<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งร.ต.ท.ปืนไว สอบยิงชายคลั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด้งรองสารวัตรมือยิงชายคลั่งเสียชีวิต หลังพี่สาวร้องขอความเป็นธรรมมีคลิปยืนยันทำเกินกว่าเหตุ ผกก.บอกให้ความเป็นธรรม เบื้องต้นตั้งข้อหาลูกน้องทำประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ด้านเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ระบุผู้ตายถูกยิงที่เท้าและชายโครงสิ้นฤทธิ์แล้ว แต่ยังถูกเตะหน้าและยิงซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พ.ต.อ.กวีศักดิ์ สุขบาง ผกก.สภ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม เปิดเผยความคืบหน้าคดีตำรวจเข้าระงับเหตุชายคลุ้มคลั่ง จนมีการทำร้ายร่างกายและชายเมาสุราถูกยิงเสียชีวิต ในพื้นที่บ้านค้อ ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 ล่าสุดได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จ.นครพนม ให้สอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอน ให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เบื้องต้นในส่วนของญาติผู้ตายได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ ร.ต.ท.วิจิตร บางปลา อายุ 58 ปี รองสารวัตรสอบสวน สภ.โพนสวรรค์ ที่ยิงนายลำเพย จำปา อายุ 48 ปี เสียชีวิต โดยทางพนักงานสอบสวนได้รับเป็นคดี พร้อมแจ้งขอกล่าวหาไว้เบื้องต้น คือ กระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กวีศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ ร.ต.ท.วิจิตรรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่ยังต้องรอสอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากยังอยู่ช่วงการฟักฟื้นรักษาตัวจากการถูกนายลำเพยฟันศีรษะ ในส่วนของพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วสามารถปล่อยตัวชั่วคราว ไม่ต้องส่งฝากขัง รอขั้นตอนการสอบสวน นอกจากนี้ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครพนมได้มีคำสั่งย้ายให้ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการดำเนินคดี พ.ต.อ.กวีศักดิ์กล่าวว่า จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกคือ ญาติผู้ตายแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับตำรวจ ซึ่งจะต้องรอกระบวนการสอบสวน รวมถึงรอการส่งศพผู้ตายคือนายลำเพย ไปชันสูตร แต่ติดช่วงวันหยุดยาว รอส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช จ.ขอนแก่น ในวันที่ 29 ก.ค. ซึ่งในส่วนของความผิดอื่นๆ จะต้องรอสรุปพยานหลักฐานสามารถแจ้งเพิ่มเติมได้ รวมถึงประเด็นว่าเจตนาฆ่าหรือไม่ กระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนที่ 2 ทางตำรวจได้มีการแจ้งข้อหาสำหรับผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นขั้นตอนทางกฎหมาย ในความผิด 2 ข้อหา คือ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่โดยมีหรือใช้อาวุธมีด และข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ เพราะมีพยานหลักฐาน ผู้ตายใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายตำรวจจนได้รับบาดเจ็บเช่นกัน และส่วนที่ 3 ทางตำรวจจะได้เข้าไปพูดคุยวางแนวทางการดูแลเยียวยาครอบครัวผู้เสียหายในส่วนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางตำรวจยืนยันขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของตำรวจเกี่ยวกับการดำเนินคดี เพราะขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ถึงแม้คู่กรณีจะเป็นตำรวจหรือชาวบ้านจะต้องมีมาตรฐานในการดำเนินคดีเช่นกัน ไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอย่างแน่นอน หากพยานหลักฐานสรุปว่าตำรวจกระทำผิดจะต้องได้รับโทษเช่นกัน ซึ่งต้องรอขั้นตอนการดำเนินคดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางประยงค์ อนุญาหงส์ อายุ 58 ปี ผู้ที่ปรากฏอยู่ในคลิปช่วงเดินไปดูเหตุการณ์อยู่ริมรั้วบ้าน เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตั้งแต่ ร.ต.ท.วิจิตรถีบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายล้มลง แล้วใช้ไม้ง่ามกดตัวนายลำเพยไม่ให้ลุกขึ้น บังเอิญไม้ง่ามหักจึงเซถลาล้ม นายลำเพยคว้ามีดในย่ามมาฟัน ส่วน ร.ต.ท.วิจิตรก็ชักปืนออกมายิงสกัดที่ขา นายลำเพยจึงเดินกะเผลกไปทรุดตัวอยู่ข้างถนน ตามสายตานายลำเพยหมดทางสู้แล้วแน่นอน ขณะนายพฤษภา จันทองหลาง อายุ 26 ปี หลานชาย เดินไปหยิบมีดมาโยนไว้อีกฝั่งหนึ่ง นายลำเพยไม่มีท่าทีจะขัดขืนแต่อย่างใด ตรงกันข้าม ร.ต.ท.วิจิตรเดินไปหยิบมีดถืออยู่มือซ้าย มือขวากำอาวุธปืนปรี่เข้าไปหานายลำเพย เตะเข้าที่หน้า 1 ครั้ง ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัด โดยก่อนหน้านี้นายลำเพยถูกยิงเข้าที่ขา 2 นัด สีข้าง 1 นัดแล้ว ถ้าหากไม่ยิงซ้ำก็ไม่ตาย และก็ไม่มีทางต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ระหว่างเกิดเหตุมีชาวบ้านในละแวกเห็นตลอด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72657</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประยงค์ อนุญาหงส์, พ.ต.อ.กวีศักดิ์ สุขบาง, ร.ต.ท.วิจิตร บางปลา, ลำเพย จำปา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200727/image_big_5f1ec7a0574c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รตท.ดับชายคลั่ง ญาติคนตายโวย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง สว.เข้าระงับเหตุหนุ่มทาสยาบ้าอาละวาดจะพังบ้านพี่สาวเพราะไม่ได้เงินไปซื้อยา เกิดปลุกปล้ำถูกฟันที่หัว 2 แผล ข้อมืออีก 2 แผล ชักปืนยิงสวนเจาะอกเป็นศพ ด้านญาติผู้ตายโชว์คลิปยันตำรวจทำเกินกว่าเหตุ ร้องหาผู้รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จ.นครพนม มอบหมายให้ พ.ต.อ.พลาเดช เพ็ชรหว้าโง๊ะ รอง ผบก.ภ.จ.นครพนม เป็นตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำกระเช้าไปมอบให้กับ ร.ต.ท.วิจิตร บางปลา ผู้บาดเจ็บ ที่นอนรักษาตัวอยู่ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมอุบัติเหตุ ตึก 67 ปี (ศัลยกรรมชาย) ชั้น 3 โรงพยาบาลนครพนม หลังเข้าจับกุมนายลำเพย จำปา อายุ 48 ปี ราษฎร ต.บ้านค้อ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ที่เกิดคลุ้มคลั่ง จนถูกฟันที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บ และเกิดการปลุกปล้ำจนปืนลั่นถูกนายลำเพยเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ นายลำเพยขี่รถจักรยานยนต์ไปหานางทองคำ พี่สาว ที่อยู่ไม่ไกลกัน ขอเงิน 100 บาท เพื่อไปซื้อยาบ้าเสพ แต่นางทองคำไม่อยู่บ้าน ทำให้นายลำเพยเกิดคลุ้มคลั่งจะพังบ้าน หลานสาวนักเรียนชั้น ม.5 จึงโทรศัพท์บอกนางทองคำ ซึ่งนางทองคำก็โทรแจ้งตำรวจให้ไประงับเหตุ เพราะนายลำเพยเคยพังบ้านมาแล้ว จากนั้น ร.ต.ท.วิจิตร บางปลา รองสารวัตรสืบสวน สภ.โพนสวรรค์ ได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนายลำเพยนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่และไม่ยอมให้จับกุม ร.ต.ท.วิจิตรจึงใช้ไม้ง่ามที่นำติดตัวไป ดันรถจักรยานยนต์จนล้มคว่ำ ก่อนที่จะปลุกปล้ำกับนายลำเพย แต่ ร.ต.ท.วิจิตรเสียท่าล้มลง ถูกนายลำเพยฟันด้วยมีพร้าที่ศีรษะ 2 แผลและที่ข้อมือซ้ายอีก 2 แผล ขณะที่ ร.ต.ท.วิจิตรชักปืนออกมายิงที่ฝ่าเท้านายลำเพย 1 นัด หน้าแข้ง 1 นัด และอีก 1 นัดกระสุนเจาะอกเสียชีวิต ส่วน ร.ต.ท.วิจิตรถูกชาวบ้านนำส่ง รพ.นครพนม พบว่ากะโหลกร้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจตรวจสอบทราบว่า นายลำเพยเคยถูกจับข้อหาเสพยาบ้าหลายครั้ง ส่งตัวเข้าสถานบำบัดออกมาก็เสพอีก ถ้าไม่ได้เสพยาจะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง จะไปขอเงินจากญาติพี่น้องครั้งละร้อยสองร้อยเพื่อซื้อยามาเสพ เมื่อไม่ได้จะเข้าทำลายข้าวของ จนเป็นที่เอือมระอาแก่ญาติๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางทองคำ เคนโสม อายุ 56 ปี พี่สาวของนายลำเพย พร้อมด้วยหลานสาว คือ นางสาวโยธกา จันทองหลาง อายุ 30 ปี และนางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่บันทึกคลิปเหตุการณ์ ได้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง พร้อมนำคลิปหลักฐานที่บันทึกช่วงเกิดเหตุออกมาโพสต์ เนื่องจากติดใจการทำงานของตำรวจ ระบุว่ากระทำเกินกว่าเหตุ เพราะผู้ตายหมดทางสู้ แต่ถูกตำรวจจ่อยิงซ้ำจนเสียชีวิต จึงขอให้ตำรวจแสดงความรับผิดชอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางทองคำเปิดเผยว่า นายลำเพยน้องชาย มีอาชีพทำนา รับจ้าง แต่ชอบดื่มสุรา และเคยมีประวัติเสพยาเสพติด แต่พักหลังจะหันมาดื่มสุรา มีอาการคลุ้มคลั่งบ้างหากขอเงินไม่ได้ เพราะผู้ตายหย่ากับเมีย มีลูกชาย 1 คน อายุ 15 ปี ตนเป็นคนดูแลหลานตามสภาพ ซึ่งผู้ตายจะไม่เคยทำร้ายใคร เพียงแต่โวยวาย ได้เงินแล้วก็ไป ช่วงเกิดเหตุตนเป็นคนโทรบอกตำรวจ เพราะเคยมาระงับเหตุเมื่อหลายเดือนก่อน ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายถึงขั้นน้องชายเสียชีวิต โดยน้องชายใช้อาวุธมีดฟันตำรวจ เพราะมีการทำร้ายร่างกายกันก่อน จากนั้นตำรวจยิงเข้าที่หน้าแข้งซ้ายจนหมดแรงทรุดลง แต่ตำรวจยังยิงซ้ำอีก ตนถือว่ารุนแรงเกินไป เรื่องนี้อยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือให้ความเป็นธรรม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพฤษภา จันทองหลาง อายุ 27 ปี หลานชายที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุผู้ตายซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าของตน เข้ามาโวยวายในบ้านตามที่เคยเป็น เพราะขอเงินจากแม่ของตนไม่ได้ จากนั้นได้จับอาวุธมีดออกมาเดินวนไปมาตามบ้าน ทางแม่ของตนจึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ พอถึงที่เกิดเหตุ ผู้ตายกำลังจะขี่รถจักรยานยนต์หนีไป แต่ตำรวจคนที่ยิงมาคนเดียว กระโดดถีบรถจักรยานยนต์ผู้ตายเสียหลักล้มลง ทำให้ผู้ตายไม่พอใจ และมีการพยายามทำร้ายร่างกายชกต่อยกันบนถนนคอนกรีตหน้าบ้าน จากนั้นผู้ตายได้ใช้อาวุธมีดฟันตำรวจจนล้มลงได้รับบาดเจ็บ พอตำรวจตั้งตัวได้ จึงยิงไปที่ขาจนผู้ตายทรุดลงกับพื้น ตนพยายามเข้าไปห้ามตำรวจ และขอร้องให้หยุดยิง เพราะเห็นว่าผู้ตายหมดแรง จึงเข้าไปชิงมีดออกมาโยนทิ้ง สุดท้ายไม่คาดคิดว่าตำรวจจะมาจับมีดเดินเข้าไป และเตะไปที่ใบหน้าผู้ตาย 1 ครั้ง ผู้ตายพยายามโผเข้ากอดตำรวจ จนกระทั่งตำรวจชักปืนจ่อยิงเข้าลำตัวอีก 2 นัด เป็นเหตุให้เสียชีวิตคาที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.พลาเดช เพ็ชรหว้าโง๊ะ รอง ผบก.ภ.จ.นครพนม กล่าวว่า ประเด็นที่ญาติผู้ตายติดใจ จะต้องรอขั้นตอนของตำรวจและรอทางญาติมาแจ้งความ ทางตำรวจยืนยันให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งหลังเกิดเหตุทางตำรวจได้ประสานเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งกองพิสูจน์หลักฐาน อัยการจังหวัด แพทย์เวรชันสูตร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ ในรูปแบบคดีวิสามัญ ส่วนขั้นตอนการดำเนินการ จะต้องรอการสอบสวน รวมถึงการดำเนินคดี ทั้งการแจ้งความเอาผิดทั้งผู้ตาย ผู้ก่อเหตุ ไปจนถึงการตั้งคณะกรรมการสอบสวน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72569</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองคำ เคนโสม, พ.ต.อ.พลาเดช เพ็ชรหว้าโง๊ะ, พฤษภา จันทองหลาง, พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน, ร.ต.ท.วิจิตร บางปลา, ลำเพย จำปา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โยธกา จันทองหลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200726/image_big_5f1d75963b4f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
