<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถตู้ชนต้นไม้ คร่าสลด6ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุบัติเหตุสยองที่ชุมพร ลูกจ้างกรมเจ้าท่ากลับจากราชการที่ภูเก็ต เช่าเหมารถตู้เดินทางกลับ ยางเกิดระเบิดขณะรถใช้ความเร็วสูง เสียหลักพุ่งอัดต้นไม้ในร่องกลางถนนจนรถกลายเป็นเศษเหล็ก ตาย 6 ศพ บาดเจ็บสาหัส 5 รวมทั้งคนขับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ร.ต.อ.มาโนช ปลอดขันเงิน รอง สว.(สอบสวน) สภ.สวี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถตู้ชนต้นไม้ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย บริเวณถนนเอเชีย 41 หมู่ 4 ต.สวี อ.สวี จ.ชุมพร จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพ กู้ภัยมูลนิธิชุมพร ที่ถนนเอเชีย 4 เลน บริเวณช่วง กม.ที่ 33+400 ขาขึ้น พบรถตู้โตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฮท 8263 กรุงเทพมหานคร ชนต้นไม้ขนาดใหญ่ในร่องกลางถนน จนหน้ารถยุบ กระจกแตกละเอียดทุกบาน สภาพเป็นเศษเหล็กทั้งคัน มีผู้บาดเจ็บสาหัส 7 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสวี และโรงพยาบาลทุ่งตะโก แต่ผู้บาดเจ็บทั้งหมดมีอาการหนัก จึงถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา 2 ศพ ส่วนภายในรถมีผู้เสียชีวิตติดอยู่อีก 4 ศพ หน่วยกู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดออกมานานกว่า 30 นาที เจ้าหน้าที่ตรวจภายในรถ มีทรัพย์สินของใช้ และเหล้ายี่ห้อต่างประเทศหลายขวด แตกกระจายเกลื่อน อีกทั้งไม่พบร่องรอยการเบรก และไม่มีคู่กรณีแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ศพ ประกอบด้วย 1.นายปรีชา วโรเจียม อยู่บ้านเลขที่ 29/20 หมู่ที่ 6 ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี 2.นายอินธุราม พูลสวัสดิ์ อายุ 33 ปี อยูบ้านเลขที่ 45/1 หมู่ 3 ต.บางมัญ อ.เมือง สิงห์บุรี 3.นายสำเริง กระแสสินธ์ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/4 หมู่ 1 ต.บึงเสนาท อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 4.นายกิตติ สิริจงจันทรา ไม่ทราบอายุ และที่อยู่ 5.นายชัยวัฒน์ สิทธิกาญจน์ ไม่ทราบอายุ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลสวี 6.นายจตุรงค์ สาระนัย อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 2 ต.ขยาย อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เสียชีวิตที่โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้บาดเจ็บ 5 ราย คือ 1.นายเดชจวน ชัยนาท อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 345 หมู่ 9 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.ลพบุรี เป็นคนขับรถ 2.นายวินัย เจริญพุ่ม อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 398/2 ต.โคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี 3.นายสมบัติ กระสอบทอง อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 280/30 หมู่ 1 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 4.นายสุรศักดิ์ อัมระปาล อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/69 หมู่ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง 5.นายชัยวุฒิ อนันตะ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130/3 หมู่ 7 ต.วังลึก อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิต 6 ศพ และผู้บาดเจ็บ 5 ราย ทั้งหมด 11 คน เป็นลูกจ้างประจำอยู่ที่กรมเจ้าท่า ได้กลับจากไปราชการที่ จ.ภูเก็ต โดยได้ว่าจ้างเหมารถตู้คันดังกล่าว มีนายเดชจวน ชัยนาท เป็นคนขับ เดินทางออกมาจาก จ.ภูเก็ต เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ สอบสวนในเบื้องต้นทราบว่าสาเหตุมาจากล้อหน้าซ้าย ยางระเบิด ทำให้รถที่ขับมาด้วยความเร็วสูงเสียหลักชนต้นไม้ร่องกลางถนน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29837</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร.ต.อ.มาโนช ปลอดขันเงิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190224/image_big_5c72992517588.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลั่งซ้อมเมียทารุณ จับแขวนคอ-โคม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดนคุกเมาแล้วพาลซ้อมเมีย ทุบตีไม่หนำใจจับแขวนคอหน้าห้องน้ำ เหยื่อดิ้นจนเชือกขาดนอนชักเกร็ง อีกฝ่ายคิดว่าใกล้ตายรีบเผ่นหนี ญาติเผยกระทำทารุณเป็นประจำ แต่ไม่กล้าช่วยเพราะกลัวปืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 3 มิถุนายนนี้ ร.ต.อ.มาโนช ปลอดขันเงิน รองสารวัตรสอบสวน สภ.สวี รับแจ้งเหตุสามีทำร้ายร่างกายภรรยาบาดเจ็บสาหัส ภายในบ้านเลขที่ 111 หมู่ 2 ต.ท่าหิน อ.สวี จ.ชุมพร ขณะนี้ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสวี จึงนำตำรวจชุดสืบสวนไปตรวจสอบ ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือสามีผู้บาดเจ็บ ได้หลบหนีออกไปจากบ้านแล้ว ส่วนที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลสวี แพทย์ พยาบาลเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ทราบชื่อคือ น.ส.ปาล์ม เชิงชั้น อายุ 33 ปี เบื้องต้นพบว่ามีอาการชักเกร็ง และถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ในตัวเมืองชุมพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ญาติคนหนึ่งของ น.ส.ปาล์ม เปิดเผยว่า น.ส.ปาล์มมีสามีชื่อนายสุทธิพงษ์ หนูบำรุง อายุประมาณ 40 ปี อยู่กินกันมานานหลายปี และมีลูกสาวด้วยกัน 2 คน อายุ 12 ขวบ และคนสุดท้องอายุ 8 เดือน ทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกันบ่อย โดยเฉพาะนายสุทธิพงษ์ผู้เป็นสามีมักจะหาเรื่องตบตีทำร้ายร่างกาย น.ส.ปาล์มอยู่เป็นประจำ แต่ครั้งนี้รุนแรงมาก โดยช่วงกลางดึก นายสุทธิพงษ์ได้ดื่มเหล้าจนมึนเมาและเกิดคลุ้มคลั่ง แล้วหาเรื่องลงมือทำร้ายทุบตี น.ส.ปาล์ม โดยที่ลูกๆ ก็อยู่ด้วยในบ้าน ต่อมาลูกสาวคนโตทนดูพ่อทำร้ายแม่ไม่ได้ จึงเปิดประตูวิ่งออกไปตามญาติที่บ้านอยู่ใกล้กันให้มาช่วยแม่ แต่ญาติๆ ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือ เพราะรู้ว่านายสุทธิพงษ์มีอาวุธปืนติดตัว กระทั่งญาติเห็นนายสุทธิพงษ์เดินออกมาจากบ้านและตะโกนบอกว่า &amp;ldquo;ปาล์มตายแล้ว&amp;rdquo; จากนั้นก็รีบเดินหนีไป ญาติที่อยู่ใกล้กันจึงเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน พบ น.ส.ปาล์มนอนชักเกร็ง ตัวเปียกน้ำโชกทั้งตัวอยู่หน้าห้องน้ำ และพบว่ามีเลือดไหลออกทางปากและจมูกด้วย และที่ลำคอมีรอยช้ำ นอกจากนี้ ที่ลูกกรงหน้าห้องน้ำมีเชือกผูกไว้ จึงเร่งนำตัว น.ส.ปาล์มส่งโรงพยาบาลสวี และแจ้งตำรวจดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.ต.อ.มาโนชกล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายสุทธิพงษ์ ทราบว่าเคยถูกจำคุกมาแล้ว 7 ปี ขณะมีลูกคนแรก หลังจากพ้นโทษได้กลับมาอยู่กับ น.ส.ปาล์มอีก จนมีลูกสาวคนที่ 2 ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมักจะทำร้ายภรรยาตัวเองเป็นประจำ แต่ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมาก โดยใช้กำลังทุบตีแล้วจับภรรยาแขวนคอ แต่ น.ส.ปาล์มดวงไม่ฆาต เนื่องจากเชือกที่ผูกคอไว้หลุดมาก่อน แต่ทำให้ น.ส.ปาล์มมีอาการชักเกร็ง ส่วนนายสุทธิพงษ์คิดว่าภรรยาตัวเองตายแล้วจึงหลบหนีไป จะได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายสุทธิพงษ์ ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และจากพฤติกรรมเชื่อว่าน่าจะติดยาเสพติดด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10596</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ปาล์ม เชิงชั้น, ร.ต.อ.มาโนช ปลอดขันเงิน, รพ.ชุมพรเขตอุดมศักดิ์, สุทธิพงษ์ หนูบำรุง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b13f3e488f15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด!2เด็กชายออกตามหาพ่อก่อนพบถูกยิงพรุนดับกลางสวนปาล์ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.61 - เวลา 09.30 น. ร.ต.อ.มาโนช ปลอดขันเงิน รอง สว.(สอบสวน)สภ.สวี จ.ชุมพร ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกยิงตายอยู่บนถนนภายในสวนปาล์มน้ำมัน บ้านทุ่งคอกช้าง หมู่ที่ 8 ตำบลทุ่งระยะ อ.สวี &amp;nbsp;จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมด้วย พ.ต.อ.คำสิงห์ &amp;nbsp;ศรียาภัย ผกก.สภ.สวี &amp;nbsp;พ.ต.ท.สายัณห์ &amp;nbsp;จันทรมาศ &amp;nbsp;รอง ผกก.(สอบสวน) ร.ต.อ.สมบูรณ์ ปิ่นทองพันธ์ หน.ชุดสายตรวจทุ่งระยะ ร.ต.ต.อุดร บุญตั้ง รอง สวป.สภ.สวี &amp;nbsp;ชุดพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยกู้ภัยชุมพรเขตสวี รุดตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนสายเอเชีย 41 ประมาณ 30 กม. เป็นถนนลูกรังถิ่นทุระกันดานถนนเป็นหลุมเป็นบ่อเส้นทางคดเคี้ยวใช้เดินทางด้วยความลำบากใช้เวลาไปกลับนานประมาณ 3 ชม. ที่เกิดเหตุพบศพทราบชื่อคือ นายสมพร &amp;nbsp;ประทุมสาย อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/9 หมู่ 19 ตำบลทุ่งระยะ อ.สวี จ.ชุมพร นอนตายอยู่ในสภาพคว่ำหน้าขาคร่อมอยู่กับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีฟ้า ทะเบียน กยข 816 ชุมพร ที่ล้มอยู่บนถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ชันสูตรพบว่ามีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนลูกซองเข้าที่บริเวณใต้รักแร้ขวาเป็นรูพรุนนับ 10 รู ทะลุออกชายโครงซ้าย 2 รู นอนจมกองเลือด บนศีรษะมีไฟฉายแบบสวมคาดอยู่และใกล้กันมีไฟฉายอีกหนึ่งกระบอกตกอยู่ ส่วนข้างลำตัวสะพายอาวุธปืนยาว .22 หรือปืนลูกกรด 1 กระบอก &amp;nbsp;ตรวจค้นในตัวพบว่ามีเงินจำนวน 4,000 บาท เป็นใบละ 100 บาททั้งหมดห่อม้วนซุกซ่อนไว้กับเอวกางกางวอร์มขายาวสีน้ำเงิน และอีก 500 บาทอยู่ในย่ามสะพาย นอกจากนั้นยังพบห่อยาเส้น 1 ห่อ แกะดูภายในมีกระสุน.22 จำนวน 4 นัด และกระดาษฟรอยด์ ฉีกเป็นชิ้นเล็กๆจำนวนหนึ่งพร้อมของใช้อื่นๆอีกหลายรายการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด.ช.ณัฐภูมิ &amp;nbsp;ประทุมสาย &amp;nbsp;หรือน้องฟิล์ม อายุ 12 ปี ลูกชายผู้ตายซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ เล่าว่าครอบครัวเดิมเป็นชาวกำแพงเพชรมารับจ้างกรีดยางอยู่ในพื้นที่หมู่ 10 อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กม. หลังจากพ่อกรีดยางเสร็จช่วงเย็นของเมื่อวานนี้จากนั้นพ่อได้สะพานปืนยาวขีรถ จยย. เข้าป่าไปยิงสัตว์โดยนัดกับเพื่อนอีกคนไว้ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กัน จนกระทั่งเช้าวันนี้พ่อยังไม่กลับบ้านจึงขี่รถจักรยานยนต์พาน้องชายอายุ 9 ขวบออกตามหาพ่อมาพบกลายเป็นศพนอนตายอยู่บนถนนในสวนปาล์มดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.คำสิงห์ &amp;nbsp;ศรียาภัย &amp;nbsp;ผกก.สภ.สวี &amp;nbsp;เปิดเผยว่า หลังจากชุดพิสูจน์หลักฐานเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมดและได้สอบสวนพยานในที่เกิดเหตุแล้วสาเหตุปมการสังหารคาดว่าอาจจะมาจากความขัดแย้งส่วนตัวและเกี่ยวพันกับยาเสพติด แต่อย่างไรก็ตามสาเหตุที่แท้จริงต้องขอเวลาให้ตำรวจสืบสวนพยานหลักฐานต่างๆให้ชัดเจนก่อน เบื้องต้นได้จัดชุดตำรวจออกติดตามเพื่อนผู้ตายรายหนึ่งที่มาล่าสัตว์ด้วยกัน เพราะหลังเกิดเหตุได้หายตัวไปอย่างไร้วี่แวว เพื่อนำตัวสอบปากคำว่ามีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นกับการตายของนายสมพรหรือไม่อย่างไรต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8920</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกรรม, ชุมพร, ร.ต.อ.มาโนช ปลอดขันเงิน, สภ.สวี, สมพร  ประทุมสาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180510/image_big_5af3f81f05909.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
