<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เรือดำน้ำรำลึก (1)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ณ สถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อปลายปี พ.ศ.2549 ครั้งยังเป็นคนข่าวหนุ่มฟ้อ ผมได้ยินเสียงพูดกันแว่วๆ ว่า &amp;ldquo;คนไทยซื้อเรือดำน้ำโซเวียต&amp;rdquo; และกำลังจะมีการลากเรือดำน้ำลำนี้กลับเมืองไทย ผมหูผึ่ง แล้วเข้าไปร่วมวงสนทนา ก่อนเอ่ยปากว่า &amp;ldquo;ผมไปด้วยได้มั้ย&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันต่อมาได้รับคำตอบว่า &amp;ldquo;ไปได้&amp;rdquo; ก็เลยต้องตัดใจลาออกจากงานประจำ เพราะภารกิจลากเรือดำน้ำคาดว่าจะกินเวลาเกือบ 5 เดือน ผู้ซื้อเรือดำน้ำคือ &amp;ldquo;คุณเจษฎา เดชสกุลฤทธิ์&amp;rdquo; เจ้าของพิพิธภัณฑ์เจษฎาเทคนิคมิวเซียม ซึ่งพิพิธภัณฑ์เปิดตัวต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกในการแถลงข่าวเรื่องการลากเรือดำน้ำนี้เมื่อเดือนธันวาคม 2549 ผมเองได้รับความเมตตาให้ร่วมขบวนไปด้วยในฐานะผู้บันทึกการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
จุดที่เรือดำน้ำ U-194 เคยจอดที่เมืองอูเมโอ ประเทศสวีเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือดำน้ำที่คุณเจษฎาซื้อเป็นเรือของอดีตสหภาพโซเวียต เจ้าของคือชายจากฟินแลนด์ ชื่อ &amp;ldquo;ติโม วัลลิน&amp;rdquo; วัย 42 ปี เขาซื้อเรือดำน้ำมาจากรัฐบาลรัสเซียในราคาที่ถูกเหลือเชื่อหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายในต้นทศวรรษที่ 90 รัสเซียจำต้องขายยุทโธปกรณ์ออกไปเป็นจำนวนมาก เพราะเศรษฐกิจของประเทศกำลังย่ำแย่ ตอนติโมซื้อมาใหม่ๆ เรือดำน้ำสภาพยังดีอยู่ ถ้าไม่ถอดตอร์ปิโดก็ยังยิงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือดำน้ำลำนี้เป็นเรือวิสกี้คลาส (Whisky Class) ใช้สำหรับลาดตระเวนระวังภัยในยุคสงครามเย็นระหว่าง 2 ขั้วอำนาจการเมืองโลก ประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ เป็นรุ่น Projecktu 613 ผลิตออกมา 256 ลำตามคำสั่งของโจเซฟ สตาลิน เมื่อประมาณ 40 ปีก่อนหน้านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;27 ตุลาคม 2524 เรือลาดตระเวน S-363 ตามชื่อเรียกของโซเวียต แต่ภายหลังสวีเดนเรียก U-137 ได้เกยตื้นห่างจากคาร์ลสกรูนา ฐานทัพเรือทางใต้ของสวีเดนประมาณ 10 กิโลเมตร เรือดำน้ำติดอยู่บนกองหินเกือบ 10 วัน เกิดการเผชิญหน้าจนเกือบนำไปสู่สงครามย่อยๆ ทางสวีเดนอ้างว่าใช้เครื่องตรวจจับรังสีแกมมาพบหัวรบนิวเคลียร์ อานุภาพทำลายล้างอาจพอๆ กับที่สหรัฐใช้ถล่มเมืองนางาซากิของญี่ปุ่น แต่โซเวียตปฏิเสธข้อกล่าวหา เหตุการณ์น่าขนลุกขนพองนี้เรียกกันต่อมาว่า &amp;ldquo;วิสกี้ออนเดอะร็อก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของโซเวียตนายหนึ่งยอมรับสารภาพว่า ในเรือดำน้ำลำดังกล่าวมีตอร์ปิโดบางลูกติดหัวรบนิวเคลียร์จริง และได้รับคำสั่งให้ทำลายเรือดำน้ำทิ้งทันทีหากกองทัพเรือสวีเดนบุกเข้าค้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำที่คุณเจษฎาซื้อมานี้ก็เป็นรุ่นเดียวกับวิสกี้ออนเดอะร็อก ติโมใช้ชื่อ U-194 ตั้งแต่ซื้อมาจากรัสเซีย ซึ่งผมขอยกยอดเรื่องของสเปกเรือไปไว้อธิบายวันหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ขณะเจรจากับเจ้าหน้าที่บริษัทเรือเฟอร์รีที่เมืองอูเมโอ ประเทศสวีเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติโมได้นำเรือดำน้ำมาทำเป็นพิพิธภัณฑ์จอดหมุนเวียนตามชายฝั่งทะเลบอลติกของฟินแลนด์และสวีเดนอยู่หลายเมือง ขายตั๋วให้คนที่สนใจเข้าไปเยี่ยมชม หรือใครจะเช่าจัดงานเลี้ยงรื่นเริงก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เวลา 15 ปี ก็เพียงพอสำหรับการทำหน้าที่ &amp;ldquo;อนุสรณ์สงครามเย็น สู่สื่อกลางสันติภาพ&amp;rdquo; ตามที่ติโมตั้งปณิธานไว้ คุณเจษฎาตัดสินใจซื้อเพราะเห็นว่าเจษฎาเทคนิคมิวเซียมขณะนั้นมียานพาหนะครบเกือบทุกประเภทแล้ว ทั้งรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หัวจักรรถไฟ จักรยาน เครื่องบินทหาร เครื่องบินพาณิชย์ เรือหลายชนิด ขาดก็แต่เรือดำน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อได้เรือดำน้ำเป็นกรรมสิทธิ์แล้วก็จัดการหาเรือลาก จากนั้นฝ่ายเรือลากก็ออกแบบเส้นทางการนำเรือดำน้ำ U-194 สู่ประเทศไทย ตามแผนการจะเริ่มลากจากเมืองเฮลซิงบอร์ก ทางใต้ของสวีเดน ซึ่งเป็นเขตทะเลบอลติก ออกสู่ทะเลเหนือ ผ่านเดนมาร์ก เยอรมนี แหวกช่องแคบอังกฤษ ที่คั่นระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส เข้ามหาสมุทรแอตแลนติก แวะเมืองลาสปาลมาสในหมู่เกาะคานารีของสเปน เพื่อเติมน้ำมันเรือและซื้อเสบียงกรัง แล้วดิ่งลงมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ โฉบไปทางแหลมกู๊ดโฮปของแอฟริกาใต้ ที่ตั้งชื่อไว้แก้เคล็ด ความจริงแล้วมีเรือมาอับปางที่แหลมนี้เป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ที่เมืองวาซา ประเทศฟินแลนด์ รถของติโมเปิดประตูไม่ได้ ต้องพึ่งวิชาโจรขโมยรถของชายคนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นล่องไปทางทิศตะวันออก ผ่านใต้ทวีปแอฟริกา เฉี่ยวๆ มาดากัสการ์ เลยไปแวะที่พอร์ตหลุยส์ เมืองหลวงของประเทศมอริเชียส ก่อนมุ่งสู่ความเวิ้งว้างของมหาสมุทรอินเดีย เข้าทะเลอันดามัน ตรงไปยังแผ่นดินไทยที่ภูเก็ต แวะสัมผัสเกาะสวรรค์ให้หายคิดถึงบ้านสักคืนสองคืนแล้วลากต่อลงไปยังมาเลเซีย มุดช่องแคบมะละกา ผ่านสิงคโปร์ หักหัวขึ้นเหนือสู่ทะเลอ่าวไทย เข้าปากแม่น้ำเจ้าพระยา ล่องขึ้นไปพระนครศรีอยุธยา และที่นั่นก็จะเป็นบ้านใหม่ของเรือดำน้ำ U-194 โดยขณะนั้นพิพิธภัณฑ์ของคุณเจษฎามีแผนจะย้ายจากนครชัยศรีไปอยู่ตรงนั้นด้วย (แต่ล้มเลิกไปแล้ว)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 10 มกราคม 2550 ผมกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่มักคุ้นกันชื่อ &amp;ldquo;สุธรรม นทีทอง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;พี่หมี&amp;rdquo; (ปัจจุบันบวชเป็นภิกษุสงฆ์ เวลานี้ท่านกำลังเดินธุดงค์จากตะวันตกสู่ตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ส่วนหนึ่งของภารกิจเดินรณรงค์สันติภาพรอบโลก) นั่งเครื่องบินจากสุวรรณภูมิไปลงที่สนามบินอาร์ลันดา ชานกรุงสตอกโฮล์ม ติโมรอรับอยู่ที่สนามบิน เขาพาร่างอวบอ้วนพร้อมรถตู้เชฟโรเลตสีแดงมากับเรือเฟอร์รี ข้ามทะเลบอลติกมาจากฟินแลนด์ในเช้าวันเดียวกันนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายอีกคนเข้ามาสมทบ &amp;ldquo;ผุดผาดน้อย วรวุฒิ&amp;rdquo; อดีตยอดมวยไทยเจ้าของฉายา &amp;ldquo;ไอ้หมูแข้งทอง&amp;rdquo; ผู้เป็นคนเผยแพร่มวยไทยให้ยุโรปรู้จัก อยู่ฝรั่งเศส 23 ปี และในเวลานั้นย้ายมาสอนที่สวีเดนได้ 3 ปี ผุดผาดน้อยรู้จักกับคุณเจษฎาตั้งแต่สมัยอยู่ที่ฝรั่งเศส จะขออาสาลงเรือกลับเมืองไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;คุณสุธรรม (ปัจจุบันเป็นพระสงฆ์) ที่ท่าเรือเมืองวาซา ประเทศฟินแลนด์ อีกจุดที่เรือดำน้ำเคยจอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สวัสดีครับลุงหมู&amp;rdquo; ผมเรียกชื่อเล่น แกย้อนว่า &amp;ldquo;ไอ้หนุ่มเอ็งพูดไม่เพราะเลย&amp;rdquo; ผมก็เข้าใจทันที &amp;ldquo;ขอโทษครับพี่หมู&amp;rdquo; ตอนนั้นแกอายุ 56 ปีแล้ว แต่ยังดูหนุ่มอยู่มาก เราสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว เพราะผมดื่มไวน์เป็นเพื่อนแกทุกคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเรา 4 คนในเชฟโรเลต เริ่มเดินทางย้อนอดีตของเรือดำน้ำ U-194 ไปตามเมืองต่างๆ ริมฝั่งทะเลบอลติก ที่เรือลำนี้เคยจอดให้ผู้คนได้สัมผัสชื่นชม คืนแรกนอนที่โรงแรม Ditt Hotel เมืองเยฟเล (Gavle) วันต่อมาเข้าไปเที่ยวในเมืองซุนด์สวาล (Sundsvall) และออกนอกเส้นทางไปยังเมืองบิสพ์กอร์เดน เขตรากุนดา (Ragunda) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ เยือนเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2440 ในการเสด็จ ประพาสยุโรปครั้งที่ 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;100 ปีต่อมา หน่วยงานรัฐ ชาวไทยในสวีเดน และเทศบาลท้องถิ่นสวีเดนร่วมกันสร้างพระบรมราชานุสรณ์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ขึ้น เป็นศาลาทรงไทย ความสูง 28 เมตร กว้างและยาวด้านละ 10 เมตร ด้านในประดิษฐานพระรูปเท่าพระองค์จริง เป็นสถานที่ในการพบปะในวันสำคัญและการทำกิจกรรมต่างๆ ของชาวไทยในสวีเดน ปัจจุบันมีศูนย์วิปัสสนาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียดายเราไปถึงตอนกลางคืน ศาลาปิดแล้ว ไม่สามารถเข้าไปกราบพระพุทธเจ้าหลวงข้างในได้ อากาศตอนนั้นหนาวมาก ติดลบ 10 กว่าองศา ผมถ่ายวิดีโอได้ไม่กี่นาทีก็ปวดนิ้วจนขยับไม่ได้ พี่หมูอยู่สวีเดนมา 3 ปี ใส่ถุงมือก็ยังหนาว กลับเข้ารถแล้วก็รีบกระดกวอดก้าที่ติดมาคนละอึก ค่อยยังชั่ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;เตาทำอาหารที่บ้านของติโม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เรากลับมาเข้าเส้นทางชายฝั่งอีกครั้งที่เมืองเอิร์นสโคลด์สวิก (&amp;Ouml;rnsk&amp;ouml;ldsvik) คืนนั้นพักที่โรงแรม Scandic Hotel วันต่อมาขึ้นเหนือไปที่อูเมโอ (Ume&amp;aring;) ซึ่งเราจะต้องนั่งเรือข้ามไปยังฟินแลนด์เย็นนั้น ติโมโทรศัพท์จองที่พัก อธิบายว่าเป็นเรือนจำเก่า เอามาดัดแปลงทำเป็นโรงแรม แต่ยังให้บรรยากาศเดิมๆ พวกเราก็ลุ้นกันว่าขอให้ห้องเต็ม แล้วห้องก็เต็มสมใจชาวไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนจะลงเรือเกิดปัญหา เจ้าหน้าที่เรือเฟอร์รีไม่ยอมให้พี่หมูลงเรือ เพราะแกไม่ได้พกพาสปอร์ตมา มีแต่บัตรเรสซิเดนซ์ฝรั่งเศส แกคิดว่าเป็นกลุ่มเชงเก้นเหมือนกันไม่น่ามีปัญหา ฝ่ายติโมปั้นเรื่องขึ้นมาว่าเขาเป็นพี่น้องคนละแม่กับพี่หมู ติโมเกิดที่เยอรมนี พี่หมูเกิดฝรั่งเศส และโม้อะไรอีกหลายอย่าง สุดท้ายเจ้าหน้าที่ให้ผ่านอย่างงงๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่งเรือ 5-6 ชั่วโมงก็ถึงฟินแลนด์ที่เมืองวาซา (Vaasa) ตั้งตามชื่อราชวงศ์วาซาของสวีเดน ซึ่งในอดีตฟินแลนด์เคยถูกสวีเดนยึดครองอยู่นานเกือบ 700 ปีเลยทีเดียว คืนนี้พักที่ Sokos Hotel วาซาเป็นเมืองที่ดูคึกคักพอสมควร แต่เราไม่ได้ออกไปเที่ยว เพราะกินมื้อเย็นมาจากในเรือแล้ว นั่งที่บาร์ของโรงแรมชั่วโมงกว่าๆ ก็เข้านอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;หิมะตกหนักที่เมืองโพรี ประเทศฟินแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สายๆ วันต่อมาติโมพาไปยังจุดที่เคยจอดเรือดำน้ำ ท้องฟ้าสีหม่นหมอง น้ำบริเวณท่าเรือกลายเป็นน้ำแข็งและถูกปกคลุมด้วยปุยหิมะ เป็นครั้งแรกของผมที่ได้สัมผัสตัวแทนความหนาวนี้ อ้าปากรับเกล็ดสีขาวที่ร่วงลงจากฟ้า จึงได้รู้ว่าหิมะไม่มีรสชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นติโมขับรถเลียบฝั่งตะวันตกของประเทศฟินแลนด์ลงมาทางใต้ถึงเมืองโพรี (Pori) ซึ่งบ้านของเขาตั้งอยู่ในเขตชานเมือง ภรรยาติโมทำพายแซลมอนและพายบลูเบอร์รีไว้ต้อนรับ พร้อมกาแฟร้อนๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านของติโมเป็นบ้านโบราณ ในอาณาบริเวณเดียวกันมีถึง 11 หลัง ส่วนมากไว้เก็บยานพาหนะทั้งใหม่-เก่าที่เขาสะสมไว้เป็นจำนวนมาก ซาวน่าแบบดั้งเดิมก็มี ข้าวของบางอย่างที่ติดมากับเรือดำน้ำ U-194 เขาเก็บไว้ในอาคารหลังหนึ่ง อาทิ กระติกน้ำอเนกประสงค์ของทหารโซเวียต เข็มขัด เข็มกลัด เขาแจกให้เราเท่าที่เราจะเอาไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คืนนั้นเราพักที่ Sokos Hotel โรงแรมที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ ติโมกับภรรยาพาเราไปกินข้าวเย็นที่ร้านหนึ่งใกล้ๆ โรงแรมก่อนจะแยกย้ายกัน วันต่อมาพายุหิมะพัดถล่ม บ้านติโมโดนหนักถึงขั้นไฟดับ ฮีทเตอร์ทำงานไม่ได้ เวลาบ่าย 2 หลังจากช่างไฟฟ้าซ่อมเสร็จเขาก็ออกมาหาเราขณะที่เรากินเคบับและพิซซ่าอยู่ที่ร้านอาหารข้างๆ จัตุรัส Market Square แล้วพาไปยังเกาะ Reposaari ที่เรือดำน้ำเคยจอด ซึ่งมีถนนเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ ห่างจากตัวเมืองโพรีราว 30 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;รถกวาดหิมะทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อให้ชีวิตประจำวันของชาวเมืองดำเนินไปได้ไม่ติดขัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ติโมแวะดูกิจการล่องเรือบริการนักท่องเที่ยว (ในฤดูร้อน) ของเขา แล้วพาไปชมบ้านพักชาวประมงในถนนใกล้ๆ ท่าเรือ เขาบอกว่าหนังฮอลลีวูดเรื่อง White Night ได้มาถ่ายทำแถวนี้ ใช้คนท้องถิ่นเป็นนักแสดงตัวประกอบจำนวนมาก ออกฉายปี พ.ศ.2528 เนื้อหามีความเกี่ยวข้องกับสงครามเย็น แต่ออกแนวดราม่า มีเพลง Say You, Say Me ของ Lionel Richie เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ดังมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เย็นนั้นติโมต้องรีบกลับบ้าน เพราะสภาพอากาศยังแย่อยู่ นอกจากภรรยาแล้วก็ยังมีหมา แมว และกระต่ายในกรงที่ต้องดูแล พวกเรา 3 คนกินข้าวเย็นกันที่ร้านอาหารเม็กซิกันของโรงแรม พี่หมีขึ้นนอนแต่หัวค่ำ ส่วนผมกับพี่หมูดื่มไวน์คนละสอง-สามแก้วก็ตามขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนเที่ยงวันต่อมาติโมมารับเราไปที่บ้านอีกครั้งแล้วจึงออกเดินทางลงใต้ไปที่เมืองอุสิเกาปุงกิ (Uusikaupunki) ท่าเรือแรกของ U-194 บนแผ่นดินฟินแลนด์ เขายังชี้ให้ดู Maritime School โรงเรียนการเดินเรือที่เขาเคยเข้าเรียนอยู่ประมาณครึ่งปี ตั้งอยู่ใกล้ๆ จุดจอดเรือดำน้ำ จากนั้นพาพวกเราเดินทางต่อไปยังเมืองท่าตูรกุ (Turku) เพื่อขึ้นเรือเฟอร์รีของบริษัท SeaWind Line (ปัจจุบันล้มเลิกกิจการไปแล้ว) กลับสตอกโฮล์ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ผู้สูงอายุออกมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติเพราะรถกวาดหิมะทำงานอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เรือออกประมาณ 4 ทุ่ม เรากินมื้อค่ำกันในร้านอาหารของเรือ ผมลองไปหยอดเหรียญเสี่ยงโชคกับเครื่องเล่นที่เรียกว่า Cash &amp;amp; Carry แต่พอเสียประมาณ 6 ยูโรก็เลิก (ฟินแลนด์ใช้เงินสกุลยูโร ส่วนสวีเดนใช้เงินสกุลโครน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเรือเฟอร์รีขนาดใหญ่นี้มีแหล่งบันเทิงอยู่ครบครัน นอกจากตู้เสี่ยงโชคจำนวนหนึ่งแล้วยังมีร้านขายสินค้าปลอดภาษีด้วย ผมซื้อเสื้อและกระเป๋ามาอย่างละชิ้นแล้วกลับไปนั่งดื่มต่อที่โต๊ะ พี่หมีขอตัวไปนอน ติโมนั่งต่ออยู่อีกสักพักก็ลุกตาม ผมรอดูว่าพี่หมูหยุดเมื่อไหร่ก็จะหยุดด้วย กระทั่งตี 2 กว่าๆ ไวน์หมด ผมหันไปมองแกเพื่อจะเอาคำตอบ แกพยักหน้า ผมโล่งอก เพราะนี่หมายความว่า &amp;ldquo;นอนเถอะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในห้องนอนของเราที่เป็นแบบเคบิน 4 เตียง สำหรับ 4 คน ติโมไม่ได้นอนอยู่ เขาเฉลยตอนรุ่งเช้าว่าถ้าเขานอนร่วมกับพวกเราคงไม่มีใครหลับลง เพราะเขากรนดังมาก แม้ภรรยาก็ยังขอแยกห้องนอน เขาเลยแอบจ่ายพิเศษให้กับพนักงานเรือคนหนึ่งเป็นเงิน 20 ยูโร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อขอนอนคนเดียวในห้องที่ว่างทั้ง 4 เตียง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39199</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, ททท, ยุโรป, ยูโร, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ, เรือดำน้ำรำลึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
