิดจากเถ้าถ่านของภูเขาไฟลูกนี้มองเห็นได้จากระยะไกลหลายกิโลเมตร เขาเพิ่งเดินทางไปเขตปาฮัวที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่านจากภูเขาไฟ มันเป็นเหมือนฝันร้ายเหมือนที่อ่านพบเกี่ยวกับภูเขาไฟที่ถล่มเมืองปอมเปอี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูเขาไฟคิลาเวเป็นหนึ่งในสามของภูเขาไฟที่ยังไม่ดับบนหมู่เกาะฮาวาย ในช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมาเกิดการปะทุอย่างต่อเนื่อง แม้หลายครั้งไม่มีการระเบิด ครั้งล่าสุดที่ภูเขาไฟลูกนี้ระเบิดคือเมื่อปี 2467.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9496</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิลาเว, ภูเขาไฟปะทุ, ภูเขาไฟระเบิด, ยูเอสจีเอส, สหรัฐ, ฮาวาย, เตือนภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afed949a2678.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
