<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รุกคืบ&#039;คิม&#039;เยือนทำเนียบขาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อเกาหลีเหนือตีปี๊บความสำเร็จซัมมิตสิงคโปร์ ได้ใจผู้นำสหรัฐรับปากยกเลิกการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ รายงานเลยเถิดถึงขั้นบอกทรัมป์จะยุติการคว่ำบาตร พร้อมยืนยัน &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; จะเยือนทำเนียบขาว ส่วน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; จะไปเปียงยาง ฝ่ายทรัมป์ยังคุยโว &amp;quot;ไม่มีภัยคุกคามนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนืออีกต่อไปแล้ว&amp;quot; แต่เพนตากอนกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นยังสับสนภายหลังทรัมป์ประกาศนอกบท &amp;quot;เลิกซ้อมรบ-ถอนทหาร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังคงมีปฏิกิริยาต่อเนื่องจากการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กับคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งวันของวันอังคารที่ 12 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา โดยทั้งผู้นำสหรัฐและสื่อของทางการเกาหลีเหนือต่างโหมประโคมความสำเร็จของซัมมิตครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 13 มิถุนายน สำนักข่าวบีบีซี, รอยเตอร์ และเอเอฟพี พากันรายงานความเคลื่อนไหวของสื่อทางการเกาหลีเหนือ ที่เกาะติดสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ผิดจากปกติที่จะรายงานข่าวเกี่ยวกับท่านประธานคิมหลังเสร็จสิ้นภารกิจแล้วเท่านั้น เช่นข่าวซัมมิต 2 ครั้งทั้งที่เกาหลีใต้และจีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเดินทางถึงสหรัฐเมื่อวันพุธ ยังคงทวีตข้อความโอ้อวดความสำเร็จชุดใหญ่ โดยกล่าวว่า การพบปะระหว่างเขากับคิมทำให้ทุกคนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเมื่อเทียบกับวันที่เขาเข้ารับตำแหน่ง และทุกคนสามารถนอนหลับสบายแล้วในคืนนี้ การประชุมสุดยอดครั้งแรกระหว่างผู้นำที่ยังดำรงตำแหน่งของสหรัฐและเกาหลีเหนือยังหมายความว่าโลกได้ก้าวถอยหลังก้าวใหญ่พ้นจากมหันตภัยนิวเคลียร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ไม่มีการยิงจรวดอีก การทดสอบหรือวิจัยนิวเคลียร์อีกแล้ว! ตัวประกันได้กลับบ้านมาอยู่กับครอบครัว ขอบคุณท่านประธานคิม วันที่เราอยู่ด้วยกันเป็นประวัติศาสตร์&amp;quot; ทรัมป์ทวีต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาทรัมป์ยังประกาศด้วยว่า &amp;quot;ไม่มีภัยคุกคามนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนืออีกต่อไป&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแถลงการณ์ร่วมของการประชุมที่สิงคโปร์ เกาหลีเหนือรับปากว่าจะ &amp;quot;ปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิงบนคาบสมุทรเกาหลี&amp;quot; ซึ่งเป็นวลีเดิมๆ ของรัฐบาลเปียงยาง ซึ่งไม่ก้าวไกลถึงขั้นให้คำมั่นว่าจะล้มเลิกคลังแสงนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิง, ตรวจพิสูจน์ได้ และไม่อาจย้อนคืน อย่างที่รัฐบาลสหรัฐยืนกรานมาโดยตลอด ส่วนทรัมป์ได้รับปากว่าสหรัฐจะให้หลักประกันด้านความมั่นคงกับเกาหลีเหนือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ร่วมไม่มีรายละเอียดมากนักเกี่ยวกับคำมั่นสัญญาที่ทั้ง 2 ฝ่ายรับปาก แต่ในการแถลงกับผู้สื่อข่าวเวลาต่อมา ทรัมป์เปิดประเด็นที่สร้างความงุนงงสับสนในฝ่ายตน แต่เป็นประเด็นที่เกาหลีเหนือนำมาประโคมเป็นเรื่องใหญ่ โดยผู้นำสหรัฐที่คาดเดาจิตใจไม่ได้รายนี้กล่าวนอกเหนือจากแถลงการณ์ว่า &amp;quot;สหรัฐจะหยุดการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ ซึ่งจะประหยัดเงินได้มหาศาล เว้นแต่ว่าการเจรจาในอนาคตไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น แต่ยังไงเราก็จะประหยัดเงินได้มหาศาล ยิ่งกว่านั้น ผมคิดว่ามัน (การซ้อมรบร่วม) เป็นการยั่วยุมาก&amp;quot; ยิ่งกว่านั้นทรัมป์กล่าวเสริมด้วยว่า ในบางกรณี เขายังต้องการถอนทหารสหรัฐออกจากเกาหลีใต้ด้วย ส่วนการคว่ำบาตร ทรัมป์กล่าวว่าจะยังคงไว้ก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สื่อของทางการเกาหลีเหนือหยิบคำแถลงของทรัมป์มาขยาย และตีความเป็นความสำเร็จของตน ทั้งนี้ เกาหลีเหนือมองว่าการซ้อมรบดังกล่าวเป็นการยั่วยุและเป็นการฝึกซ้อมเพื่อโจมตีตน และเรียกร้องให้สหรัฐยุติท่าทีปรปักษ์นี้ ขณะที่รัฐบาลจีนก็เคยเสนอให้สหรัฐยุติการซ้อมรบ เพื่อที่เกาหลีเหนือจะได้ยุติการทดสอบนิวเคลียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์โรดองซินมุน กระบอกเสียงของพรรคแรงงานเกาหลี รายงานข่าวหน้าหนึ่งฉบับวันพุธ พร้อมพาดหัวว่า &amp;quot;การประชุมแห่งศตวรรษ เปิดประวัติศาสตร์ใหม่ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างดีพีอาร์เค-สหรัฐ&amp;quot; โดยใช้ตัวย่อเรียกชื่อสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี โรดองซินมุนยังได้ตีพิมพ์ภาพของคิมคู่กับทรัมป์ 33 ภาพ 4 หน้า จากหน้าข่าวปกติ 6 หน้ากระดาษ ภาพหนึ่งยังเป็นภาพที่คิมจับมือกับจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว อดีตนักการทูตสายเหยี่ยวผู้สนับสนุนการใช้กำลังทหารกับเกาหลีเหนือ ซึ่งทางการเปียงยางเคยเรียกเขาว่ากากเดนมนุษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเคซีเอ็นเอตีพิมพ์บทความภาษาอังกฤษยกย่องซัมมิตครั้งนี้ว่าเป็น &amp;quot;การประชุมที่เปิดศักราชใหม่&amp;quot; ในความสัมพันธ์กับสหรัฐ และยังรายงานด้วยว่า ระหว่างการพบกัน คิมได้เชิญทรัมป์มาเยือนกรุงเปียงยาง ส่วนทรัมป์ก็เชิญคิมไปเยือนทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งผู้นำทั้ง 2 ต่างตอบรับคำเชิญด้วยความยินดี สถานีโทรทัศน์ของทางการเกาหลีเหนือก็รายงานทำนองเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคซีเอ็นเอยังอ้างด้วยว่า ทรัมป์ได้ &amp;quot;แสดงความตั้งใจ&amp;quot; ที่จะยกเลิกการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ซึ่งเรื่องนี้ทรัมป์เปรยไว้ระหว่างแถลงข่าวหลังการประชุมว่า จะเกิดขึ้น &amp;quot;เมื่อเรามั่นใจว่า นิวเคลียร์ไม่เป็นปัจจัยอีกต่อไป&amp;quot; แต่ ณ ขณะนี้การแซงก์ชันยังคงอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทรัมป์แสดงความตั้งใจของเขาที่จะยุติการฝึกซ้อมทางทหารร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้, เสนอหลักประกันความมั่นคงแก่เกาหลีเหนือ และยกเลิกการคว่ำบาตรไปพร้อมกับการปรับปรุงความสัมพันธ์ให้คืบหน้าต่อไปผ่านการสานเสวนาและการเจรจาต่อรอง&amp;quot; เคซีเอ็นเอกล่าว แต่รายงานไม่ได้เอ่ยถึงการล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจารณ์ในสหรัฐพากันโจมตีทรัมป์ว่ายอมโอนอ่อนมากเกินไปในการประชุมที่ทำให้คิมได้มีจุดยืนในเวทีระหว่างประเทศ เกาหลีเหนือโดนนานาชาติโดดเดี่ยวมาช้านาน และระบอบของตระกูลคิมก็ถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างแพร่หลาย การทดลองระเบิดนิวเคลียร์มาแล้ว 6 ครั้ง และการทดสอบขีปนาวุธก็ทำให้องค์การสหประชาชาติคว่ำบาตรมาแล้วหลายรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐวางกำลังทหาร 28,500 นาย ประจำการในเกาหลีใต้เพื่อปกป้องชาติพันธมิตรตามสนธิสัญญาด้านความมั่นคงของตน ซึ่งเคยถูกเกาหลีเหนือรุกรานเมื่อปี 2493 เพื่อพยายามรวมชาติด้วยกำลัง บรรดาผู้บัญชาการทหารเกาหลีใต้และสหรัฐในเกาหลีใต้กล่าวกันว่า พวกตนไม่รู้มาก่อนว่าทรัมป์จะประกาศเช่นนี้ คำกล่าวของทรัมป์สร้างความประหลาดใจต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ ซึ่งวิ่งเต้นอยู่นานหลายเดือน เพื่อให้เกิดซัมมิตที่สิงคโปร์ครั้งนี้ โดยหวังว่าจะเกิดสันติภาพคาบสมุทรเกาหลี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบประธานาธิบดีบลูเฮาส์ของเกาหลีใต้แถลงเมื่อวันพุธว่า พวกเขาจำเป็นต้องค้นหาความหมายหรือเจตนาที่แท้จริงของคำกล่าวของทรัมป์ แต่เกาหลีใต้ก็เต็มใจจะสำรวจมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยให้การเจรจาคืบหน้าอย่างราบรื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลเกาหลีใต้รายหนึ่งเผยโดยขอปิดบังชื่อว่า ตอนแรกเขาเข้าใจว่าทรัมป์พูดผิด และช็อกที่ทรัมป์บอกว่าการฝึกนี้ &amp;#39;ยั่วยุ&amp;#39; ซึ่งเป็นคำที่ไม่ควรอย่างมากที่จะออกจากปากผู้ที่เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอิสึโนริ โอโนเดระ รัฐมนตรีกลาโหมของญี่ปุ่น ย้ำว่า การฝึกซ้อมทางทหารร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้ และการคงกำลังทางทหารของสหรัฐในเกาหลีใต้ มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออก แต่ก็ขึ้นอยู่กับสหรัฐและเกาหลีใต้จะตัดสินใจ ในส่วนของญี่ปุ่นนั้น ญี่ปุ่นก็ไม่มีความตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงการฝึกร่วมระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกลาโหมสหรัฐ โดยดานา ไวต์ โฆษกของกระทรวงพยายามชี้แจงว่า จิม แมททิส รัฐมนตรีว่าการ รับรู้เกี่ยวกับการหารือเรื่องการซ้อมรบ แม้แมททิสจะเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านั้นว่าทรัมป์จะไม่หยิบยกเรื่องนี้คุยกับคิม ไวต์ชี้แจงหลังคำประกาศของทรัมป์หลายชั่วโมงให้หลังว่า แมททิสรับทราบก่อนแล้ว อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่หลายคนบอกกับเอเอฟพีว่า พวกเขาตกใจและสับสนกับข่าวนี้ และเจ้าหน้าที่ของเพนตากอนหารือกันตลอดทั้งเช้าว่าการเปลี่ยนแปลงทางทหารในเกาหลีใต้จะส่งผลอย่างไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฝึกนี้เกิดมานานหลายทศวรรษ และเป็นการเตรียมความพร้อมรบสำหรับกองทัพสหรัฐและเกาหลีใต้ กองกำลังสหรัฐเกาหลี (ยูเอสเอฟเค) ซึ่งมีกำลังพล 28,500 นายประจำการในเกาหลีใต้ กล่าวว่า ยูเอสเอฟเคยังไม่ได้รับคำสั่งใหม่เกี่ยวกับการฝึกซ้อมร่วมที่กำลังจะมีขึ้น ซึ่งรวมถึงการฝึกพิทักษ์อุลชีที่กำหนดไว้ภายในปีนี้ กระนั้น พันเอกร็อบ แมนนิง โฆษกของยูเอสเอฟเค กล่าวว่า กองทัพจะปฏิบัติตามคำสั่งของประธานาธิบดี แต่ไม่ว่าอย่างไร กองทัพจะเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดไว้ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11316</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, จิม แมททิส, ถอนทหาร, บีบีซี, ยูเอสเอฟเค, รอยเตอร์, สหรัฐ, สิงคโปร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกาหลีเหนือ, เลิกซ้อมรบ, เอเอฟพี, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b212d4cdb0bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
