<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวา!มะกะโรนีไครซิสแรงกว่าวิกฤตกรีซ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มิ.ย.2561 - ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงผลกระทบความเสี่ยงวิกฤติยูโรโซนรอบใหม่และปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะและการเมืองอิตาลี ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นยังจำกัดวงอยู่ที่ตลาดการเงินโลก โดยเฉพาะตลาดสินทรัพย์เสี่ยง เงินยูโรอาจอ่อนค่าลงอย่างมากและอาจเป็นเป้าหมายของการถูกโจมตีหรือเก็งกำไรได้ หากมีการโจมตีค่าเงินอาจนำไปสู่วิกฤตการณ์ทางการเงินที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวมได้และเศรษฐกิจไทยก็จะหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ยาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.อนุสรณ์ มองว่า การไหลออกของเงินทุนระยะสั้นจากตลาดเกิดใหม่รวมทั้งไทย กระแสเงินทุนไหลออกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทุนขนาดใหญ่ของไทยอาจจะไหลออกไปลงทุนในอียูและอิตาลีเพิ่มขึ้นเนื่องจากราคาสินทรัพย์ในอิตาลีและอียูจะปรับตัวลง ผลกระทบจะขยายวงไปสู่ภาคการค้าและภาคเศรษฐกิจจริงหรือไม่อยู่ที่ว่า ปัญหาวิกฤติหนี้สาธารณะและการเมืองอิตาลีนำไปสู่แรงกดดันให้เกิดการถอนตัวออกจากยูโรโซนหรือไม่และอิตาลีสามารถทำตามแนวทางการปฏิรูปเศรษฐกิจและมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อแก้ปัญหาหนี้สาธารณะ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์คิดเป็น 130% ของจีดีพีได้หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากอิตาลีไม่สามารถทำได้ตามเงื่อนไขของอียูกำหนดเอาไว้ ปัญหาผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกจะรุนแรงกว่ากรณีของวิกฤติหนี้สินของกรีซที่ประทุขึ้นเมื่อปี 2552 เนื่องจากปริมาณหนี้สาธารณะที่ใหญ่กว่าเกือบ 5 เท่า ความเสี่ยงอีกประการหนึ่ง คือ การจัดการเลือกตั้งใหม่ในเร็วๆนี้ มีความเป็นไปได้ที่พรรคการเมืองที่สนับสนุนการถอนตัวออกจากอียูอาจชนะการเลือกตั้งนำไปสู่การลงประชามติเพื่อออกจากยูโรโซนได้แบบ BREXIT&amp;rdquo;ผศ.ดร.อนุสรณ์ระบุ
&amp;nbsp;
ผศ.ดร.อนุสรณ์ ในฐานะอดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวเตือนว่า การอ่อนแอลงของเศรษฐกิจอิตาลีและยูโรโซนจะทำให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรปไม่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้และจะมีการชะลอมาตรการ QE EXIT ภาวะดังกล่าวจะกดดันให้เงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักและเงินบาท เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นได้อีกส่งผลกระทบต่อกิจการส่งออกที่ปรับตัวไม่ทัน และธนาคารแห่งประเทศไทยควรเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนด้วยความระมัดระวังความเสี่ยงไม่ให้เกิดการขาดทุนทางบัญชีเพิ่มสูงมากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศกว่า 2.15 แสนล้านดอลลาร์ซึ่งมีมากเกินความจำเป็น ควรนำมาจัดตั้งกองทุนเพื่อบริหารผลตอบแทน นำรายได้ไปลงทุนเพื่อประโยชน์ของประชาชน ดูแลสวัสดิการและแก้ปัญหาเศรษฐกิจต่างๆ แต่การดำเนินการนี้ต้องมีการกำกับควบคุมที่ดีและมีธรรมาภิบาล&amp;rdquo;ผศ.ดร.อนุสรณ์ระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10587</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาวิทยาลัยรังสิต, ยูโรโซน, หนี้สาธารณะ, อนุสรณ์ ธรรมใจ, อิตาลี, เศรษฐศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc0266adb57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
