<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ททท.อุบลโปรยเสน่ห์เมืองดอกบัว เน้นท่องเที่ยวปลอดภัยในบรรยากาศงดงาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อุบลม่วนชื่น เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว หากการเดินทางเข้าสู่สภาวะปกติ ชูจุดขายเน้นท่องเที่ยวตามวิถีใหม่ ปลอดภัยต่อสุขภาพ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้มาตรฐาน SHAใช้สื่อออนไลน์ ช่วยกระตุ้นเตือนการดูแลตัวเอง ให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและเผยแพร่เรื่องราวเสน่ห์ท่องเที่ยวเมืองดอกบัว ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธงชัย แสนทวีสุข ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานอุบลราชธานี รับผิดชอบพื้นที่อุบลราชธานี ยโสธร และอำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ในขณะนี้สถานการณ์การท่องเที่ยวในบางพื้นที่เริ่มผ่อนคลายเปิดให้เดินทางบ้างแล้ว แต่สิ่งสำคัญสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวก็คือความกังวลใจเรื่องของความปลอดภัยทางด้านสุขภาพที่จะได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ ททท.จึงให้ความสำคัญกับการกระตุ้นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวตระหนักถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวแบบปลอดภัยวิถีใหม่ ที่ทุกคนต้องดูแลตัวเองทางด้านสุขอนามัย ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากตลอดการเดินทาง การเว้นระยะห่าง การล้างมือ เป็นแนวทางปฏิบัติที่พึงกระทำโดยอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัยไม่ว่าจะเดินทางไปยังพื้นที่ใดก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนของแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และบริการที่เกี่ยวข้อง สำนักงานททท.อุบลราชธานีได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวใน 10 ประเภทกิจการเข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านสุขอนามัย หรือ SHA เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวในการมาใช้บริการในพื้นที่ โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับการรับรอง 81 ราย จังหวัดยโสธร 21 ราย และจังหวัดอำนาจเจริญ 6 รายและตั้งเป้าหมายว่าขยายให้ผู้ประกอบการเข้าสู่กระบวนการของ SHA เพิ่มขึ้นให้มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เครื่องหมายรับรองความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการมาตรฐาน SHA คือโครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย หรือ Amazing Thailand Safety &amp;amp; Health Administration (SHA) เกิดขึ้นจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยททท.ร่วมกับกรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข มีเป้าหมายเพื่อยกมาตรฐานการบริการที่มีความปลอดภัยด้านสุขอนามัย โดยเชิญชวนผู้ประกอบการและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องแต่ละพื้นที่เข้าร่วมโครงการ ผู้ที่ผ่านมาตรฐานการประเมิน จะได้รับเครื่องหมาย SHA เป็นสัญลักษณ์เพื่อเพิ่มความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;พระอาทิตย์ยามเช้าที่ผาชะนะได อ.โขงเจียม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ครอบคลุมกิจการท่องเที่ยว 10 ประเภท&amp;nbsp; ได้แก่ 1.ภัตตาคาร ร้านอาหาร 2.โรงแรม ที่พัก สถานที่จัดประชุม 3.นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 4.ยานพาหนะ 5. บริษัทนำเที่ยว 6.สุขภาพและความงาม 7.ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 8.กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 9.โรงละคร โรงมหรสพ การจัดกิจกรรม และ 10.ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ เพื่อเตรียมตัวรับกระแสโลกที่เน้นการท่องเที่ยวปลอดภัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้อำนวยการททท.สำนักงานอุบลราชธานีกล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการทำให้นักท่องเที่ยวจากภายนอกรู้จักแหล่งท่องเที่ยวของเมืองอุบล ยโสธร และอำนาจเจริญมากขึ้น รวมทั้งเป็นข้อมูลก่อนที่จะเดินทางมาเยือนสถานที่จริง ทางททท.จึงใช้สื่อออนไลน์ในช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะFacebook ททท.สำนักงานอุบลราชธานี Tat&amp;nbsp; UbonRatchathani เผยแพร่เรื่องราวของแหล่งท่องเที่ยว ประเพณีวัฒนธรรม อาหารการกิน เพื่อให้นักท่องเที่ยวรับรู้ว่าพื้นที่นี้ สามารถเดินทางมาได้ทุกฤดูกาล และมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวได้แบบครบครัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;คิดถึงเทียนพรรษา คิดถึงอุบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ในช่วงที่ยังเดินทางได้เฉพาะภายในพื้นที่ ททท.สำนักงานอุบลราชธานีก็นำเสนอเรื่องราวเพื่อเป็นทางเลือก เช่นการแนะนำเส้นทางไหว้พระ 9 วัดในเมืองอุบลช่วงวันหยุด ที่ทำให้ไม่ต้องเดินทางไปไกลๆ&amp;nbsp; ได้แก่วัดพระธาตุหนองบัว,วัดนาควาย,วัดศรีประดู่,วัดมหาวนาราม พระอารามหลวง (วัดป่าใหญ่),วัดทุ่งศรีเมือง,วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ (วัดใต้),วัดเลียบ,วัดหลวง,วัดสุปัฏนารามวรวิหาร โดยมีประวัติความเป็นมาของแต่ละวัด และพิกัดที่สามารถเดินทางไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ยังมีข้อมูลการเปิดปิดของสถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่นอุทยานนาควัตร ตำบลหนองบ่อ อำเภอเมืองที่ถือว่าเป็นแหล่งรวมนาคราช 4 ตระกูล รวมพุทธประวัติพระพุทธองค์ ป่าหิมพานต์ ซึ่งในช่วงกลางคืนระหว่างเวลา 19.00-20.00น.ทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมีการเปิดให้ชมอุทยานเรืองแสง ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม รวมทั้งนำดอกไม้บายศรีไปถวายปู่ศรีสุทโธได้ ผู้สนใจสอบถามเส้นทางได้ที่ โทร.063-440-4719 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;อุทยานนาควัตร ตำบลหนองบ่อ อ.เมืองอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การประกาศ เปิดการท่องเที่ยวบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 โดยแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดภายในเช่น แหล่งพลาญกงเกวียน/พลาญป่าชาด, แหล่งท่องเที่ยวน้ำตกห้วยหลวง/น้ำตกประโอนลออ/แก่งกะเลา/แก่งสนสามพันปี/น้ำตกสราลีภิรมย์&amp;nbsp; แต่ขอให้งดกิจกรรมการพักแรมทุกประเภทและการลงเล่นน้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตารางการบินท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี ประจำเดือนกันยายน 2564 พร้อมรวบรวมรายละเอียดการจองตั๋วและการสอบถามราคาตั๋วของทุกสายการบินในเส้นทางอุบลราชธานี เพื่อความสะดวกสำหรับประชาชนเป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับคนที่สนใจเรื่องวัฒนธรรม มีการแพร่ภาพสดการแสดงวัฒนธรรมแบบออนไลน์ เทศกาลยลเทียนพรรษา มรดกล้ำค่า เมืองดอกบัวให้ได้ชมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่วิดีโอแหล่งท่องเที่ยวและถ่ายสด กิจกรรม &amp;ldquo;พูดจาประสาท่องเที่ยว&amp;rdquo; เพื่อรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์ท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่องทางเฟสบุ๊ค ของสำนักงานททท.อุบลราชธานียังให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอำนาจเจริญและยโสธรที่หลากหลาย โดยมีความเป็นมา จุดที่เป็นไฮไลท์ไว้แบบครบครัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานี ที่ถือว่าเป็นสถานที่มีชื่อเสียงที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดที่จะไปเยือนได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;แม่น้ำโขง มองจากผาชะนะได&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผาชะนะได&amp;quot; อำเภอโขงเจียม ซึ่งนอกจากจะมองเห็นแสงแรกของดวงอาทิตย์ยามเช้าเป็นจุดแรกของประเทศไทยแล้ว จากจุดที่ยืนอยู่มองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างจะเป็นแม่น้ำโขงกั้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทยและลาว มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ถ้ามาในช่วงฤดูหนาวจะได้ชมความงดงามของทะเลหมอกเหนือลำน้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใกล้ๆ กันคือ &amp;quot;ผาแต้ม&amp;quot; มีชื่อเสียงในเรื่องภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เรียงรายอยู่บริเวณด้านล่างของหน้าผา มีอายุไม่ต่ำกว่า 3,000-4,000 ปี เป็นภาพเขียนสีที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ความยาวทั้งหมดประมาณ 1,600 เมตร แบ่งออกเป็น 4 จุด คืออยู่ที่ ผาขาม ผาแต้ม ผาหมอนน้อย และผาหมอน ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติผาแต้มทำทางเดินจากหน้าผาด้านบนลงไปชมภาพเขียนสีเหล่านี้ มีทั้งภาพคน สัตว์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัญลักษณ์ ลวดลายเรขาคณิต ฯลฯ บอกเล่าถึงพิธีกรรม ความเชื่อ และวิถีชีวิตของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สามพันโบก หรือ แกรนด์แคนยอนเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สามพันโบก&amp;quot; หรือ &amp;quot;แกรนด์แคนยอนเมืองไทย&amp;quot; แหล่งท่องเที่ยวที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเป็นกลุ่มหินทรายแนวเทือกเขาภูพานตอนปลาย ทอดตัวยาวริมฝั่งโขงไทยและลาว เรียงตัวทอดยาวเป็นสันดอนขนาดใหญ่ มีขนาดพื้นที่ 10 ตารางกิโลเมตร ความงดงามอลังการของสามพันโบก ถือเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ หินแต่ละก้อนที่ถูกกัดเซาะเว้าแหว่ง บางแห่งเกิดเป็นโพรงขนาดใหญ่จนสามารถแทรกตัวเข้าไปอยู่ได้เหมือนภาพศิลปะ ไฮไลต์ก็คือการได้ไปถ่ายภาพโบกที่มีชื่อว่า &amp;quot;มิกกี้เม้าส์&amp;quot; ล่องเรือชมความงามของทิวทัศน์แม่น้ำโขง และรับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นบ้าน เช่น ลาบปลา ต้มปลา ที่ร้านอาหารบริเวณสามพันโบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;แม่น้ำสองสี&amp;quot; ที่โขงเจียม เป็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติที่แม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน มีความแตกต่างระหว่างสีของแม่น้ำทั้งสองสาย คือ แม่น้ำมูลที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่เรียกกันว่า &amp;quot;โขงสีปูน มูลสีคราม&amp;quot; มีจุดชมแม่น้ำสองสีอยู่ริมตลิ่งหน้าวัดโขงเจียม และที่หมู่บ้านห้วยหมาก และสามารถนั่งเรือไปชมทัศนียภาพริมฝั่งโขงได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับคนชอบป่า &amp;quot;อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย&amp;quot; ครอบคลุมพื้นที่อำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศลาวและประเทศกัมพูชา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาในเทือกเขาพนมดงรัก ป่าจึงมีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์มากๆ ภายในเขตอุทยานฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย โดยมีไฮไลต์ที่ &amp;quot;น้ำตกห้วยหลวง&amp;quot; หรือ &amp;quot;น้ำตกบักเตว&amp;quot; อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สูงประมาณ 30 เมตร สวยงามอลังการมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือ วัดเรืองแสง อ.สิรินธร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้าเป็นวัด แนะนำ &amp;quot;วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว&amp;quot; หรือที่เรียกกันว่า &amp;quot;วัดเรืองแสง&amp;quot; ตั้งอยู่ที่อำเภอสิรินธร เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงโดยจำลองสภาพแวดล้อมของวัดป่าหิมพานต์ หรือเขาไกรลาส มาไว้ที่นี่ บริเวณยอดเขาจะมองเห็นพระอุโบสถสีทอง จุดเด่นของวัดคือการได้มาชมจิตรกรรมบนผนังด้านหลังของอุโบสถในยามค่ำคืน เป็นภาพเรืองแสงสีเขียวของต้นกัลปพฤกษ์ที่แสนงดงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วัดทุ่งศรีเมือง&amp;quot; ตั้งอยู่ในเขตกลางใจตัวเมืองอุบลฯ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี มีสถาปัตยกรรมอันงดงามมากมาย โดยเฉพาะ&amp;quot;หอไตรกลางน้ำ&amp;quot; เป็นหอพระไตรปิฎกที่สร้างด้วยไม้ตั้งอยู่กลางสระน้ำ มีลักษณะผสมผสานกันระหว่างศิลปะของไทย ลาว และพม่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;หอไตรกลางน้ำ &amp;nbsp;วัดทุ่งศรีเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีวัดของครูบาอาจารย์สายวัดป่าที่สำคัญ คือ &amp;quot;วัดหนองป่าพง&amp;quot; ตั้งอยู่ที่บ้านพงสว่าง หมู่ที่ 10 ตำบลโนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี แวดล้อมด้วยธรรมชาติอันสงบเงียบ มีบรรยากาศอันร่มรื่น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมหรือการมาศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในสายปฏิบัติ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2497 โดยพระโพธิญาณเถร หรือที่รู้จักกันในนาม หลวงพ่อชา สุภัทโท เป็นสถานที่ที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่สนใจพุทธศาสนาเดินทางมาเยือนปีละจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เจดีย์พระโพธิญาณเถร บรรจุอัฐิหลวงปู่ชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วัดสระประสานสุข&amp;quot; หรือวัดบ้านนาเมือง อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 5 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีชื่อเสียง ทั้งในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง มีพุทธศาสนิกชนเลื่อมใสจำนวนมาก ด้วยบารมีของ หลวงปู่บุญซึ่งเคร่งครัดในพระวินัยตามสายพระธรรมยุตรวมทั้งมีสถาปัตยกรรมสวยงาม มีพระอุโบสถแปลกตา สร้างเป็นรูปเรือสุพรรณหงส์ประดับตกแต่งด้วยเซรามิก ทำให้มีคนเดินทางมาชมและมาทำบุญจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วัดถ้ำคูหาสวรรค์&amp;quot; จุดเด่นของวัดนี้คือมีพระเจดีย์ยอดสีทอง ชื่อว่าพระธรรม เจดีย์ศรีไตรภูมิ โดยมียอดเจดีย์ใหญ่ 1 ยอด ตรงกลางล้อมรอบด้วยยอดเล็กๆ อีก 8 ยอดที่มีความสวยงามมากตั้งอยู่ที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ติดแม่น้ำโขง บริเวณวัดเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่ได้รับความนิยมจุดหนึ่ง ใครที่ไปเที่ยวอุบลฯ แล้วมีโปรแกรมที่จะไปผาแต้ม มักไม่ยอมพลาดวัดนี้ บริเวณด้านในถ้ำยังเป็นที่ประดิษฐานร่างของหลวงปู่คำคนิง จุลมณี ซึ่งมรณภาพแล้วแต่สังขารไม่เน่าเปื่อย แต่ละวันมีลูกศิษย์ลูกหาและผู้ศรัทธาแวะกราบนมัสการจากทั่วสารทิศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วัดมหาวนาราม&amp;quot; หมายถึง &amp;quot;วัดป่าใหญ่&amp;quot; เดิมชาวอุบลเรียกวัดนี้ว่า &amp;quot;วัดป่าหลวง&amp;quot; ซึ่งหลวงในภาษาอีสานและเหนือก็หมายถึง ใหญ่ นั่นเอง ถือเป็นวัด เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี สร้างด้วยศิลปะแบบล้านนา ที่ตัวพระอุโบสถไม่สูงมากมีหลังคาจั่วหลายชั้น ตั้งอยู่กลางเมืองบริเวณถนนหลวง ตำบลในเมือง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีวัดอื่นๆ อีกหลายวัดตั้งเรียงรายตั้งอยู่ติดกัน วัดนี้ยังมีคนในพื้นที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า &amp;quot;วัดพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง&amp;quot; ตามชื่อพระประธานที่ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;หมูยออุบล ของกินขึ้นชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เดินสายท่องเที่ยวและทำบุญกันมาหลายจุดแล้ว เมื่อมาอุบลราชธานี ไม่ควรพลาดอาหารประจำถิ่นที่หารับประทานได้ง่ายๆ เช่น ในตัวเมืองอุบลฯ มีอาหารเช้ารสเลิศคือ ไข่กระทะ หมูยอ และกวยจั๊บญวน หาชิมได้จากร้านทั่วไปและร้านยอดนิยมอย่าง &amp;quot;สามชัยกาแฟ (ข้างจวนผู้ว่าฯ)&amp;quot; หรือ &amp;quot;99 ก๋วยจั๊บรสแซบ&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนคออาหารอีสานขนานแท้มาแล้วรับรองไม่ผิดหวังกับส้มตำรสแซบนัวให้ชิมกัน เช่น &amp;quot;ร้านส้มตำ ทบ.&amp;quot; ส่วนร้าน อื่นๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน แต่มาถิ่นนี้แล้วต้องสั่งแนว ตำปู ตำลาว ตำซั่ว ตำสายบัว ตำโคราช ตำป่า ตำแตง พร้อมปลาเผา ปีกไก่ทอด หมูทอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ก๋วยจั๊บญวณ เมืองอุบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนของฝากจากเมืองอุบลราชธานี มีทั้งหมวดอาหารอย่างหมูยอ หรือเส้นกวยจั๊บเมืองอุบล มีหลายแบรนด์ ทุกร้านรับประกันคุณภาพสินค้าไม่ใส่สารกันบูด กินแล้วสบายใจ เช่น ร้านหมูยอกิมลั้ง หมูยอ ณ อุบล หรือร้านดาวทอง ร้านหมูยอตองหนึ่ง ฯลฯ เป็นต้น คนชอบผักแหนมเนืองเมืองนี้ขึ้นชื่อเช่นกัน ส่วนของที่ระลึกประเภทผ้า ผ้ากาบบัวที่โด่งดังระดับโลก เลือกเป็นของขวัญของฝากที่คนรับถูกใจอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สนใจเรื่องราวการท่องเที่ยวของจังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร และอำนาจเจริญ เข้าไปติดตามได้ที่ Facebook :&amp;nbsp;ททท.สำนักงานอุบลราชธานี Tat&amp;nbsp; UbonRatchathani&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116372</URL_LINK>
                <HASHTAG>99 ก๋วยจั๊บรสแซบ, Amazing Thailand Safety &amp; Health Administration (SHA), SHA, Tat Ubonratchathani, กรมควบคุมโรค, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, กรมอนามัย, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงสาธารณสุข, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายธงชัย แสนทวีสุข, ยโสธร, วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว, สามพันโบก, สำนักงานอุบลราชธานี, หมูยอ, อำนาจเจริญ, อุทยานนาควัตร, อุบลม่วนชื่น, อุบลราชธานี, เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว, เน้นท่องเที่ยวตามวิถีใหม่, เสน่ห์เมืองดอกบัว, โครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านสุขอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210911/image_big_613c68c861e80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2020 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2020 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;ขึ้นปราศรัยใหญ่ที่&#039;ยโสธร&#039;ปลุก ปชช. ออกไปหย่อนบัตรลงโทษเผด็จการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.2563 &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ยังคนเดินทางช่วยผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ. ในนามคณะก้าวหน้าหาเสียง สำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ โดยช่วงเช้าวันนี้ ที่ จ.ยโสธร นายธนาธร พร้อมด้วย นายสฤษดิ์ ประดับศรี ผู้สมัครนายก อบจ.ยโสธร เบอร์ 3 ได้เดินทางไปดูการทำข้าวอินทรีย์แปลงสาธิต การทำนาด้วยน้ำบาดาลด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ก่อนเดินทางไปดูการทำธนาคารน้ำใต้ดิน ที่ อบต.หนองหมี เพื่อออกแบบจัดทำนโยบายที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ทั้งนี้ ในช่วงเย็นของวานนี้ (18 พ.ย.) ที่บริเวณสนามฟุตบอลหน้าที่ว่าการอำเภอเลิงนกทา นายธนาธร นายสฤษดิ์ พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.อบจ. คณะก้าวหน้า จัดเวทีปราศรัยใหญ่โดยมีประชาชนทยอยเข้าพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเย็น บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้เข้าร่วมรับฟังการปราศรัยกว่า 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร เริ่มต้นการปราศรัยด้วยการกล่าวว่า ที่ตนมาในวันนี้ เพื่อจะเชิญชวนพี่น้องชาวยโสธรออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งท้องถิ่น และวันนี้คณะก้าวหน้าได้มาทำการเมืองท้องถิ่น ซึ่งไม่เคยมีใครตั้งใจทำและทำได้แบบที่เราทำมาก่อน นั่นคือ การส่งผู้สมัครลงแข่งขัน นายก อบจ. ถึง 42 จังหวัดในครั้งเดียว ภายใต้แคมเปญเดียวกัน ภายใต้การรณรงค์แบบเดียวกัน ภายใต้แนวนโยบายอุดมการณ์แบบเดียวกัน โดยที่จะชนะหัวจิตหัวใจของประชาชน ด้วยอุดมการณ์ที่มั่นคง ด้วยแนวนโยบายที่ตอบสนองกับความเดือดร้อนของประชาชน ผู้สมัครนายก อบจ. ทั่วประเทศจะไม่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงและจะไม่ทุจริตคอรัปชั่นอย่างแน่นอน เพราะเราไม่ได้ตั้งคณะก้าวหน้ามาเพื่อเอาภาษีประชาชน มาสร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับตัวเองและพวกพ้อง แต่เราตั้งคณะก้าวหน้ามาเพื่อผลักดันประชาธิปไตยในประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในประเทศนี้ และเพื่อสร้างความก้าวหน้าในประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเมืองท้องถิ่นมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด และเราเชื่อว่าคนที่จะให้บริการสาธารณะให้กับประชาชนได้ดีที่สุด ก็คือการเมืองท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นระดับ อบต. เทศบาล หรือระดับ อบจ. นี่คือโอกาสครั้งสำคัญที่ท่านจะเลือกอนาคตของจังหวัดยโสธร ว่าท่านจะเลือกไว้วางใจให้กับใครเข้าไปบริหารงบประของจังหวัดที่มีปีละกว่า 500 ล้านบาท ดังนั้นวันที่ 20 ธันวาคม จึงเป็นเรื่องของการกำหนดอนาคตแนวทางการพัฒนาจังหวัดยโสธร รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงของทุกคนจึงมีคุณค่าและมีความหมายอย่างยิ่ง&amp;quot; นายธนาธร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร ยังกล่าวด้วยว่า ทำไมการเรียกร้องเสรีภาพ เป็นความผิดบาปมากนักหรือในประเทศนี้ ทำไมการเรียกร้องการแก้รัฐธรรมนูญ เรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้ลูกหลานของเราเป็นความผิดบาปนักหรือถึงต้องยิงแก๊สน้ำตาใส่นิสิตนักศึกษาที่ออกไปชุมนุม พวกเราประชาชนมีแค่สองมือเปล่า เราไม่มีปืน ไม่มีตำรวจ ไม่มีทหาร ไม่มีศาล ไม่มีองค์กรอิสระยืนอยู่ข้างหลังเรา เรามีเพียงแต่มือเปล่า และการเลือกตั้งคือการส่งเสียงของประชาชนที่สันติที่สุด การเลือกตั้งคือกลไกที่สำคัญที่สุด ที่จะยุติความคิดเห็นต่างในสังคม ขอให้ท่านจงใช้โอกาสนี้ หย่อนบัตรเลือกตั้งเพื่อส่งเสียงของประชาชน ว่าเราไม่เอาอีกแล้ว เราจะไม่ทนอีกแล้ว พอกันทีกับสังคมที่มีแต่การกดขี่ กับการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ กับเศรษฐกิจที่ผูกขาด คนรวยก็รวยขึ้น คนจนก็จนลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จงบอกพวกเขาดังๆ ผ่านบัตรเลือกตั้ง ว่าเราไม่เอาอีกแล้ว กับสังคมที่ไม่มีความยุติธรรม ที่คุกหรือเรือนจำมีไง้แต่สำหรับขังคนจน คนรวยและคนมีอำนาจไม่เคยต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่เอาอีกแล้วกับสังคมที่ลูกหลานของเราเติบโตมาแล้วไม่มีงานทำ ถ้าอำนาจเป็นของประชาชนเมื่อไร สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น พวกเขาต้องการให้เราจน ต้องการให้เราโลภ เพื่อที่พวกเขาจะปกครองพวกเราง่าย แสดงให้พวกเขาเห็นว่า มือเปล่าของเราและสิทธิพลเมืองที่เรามีคือบัตรเลือกตั้ง แข็งแรงกว่าลูกปืนของพวกเขา การเลือกตั้งจึงเป็นการลงทุนที่น้อยที่สุด ที่จะสร้างอนาคตที่ดีให้ลูกหลานของเราได้&amp;quot; นายธนาธร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84364</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ยโสธร, เลือกตั้งนายก อบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb5f961b85fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ยโสธร”ชวนร่วมงานบุญจุดไฟตูมกา   ชมกุ้งเดินขบวนรับกรีนซีซั่นเมืองอุบล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ช่วงกรีนซีซั่น หรือฤดูฝน หลายๆ พื้นที่ในประเทศไทย รวมทั้งจังหวัดยโสธรและอุบลราชธานี จะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าสนใจหลากหลาย และเป็นช่วงที่มีงานประเพณีออกพรรษาที่หาชมได้ยาก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถไปร่วมกิจกรรมเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี (รับผิดชอบพื้นที่อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 28 กันยายน-3 ตุลาคม 2563 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกิจกรรมในงานบุญออกพรรษาที่เป็นประเพณีเก่าแก่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย คือ งานบุญประเพณีจุดไฟตูมกาออกพรรษา ที่จังหวัดยโสธร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงานบุญดังกล่าว มีที่มาจากบ้านทุ่งแต้ หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งใน ต.ทุ่งแต้ อ.เมือง จ.ยโสธร ได้ร่วมกันฟื้นฟูภูมิปัญญาในงานประเพณีในอดีตซึ่งเลือนหายไปพร้อมกับการมีไฟฟ้าใช้ของชุมชน นั่นคือการจุด &amp;ldquo;ไฟตูมกา&amp;rdquo; ในวันออกพรรษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจุดไฟตูมกา เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชนบ้านทุ่งแต้ที่สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน โดยการนำผลตูมกาผลไม้ป่าที่มีรูปทรงกลมคล้ายผลส้มขนาดเท่ากำปั้น หรือโตกว่า มีก้านยาวและมีลักษณะพิเศษคือเปลือกบางโปร่งแสง เมื่อขูดเอาผิวสีเขียวออกและคว้านเอาเนื้อและเมล็ดข้างในออกหมดแล้ว ใช้มีดแกะเป็นลายต่างๆ ตามความต้องการ หลังจากนั้นจุดเทียนสอดขึ้นไปจากรูที่เจาะไว้ส่วนล่างของผลตูมกา แสงสว่างจากเปลวเทียนก็จะลอดออกมา เป็นลวดลายตามรูที่เจาะไว้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในคืนออกพรรษาชาวบ้านจะจุดเทียนจากที่บ้านหิ้วก้านตูมกาไปรวมกันที่วัด ซึ่งรูปทรงของผลตูมกาที่ออกแบบมามีความพิเศษคือแม้จะมีลมพัด เทียนก็จะไม่ดับ เมื่อเทียนจะหมดก็เปลี่ยนเล่มใหม่ได้ เมื่อไปถึงที่วัดก็จะนำไฟตูมกาไปแขวนไว้ตามสถานที่ที่ทางวัดจัดไว้ เช่น ซุ้มไม้ไผ่หรือราวไม้สำหรับแขวนก้านตูมกา แล้วร่วมสวดมนต์ใหว้พระตามวิถีของชาวพุทธ ถวายเป็นพุทธบูชาในวันออกพรรษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีนี้จังหวัดยโสธรได้ยกระดับงานประเพณีจุดไฟตูมกาให้ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กันยายน-&amp;nbsp; 2 ตุลาคม 2563 บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองยโสธร นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจกับความระยิบระยับตระการตาของแสงไฟตูมกานับหมื่นดวงที่จุดเป็นพุทธบูชา พร้อมกับชมการฟ้อน &amp;ldquo;เพลินใจ ไฟตูมกา&amp;rdquo; จากนางรำนับพันคน รวมทั้งกิจกรรมสาธิต การแกะลายไฟตูมกา และกิจกรรมทางวัฒนธรรมอื่นๆ อีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในวันที่ 2 ตุลาคม 2563 ซึ่งเป็นวันออกพรรษา จะมีขบวนแห่ไฟตูมกาตามแบบวิถีชุมชนไฟตูมกา บ้านทุ่งแต้ ต.ทุ่งแต้ อ.เมือง จ.ยโสธร เพื่อประกอบพิธีจุดไฟตูมกาถวายเป็นพุทธบูชาที่วัดบูรพาบ้านทุ่งแต้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากจะได้ร่วมงานบุญออกพรรษาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางในพื้นที่เชื่อมโยงได้อย่างคุ้มค่า อาทิ เส้นทางย้อนรอยเมืองสิงห์ท่า ค้นหาอดีตเมืองยโสธร,&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชมโบสถ์ไม้บ้านซ่งแย้ อ.ไทยเจริญ, หัตถกรรมหมอนขวาน ผ้าขิดบ้านศรีฐาน, พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก ที่วัดหอก่อง อ.มหาชนะชัย หรือวิมานพญาแถน เป็นต้น รวมทั้งซื้อของฝากขึ้นชื่อของเมืองยโสธร เช่น ปลาส้ม หมอนขวานผ้าขิด เครื่องจักสาน เพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนอีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายในงานและทุกพื้นที่จะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด นับตั้งแต่ขอให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวมใส่หน้ากากอนามัย การวัดอุณหภูมิ การทำจุดเพื่อเว้นระยะห่างในการนั่งหรือยืน การติดตั้งเจลล้างมือเพื่อทำความสะอาด เพื่อความปลอดภัยทางด้านสุขภาพของทุกคน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน ในช่วงเดือนกันยายนของทุกปี ในพื้นที่แก่งลำดวน ซึ่งเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าอุบลราชธานี อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี จะมีปรากฏการณ์ของกุ้งก้ามขน หรือ Macrobrachium Dienbienphuense จำนวนนับแสนตัว พากันเดินขบวนไปวางไข่ และบางช่วงที่มีน้ำมาก กุ้งว่ายทวนน้ำไปไม่ไหว จำต้องปีนป่ายไปบนก้อนหินทรายเพื่อคืบคลานไปข้างหน้า กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในธรรมชาติที่ไม่ค่อยได้พบเจอ และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการไปชมกุ้งเดินขบวนนั้น ต้องไปตอนกลางคืน โดยนักท่องเที่ยวต้องมีไฟฉายไปด้วย และห้ามนำอาหารไปกิน ต้องเดินด้วยความระมัดระวังเพราะพื้นลื่น และทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ผู้สนใจไปชมปรากฏการณ์นี้ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าอุบลราชธานี โทร. 0-4541-0040 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากมาชมกุ้งเดินขบวนแล้ว ในจังหวัดอุบลราชธานีบริเวณใกล้เคียงกันยังมีแหล่งท่องเที่ยวในฤดูฝน โดยเฉพาะน้ำตกต่างๆ ซึ่งมีน้ำมาก มีความสวยงาม ฉ่ำเย็น สร้างความสดชื่นแก่ผู้มาเยือน อาทิ &amp;ldquo;น้ำตกแสงจันทร์&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;น้ำตกลงรู&amp;rdquo; หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว Unseen In Thailand มีลักษณะพิเศษคือ สายน้ำตกจะไหลผ่านหน้าผาที่เป็นปล่องหิน ทำให้เหมือนน้ำไหลลงไปในรู บริเวณโดยรอบของน้ำตกแห่งนี้มีทั้งโขดหินน้อยใหญ่เรียงรายกันสวยงามและต้นไม้นานาพันธุ์ ดูคล้ายกับสวนญี่ปุ่น บริเวณเบื้องล่างเป็นถ้ำ สามารถตั้งแคมป์ได้ โดยน้ำตกแห่งนี้นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;น้ำตกสร้อยสวรรค์&amp;quot; อยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลจากหน้าผาสูงชันสองด้าน ตกลงมาบรรจบกัน มีลักษณะคล้ายสายสร้อย ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง สูงประมาณ 20 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี เป็นน้ำตกที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวกันมาก สามารถมองเห็นทิวทัศน์แม่น้ำโขง ผืนป่าและหน้าผาหินฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;น้ำตกห้วยหลวง&amp;quot; ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย คนท้องถิ่นเรียกกันว่า &amp;quot;น้ำตกบักเตว&amp;quot; เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เกิดจากลำธารห้วยหลวง อยู่เลยที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอยไปทางใต้ 3.5 กิโลเมตร สามารถเข้าถึงได้สะดวกโดยรถยนต์ มีความสูงประมาณ 45 เมตร ไหลผ่านหน้าผาลงสู่เบื้องล่าง มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ พื้นน้ำเป็นสีเขียวมรกตและมีหาดทรายขาวสะอาด เหมาะสำหรับการลงเล่นน้ำ ด้านบนมีจุดชมทิวทัศน์และถ่ายภาพ ด้านล่างมีบันไดสำหรับขึ้นลงจำนวน 272 ชั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี กล่าวต่อว่า นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาในพื้นที่นี้ด้วยความสะดวกสบาย โดยเฉพาะในวันธรรมดา และในสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดอุบลราชธานี ยังมีมาตรการรักษาสุขอนามัยตามมาตรฐานทางด้านสาธารณสุข ทั้งการให้สวมหน้ากากอนามัย ตรวจวัดไข้ มีอุปกรณ์ล้างมือ และลงชื่อเข้าชมเพื่อรักษาระยะห่างและความหนาแน่นอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี (รับผิดชอบในพื้นที่อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร) โทรศัพท์&amp;nbsp; 0-4524-3770 และติดตามข้อมูลการท่องเที่ยวได้ที่ Facebook: Tat UbonRatchathani&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77236</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, กุ้งเดินขบวน, ท่องเที่ยวไทย, น้ำตกสร้อยสวรรค์, น้ำตกห้วยหลวง, น้ำตกแสงจันทร์, มองเมือง, ยโสธร, อุบลราชธานี, ไฟตูมกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200912/image_big_5f5cc07ab5565.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“มหกรรมแตงโมอินทรีย์ วิถียโสธร”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วิถีถิ่น&amp;rdquo; ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม หรืออาหารการกินของแต่ละพื้นที่ในเมืองไทยนั้น มีความหลากหลาย และมีความงดงามที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยี่ยมเยือนในแต่ละพื้นที่ได้รับประสบการณ์และความประทับใจในแบบที่ไม่ซ้ำกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ล่าสุด นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี (รับผิดชอบอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร) เปิดเผยว่า จังหวัดยโสธร ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำหนดจัดงานมหกรรมแตงโมอินทรีย์ วิถียโสธร ปี 2563 ระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคม 2563 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดยโสธรให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานอุบลราชธานี กล่าวว่า &amp;ldquo;บั้งไฟโก้ แตงโมหวาน หมอนขวานผ้าขิด แหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ&amp;rdquo; เป็นคำขวัญประจำจังหวัดยโสธร ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวยโสธรเป็นอย่างดี ไม่เพียงแต่ข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียง จังหวัดยโสธรยังมีแตงโมซึ่งปลูกด้วยความฮัก (รัก) คัดด้วยใจ ไม่ใช้สารเคมี และเนื่องจากเป็นจังหวัดต้นแบบเกษตรอินทรีย์จึงทำให้แตงโมมีเนื้อหวาน กรอบ ชื่นใจ เป็นพืชสร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับชาวจังหวัดยโสธร จึงได้มีการจัดงานแตงโมอินทรีย์ วิถียโสธรขึ้นเป็นประจำทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานมหกรรมแตงโมอินทรีย์ วิถียโสธร เกิดจากการบูรณาการจากทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ได้แก่ จังหวัดยโสธร สำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์การบริหารส่วนจังหวัด อบต.ลุมพุก และที่สำคัญ กลุ่มปลูกฮักและวิสาหกิจชุมชน แปลงใหญ่ YSF ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจลองลิ้มชิมรสแตงโมหวานยโสธร สามารถแวะมาที่มหกรรมงานแตงโมอินทรีย์ วิถียโสธร ซึ่งจะจัดในวันที่ 13-15 มีนาคม 2563 นี้ ณ ที่ว่าการอำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายในงานมีกิจกรรมเกี่ยวกับแตงโมที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น การประกวดแตงโมผลใหญ่ การประกวดแตงโมคุณภาพ การแข่งขันส้มตำแตงโม, การจำหน่ายแตงโมอินทรีย์/GAP, การจำหน่ายผลผลิตทางเกษตรจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เครือข่ายแปลงใหญ่และจากกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer - YSF เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานอุบลราชธานี กล่าวต่อว่า จังหวัดยโสธรยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง อาทิ วิมานพญาแถน แลนด์มาร์คใหม่จังหวัดยโสธร หรือพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก สร้างเป็นรูปพญาคันคาก ความสูง 19 เมตร เป็นสถานที่รวบรวมประวัติศาสตร์พื้นบ้านตำนานเกี่ยวกับพญาคันคากและบั้งไฟ อันเป็นความเป็นมาของจังหวัดยโสธร ภายในอาคารประกอบด้วยพื้นที่จัดนิทรรศการจำนวน 4 ชั้น ได้แก่ ชั้นที่ 1 แสดงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองยโสธร ชั้นที่ 2 ตำนานพญาแถนและพญาคันคาก ชั้นที่ 3 ตำนานและเรื่องราวของบั้งไฟ และชั้นที่ 4 เป็นเรื่องราวอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอัตลักษณ์เมืองยโสธร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ยังมี พระธาตุกู่จาน ตั้งอยู่ภายในวัดบ้านกู่จาน ตำบลกู่จาน อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เป็นปูชนียสถานสำคัญที่ประชาชนชาวเมืองยโสธรและจังหวัดใกล้เคียงต่างให้ความเคารพ สถาปัตยกรรมมีรูปทรงคล้ายองค์พระธาตุพนม แต่มีขนาดเล็กกว่า สร้างขึ้นตามคตินิยมเพื่อการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ แต่ละปีจะมีการจัดพิธีสรงน้ำ ซึ่งพิธีกรรมดังกล่าวนี้ทำเป็นประจำทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เพราะเชื่อกันว่า หากไม่ทำ ฝนฟ้าจะไม่ตกต้องตามฤดูกาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ยังมีเส้นทางชุมชนที่น่าสนใจ คือ การไปเยือนชุมชนบ้านสิงห์ท่า ค้นหาอดีตเมืองยโสธร ย่านเก่าซึ่งมีถนนวนรอบลัดเลาะเชื่อมถึงกันระหว่างชุมชน ตลาด โรงเรียน และวัด 3 แห่ง ได้แก่ วัดมหาธาตุ วัดศรีธรรมาราม วัดสิงห์ท่า และศาลหลักเมือง นักท่องเที่ยวจะได้เห็นสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส ลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน บานประตูและหน้าต่างเป็นทรงโค้ง ที่ยังเหลือให้เห็นอยู่ริมถนนศรีสุนทร นครปทุม อุทัยรามฤทธิ์ และถนนวิทยธำรง เป็นเส้นทางสงบๆ ไม่พลุกพล่าน มีร้านกาแฟในบรรยากาศน่ารักให้เช็กอิน มีตึกเก่าให้เซลฟีเก๋ๆ มีร้านอาหาร ร้านของฝาก &amp;ldquo;ปลาส้มยโส&amp;rdquo; ที่ขึ้นชื่อใหัซื้อกลับบ้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สถานที่ต่อมาที่ไม่ควรพลาดเช่นกันเมื่อมาเยือนยโสธร คือ การไปนมัสการรอยพระพุทธบาทที่วัดพระพุทธบาทยโสธร โบราณสถานสำคัญที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งอยู่บนเนินทรายริมฝั่งแม่น้ำชี ทัศนียภาพสวยงามสงบร่มเย็น มีการแบ่งสัดส่วนเป็นเขตโบราณสถานและโบราณวัตถุชัดเจน ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปปางนาคปรก และศิลาจารึก เป็นสถานที่ที่มีประชาชนหลั่งไหลเข้ามากราบไหว้บูชาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีโบสถ์ไม้บ้านซ่งแย้ อำเภอไทยเจริญ หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า &amp;ldquo;วัดอัครเทวดามิคาแอล&amp;rdquo; ตั้งอยู่ที่อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร เป็นโบสถ์ไม้หลังใหญ่แบบคริสตจักรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีอายุถึง 100 ปี ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นเป็นสง่า จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดอันซีนของจังหวัดยโสธรที่ห้ามพลาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ข้างโบสถ์คริสต์ยังมีเรือนไทยอยู่ด้านข้าง มีความสวยงามในแนวประติมากรรมแบบไทย และสร้างจากไม้ทั้งหมด ตกแต่งด้วยต้นไม้สวยงาม ร่มรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้สนใจไปร่วมกิจกรรมดีๆ ในงานมหกรรมแตงโมอินทรีย์ วิถียโสธร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานอุบลราชธานี รับผิดชอบพื้นที่ (อุบลราชธานี-ศรีสะเกษ-ยโสธร-อำนาจเจริญ) โทรศัพท์ 0-4524-3770 หรือเข้าไปติดตามข้อมูลอื่นๆ ได้ที่ Facebook: Tat UbonRatchathani&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59109</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, ททท., ท่องเที่ยว วัฒนธรรม, มหกรรมแตงโมอินทรีย์ วิถียโสธร, ยโสธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200307/image_big_5e6396c4adafd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2020 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2020 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ประเพณีบุญคูณลาน สู่ขวัญข้าว ยโสธร&quot; แสดงพลังยิ่งใหญ่ข้าวไทยในสายตาชาวโลก             </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกวียนโบราณประดับตกแต่งรวงข้าวสวยงามตามวิถีอีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ครั้งแรกที่งานบุญคูณลาน ตำนานข้าวอินทรีย์ วิถีวัฒนธรรมยโสธร &amp;nbsp;ประเพณีที่สืบสานยาวนานและมีสำคัญต่อวิถีชีวิตชาวนาที่เปรียบเหมือนกระดูกสันหลังของชาติ &amp;nbsp; จะได้รับการพัฒนาและยกระดับ ให้เป็นงานวิถีอีสานที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ &amp;nbsp;โดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมมือร่วมใจกับจังหวัดยโสธร จังหวัดที่มีความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมประเพณี &amp;nbsp;เพราะมีทั้งงานบุญบั้งไฟยโสธรที่จัดยิ่งใหญ่ทุกปี และจัดเป็นเฟสติวัลที่ติดอันดับต้นๆของโลกไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้ชาวยโสธร เชิญชวนไปดูประเพณีบุญคูณลานที่อ.กุดชุม จ.ยโสธร &amp;nbsp;เป็นประเพณีที่อนุรักษ์ สืบสาน สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน &amp;nbsp;ที่มีการพัฒนาปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบันของแต่ละท้องถิ่น ผสมผสานความเชื่อระหว่างพระพุทธศาสนาและลัทธิพราหมณ์อย่างกลมกล่อม ในเดือนมกราคม (เดือนยี่)นี้ &amp;nbsp;นับเป็นงานบุญใหญ่ ที่เป็นสิริมงคลแก่นาข้าวและลานข้าวหลังการเก็บเกี่ยว &amp;nbsp;เตรียมเปิดให้ผู้คนทั่วไปเที่ยวชมและร่วมประเพณีบุญคูณลานร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวในการแถลงข่าว &amp;ldquo;โครงการพัฒนาและยกระดับงานสืบสานประเพณีบุญคูณลาน ตำนานข้าวอินทรีย์ วิถีวัฒนธรรมยโสธร ประจำปี 2563 ว่า จากการที่รัฐบาลส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์เกิดเป็นค้าและบริการ &amp;nbsp;ได้แก่ อาหาร ภาพยนตร์ แฟชั่น มวยไทย และเทศกาล ประเพณี สร้างรายได้เข้าประเทศ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ประเพณีไทยเป็นที่รู้จักทั้งในระดับชาติ และนานาประเทศ &amp;nbsp;วธ. จึงร่วมกับ จ.ยโสธร ส่งเสริมให้ประเพณีบุญคูณลานของชาวอ.กุดชุม ที่สืบทอดประเพณีฮีต 12ชาวอีสานให้คงอยู่ &amp;nbsp;โดยงานมีขึ้นระหว่างวันที่ 16 - 20 &amp;nbsp;ม.ค. ณ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอกุดชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ประเพณีบุญคูณลาน เรียกว่า &amp;ldquo;บุญกุ้มข้าวใหญ่&amp;rdquo; &amp;nbsp;หรือ &amp;ldquo;บุญคูณข้าว&amp;rdquo; มีการสืบสานในพิธีทำบุญเพื่อให้เกิดสิริมงคลแก่นาข้าวและลานข้าวหลังการเก็บเกี่ยว ถือเป็นพิธีที่มีความสำคัญต่อชาวนาและคนในชุมชน &amp;nbsp;เป็นต้นแบบในการสืบสานวัฒนธรรมประเพณี มีการจัดกิจกรรมในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งพิธีบูชาพระแม่โพสพ ขบวนแห่ผีตาแอก ขบวนแห่กุ้มข้าวใหญ่ และกิจกรรมพาแลง ในส่วน วธ.จะสนับสนุนในงานดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักเป็นงานระดับประเทศเทียบเท่ากับงานบุญบั้งไฟพญานาค เพื่อให้เป็นที่รู้จักของคนไทยและต่างชาติมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;&amp;quot; ปรเมศว์ร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกขบวนแห่สืบสาน&amp;rdquo;บุญคูณลาน ตำนานข้าวอินทรีย์ วิถีวัฒนธรรมยโสธร&amp;rdquo; มาไว้ที่ วธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดินแดนอีกสานถือว่ารุ่มรวยด้วยวัฒนธรรม ซึ่งในงานประเพณีบุญคูณลาน สู่ขวัญข้าว ประกอบด้วยพิธีบายศรีสู่ขวัญข้าว การประกวดกลองยาวระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือและระดับจังหวัด การสาธิตขบวนแห่เกวียนโบราณพร้อมรีวิวประกอบ ขบวนตำนานข้าวอินทรีย์ สามารถถ่ายภาพได้อย่างงดงาม ที่น่าสนใจไม่แพ้กันกิจกรรมวิถีอีสานที่มีเอกลักษณ์ &amp;nbsp; ได้แก่ การแข่งขันตีข้าว หุงข้าว &amp;nbsp;บีบข้าวปุ้น &amp;nbsp;ส้มตำ ตำข้าว ดีดพิณ &amp;nbsp;เป่าแคน &amp;nbsp;เป่าโหวต &amp;nbsp;จนถึงการเล่น&amp;quot;สะนูว่าว&amp;quot; หรือธนูว่าว &amp;nbsp;เป็นเครื่องเล่นประกอบว่าว ชาวอีสานนิยมเล่นช่วงหน้าหนาว หลังฤดูเก็บเกี่ยวข้าวแล้วเสร็จหนุ่มนาบ้านทุ่งจะเตรียมทำสะนูว่าว เพื่อปล่อยขึ้นให้ลอยบนท้องฟ้า เมื่อมีลมพัดผ่านใบสะนูจะเกิดเสียงฟังเหมือนดนตรีฝากไปยังสาวนาที่หมายปอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความยิ่งใหญ่อลังการยังไม่หมด มีการแสดงแสง สี เสียง ขบวนนางรำเซิ้งหน้าขบวนแห่เกวียนโบราณ และการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านภาคอีสาน &amp;nbsp;โดยจะมีพิธีเปิดงานวันที่ 18 ม.ค.นี้ &amp;nbsp;รับรองคึกคัก คาดว่า จะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานร่วมสืบสานประเพณีและอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นให้คงอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รำออนซอนอีสาน การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านน่าชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน มงคล ชื่นตา รองนายกเทศมนตรี อ.กุดชุมพัฒนา จ.ยโสธร &amp;nbsp;กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ ได้รวบรวมชุมชนท้องถิ่นจาก 128 หมู่บ้านของ อ.กุดชุม ซึ่งได้ชื่อว่ามีเอกลักษณ์ผ้าทอสีธรรมชาติพื้นเมือง ผลไม้ขึ้นชื่ออย่างมะขามหวาน แก้วมังกร ลองกอง โดยเฉพาะการเป็นแหล่งผลิตข้าวอินทรีย์ธรรมชาติที่มีกว่า 300 สายพันธุ์ &amp;nbsp;ผู้มาร่วมงานจะได้เห็นความรักความสามัคคีของคนในชุมชน มาสร้างสรรค์ขบวนเกวียนประดับตกแต่งด้วยข้าวอินทรีย์จำนวน 10 เล่ม มี ปราสาทรวงข้าวที่ยิ่งใหญ่กลางงานสุดตระการตาโดยใช้รวงข้าวประดับมากถึง 2 ล้านกำตามประเพณีฮีต 12 &amp;nbsp;โดยคนในชุมชนใช้เวลาตกแต่งนานกว่า 2 เดือน ที่จะได้เห็นกันในวันเปิดงาน &amp;nbsp; พร้อมกับขบวนเซิ้งมีนางรำจากหมู่บ้าน ต่างๆ แต่งกายด้วยผ้าทอพื้นเมืองกว่า 400 คนที่จะมาร่ายรำเซิ้งบั้งไฟ ได้แก่ ขบวนแสดงตำนานข้าวอินทรีย์ &amp;nbsp;,ขบวนผีตาแฮก ,ขบวนบูชาข้าว ,ขบวนกุ้มข้าวใหญ่ ,ขบวนสู่ขวัญข้าว ,ขบวนพระแม่โพสพ ,ขบวนข้าวอินทรีย์ ,ขบวนผ้าฝ้าย ผ้ายกดอก ,ขบวนทอเสื่อกก และขบวนผลไม้ และธัญพืชอินทรีย์ ของดีชุมชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เที่ยวชมประติมากรรมหุ่นฟาง งานศิลปะสร้างสรรค์จากวิถีชาวนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการปีที่ 3 &amp;nbsp;ปีนี้จะมีการเชิญทูตการค้าระหว่างประเทศมาร่วมดูงานให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของการรวมพลังของคนในท้องถิ่นในการส่งเสริมการส่งออกข้าวไปยังทวีปต่างๆ ที่ผ่านมาถือว่า อ.กุดชุม พัฒนาเป็นแหล่งผลิตข้าวอินทรีย์ของไทยส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นไม่ต่ำกว่าปีละ 50 ล้านบาท หากประเพณีดังกล่าวเป็นที่รับรู้ของคนทั่วโลกจะช่วยสร้างภาพลักษณ์การเป็นผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ที่มีศักยภาพของโลก รวมถึงยังเชื่อมโยงการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของคนในชุมชน เช่น หมู่บ้านโอทอปนวัตวิถี &amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกรโคขุน ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ เป็นการกระตุ้นท้องถิ่นและระดับประเทศ &amp;quot; มงคล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียนรู้การตีข้าว ในงานจัดแข่งขันตีข้าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การสืบสานภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ชุมชนเป็นหัวใจสำคัญ ถวาย สุขบัติ กำนันตำบลหนองหมี อ.กุดชุม จ.ยโสธร ชาวบ้านหนองหมี จ.ยโสธร &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ประเพณีบุญคูณลาน เป็นประเพณีเก่าแก่สืบทอดมาแต่รุ่นปู่ย่าตายาย เป็นงานบุญเดือนสาม เกิดจากความสามัคคีของชุมชน นัดหมายกันเอาข้าวเปลือกมาทำบุญร่วมกัน มากองเป็นเป็นกุ้มข้าวใหญ่ หรือเจดีย์ข้าว &amp;nbsp;เพื่อเป็นการรำลึกพระคุณพระแม่โพสพและสร้างขวัญกำลังใจชาวนา &amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมจะเอาข้าวเปลือกครัวเรือนละ 1- 2 กระสอบ &amp;nbsp;ถวายวัดในหมู่บ้าน ต่อมาเพิ่มจัดงานบุญคูณลานใหญ่ 128 หมู่บ้าน &amp;nbsp;เอาข้าวสารมาทำบุญกันที่อำเภอ นิมนต์พระสงฆ์มาสวดเจริญพระพุทธมนต์ เป็นวิถีวัฒนธรรมยโสธรที่สวยงามมีเอกลักษณ์ วันงานมีขบวนเกวียนประดับรวงข้าวจากแต่ละหมู่บ้าน ชุมชนเตรียมงานกันเป็นเดือนเป็นประเพณีสำคัญ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประดับตกแต่งตุงทำจากรวงข้าว ที่จะปรากฎโฉมในงานจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; อำเภอกุดชุมไม่เพียงสืบสานวัฒนธรรม แต่ยังเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็นเป็นสุขต้นแบบ นำวิถีธรรมชาติและวิถีชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในหลวง ร.9 มาใช้ ทั้งในระดับบุคคล ครัวเรือน และชุมชน &amp;nbsp;ชาวบ้านได้ทำกิจกรรม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำรงชีวิต ปลูกจิตสำนึกตามรอยพ่อ &amp;nbsp;นอกจากทำนา ก็มีการปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกแตงโม การเลี้ยงกบ ไก่พื้นเมืองเป็นอาหาร &amp;nbsp;ลดรายจ่าย รวมถึงลดต้นทุนด้วยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ &amp;nbsp;น้ำหมักชีวภาพที่ทำใช้เอง ไม่ใช้สารเคมีในการเกษตร มีการตั้งวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกข้าว ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวหอมมะลิแดง ขายทั้งในและต่างประเทศ สร้างรายได้แก่ชุมชน &amp;quot; กำนันถวาย กล่าวด้วยรอยยิ้ม พร้อมเชิญชวนชาวไทยและชาวต่างประเทศร่วมงาน&amp;quot;บุญคูณลาน ตำนานข้าวอินทรีย์ วิถีวัฒนธรรมยโสธร&amp;quot; วันที่ 16-20 ม.ค.นี้ ที่ จ.ยโสธร

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54635</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, ประเพณีบุญคูณลาน สู่ขวัญข้าว ยโสธร&quot; แสดงพลังยิ่งใหญ่ข้าวไทยในสายตาชาวโลก, ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์, ยโสธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1ef5bdcca34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งหามาตรการช่วยเหลือเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ ตรวจน้ำท่วมยโสธร-อุบลฯ เว้าอีสานให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย เผย &amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; ทรงห่วงใยประชาชน ยันรัฐบาลไม่ทอดทิ้ง เร่งหามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม สั่งทุกหน่วยเยียวยา ปลุกทุกคนต้องรักกัน อย่าเชื่อโซเชียลยุแยงให้เกลียดกัน &amp;quot;เทวัญ&amp;quot; สั่ง พศ.ดูแล 178 วัดที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 กันยายน เวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม &amp;nbsp;เดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6.) ดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยเครื่องบิน บ.ท.135 &amp;nbsp;(Embraer) เพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยใน จ.ยโสธร และ จ.อุบลราชธานี พร้อมกับรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูง อาทิ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์กล่าวก่อนลงพื้นที่ว่า ต้องบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ในส่วนของจังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธรยังมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ จึงต้องดูแลเรื่องที่พักและอาหาร โดยมีการตั้งโรงครัวพระราชทาน น้ำดื่ม และการสัญจรไปมาของประชาชนที่ยังเป็นปัญหา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดรถและเรือมาบริการประชาชน ศูนย์การซ่อมสร้างถนนที่ชำรุดจะแก้ไขปัญหาใช้ได้เฉพาะหน้าไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนหลังน้ำลดจะต้องสำรวจความเสียหายให้ชัดเจน โดยใช้ระเบียบหลักเกณฑ์เดิมของกระทรวงการคลัง ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีอยากให้มีการพิจารณาหลักเกณฑ์ช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้เสนอมาตรการ แต่คงไม่ทันเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะนอกจากงบของแต่ละหน่วยงานแล้วยังสามารถใช้งบฉุกเฉิน &amp;nbsp;โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.10&amp;nbsp;น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานทหารกองบิน 21 อ.เมืองอุบลราชธานี จากนั้นเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยังจุดจอด ฮ.สวนสาธารณะพญาแถน ต.ในเมือง อ.เมืองยโสธร โดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ระหว่างที่นายกฯ นั่งอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ได้กางแผนที่เพื่อดูผังเมืองสภาพภูมิศาสตร์ พบว่าส่วนใหญ่ความเสียหายเกิดจากน้ำล้นตลิ่งไหลท่วมเป็นวงกว้าง จึงสั่งให้เร่งระบายน้ำหรือจูงน้ำไปหาที่กักเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพื้นที่น้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นของประชาชน นายกฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานในท้องถิ่นทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน และหามาตรการช่วยเหลือทดแทนหากต้องใช้เป็นพื้นที่แก้มลิงอย่างที่เคยทำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและพิษณุโลก&amp;nbsp;รวมทั้งยังได้สั่งการให้เพิ่มการขุดลอกลุ่มน้ำสาขา ทำพนังกันน้ำประตูน้ำเพิ่มอีก นายกฯ ได้ย้ำว่าเราไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้ในคราวเดียว จึงขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและหน่วยราชการในท้องถิ่น รวมถึง ส.ส.ในพื้นที่ให้ความรู้แจ้งเตือนประชาชน&amp;nbsp;
รบ.ไม่ทอดทิ้งผู้ประสบภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ และคณะเดินทางด้วยรถทรานส์ฟอร์เมอร์ หมายเลขทะเบียน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;กบ&amp;nbsp;5125&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร ไปเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่วัดกลางศรีไตรภูมิ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อ.เมืองยโสธร &amp;nbsp;ทันทีที่ไปถึงได้ทักทายและให้กำลังใจหน่วยแพทย์ที่มาดูแลประชาชนว่า &amp;quot;เหนื่อยหน่อยนะ มีภัยแบบนี้ก็ต้องช่วยกัน&amp;quot; โดยมีนายนิกร สุกใส ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร กล่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ ได้กล่าวกับประชาชนที่มาต้อนรับกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คนว่า ได้นำรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มาด้วย เพื่อให้ทุกคนสบายใจว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้งทุกคน และสิ่งแรกที่มาวันนี้อยากนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี ที่ทรงเป็นห่วงประชาชนและฝากความห่วงใยมากับรัฐบาล และผ่านโครงการต่างๆ ของทุกพระองค์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม วันนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 32&amp;nbsp;จังหวัด ซึ่งรัฐบาลต้องดูแลคนทุกจังหวัด ไม่ได้ทำให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เราเคยเจอเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;มาแล้ว เหตุการณ์วันนี้ต้องมีกำลังใจ ซึ่งทุกคนได้รับความเดือดร้อนแน่นอน เพราะฝนตกมากกว่าปกติ ส่วนเรื่องการทำนาจะไปบังคับใครไม่ได้ แต่หากทำแบบเดิมจะมีปัญหาแบบเดิมและทำให้เสียงบประมาณ จึงขอให้บางส่วนลองทำเกษตรแบบผสมผสานเพื่อให้มีน้ำเพียงพอในการทำการเกษตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเยียวยาทางการเกษตรนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือตามกฎหมายและกฎระเบียบของกระทรวงการคลัง รวมถึงค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต และทราบว่าขณะนี้มีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;23&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตนขอแสดงความเสียใจ ทั้งนี้เชื่อว่าสามารถช่วยเหลือได้มากกว่านี้ &amp;nbsp;โดยให้ไปหามาตรการที่เหมาะสมที่เป็นไปตามกฎหมายและพระราชบัญญัติการเงินการคลัง ไม่ใช่ใครพูดว่าจะให้แล้วให้ได้เลยเพราะผิดกฎหมาย คงไม่มีใครอยากให้ตนติดคุก จึงต้องนำเข้าที่ประชุม ครม. ยืนยันการให้เงินประชาชนตนไม่ได้หวงอะไร แต่ต้องทำให้ถูกต้อง และใครที่บอกว่าทำง่ายๆ อย่าไปเชื่อ &amp;nbsp;ถ้าทำง่ายจริงคงทำกันมานานแล้ว แต่ตนจะทำให้เร็วกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องการมาดูด้วยตาตัวเองว่าเป็นไปตามสิ่งที่รายงานขึ้นไปหรือไม่ และขอให้ทุกคนซื่อสัตย์ต่อกันในการไปสำรวจว่าได้รับความเสียหายอย่างไร เพราะทุกคนจะได้ทั้งหมดไม่ได้ เพราะเงินจะไม่พอไปช่วยพื้นที่อื่น ทั้งนี้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมามาอีสานหลายครั้ง และได้อนุมัติหลายโครงการในการประชุม ครม.สัญจร แต่เวลาทำอะไรต้องมีการศึกษาและสอบถามประชาชน ซึ่งบางครั้งประชาชนไม่ยอมก็เป็นปัญหาว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร แต่หากจำเป็นก็จะมีมาตรการเยียวยา ไม่ได้หมายความว่าจะไปไล่ที่ใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนโครงการต่างๆ นั้น งบประมาณปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ก็เพียงพอจะจ่ายให้ได้ และในส่วนของ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;โครงการที่จังหวัดได้เสนอมา ก็ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาว่าทำได้หรือไม่ได้อย่างไร เพื่อให้ทัน ม.ค.ปี&amp;nbsp;63&amp;nbsp;เพราะเราช้ามากแล้ว เนื่องจากมีการเลือกตั้งและกำลังจะมีเรื่องแก้รัฐธรรมนูญอะไรกันอีก ทำให้ยุ่งไปหมดก็ช่างเขา แต่ผมก็ทำงานของผมไป ที่พูด ไม่ใช่ให้ผมอยู่ต่อ และที่ผ่านมาเราทำมาเยอะแล้ว ทั้งโครงการแก้ภัยแล้งและน้ำท่วม ซึ่งนายกฯ เนรมิตให้ใครไม่ได้ แต่ยืนยันจะทำให้ด้วยความร่วมมือระหว่างเรา และฝากสาธารณสุขให้ดูแลในเรื่องน้ำกัดเท้าและสัตว์มีพิษ รวมถึงไข้หวัด ซึ่งห่วงพวกเราทุกวันทุกคืน อยู่กรุงเทพฯ ผมก็ไม่ได้สบาย เพราะก่อนหน้านี้ฝนไม่ตกก็ต้องสวดมนต์ให้ฝนตก วันนี้ก็ต้องสวดมนต์ให้ฝนหยุดตกอีกแล้ว&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; อ้อนฝากหัวใจไว้ที่นี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯ และ ครม.ได้มอบถุงยังชีพให้ตัวแทนผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดยโสธร ทั้งนี้ตลอดการพูดคุยกับชาวบ้าน พล.อ.ประยุทธ์พยายามพูดคุยด้วยภาษาอีสาน แต่ไม่ค่อยมีเสียงตอบรับ จึงพูดว่า &amp;quot;ตกลงฉันพูดอีสานไม่รู้เรื่องหรือจ๊ะ ขอโทษที่ย้ายไปนานแล้ว เกิดโคราชแต่ย้ายไปนานแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ&amp;nbsp;ได้กราบนมัสการพระครูใบฎีกา ชินาธิปสุรปัญโญ เจ้าอาวาสวัดกลางศรีไตรภูมิ &amp;nbsp;โดยเจ้าอาวาสได้มอบพระอุปคุตปางจกบาตรให้นายกฯ ทั้งนี้ในช่วงท้ายระหว่างนายกฯ พบกับประชาชน ฝนได้ตกลงมาโปรยปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.20 น พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย ที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาอุทกภัยของเทศบาล ต.บ้านกอก อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี โดยมีนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าฯจ.อุบลราชธานี กล่าวรายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า รู้ว่าทุกคนลำบาก ทุกคนเดือดร้อน ก็เป็นห่วงทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากพายุ ส่วนการซ่อมแซมต้องรอให้น้ำลด รัฐบาลมีความห่วงใย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสถาบันทุกพระองค์มีความห่วงใย และมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานสิ่งของช่วยเหลือ และตนมาวันนี้เพราะเป็นห่วง ทุกอย่างรัฐบาลดูแลให้ตามขั้นตอน กติกา และมาวันนี้เพื่อดูว่าจะทำอะไรให้เพิ่มเติมอีกหรือไม่ รัฐบาลจะใช้เม็ดเงินในการดูแลให้เกิดประโยชน์สูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้โลกในโซเชียลที่เปลี่ยนแปลงอันตรายกับเราที่สุด ทำให้เราแบ่งแยกกัน ทำให้เราไม่รักกัน &amp;nbsp;แล้วเราจะรวมพลังกันได้อย่างไร เหมือนไม้ไผ่เป็นซีกหักได้หมด แต่ถ้ามัดรวมเป็นกำก็หักไม่ได้ รัฐบาลมีหน้าที่รวมแขนงไม้ไผ่ให้เป็นกำ และวันนี้ที่ตนมาเพื่อให้กำลังใจท่าน เพื่อให้ท่านมาเจอรัฐบาล ซึ่งทางฝ่ายรัฐบาล ทุกพรรคการเมืองรัฐบาลจะช่วยกัน ส่วนของฝ่ายค้านผมก็รับมา อะไรที่เป็นประโยชน์ทำได้ก็ทำ เพราะถือว่าทำให้ประชาชน อย่าไปสร้างความเกลียดชังในโซเชียล หรือในการพูดจายุแยงตะแคงรั่วกันนักเลย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว พร้อมถามประชาชนว่าเราต้องรักกันใช่ไหม ต้องไม่ทะเลาะกันใช่ไหม เราต้องฟังคนที่พูดความจริงใช่ไหม โดยประชาชนตอบว่าใช่ นายกฯ กล่าวต่อไปว่าหน่วยราชการต้องช่วยกัน ถ้าบอกทุจริตอย่างเดียวก็คงไม่ต้องทำอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ ได้แนะนำคณะและทีมโฆษกที่มาจาก 3 พรรคต่อประชาชน แล้วถามชาวอุบลฯ ว่า &amp;nbsp;&amp;quot;รักนายกฯ บ้างไหม ไม่รักก็ไม่เป็นไร ฉันก็รักเธออยู่แล้ว ขอบคุณทุกคน ฝากหัวใจไว้กับที่นี่ ไปแต่ตัว หัวใจไว้ที่นี่ รักทุกคน สัญญา&amp;quot; หลังจากนั้นนายกฯ ได้มอบถุงยังชีพแก่ประชาชนจำนวน 1,000 ชุด และเดินตรวจสภาพน้ำท่วมในจุดดังกล่าว โดยมีผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐมาต้อนรับด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี? ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ? (พศ.)? เปิดเผยว่า? เป็นห่วงและสั่งการ? พศ.ให้เร่งติดตาม และให้ความช่วยเหลือวัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยสรุปวัดที่ได้รับผลกระทบจากพายุโพดุลรวมทั้งสิ้น 20 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น สกลนคร หนองคาย อำนาจเจริญ อุดรธานี &amp;nbsp;อุบลราชธานี นครพนม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ บึงกาฬ เชียงราย พะเยา ลำปาง ตาก &amp;nbsp; พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ รวมมีวัดที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 178 วัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45381</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงห่วงใยประชาชน, ผู้ประสบอุทกภัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยโสธร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบลราชธานี, เร่งหามาตรการช่วยเหลือ, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d765e8b6515e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2019 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2019 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หญิงหน่อย&#039;สวมบทนายกฯหญิงเยี่ยม-บริจาคผู้ประสบอุทกภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2562 - คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมคณะเดินทางมาพบชาวบ้านที่โรงทานวัดดอนกลอย ต.ค้อเหนือ อ.เมือง จ.ยโสธร พร้อมมอบน้ำดื่มและอาหารแห้งให้ชาวบ้านดอนกลอย โดยกล่าวกับชาวบ้านตอนหนึ่งว่า ตอนนี้พรรคเพื่อไทยได้ตั้งกรรมาธิการเพื่อผลักดันราคาพืชผลการเกษตร และจี้ให้รัฐบาลทำตามนโยบาย เราจะไม่ท้อ เราจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยพี่น้องให้ได้มากที่สุด พี่น้องต้องสู้ไปด้วยกัน พี่น้องทุกข์เมื่อไหร่ บอกเลยจะมาหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นมีคุณยายท่านหนึ่ง บอกว่าเป็นแฟนเพื่อไทยมาตลอด และวันนี้ไม่สบาย แต่อยากเจอคุณหญิงสุดารัตน์ จึงให้ลูกอุ้มลงมา และขอเสื้อพรรคไว้เป็นที่ระลึก คุณหญิงสุดารัตน์ จึงถอดเสื้อคลุมของพรรคให้ หลังจากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์และทีมงานเดินลุยน้ำให้กำลังใจชาวบ้านที่อยู่ติดบ้าน ไม่หนีน้ำขึ้นที่สูง ก่อนที่จะขึ้นรถ 6 ล้อมาที่บ้านคำน้ำสร้าง ต.ค้อเหนือ อ.เมือง จ.ยโสธร มอบถุงยังชีพ ให้กับชาวบ้าน หมู่บ้านนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้มา 5 วันแล้ว ต้องปั่นไฟหรือแบตเตอร์รี่รถยนต์ เนื่องจากหมู่บ้านนี้เป็นที่สูง จึงเหมือนเป็นเกาะที่ถูกน้ำล้อมรอบตัดขาดจากภายนอก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ยังกำชับ ส.ส.ในพื้นที่เร่งจัดหาน้ำสะอาดและซ่อมเสาไฟฟ้า พร้อมทั้งฝากเตือนชาวบ้านอย่าแช่น้ำนาน ป้องกันโรคน้ำกัดเท้าและโรคฉี่หนู ระหว่างทางได้พูดคุยกับชาวบ้านที่ตากข้าวไว้หน้าบ้าน เพราะข้าวเปลือกเปียกน้ำ ชาวบ้านเข้ามากอดคุณหญิงและร้องไห้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนช่วงบ่ายคณะจะเดินทางไปให้กำลังใจและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม บ้านทรายงาม ต.กุดกุง อ.คำเขื่อนแก้ว และบ้านเชียงเพ็ง ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร จากนั้นจะเดินทางไปบ้านหนองแสง ต.หัวตะพาน อ.หัวตะพาน และบ้านนาอุดม ต.ไร่ขี อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45258</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ประธานยุทธศาสตร์, พท., พรรคเพื่อไทย, ยโสธร, อำนาจเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190908/image_big_5d74a5b8717f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
