<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2021 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรฮีนจาหลายร้อยคนหนีจากค่ายผู้ลี้ภัยในอินโดนีเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อินโดนีเซียตรวจพบว่ามีชาวโรฮีนจาหลายร้อยคนหายตัวไปจากค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองทางภาคเหนือของประเทศ โดยเชื่อว่าน่าจะหลบหนีไปยังมาเลเซีย ขณะแอมเนสตีโทษรัฐบาลอินโดนีเซียลดกำลังเจ้าหน้าที่ภายหลังยูเอ็นเอสซีอาร์เข้ามาดูแลเมื่อเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้อพยพชาวโรฮีนจาอยู่ภายในที่พักพิงชั่วคราวที่อาคารศูนย์ฝึกในเมืองลคซูมาเว จังหวัดอาเจะห์ของอินโดนีเซีย เมื่อเดือนกันยายน 2563 (Fachrul Reza/Barcroft Media via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีอ้างคำกล่าวเจ้าหน้าที่อินโดนีเซียและแหล่งข่าวหลายรายว่า ค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาในเมืองลคซูมาเวติดชายฝั่งทางเหนือของอินโดนีเซีย เหลือชาวโรฮีนจาอยู่ภายในแค่ 112 คนในสัปดาห์นี้ ทั้งที่เคยมีชาวโรฮีนจาอยู่ที่นี่เกือบ 400 คน หลังจากพวกเขาเดินทางมาถึงอินโดนีเซียระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายนปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและสำนักงานผู้ลี้ภัยขององค์การสหประชาชาติต่างไม่รู้ว่าผู้ลี้ภัยไร้รัฐจากเมียนมาเหล่านี้ไปยังที่ใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริดวัน จาลิล หัวหน้าคณะทำงานเฉพาะกิจโรฮีนจาในเมืองลคซูมาเว กล่าวว่า พวกตนยังไม่รู้ว่าคนเหล่านี้ไปไหน แต่พวกเขาจะหลบหนีอยู่แล้วหากเห็นช่องที่จะออกไปได้ เพราะนั่นคือเป้าหมายของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่กองทัพเมียนมาปราบปรามในรัฐยะไข่เมื่อปี 2560 มีชาวโรฮีนจา 750,000 คนหนีข้ามชายแดนเข้าสู่บังกลาเทศและถูกส่งเข้าค่ายผู้ลี้ภัย แต่ยังมีโรฮีนจานับหมื่นคนจ่ายเงินให้แก่พวกลักลอบค้ามนุษย์เพื่อให้พาออกจากบังกลาเทศ โดยข้ามน้ำข้ามทะเลมายังมาเลเซียและอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) โดยมิตรา ซูร์โยโน โฆษกสำนักงาน กล่าวว่า ผู้ลี้ภัยเหล่านี้ได้รับการขอร้องไม่ให้ออกจากค่าย เพราะความเสี่ยงอันตรายหากเดินทางต่อ ซึ่งรวมถึงการโดนพวกลักลอบค้ามนุษย์ทำร้าย อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่าหลายคนมีญาติอยู่ในประเทศอื่นๆ เช่นที่มาเลเซีย ซึ่งอาจเป็นเหตุผลให้พวกเขาเดินทางต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสิทธิหลายกลุ่มกล่าวโทษรัฐบาลอินโดนีเซีย ซึ่งลดการดูแลความปลอดภัยที่ค่ายนั้นภายหลังยูเอ็นเอชซีอาร์เข้ามากำกับดูแลเมื่อเดือนที่แล้ว อุสมาน ฮามิด ผู้อำนวยการองค์กรแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลประจำอินโดนีเซีย กล่าวว่า แม้อินโดนีเซียจะไม่ได้ลงนามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยผู้ลี้ภัย แต่การดำเนินการของอินโดนีเซียละเมิดพันธสัญญาที่จะปกป้องคนเหล่านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91300</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายผู้ลีั้ภัย, ยูเอ็นเอชซีอาร์, อินโดนีเซีย, เมืองลคซูมาเว, โรฮีนจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_60128d21a7c4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 15:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมเนสตี้จี้รัฐบาลไทยปล่อยตัวผู้แสวงหาที่ลี้ภัยชนกลุ่มน้อยชาวมองตานญาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.61 - แอมเนสตี้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงทางการไทย แสดงข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชนหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวและการปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัยอย่างน้อย 168 คนจากกัมพูชาและเวียดนามในประเทศไทย และกระตุ้นทางการไทยให้ปล่อยตัวพวกเขาโดยทันทีระหว่างรอการตรวจสอบคำขอลี้ภัยจาก&amp;nbsp;UNHCR&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้ทางการไทยปล่อยตัวผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัยชนกลุ่มน้อยชาวมองตานญาดโดยทันที ระหว่างรอการตรวจสอบคำขอลี้ภัย&amp;nbsp;รวมทั้งไม่ควบคุมตัวเด็ก ยุติการบังคับแยกตัวเด็กจากพ่อแม่หรือผู้ดูแลไม่ว่าในเงื่อนไขใดที่เกี่ยวข้องกับการเข้าเมือง&amp;nbsp;และเรียกร้องทางการไทยพัฒนาแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการคุ้มครองผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัยในประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมินาร์ พิมเพิล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการระดับโลก&amp;nbsp;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเผยว่า&amp;nbsp;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกังวลใจเป็นอย่างยิ่งต่อการควบคุมตัวและการปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัยอย่างน้อย 168 คนจากกัมพูชาและเวียดนาม&amp;nbsp;รวมทั้งชาวเขามองตานญาด ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่หลบหนีจากการประหัตประหารทางการเมืองและศาสนามาจากกัมพูชาและเวียดนามเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลมีข้อมูลว่า ในบรรดาผู้ที่ถูกจับกุม ประกอบด้วยเด็กอย่างน้อย 63 คน ตั้งแต่อายุสามเดือนจนถึง 17 ปี รวมทั้งผู้หญิงตั้งครรภ์สองคน ผู้ถูกจับกุมและควบคุมตัวหลายคนให้ข้อมูลกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลว่า พวกเขาได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)&amp;nbsp;แล้ว และได้แสดงบัตรผู้ลี้ภัยให้กับเจ้าหน้าที่ไทย&amp;nbsp;ส่วนคนอื่นๆ ถือบัตรผู้ขอลี้ภัย อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมอ้างว่าไม่มีบุคคลที่ได้รับสถานะจาก&amp;nbsp;UNHCR&amp;nbsp;แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ว่านายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชาให้คำมั่นสัญญาที่จะจัดทำกลไกคัดกรองระดับชาติ สำหรับผู้ยื่นเรื่องขอที่ลี้ภัยในประเทศไทย ในระหว่างการปราศรัยในที่ประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยผู้ลี้ภัยเมื่อเดือนกันยายน 2559 และต่อมามีมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องเดียวกันเมื่อเดือนมกราคม 2560 แต่รัฐบาลไทยยังไม่สามารถปฏิบัติให้เห็นผลจริงจังตามคำสัญญาดังกล่าว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลจึงขอกระตุ้นและเรียกร้องทางการไทยดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จนกว่ารัฐบาลไทยจะจัดทำกระบวนการตรวจสอบการขอที่ลี้ภัยที่เป็นธรรมและรวดเร็ว ขอให้รัฐบาลไทยสนับสนุนบทบาทและอำนาจหน้าที่ของ&amp;nbsp;UNHCR&amp;nbsp;ในการจำแนกสถานะผู้ลี้ภัยของบุคคลทุกคนที่ยื่นเรื่องขอที่ลี้ภัย ไม่ว่าจะมีสัญชาติหรือเป็นชนเผ่าใด และประกันว่าผู้แสวงหาที่ลี้ภัยทุกคนเข้าถึงกระบวนการขอที่ลี้ภัยอย่างเต็มที่ เป็นธรรม และอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกันว่า จะใช้มาตรการควบคุมตัวผู้แสวงหาที่ลี้ภัยเป็นมาตรการสุดท้ายและเฉพาะเท่าที่จำเป็นอย่างยิ่ง ภายหลังการประเมินเป็นรายกรณีเพื่อให้ทราบถึงความต้องการด้านมนุษยธรรมและความเสี่ยงกรณีที่ได้รับการปล่อยตัว และให้ควบคุมตัวเป็นระยะเวลาสั้นสุดเท่าที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดทำทางเลือกอื่นนอกจากการควบคุมตัวสำหรับผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่ลี้ภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยอาจกำหนดเงื่อนไขให้ต้องมารายงานตัว ให้มีการยื่นเรื่องขอประกันตัว หรือให้มีผู้อุปถัมภ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกันว่าจะไม่มีการควบคุมตัวเด็กเพียงเพื่อเพราะเหตุผลด้านการเข้าเมือง เนื่องจากการควบคุมตัวเช่นนี้ย่อมไม่อาจตอบสนองประโยชน์สูงสุดของเด็ก ยุติการบังคับแยกตัวเด็กจากพ่อแม่หรือผู้ดูแล ไม่ว่าในเงื่อนไขใดที่เกี่ยวข้องกับการเข้าเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ส่งกลับบุคคลไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงว่าจะถูกประหัตประหาร ถูกทรมาน ถูกกระทำด้วยความรุนแรง หรืออาจถูกละเมิดหรือปฏิบัติมิชอบด้านร้ายแรงด้านสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ภาคยานุวัติกับอนุสัญญาว่าด้วยสถานะผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;พ.ศ. 2494 และพิธีสารเลือกรับ พ.ศ. 2510 และประกันว่า มีการอนุวัติตามอนุสัญญานี้ทั้งในระดับนโยบายและการปฏิบัติ รวมทั้งการจัดทำกลไกคัดกรองระดับชาติสำหรับผู้แสวงหาที่ลี้ภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16710</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี้ทางการไทยปล่อยผู้ลี้ภัย, ผู้ลี้ภัย, ยูเอ็นเอชซีอาร์, แอมเนสตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8ce9d600e78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
