<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยโสธร&#039;  คว้ารางวัล &#039;เมืองน่าอยู่&#039; ปี 61 ทั้งระดับประเทศและติดอันดับ 7 ระดับนานาชาติ จากการคัดเลือกของ WWF</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ก.ย.61-&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทศบาลเมืองยโสธร จ.ยโสธร คว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ และอันดับ 7 ในระดับนานาชาติ &amp;nbsp;ในโครงการเมืองน่าอยู่สู่โลกยั่งยืน หรือ One Planet City Challenge (OPCC) ประจำปี 2561 &amp;nbsp;โดยกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) คณะกรรมการเผย มีความโดดเด่นการจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นเลิศ รวมถึงจัดการระบบการคมนาคมภายในเมืองที่สะดวกยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกาศเมืองน่าอยู่ดังกล่าว ดำเนินการโดยองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF ประเทศไทย ร่วมกับศูนย์ข้อมูลก๊าซเรือนกระจก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบรางวัลชนะเลิศ ให้แก่เทศบาลเมืองยโสธร จ.ยโสธร &amp;nbsp;ที่เป็นเมืองน่าอยู่ ในโครงการเมืองน่าอยู่สู่โลกยั่งยืน ประจำปี 2561 ในระดับประเทศ และอันดับ 7 ในระดับนานาชาติ โดยประเทศไทยมีการส่งเทศบาลเมืองเข้าร่วมคัดเลือก 10 เมืองและในระดับนานาชาติจำนวน 132 เมือง &amp;nbsp;23 ประเทศทั่วโลกในปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นายกอร์ดอน คองดอน ผู้จัดการฝ่ายงานอนุรักษ์ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF ประเทศไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;โครงการเมืองน่าอยู่สู่โลกยั่งยืน ถือเป็นส่วนสำคัญของ WWF เพราะเป็นอีกหนึ่งหนทางที่ช่วยประเทศในการเจรจาด้านภูมิอากาศระดับชาติ และมีส่วนช่วยให้เมืองบรรลุเป้าหมายตามความตกลงปารีส ด้วยความช่วยเหลือจากชุมชนในระดับท้องถิ่น &amp;nbsp;โดยปีนี้เน้นย้ำเพิ่มเติมในด้านการคมนาคมและการเดินทางอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่สำคัญด้านสิ่งแวดล้อมของเมืองใหญ่ทั่วโลก เพราะเกือบ 1 ใน 4 ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาจากการคมนาคมขนส่ง จึงต้องมีการบริหารจัดการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยไม่รบกวนระบบนิเวศของโลกจนเกิดขีดความสามารถในการรักษาสมดุลของตัวมันเอง ซึ่งนับว่าเป็นอีกโอกาสที่เมืองต่างๆได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์การบริหารจัดการในการลดคาร์บอน หวังว่าเมืองต่างๆจะนำไปเป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจในการพัฒนาเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน นายวีระวัฒน์ ภักตรนิกร นายกเทศมนตรี เมืองยโสธร กล่าวว่า ยโสธรเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีประวัติการก่อตั้งมายาวนาน เป็นเมืองที่มีความสงบ เรียบร้อย สวยงาม &amp;nbsp;ประชาชนมีวิถีการดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย &amp;nbsp; ในแบบสังคมพี่น้อง และมีความเป็นธรรมชาติสูง &amp;nbsp;ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ที่จะก่อให้เกิดมลพิษ &amp;nbsp;อีกทั้งยังมีการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน &amp;nbsp;มีสามล้อปั่นเป็นพาหนะในการเดินทาง ในขณะที่เมืองต่างๆ รอบข้าง มีความเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างของเมืองไป อย่างรวดเร็ว แต่เมืองยโสธรยังคงเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ &amp;nbsp;ความมีเอกลักษณ์ในวัฒนธรรมประเพณีประจําถิ่นของตัวเอง ในอีกมุมหนึ่ง &amp;nbsp;จึงกลายเป็นจุดแข็งและเอกลักษณ์ของเมืองและความโดดเด่นของเมืองแบบที่หาไม่ได้ที่อื่น ทั้งนี้ได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการยโส &amp;nbsp;โลว์คาร์บอน ไว้ในแผนยุทธศาสตร์การลดและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ &amp;nbsp;ในแผนพัฒนาเทศบาลเมืองยโสธร พ.ศ.2561-2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17788</URL_LINK>
                <HASHTAG>WWF, ยโสธรอันดับ7เมืองนาอยู่นานาชาติ, ยโสธรเมืองน่าอยู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9f8574d6a55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
