<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3วันเซ่น‘182ศพ’ ‘ขอนแก่น’แชมป์ คดีเมาแล้วขับอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;3 วันอันตรายเซ่น 182 ศพ เจ็บ 1,690 ราย เกิดอุบัติเหตุ 1,633 ครั้ง ขอนแก่นแชมป์ตายสูงสุด ผู้ว่าฯ ปรับแผนเพิ่มจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์-สกัดขับรถเร็ว นายกฯ ห่วง 7 วันอันตราย ย้ำเมาอย่าขับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 &amp;nbsp;โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 29 ธ.ค.2561 ซึ่งเป็นวันที่สามของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 643 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 83 ราย ผู้บาดเจ็บ 667 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 40.90, ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 27.22 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ร้อยละ 74.74, รถปิกอัพ 11.66&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,050 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,404 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 859,386 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 165,093 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 45,652 ราย ไม่มีใบขับขี่ 42,649 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ บุรีรัมย์ (23 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ขอนแก่น และสกลนคร (จังหวัดละ 6 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ บุรีรัมย์ และลำปาง (จังหวัดละ 25 คน)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 3 วัน (27-29 ธ.ค.61) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,633 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 182 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 1,690 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 16 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (55 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ขอนแก่น (11 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (60 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่เฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ เดินทางท่องเที่ยว และทำบุญตามสถานที่ต่างๆ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ได้สั่งการจังหวัดดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้น กำชับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจดูแลเส้นทางสายหลัก-สายรองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลา 16.01-20.00 น. &amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่มีสถิติอุบัติเหตุสูง ส่วนเส้นทางโดยรอบสถานที่จัดงานรื่นเริงและสถานบันเทิง ให้จัดชุดสายตรวจดูแลความปลอดภัยของประชาชนในช่วงเวลา 23.00-02.00 น. เป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มแล้วขับ ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งเข้มงวดการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกรายกรณีเกิดอุบัติเหตุที่มีผู้บาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต ตลอดจนเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยเส้นทางสัญจรทางน้ำ ท่าเทียบเรือ และเรือโดยสาร รวมถึงสถานที่จัดงานริมน้ำ และแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ เพื่อป้องกันอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดี ปภ. ในฐานะเลขานุการ ศปถ. กล่าวว่า ศปถ.ได้เน้นย้ำให้จังหวัดปรับแผนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสภาพปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ รวมถึงประชาสัมพันธ์มาตรการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนผ่านทุกช่องทาง นอกจากนี้ให้ทุกจังหวัด กรุงเทพมหานคร ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีผ่านช่องทางสื่อต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับพุทธศักราชใหม่ 2562 และเป็นแนวทางหนึ่งในการร่วมกันลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; ว่า เรื่อง 7 วันอันตราย ที่เฝ้าระวังกันทุกปี และปีนี้ยังมีการเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยผู้ใช้รถใช้ถนนต้องมีความพร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ ขับรถอย่าดื่มเด็ดขาด นอกจากไม่เมาแล้วก็ต้องไม่ประมาท และระมัดระวังทุกวินาทีที่อยู่บนท้องถนน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาววัยทำงานที่จะเป็นพลังสำคัญของชาติ ปีหน้ายังมีอะไรที่ต้องทำอีกมาก จึงขอให้ข้ามผ่านปีนี้ไปด้วยดีทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า การป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ ด้วยมาตรการ &amp;ldquo;ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ&amp;rdquo; วันที่ 29 ธ.ค. &amp;nbsp;คสช. โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ดังนี้ รถจักรยานยนต์ 26,520 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 722 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 21,028 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล 17,731 ครั้ง ยึดใบขับขี่ไว้ 535 คน ยึดรถยนต์ 274 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 13,638 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย 3 วัน ที่ผ่านมา ( 27-29 ธ.ค.61) เจ้าหน้าที่ได้เก็บรักษารถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้ว 1,748 คัน (แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 1,236 คัน และรถยนต์ &amp;nbsp;512 คัน) และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด 60,492 คน (แยกเป็นรถจักรยานยนต์ &amp;nbsp;35,474 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล 25,018 คน) หลังช่วงเทศกาลไปแล้ว เจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับรถคืนได้ตามที่เจ้าหน้าที่นัดหมาย สำหรับการตั้งจุดบริการประชาชนตามหน้าค่ายทหารและเส้นทางคมนาคมของกองทัพบก มีประชาชนเข้าใช้บริการต่อเนื่องถึง 31,298 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า เข้าสู่วันที่ 3 ในช่วง 7 วันที่มีการควบคุมเข้มงวด ยังคงมีคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ รวมยอดสะสม 3 วัน จำนวน 3,323 คดี และศาลสั่งติด EM (เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว) จำนวน 33 คดี ส่วนจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จำนวน &amp;nbsp;136 คดี, จังหวัดสกลนคร จำนวน 124 คดี, จังหวัดมหาสารคาม จำนวน &amp;nbsp;93 คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายนิกร จำนง ในฐานะประธานคณะกรรมการมูลนิธิประชาปลอดภัย กล่าวว่า? จาก 3 วันที่ผ่านมา การเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ ระยะเวลาที่เหลือก็จะเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่แล้วได้? ซึ่งกรณีนี้อาจบริหารจัดการได้ โดยให้รัฐจัดที่พักริมทางชั่วคราวที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยให้ผู้เดินทางได้นอนพักสักระยะหนึ่งก่อนเดินทางต่อไป ?และที่สำคัญมากคือ ขอให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นระดับรัฐมนตรีหรืออธิบดี ลงไปกำกับดูแลฝ่ายปฏิบัติอย่างใกล้ชิด ให้มีความเคร่งครัดรัดกุมมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านศูนย์อำนวยป้องกันการอุบัติเหตุทางถนน จ.ขอนแก่น ได้สรุปสถิติของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ผ่านไป 3 วันแรก ภาพรวมทั้ง 26 อำเภอของจังหวัด มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทั้งหมด 33 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 31 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 11 ราย โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. &amp;nbsp;มีผู้เสียชีวิตมากถึง 6 ราย นับเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ของการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยสาเหตุเกิดจากการขับขี่รถขณะเมาสุรา ขับรถเร็ว และขับรถโดยประมาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ยังคงเน้นย้ำและกำชับแนวทางการปฏิบัติให้กับผู้ปฏิบัติงานทุกคนในการบังคับใช้กฎหมายและคุมเข้มการเกิดอุบัติเหตุอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเส้นทางถนนสายรอง ซึ่งพบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงได้มีคำสั่งในการขยายจุดตรวจและจุดสกัด เน้นหนักไปที่การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และการขับรถเร็ว โดยตั้งจุดตรวจแบบใยแมงมุมครอบคลุมทุกพื้นที่และตั้งจุดตรวจแบบเหลื่อมล้ำเวลา รวมทั้งการปิดจุดกลับรถหรือการนำป้ายสัญญาณแจ้งเตือนไปติดตั้งในพื้นที่จุดเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เพื่อคุมเข้มการเกิดอุบัติเหตุตลอดทั้งช่วงเทศกาลปีใหม่นี้อย่างเต็มที่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25459</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, ย้ำเมาอย่าขับ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181230/image_big_5c28c91fba73d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
