<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 08:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐขู่ตัดสิทธิจีเอสพีไทย อ้างเรื่องแรงงาน พร้อมบีบให้นำเข้าหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยูเอสทีอาร์ ขู่ไทยแก้มาตรฐานแรงงาน 7 ข้อให้สอดคล้องมาตรฐานสากล ไม่เช่นนั้น อาจกระทบโครงการจีเอสพีปี 63 พร้อมจี้เปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมู-เครื่องในที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้าง ด้าน &amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo; ยันไทยแก้มาตรฐานแรงงานแล้ว 5 ข้อ อีก 2 ข้อกำลังดำเนินการ ส่วนเปิดตลาดหมู อีก 8 เดือนรู้ผลวิเคราะห์ความเสี่ยงมีผลดี-เสียต่อคนไทยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการเข้าพบของนายลูอิส คาเรช ผู้ช่วยผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ด้านแรงงานว่า ยูเอสทีอาร์มาสอบถามความคืบหน้าการดำเนินงานของไทยในด้านแรงงาน ภายหลังจากที่ยูเอสทีอาร์มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยปรับปรุงกฎหมายแรงงานใน 7 ประเด็น เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ซึ่งหากไทยไม่ดำเนินการตาม อาจมีผลต่อการพิจารณาการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ของสหรัฐฯ ที่ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนาจากทั่วโลก รวมถึงไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้ชี้แจงว่า ข้อเรียกร้องของยูเอสทีอาร์ทั้ง 7 ข้อ ที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิแรงงานในการรวมตัว และการร่วมเจรจาต่อรองนั้น ไทยดำเนินการไปแล้ว 5 ข้อเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของไอแอลโอ ส่วนอีก 2 ข้อ กระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนก่อน เพราะเป็นประเด็นละเอียดอ่อน และเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั้ง 2 ข้อ ได้แก่ การให้แรงงานต่างชาติในไทยสามารถจัดตั้งสหภาพแรงงานต่างชาติในไทยได้นั้น ตามกฎหมายแรงงานของไทยไม่ได้กำหนดไว้ แต่กระทรวงแรงงาน อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่วนประเด็นให้แรงงานต่างชาติในไทยมีสิทธิ์ที่จะพูด หรือแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีนั้น กระทรวงแรงงานได้หารือกฤษฎีกาแล้ว และได้คำตอบว่า อาจขัดกับกฎหมายอาญาของไทย เพราะการจะพูดอะไรก็ได้ในไทย ต้องไม่กระทบ หรือหมิ่นคนอื่นจนเกิดความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;ได้ชี้แจงไปแล้วว่า ใน 7 ข้อเรียกร้อง ไทยดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้สอดคล้องกับไอแอลโอแล้วตั้ง 5 ข้อ ส่วนอีก 2 ข้อ อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ต้องหารือกับทุกภาคส่วนอย่างละเอียดรอบคอบที่สุดก่อน และขอให้ผู้ช่วยยูเอสทีอาร์ด้านแรงงาน ไปรายงานให้ยูเอสทีอาร์ด้วยว่า ไทยพยายามดำเนินการแล้ว ไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากยูเอสทีอาร์จะตัดจีเอสพีที่ให้กับสินค้าไทย เพียงเพราะไทยไม่ทำตามที่ยูเอสทีอาร์เรียกร้องก็ไม่เป็นไร แต่กระทรวงพาณิชย์ จะพยายามอย่างถึงที่สุด เพื่อให้สหรัฐฯคงการให้สิทธิแก่สินค้าไทยต่อไป โดยขณะนี้ยูเอสทีอาร์อยู่ระหว่างการพิจารณาต่ออายุโครงการจีเอสพีประจำปี 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุณยฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ยูเอสทีอาร์ยังได้สอบถามความคืบหน้าการเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในจากสหรัฐฯ ที่มีสารเร่งเนื้อแดงแรคโตพามีนในการเลี้ยงว่า ไทยยืนยันว่า จะทำตามผลการประชุมคณะกรรมการด้านการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ (ทิฟา) เมื่อเดือนเม.ย.61 ที่ตกลงให้ทั้ง 2 ฝ่ายจัดตั้งคณะกรรมการร่วมกันเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการบริโภคเนื้อหมูและเครื่องในที่มีแรคโตพามีนตกค้าง ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 8 เดือน หรือประมาณต้นปี 62 ขณะนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ระหว่างการดำเนินการร่วมกัน และยูเอสทีอาร์ จะประชุมผ่านวิดิโอ คอนเฟอร์เรนซ์ วันที่ 17 ต.ค.นี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าจากกรมปศุสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;ยูเอสทีอาร์เรียกร้องให้ไทยยอมรับมาตรฐานองค์กรอาหารระหว่างประเทศ (โคเด็กซ์) ในเรื่องค่าสูงสุดที่อนุญาตให้มีได้ของสารแรคโตพามีนในเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์ แต่ในไทยไม่มีการใช้สารเร่งเนื้อแดงเลย ที่สำคัญ โคเด็กซ์ กำหนดปริมาณสารตกค้างในเนื้อหมู และส่วนอื่นๆ ของหมู ซึ่งไม่ได้กำหนดในเครื่องใน ขณะที่คนไทยกินเครื่องในทุกส่วน จึงยังไม่รู้ว่า หากคนไทยกินเนื้อหมู และเครื่องใน ที่สามีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างจะมีผลดี ผลเสียอย่างไร จึงต้องวิเคราะห์ความเสี่ยงให้ชัดเจนก่อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18601</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีเอสพีปี 63, นำเข้าหมูสหรัฐ, บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร, มาตรฐานแรงงาน, ยูเอสทีอาร์, หมูมีสารเร่งเนื้อแดง, อธิบดีกรมการค้าภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae5b41a13410.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ เล็งถกภาครัฐ-เอกชน ผลกระทบสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาณิชย์ เตรียมข้อมูลแจง &amp;quot;ยูเอสทีอาร์&amp;quot; ขอยกเว้นไม่เก็บภาษีนำเข้าเหล็ก-อะลูมิเนียมจากไทย พร้อมเจรจาตลาดหมู ยันขณะนี้ยังไม่นำเข้า รอศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภคก่อน คาด 8 เดือนรู้ผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย. 61 นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์ และสอบถามผลกระทบที่ภาคเอกชนจะได้รับจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนที่เกิดขึ้นในขณะนี้ รวมถึงกรณีที่สหรัฐฯประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก และอะลูมิเนียมจากทั่วโลก รวมถึงไทย นอกจากนี้ ยังจะเป็นการเตรียมข้อมูลเพื่อนำไปชี้แจงกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ในระหว่างที่เดินทางเยือนสหรัฐฯในช่วงกลางเดือนก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเดินทางไปยังสหรัฐในครั้งนี้ เพื่อเป็นการรับฟังความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องว่าจะได้รับผบกระทบอย่างไร และจะถือโอกาสย้ำกับยูเอสทีอาร์ว่า ไทยทำการค้ากับสหรัฐฯอย่างตรงไปตรงมา และยุติธรรม &amp;nbsp;นอกจากนี้ จะขอร้องให้สหรัฐฯยกเว้นการเก็บภาษีเหล็ก และอะลูมิเนียม ขณะเดียวกัน จะชี้แจงในประเด็นที่สหรัฐฯเร่งรัดให้ไทยเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในจากสหรัฐฯ ที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยง และการที่ยูเอสทีอาร์อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อร้องเรียนจากสภาผู้ผลิตสุกรแห่งชาติสหรัฐฯ ที่ขอให้ตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้าไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ระหว่างการศึกษาว่า การบริโภคหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างจะส่งผลกระบต่อร่างกายหรือไม่ อย่างไร ต้องมีผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ให้สหรัฐฯเห็น ซึ่งต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 8 เดือนนับจากที่ 2 ประเทศได้หารือเรื่องนี้ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านการค้า และการลงทุนไทย-สหรัฐฯ (ทิฟา) ที่สหรัฐฯ เมื่อเดือเม.ย.61 หากผลพิสูจน์ของไทยออกมาว่า คนไทยกินหมูมีสารเร่งเนื้อแดงแล้วไม่เกิดอันตราย ก็จะพิจารณาเปิดตลาดให้ แต่ขณะนี้ ยังเปิดตลาดไม่ได้ เพราะไทยมีกฎหมายห้ามการใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงปศุสัตว์ และห้ามตกค้างในอาหารโดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12078</URL_LINK>
                <HASHTAG>การค้า, จีน, ชุติมา บุณยประภัศร, พาณิชย์, ภาครัฐ, ยูเอสทีอาร์, สงคราม, สงครามการค้า, สหรัฐ, อลูมิเนียม, เหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180311/image_big_5aa4a1697d599.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 07:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 07:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐขู่ไทยเปิดตลาดนำเข้าหมู แลกรับสิทธิจีเอสพี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยูเอสทีอาร์ เตรียมบินมาไทยปลายเดือนก.ค.นี้ จี้เปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมู พร้อมขู่ หากไทยไม่ผ่อนปรน อาจชวดได้รับสิทธิจีเอสพีต่อ เหตุรัฐบาล &amp;ldquo;ทรัมป์&amp;rdquo; ไม่พอใจต่ออายุจีเอสพีช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ในช่วงปลายเดือนก.ค.61 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) มีกำหนดการเดินทางเยือนไทย เพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย และติดตามความคืบหน้าในเรื่องการเปิดตลาดเนื้อหมู และเครื่องในจากสหรัฐฯ ที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงแรคโตพามีนในการเลี้ยง ตามที่ได้หารือกันในการประชุมภายใต้กรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐฯ (ทิฟา) เมื่อเดือนเม.ย.61 ซึ่งการประชุมในครั้งนั้น นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทยเจรจากับสหรัฐฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ ยูเอสทีอาร์ ได้ย้ำกับไทยว่า หากไทยต้องการให้สหรัฐฯคงการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) กับสินค้าไทย ฝ่ายไทยต้องมีท่าทีผ่อนปรน และมีแนวทางในการเปิดตลาดเนื้อหมูให้กับสหรัฐฯอย่างชัดเจน พร้อมจัดทำข้อเสนอการเปิดตลาดอย่างเป็นรูปธรรมด้วย นอกจากนี้ ยูเอสทีอาร์ ยังย้ำกับไทยอีกว่า รัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี ไม่เห็นด้วยกับการต่ออายุโครงการจีเอสพีในช่วงที่ผ่านมา ที่ให้กับประเทศกำลังพัฒนา และประเทศพัฒนาน้อยที่สุด รวมถึงไทยด้วย จึงชี้ให้เห็นว่า สหรัฐฯแสดงท่าทีชัดเจนว่าต้องการให้ไทยเปิดตลาดเนื้อหมู และพร้อมที่จะพิจารณาตัดสิทธิจีเอสพีไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุที่สหรัฐฯเอาเรื่องการตัดจีเอสพีสินค้าไทยมาผูกโยงกับการเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมู เป็นเพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้ &amp;nbsp;สภาผู้ผลิตสุกรแห่งชาติสหรัฐฯ ได้ยื่นคำขอให้ยูเอสทีอาร์พิจารณาทบทวนการตัดสิทธิจีเอสพีที่ให้กับสินค้าไทย ภายใต้กรณีการพิจารณาการดำเนินการของประเทศที่ได้รับสิทธิ (Country Practice Reviews) โดยอ้างว่า ไทยไม่เข้าข่ายคุณสมบัติประเทศที่ได้รับสิทธิด้านการเปิดตลาดสินค้าให้แก่สหรัฐฯอย่างเป็นธรรม และสมเหตุผล เพราะไทยไม่เปิดนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯที่ใช้สารเร่งเนื้อแดงแรคโตพามีนในการเลี้ยง แม้ก่อนหน้านี้ ไทยได้เคยแจ้งกับสหรัฐฯว่า จะแก้ไขกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับรองมาตรฐานสารตกค้างสูงสุดของสารเร่งเนื้อแดงดังกล่าว ที่ CODEX(โครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ) กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สภาผู้ผลิตสุกรฯ ยังกล่าวหาอีกว่า รัฐบาลไทยแทบจะไม่ออกใบอนุญาตการนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯ หรือหากจะออกใบอนุญาตให้ ก็ให้มีการนำเข้าในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น และผู้ที่ได้รับใบอนุญาตต้องจ่ายค่าธนนมเนียมในการตรวจสอบในอัตราสูงมาก
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 พ.ค.61 ยูเอสทีอาร์ได้รับคำร้องดังกล่าวแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะเปิดรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนประกาศผลการพิจารณาว่าจะยุติการทบทวน หรือให้ไทยดำเนินการเพื่อเปิดตลาดนำเข้าเนื้อสุกรให้แก่สหรัฐฯหรือไม่ อย่างไร ประมาณเดือนต.ค.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11178</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีเอสพี, นำเข้าเนื้อหมู, ยูเอสทีอาร์, สหรัฐอเมริกา, สุกร, หมู, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180504/image_big_5aebd2d2bfca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
