<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2019 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่องนโยบายสิ่งแวดล้อม ก่อนเลือกตั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ศิริภา อินทวิเชียร นักการเมืองหญิงรุ่นใหม่ พรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมนับเป็นภัยสำคัญที่ส่งผลกระทบกับผู้คนในวงกว้าง ทั้งยังเชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะการเมืองที่กำลังร้อนแรงกลับเป็นที่น่าสังเกตว่า เรื่องสิ่งแวดล้อมของไทยดูจะเลือนรางจากกระแสความสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในโอกาสที่สังคมไทยเดินหน้าเข้าสู่โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 และเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต 17 มีนาคมนี้ สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ตัวแทนพรรคการเมืองในหัวข้อ &amp;quot;นโยบายสิ่งแวดล้อมกับการเมืองไทย : เป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;quot; ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวทีนี้เปิดโอกาสให้ว่าที่ ส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ เผยแพร่แนวคิดและนโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคตนเอง รวมทั้งเปิดให้มีการแลกเปลี่ยน ตั้งคำถามระหว่างนักวิชาการกับตัวแทนพรรคเพื่อรับฟังนโยบายของพรรคการเมือง จะยกเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นวาระสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศเพียงใด โดยมีพรรคการเมือง 3 พรรคเข้าร่วม ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคอนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนเปิดเวทีดีเบตส่องนโยบายสิ่งแวดล้อม ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวในหัวข้อ นโยบายสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อมและขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs โดยระบุว่า ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจเกิดเวทีดีเบตของพรรคการเมืองหลายวงตลอดเดือนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ สำหรับ 3 โจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมไทยเป็นการบ้านที่ผู้สมัครพรรคต่างๆ เลี่ยงไม่พ้น คือ ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านระบบนิเวศ เช่น มลพิษฝุ่น PM 2.5 แสดงถึงผังเมืองและระบบคมนาคมที่ไม่เหมาะสม ระบบอีไอเอขาดประสิทธิภาพ มาตรการลดผลกระทบจากการก่อสร้างในรายงานไม่ได้นำมาปฏิบัติ จนกระทั่งกรณีเขาหัวโล้น จ.น่าน มีการบุกรุกพื้นที่ต้นน้ำป่าหายไป 1.2 ล้านไร่ จากปัญหาความยากจน ปรากฏการณ์สิ่งแวดล้อม สะท้อนโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ความขัดแย้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คดีปกครองกว่าหมื่นคดีอยู่ในศาลปกครอง มีความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่ยั่งยืนและกระบวนการนโยบายสาธารณะในเมกะโปรเจ็กต์พัฒนาหัวเมืองหลักอีอีซี อยากเห็นนโยบายพรรคสร้างการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายและประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมมากกว่าแค่หย่อนบัตรเลือกตั้ง โดยประชาชนต้องร่วมให้ข้อมูล รับฟังความเห็น การปรึกษาหารือ ไม่ใช่ไปจบหน้าศาลปกครอง &amp;quot; ดร.บัณฑูรกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรรมการปฏิรูปฯ ยังเรียกร้องให้พรรคการเมืองทำนโยบายประเมินการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA ซึ่งต่างจากรายงาน EIA ที่หาคำตอบให้กับโครงการที่มีอยู่แล้ว เพราะรายงาน SEA จะหาทางเลือกรอบด้านก่อนจัดทำโครงการ สมัยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ปี 51 เคยแถลงนโยบายเชิงกลยุทธ์นี้ เช่นเดียวกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ปี 54 แถลงนโยบายให้เพิ่มการประเมิน SEA แต่ขาดความต่อเนื่องในการพัฒนากลไกระบบประเมินดังกล่าว นอกจากนี้ ข้อมูลปี 59 มีโครงการรับเข้าใหม่ 1,759 โครงการ แต่ผ่านความเห็นชอบ EIA-EHIA กว่า 500 โครงการ ปัจจุบัน EIA มีปัญหาที่ระบบติดตามหลังอนุมัติอนุญาตโครงการ ต้องปิดช่องโหว่นี้ อีกทั้งมีหลายโครงการก่อสร้างผู้ประกอบการหลบเลี่ยงมาตรการนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ตัวแทนคนรุ่นใหม่จาก&amp;nbsp;3 พรรคการเมืองโชว์นโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคชัดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถึงเวลาแจงนโยบาย มาฟังชัดๆ แต่ละพรรคมีหมัดเด็ดอะไรบ้าง ศิริภา อินทวิเชียร นักการเมืองหญิงรุ่นใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนจะก่อให้เกิดทรัพยากรเสื่อมโทรมและสิ้นเปลืองทรัพยากร ทางพรรคมีนโยบายครอบคลุมทุกมิติเพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน บรรลุเป้าหมาย SDGs โดยยึดหลักเกณฑ์รัฐสามารถทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ทำงานอย่างโปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ นอกจากนี้จะสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคประชาชน เอกชน เพื่อบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ปชป.ชูนโยบายสิ่งแวดล้อม 6 ด้าน ด้านพลังงาน ไม่เห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยจะส่งเสริมพลังงานสะอาด พลังงานทดแทน และส่งเสริมให้ภาคเอกชน ภาคประชาชนมีส่วนร่วมผลิตไฟฟ้าใช้เองและขายไฟคืนให้การไฟฟ้า รวมถึงสนับสนุนน้ำมันบี 20 และบี 100 เพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก ด้านป่าไม้และสัตว์ป่า จะเพิ่มพื้นที่ป่าร้อยละ 50 หรือ 160 ล้านไร่ เพื่อปกป้องป่า โดยพื้นที่ 30% อนุรักษ์เป็นป่าต้นน้ำและใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อีก 20% เป็นพื้นที่ป่าชุมชน มีกติกาการใช้ประโยชน์ รวมถึงจะจัดทำแนวเขตป่าให้แล้วเสร็จภายใน 4 ปี โดยภาครัฐและท้องถิ่นมีส่วนร่วม อีกทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่า&amp;quot; ศิริภากล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาขยะเป็นอีกนโยบายที่นักการเมืองหญิงโชว์วิสัยทัศน์ โดยระบุจะส่งเสริมการผลิตขยะเชื้อเพลิง (RDF)&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วยสามารถลดปริมาณขยะที่จะนำไปฝังกลบ ลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสามารถนำขยะมาผลิตเป็นพลังงานทดแทน ในพื้นที่เทศบาลต่างๆ ที่มีความพร้อมจะหนุนเสริมให้องค์ความรู้และเพิ่มกลไกการทำงานให้คล่องตัว คนก็สำคัญ จะรณรงค์ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดใช้ถุงพลาสติกและพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยจะมีมาตรการทางภาษีเข้ามากำกับดูแล รวมถึงหนุน อปท. จัดการขยะครบวงจร ทั้งขยะอันตราย ขยะมูลฝอย ขยะพลาสติก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนนโยบายการจัดการคุณภาพอากาศ เธอย้ำว่า คนกรุงเผชิญฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ปชป.มีแผนคลอดมาตรการฉุกเฉินกรณีเกิดวิกฤติมลพิษและปรับปรุงกฎหมายให้คล่องตัวมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการปัดความรับผิดชอบของหน่วยงาน แนวทางจำกัดจำนวนรถยนต์เข้าพื้นที่ก็ทำควบคู่กัน แต่ต้องหารือเพื่อให้เกิดความเหมาะสม อีกทั้งจะเร่งยกระดับยานยนต์ไทย การปล่อยฝุ่นพิษภาคอุตสาหกรรมก็ต้องได้รับการตรวจสอบ จะมีการตรวจวัดมลพิษที่ปลายปล่อง รวมถึงเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพฯ ใช้ต้นไม้กรองฝุ่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; นิติพล ผิวเหมาะ พรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและผู้ผลักดันนโยบายสิ่งแวดล้อมและสิทธิสัตว์ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตนมองสิ่งแวดล้อมในมิติใหม่ มนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเดียว แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และออกแบบนโยบายหลายด้าน เริ่มจากขยะพลาสติกปัญหาสำคัญ ทุกนาทีมีถุงพลาสติก 1.6 แสนใบทิ้งสู่ทะเล ไทยสร้างขยะทะเลติดอันดับ 6 ของโลก เราเสนอเลิกใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งภายใน 4 ปี และจะให้งบประมาณสนับสนุนการคิดค้นวิจัยสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อหาวัสดุทดแทนพลาสติก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนปัญหา EIA ต้องแก้ไข นิติพลกล่าวว่า ต้องดำเนินการจัดตั้งกองทุน EIA จัดหาบริษัททำรายงาน EIA ที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ เพื่อทำหน้าที่ประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงประเมินประกันภัย หากโครงการดังกล่าวสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน นอกจากนี้ คิดว่าการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม คนส่วนกลางคิดแทนคนภูมิภาคต่างๆ ไม่ได้ รูปแบบหนึ่งที่เรานำเสนอคือ รายได้จากการจัดเก็บภาษีของแต่ละจังหวัด ร้อยละ 50 ไม่ต้องส่งเข้าส่วนกลาง แต่ให้นำมาใช้หนุนการศึกษาและวิจัยเพื่อพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พรรคเน้นนโยบายกระจายอำนาจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นเรื่องป่า นิติพลกล่าวว่า ต้องจัดสรรที่ดินให้คนอยู่กับป่าได้ ไม่ไล่คนออกจากป่า แต่ส่งเสริมเกษตรทางเลือกให้ชาวบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ ป่าต้องอนุรักษ์โดยคนในพื้นที่ควรสนับสนุนให้ปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ใหญ่บนพื้นที่สูง แนวทางนี้นอกจากหยุดการแผ้วถางและเผาป่าทำเกษตรเชิงเดี่ยวแล้ว ช่วยรักษาต้นไม้ใหญ่ ช่วยยุติปัญหาหมอกควันพิษ และสร้างรายได้ให้ชุมชน แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนปัญหา PM 2.5 ในเมืองใหญ่ ว่าที่ ส.ส.บอกจะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติคนเมืองให้เห็นว่าเป็นภัยใกล้ตัว และไม่ใช่เรื่องของคนโลกสวย การควบคุมมลพิษจากภาคขนส่งและการคมนาคมในมหานครจะต้องดำเนินการให้ได้ รวมถึงเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนให้แก่ประชาชน ลดการใช้รถส่วนตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;นอกจากนี้ พรรคอนาคตใหม่ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.โรงงานฉบับใหม่ กำหนดผู้ประกอบการโรงงานขนาดเล็ก ที่มีเครื่องจักรกำลังต่ำกว่า 50 แรงม้า และมีคนงานต่ำกว่า 50 คน ไม่ต้องมาอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ และไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการตาม พ.ร.บ.โรงงานทุก 5 ปี กฎหมายไม่ได้ช่วยป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่จะส่งผลเสียมากขึ้นด้วย&amp;quot; นักการเมืองรุ่นใหม่จากอนาคตใหม่ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ หรือ &amp;quot;ผู้กองมาร์ค&amp;quot;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ หรือ &amp;quot;ผู้กองมาร์ค&amp;quot;&amp;nbsp; รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ต้องเร่งแก้ไขคือ ฝุ่นพิษ PM 2.5 ซึ่งเกิดขึ้นร้อยละ 50 ของพื้นที่ในประเทศไทย ไม่เฉพาะกรุงเทพฯ การดำเนินงานแก้ไขจะสนับสนุนให้มีเครื่องตรวจวัดฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่เสี่ยงหมอกควัน และมีการรายงานผลเพื่อเตือนภัยประชาชนเมื่ออยู่ในเกณฑ์เริ่มกระทบสุขภาพผ่านระบบออนไลน์ นอกจากนี้ การแก้ปัญหามลพิษอากาศจะต้องส่งเสริมพลังงานสะอาดอย่างจริงจัง มีมาตรการส่งเสริมการใช้ไฟฟ้า EV นอกจากนี้ รถยนต์ของหน่วยงานราชการต้องเป็นต้นแบบเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด อีกทั้งพรรคเพื่อไทยค้านการใช้พลังงานถ่านหินมาโดยตลอด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ในส่วนประเด็น SEA จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้เข้าใจง่ายขึ้น รวมถึงจัดทำบิ๊กดาต้ารวบรวมข้อมูลของทุกกระทรวง เอื้ออำนวยต่อการเข้าถึงของประชาชนและผู้ประกอบการ เน้นข้อมูลที่เป็นจริง เพื่อประกอบการประเมินความเหมาะสมของโครงการ นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยเสนอให้จัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและอัยการสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมแก้ปัญหาเฉพาะทาง เห็นว่า ศาลนี้จะเป็นตัวกลางเชื่อมภาคประชาชน ลดความขัดแย้ง&amp;quot; ผู้กองมาร์คขายนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเวทีนี้&amp;nbsp; ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่นละอองขนาดเล็ก เป็นเรื่องใกล้ตัวและส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ฝากให้พรรคการเมืองและนักการเมืองรุ่นใหม่ หากมีโอกาสบริหารขับเคลื่อนประเทศนำนโยบายไปปฏิบัติเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31504</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์, นสพ.ไทยโพสต์, นิติพล ผิวเหมาะ, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์, ศิริภา อินทวิเชียร, สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ, ส่องนโยบายสิ่งแวดล้อมพรรคการเมือง, เลือกตั้ง24มีนาคม2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190316/image_big_5c8cf66186280.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวนคำสั่ง&#039;บิ๊กตู่&#039;ลดPM2.5 สตาร์ทรถเปิดแอร์รอรมต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เย้ยคำสั่งนายกฯ! รถติดตาม ครม.ติดเครื่องยนต์พ่นควันพิษในทำเนียบฯ ขณะรอการประชุม นายกฯ เผยกำชับแล้วไม่ต้องติดเครื่องรอนายเพราะเหม็น เปลืองน้ำมัน ก่อมลพิษ อ้างรถตนทำเป็นตัวอย่างแล้ว ยันรัฐบาลทำทุกมาตรการ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; โยงได้อีก หากรัฐบาลแก้ไม่ได้ควรรีบจัดเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกแถลงการณ์สถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมี 9 มาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ซึ่งในข้อ 8 ระบุว่า &amp;quot;รณรงค์ไม่ให้ติดเครื่องยนต์ขณะจอดในสถานที่ราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน และพื้นที่ที่มีมลพิษสูง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรากฏว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันเดียวกันนี้ รถยนต์ของผู้ติดตามและรถติดตามขบวนของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่มาจอดรอรับบรรดา ครม.บริเวณโรงจอดรถและลานจอดด้านข้างตึกบัญชาการ 1 และ 2 กลับสตาร์ทเครื่องรอเป็นเวลานานตั้งแต่เริ่มประชุม ครม.จนการประชุมเสร็จสิ้น โดยปฏิบัติเช่นนี้มาก่อนสถานการณ์ฝุ่นละอองจะวิกฤติจนกระทั่งปัจจุบัน ซ้ำเมื่อมีแถลงการณ์ของนายกฯ ออกมาก็ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด ทั้งที่สถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤติฝุ่นละออง หลังสื่อมวลชนเสนอข่าวรถในขบวนติดตามรัฐมนตรีติดเครื่องยนต์รอในทำเนียบฯ ว่า ในที่ประชุม ครม.ตนได้ย้ำไปแล้วว่าส่วนของหน่วยงานราชการไม่ต้องติดเครื่องรอนาย รถของตนก็สั่งไม่ต้องติดเครื่องรอ เพราะเหม็น &amp;nbsp;เปลืองน้ำมัน เครื่องยนต์เสื่อมโดยใช่เหตุ เปิดแอร์นั่งรอนานไม่ให้ทำ ซึ่งตนได้ทำเป็นตัวอย่างไปแล้ว และทุกคนต้องช่วยกันด้วย แต่ก็มีรถอื่นๆ ที่ติดเครื่องรอนานๆ ทั้งแท็กซี่ รถเมล์ รถขนส่งมวลชนทั้งหมด ถ้าถามว่าหยุดทั้งหมดทำได้ไหม ก็ไม่ได้ ต้องหาวิธีการที่เหมาะสมในระหว่างนี้ ทั้งนี้หากไปกำหนดบทลงโทษจะยุ่งไปกันใหญ่ ออกกฎหมายมาทุกตัว พอปฏิบัติไม่ได้ก็เดือดร้อนกันอีก ต้องช่วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ตนได้ออกแถลงการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 &amp;nbsp;เกินค่ามาตรฐาน และออก 9 มาตรการเร่งด่วนแก้ปัญหา ดังนั้นอย่าให้ใครมาบิดเบือนว่าไม่ทำอะไรเลย &amp;nbsp;หรือรัฐบาลฉีดน้ำอย่างเดียว ใช่ที่ไหน รัฐบาลทำหลายอย่าง แต่ต้องร่วมมือกัน ส่วนการใช้โดรนพ่นน้ำบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง หลายคนถามว่าจะได้ประโยชน์อะไร ตรงนี้เป็นการทดลองนำสิ่งที่วิจัยพัฒนาในวันหน้ามาทดลองวันนี้ หากมีการใช้ปริมาณเยอะขึ้นจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้สมาคมโดรนได้ให้ความร่วมมือทดสอบแก้ปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่จำกัด ไม่กว้างเกินไปที่มีความสูงระยะ 25 เมตร ซึ่งน้ำไม่สามารถฉีดถึงได้ ปรากฏว่าเมื่อนำเครื่องมือของกรมควบคุมมลพิษไปวัดสามารถลดฝุ่นละอองได้ สมมุติจาก 70 มคก./ลบ.ม. เหลือ 50 มคก./ลบ.ม. อย่างประเทศจีนนำโดรนมาใช้เอาน้ำลงมา รวมถึงการใช้สารเคมีด้วย โดยต้องตรวจสอบว่าใช้สารเคมีอย่างไรกำลังค้นหาอยู่ หลายอย่างต้องมีการวิจัยและพัฒนา ติติงว่าเป็นการหลอกลวงไม่ได้ ทุกอย่างเกิดจากการทดลอง เราต้องหาหลายมาตรการในการทำงาน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีชาวบ้านร้องเรียนโรงซ่อมของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) &amp;nbsp;มักกะสัน ว่าทำการเผาพ่นสีจนเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานว่า ตนได้สั่งการไปแล้วและให้ดูว่าเขามีมาตรการป้องกันอย่างไร ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งเพราะฝุ่นละออง PM2.5 เกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน คงไม่ใช่ภาครัฐอย่างเดียว ทั้งภาคเอกชนและประชาชน ภาคธุรกิจพ่นสีทั้งหมด ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบ วันนี้ได้กำชับกระทรวงคมนาคม รฟท. และทุกกระทรวงได้ดำเนินการในเรื่องเหล่านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อเวลา 17.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้โพสต์เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; ว่า &amp;quot;ผมได้เน้นย้ำเรื่องการจอดรถแล้วไม่ดับเครื่องยนต์อีกครั้งระหว่างการประชุม ครม.วันนี้ การติดเครื่องระหว่างจอดรอเป็นการเผาผลาญเชื้อเพลิง ก่อให้เกิดมลพิษ เกิด #ฝุ่นละออง และยังทำให้เครื่องยนต์สึกหรออีกด้วย โดยเฉพาะข้าราชการจะต้องไม่มีการติดเครื่องจอดรอเด็ดขาดครับ หากวันนี้พลาดไปก็ขอให้คิดทบทวน แก้ไขปรับปรุงใหม่ในวันพรุ่งนี้กันครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานว่า กระทรวงมหาดไทยได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชน นอกจากนี้ หน่วยงานราชการยังได้แจกหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนเพื่อป้องกันฝุ่นละอองที่เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กห.ได้สั่งการให้หน่วยงานในกำกับของกระทรวงกลาโหมและทุกเหล่าทัพ สนับสนุนรัฐบาลในการเร่งแก้วิกฤติมลภาวะจากฝุ่นละอองในอากาศที่เกิดขึ้นมากใน กทม.ปัจจุบัน โดยในระยะเร่งด่วนให้นำเครื่องมือและยุทโธปกรณ์ที่มีมาปรับใช้เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมทั้งให้คิดค้นทดลองหาแนวทางในการลดภาวะฝุ่นละอองที่กำลังเกิดขึ้นควบคู่กันไป สำหรับระยะยาวขอให้ทุกหน่วยงานของกองทัพใน กทม.และปริมณฑล ต้องช่วยกันลดต้นเหตุของฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานในทุกช่องทาง โดยเฉพาะขอให้ตรวจสอบสภาพยานพาหนะให้พร้อม โดยต้องพยายามไม่ให้มีรถยนต์ทหารที่มีควันดำไปวิ่งบนถนน และให้ศึกษาเพื่อการพัฒนาไปสู่การใช้น้ำมัน B20 ในอนาคตอันใกล้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ช่วงนี้คนกรุงคงหนีไม่พ้นฝุ่น PM 2.5 ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องดูแลและป้องกันล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง ปัญหาฝุ่นละอองในเขตเมืองวันนี้ รัฐบาลไม่ควรใช้อำนาจพิเศษสั่งการในการดำเนินนโยบายต่างๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ การแก้กฎหมายผังเมือง มีการเอื้อประโยชน์ต่อการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะหรือไม่ การทำสัญญารถไฟฟ้าในเมือง รัฐได้คำนึงถึงองค์รวมของปัญหาผังเมือง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจที่มีความสัมพันธ์ต่อกันแล้วหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่มีผู้นำระดับสูงของประเทศไทยบางคนบอกว่าให้รออีก 3 ปี รถไฟฟ้าเสร็จแล้วอากาศจะดีขึ้น &amp;nbsp;คนไทยคงรอไม่ได้ และจะต้องมีคนไทยอีกกี่คนที่ต้องเสียชีวิตด้วยโรคที่เกี่ยวกับมลพิษก่อนวัยอันควร &amp;nbsp;หรือบอกให้ชาวบ้านแก้ที่ตัวเองบ้าง รัฐบาลทำไม่ได้ทุกเรื่อง คำพูดแบบนี้เป็นการปัดความรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่ของตนเองหรือไม่ รัฐมีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน เพราะหากทำไม่ได้ก็ควรรีบจัดการเลือกตั้ง จะได้มีรัฐบาลที่มาจากประชาชนแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนและถูกต้องตามหลักสากล&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่จะจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก ซึ่งต้องประกอบไปด้วยคุณภาพ ความสะดวกสบาย เวลาที่รวดเร็วขึ้นและราคาที่สามารถรับได้ เพราะราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินของประเทศไทยเทียบกับประเทศต่างๆ &amp;nbsp;ถือว่าสูงมาก กทม.และเมืองใหญ่ควรใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานของประเทศที่เจริญแล้ว ลดการใช้รถยนต์ที่สร้างมลพิษให้กับอากาศในหลายพื้นที่เขตเมือง และส่งเสริมให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ส่งเสริมให้มีการแก้ไขและป้องกันมลภาวะอย่างจริงจัง ทำเมืองให้เป็นสีเขียวติดอันดับต้นๆ ของโลก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27271</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c47319452a5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 22:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวนคำสั่ง&#039;บิ๊กตู่&#039;ลดPM2.5 สตาร์ทรถเปิดแอร์รอรมต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เย้ยคำสั่งนายกฯ! รถติดตาม ครม.ติดเครื่องยนต์พ่นควันพิษในทำเนียบฯ ขณะรอการประชุม นายกฯ เผยกำชับแล้วไม่ต้องติดเครื่องรอนายเพราะเหม็น เปลืองน้ำมัน ก่อมลพิษ อ้างรถตนทำเป็นตัวอย่างแล้ว ยันรัฐบาลทำทุกมาตรการ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; โยงได้อีก หากรัฐบาลแก้ไม่ได้ควรรีบจัดเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกแถลงการณ์สถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมี 9 มาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ซึ่งในข้อ 8 ระบุว่า &amp;quot;รณรงค์ไม่ให้ติดเครื่องยนต์ขณะจอดในสถานที่ราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน และพื้นที่ที่มีมลพิษสูง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรากฏว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันเดียวกันนี้ รถยนต์ของผู้ติดตามและรถติดตามขบวนของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่มาจอดรอรับบรรดา ครม.บริเวณโรงจอดรถและลานจอดด้านข้างตึกบัญชาการ 1 และ 2 กลับสตาร์ทเครื่องรอเป็นเวลานานตั้งแต่เริ่มประชุม ครม.จนการประชุมเสร็จสิ้น โดยปฏิบัติเช่นนี้มาก่อนสถานการณ์ฝุ่นละอองจะวิกฤติจนกระทั่งปัจจุบัน ซ้ำเมื่อมีแถลงการณ์ของนายกฯ ออกมาก็ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด ทั้งที่สถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤติฝุ่นละออง หลังสื่อมวลชนเสนอข่าวรถในขบวนติดตามรัฐมนตรีติดเครื่องยนต์รอในทำเนียบฯ ว่า ในที่ประชุม ครม.ตนได้ย้ำไปแล้วว่าส่วนของหน่วยงานราชการไม่ต้องติดเครื่องรอนาย รถของตนก็สั่งไม่ต้องติดเครื่องรอ เพราะเหม็น &amp;nbsp;เปลืองน้ำมัน เครื่องยนต์เสื่อมโดยใช่เหตุ เปิดแอร์นั่งรอนานไม่ให้ทำ ซึ่งตนได้ทำเป็นตัวอย่างไปแล้ว และทุกคนต้องช่วยกันด้วย แต่ก็มีรถอื่นๆ ที่ติดเครื่องรอนานๆ ทั้งแท็กซี่ รถเมล์ รถขนส่งมวลชนทั้งหมด ถ้าถามว่าหยุดทั้งหมดทำได้ไหม ก็ไม่ได้ ต้องหาวิธีการที่เหมาะสมในระหว่างนี้ ทั้งนี้หากไปกำหนดบทลงโทษจะยุ่งไปกันใหญ่ ออกกฎหมายมาทุกตัว พอปฏิบัติไม่ได้ก็เดือดร้อนกันอีก ต้องช่วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ตนได้ออกแถลงการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 &amp;nbsp;เกินค่ามาตรฐาน และออก 9 มาตรการเร่งด่วนแก้ปัญหา ดังนั้นอย่าให้ใครมาบิดเบือนว่าไม่ทำอะไรเลย &amp;nbsp;หรือรัฐบาลฉีดน้ำอย่างเดียว ใช่ที่ไหน รัฐบาลทำหลายอย่าง แต่ต้องร่วมมือกัน ส่วนการใช้โดรนพ่นน้ำบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง หลายคนถามว่าจะได้ประโยชน์อะไร ตรงนี้เป็นการทดลองนำสิ่งที่วิจัยพัฒนาในวันหน้ามาทดลองวันนี้ หากมีการใช้ปริมาณเยอะขึ้นจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้สมาคมโดรนได้ให้ความร่วมมือทดสอบแก้ปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่จำกัด ไม่กว้างเกินไปที่มีความสูงระยะ 25 เมตร ซึ่งน้ำไม่สามารถฉีดถึงได้ ปรากฏว่าเมื่อนำเครื่องมือของกรมควบคุมมลพิษไปวัดสามารถลดฝุ่นละอองได้ สมมุติจาก 70 มคก./ลบ.ม. เหลือ 50 มคก./ลบ.ม. อย่างประเทศจีนนำโดรนมาใช้เอาน้ำลงมา รวมถึงการใช้สารเคมีด้วย โดยต้องตรวจสอบว่าใช้สารเคมีอย่างไรกำลังค้นหาอยู่ หลายอย่างต้องมีการวิจัยและพัฒนา ติติงว่าเป็นการหลอกลวงไม่ได้ ทุกอย่างเกิดจากการทดลอง เราต้องหาหลายมาตรการในการทำงาน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีชาวบ้านร้องเรียนโรงซ่อมของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) &amp;nbsp;มักกะสัน ว่าทำการเผาพ่นสีจนเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานว่า ตนได้สั่งการไปแล้วและให้ดูว่าเขามีมาตรการป้องกันอย่างไร ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งเพราะฝุ่นละออง PM2.5 เกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน คงไม่ใช่ภาครัฐอย่างเดียว ทั้งภาคเอกชนและประชาชน ภาคธุรกิจพ่นสีทั้งหมด ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบ วันนี้ได้กำชับกระทรวงคมนาคม รฟท. และทุกกระทรวงได้ดำเนินการในเรื่องเหล่านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อเวลา 17.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้โพสต์เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; ว่า &amp;quot;ผมได้เน้นย้ำเรื่องการจอดรถแล้วไม่ดับเครื่องยนต์อีกครั้งระหว่างการประชุม ครม.วันนี้ การติดเครื่องระหว่างจอดรอเป็นการเผาผลาญเชื้อเพลิง ก่อให้เกิดมลพิษ เกิด #ฝุ่นละออง และยังทำให้เครื่องยนต์สึกหรออีกด้วย โดยเฉพาะข้าราชการจะต้องไม่มีการติดเครื่องจอดรอเด็ดขาดครับ หากวันนี้พลาดไปก็ขอให้คิดทบทวน แก้ไขปรับปรุงใหม่ในวันพรุ่งนี้กันครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานว่า กระทรวงมหาดไทยได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชน นอกจากนี้ หน่วยงานราชการยังได้แจกหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนเพื่อป้องกันฝุ่นละอองที่เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กห.ได้สั่งการให้หน่วยงานในกำกับของกระทรวงกลาโหมและทุกเหล่าทัพ สนับสนุนรัฐบาลในการเร่งแก้วิกฤติมลภาวะจากฝุ่นละอองในอากาศที่เกิดขึ้นมากใน กทม.ปัจจุบัน โดยในระยะเร่งด่วนให้นำเครื่องมือและยุทโธปกรณ์ที่มีมาปรับใช้เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมทั้งให้คิดค้นทดลองหาแนวทางในการลดภาวะฝุ่นละอองที่กำลังเกิดขึ้นควบคู่กันไป สำหรับระยะยาวขอให้ทุกหน่วยงานของกองทัพใน กทม.และปริมณฑล ต้องช่วยกันลดต้นเหตุของฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานในทุกช่องทาง โดยเฉพาะขอให้ตรวจสอบสภาพยานพาหนะให้พร้อม โดยต้องพยายามไม่ให้มีรถยนต์ทหารที่มีควันดำไปวิ่งบนถนน และให้ศึกษาเพื่อการพัฒนาไปสู่การใช้น้ำมัน B20 ในอนาคตอันใกล้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ช่วงนี้คนกรุงคงหนีไม่พ้นฝุ่น PM 2.5 ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องดูแลและป้องกันล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง ปัญหาฝุ่นละอองในเขตเมืองวันนี้ รัฐบาลไม่ควรใช้อำนาจพิเศษสั่งการในการดำเนินนโยบายต่างๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ การแก้กฎหมายผังเมือง มีการเอื้อประโยชน์ต่อการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานขยะหรือไม่ การทำสัญญารถไฟฟ้าในเมือง รัฐได้คำนึงถึงองค์รวมของปัญหาผังเมือง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจที่มีความสัมพันธ์ต่อกันแล้วหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่มีผู้นำระดับสูงของประเทศไทยบางคนบอกว่าให้รออีก 3 ปี รถไฟฟ้าเสร็จแล้วอากาศจะดีขึ้น &amp;nbsp;คนไทยคงรอไม่ได้ และจะต้องมีคนไทยอีกกี่คนที่ต้องเสียชีวิตด้วยโรคที่เกี่ยวกับมลพิษก่อนวัยอันควร &amp;nbsp;หรือบอกให้ชาวบ้านแก้ที่ตัวเองบ้าง รัฐบาลทำไม่ได้ทุกเรื่อง คำพูดแบบนี้เป็นการปัดความรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่ของตนเองหรือไม่ รัฐมีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน เพราะหากทำไม่ได้ก็ควรรีบจัดการเลือกตั้ง จะได้มีรัฐบาลที่มาจากประชาชนแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนและถูกต้องตามหลักสากล&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่จะจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก ซึ่งต้องประกอบไปด้วยคุณภาพ ความสะดวกสบาย เวลาที่รวดเร็วขึ้นและราคาที่สามารถรับได้ เพราะราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินของประเทศไทยเทียบกับประเทศต่างๆ &amp;nbsp;ถือว่าสูงมาก กทม.และเมืองใหญ่ควรใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานของประเทศที่เจริญแล้ว ลดการใช้รถยนต์ที่สร้างมลพิษให้กับอากาศในหลายพื้นที่เขตเมือง และส่งเสริมให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ส่งเสริมให้มีการแก้ไขและป้องกันมลภาวะอย่างจริงจัง ทำเมืองให้เป็นสีเขียวติดอันดับต้นๆ ของโลก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27270</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c47319452a5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลายเรื่องร้อน-เสียงโอดครวญ ปม &#039;ดรามา&#039; ใน &#039;เพื่อไทย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังไม่แน่ชัด วันเลือกตั้งจะเป็นวันที่เท่าไหร่ เดือนอะไร พรรคการเมืองในสนามหลายพรรคเตรียมความพร้อมเดินหน้าไปไกลเสมือนวันเลือกตั้งจะเกิดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ประชาธิปัตย์ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ครบทุกเขต ภูมิใจไทย ไปไกลอีกขั้น เปิดครบทั้ง 350 เขตเลือกตั้ง อนาคตใหม่, ไทยรักษาชาติ เดินสายลงพื้นที่พบปะฐานเสียงทุกวัน ตอกย้ำให้เห็นจุดยืน-จุดขาย ในฐานะหน้าใหม่ทางการเมือง ความพร้อมผู้สมัคร นโยบาย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในลำดับที่ 1 รอเพียงพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งออกมา พร้อมเปิดหน้าโชว์ตัว ไม่มีพลิกโผ ไม่มีดรามาแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผิดกับ พรรคเพื่อไทย อีกหนึ่งพรรคการเมืองใหญ่ ในฐานะพรรครัฐบาลเสียงข้างมากในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ยังไม่ถึงวันเลือกตั้ง มีหลายเรื่องร้อนเข้ามากระทบ ให้บรรดาบิ๊กๆ คนภายในต้องเร่งจัดการปัญหาภายใน เรื่องว่าที่ผู้สมัคร แม้ลงตัวหลายเขต แต่อีกหลายเขตก็ยังต้องมาเกลี่ยทำความเข้าใจ คนเก่าหากเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม มีทายาทก็ต้องดันทายาทให้เป็นตัวเลือกแรกให้ได้ คนใหม่ที่คิดมาเสียบก็เคยมีข่าวออกมาถึงเหตุรุนแรงทางวาจาการกระทำ เคยเป็นเรื่องอื้ออึงมาพักใหญ่ เกิดการงัดข้อกันเอง ยิ่งเป็นพื้นที่เกรดเอเหนือ-อีสาน ต่างไม่มีใครอยากเสียพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดรามาแย่งชิงพื้นที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง มีทั้งเป็นข่าว-ไม่เป็นข่าว อดีต ส.ส.อีสานบางคนแสดงความน้อยใจพรรคไปดึงคนรุ่นใหม่ทุนหนาข้ามหัวผู้สมัครเดิม เกิดอาการน้อยใจรุนแรงไม่มีเส้นสาย ตัดสินใจย้ายไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดเรื่องลักษณะเดียวกัน เขต 7 กทม. เกิดปมดรามาต่อเนื่องระหว่าง ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ กับน.ส.ลีลาวดี วัชโรบล เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในพรรค ปมประเด็น &amp;lsquo;ถูกทุบโต๊ะ คุณขอมา&amp;rsquo; จากบิ๊กในพรรค ทำให้เสียงที่คิดจะคัดค้านเลยต้องนิ่งเงียบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่นับรวมเสียงบ่นในวงสนทนาสมาชิกพรรค ปม &amp;lsquo;กระแสดี กระสุนไม่มา&amp;rsquo; ทำเอาว่าที่ผู้สมัครอดีต ส.ส.พวกทุนน้อย ไม่มีธุรกิจรายได้เสริมบางคน หันหน้ายืมเงินพรรคพวกเพื่อนฝูง บางรายหนักเข้าชิงออกนอกพื้นที่คราวละหลายวัน อ้างภารกิจเร่งด่วนในเมืองหลวงไม่อยู่ให้ต้องเสียค่า ภาษีสังคมใส่ซองงานบวช งานแต่ง งานศพ งานขึ้นบ้านใหม่ และอีกค่าใช้จ่ายจิปาถะรายทาง ที่จนถึงทุกวันนี้ก๊อกน้ำยังตันและยังไม่มีทีท่าจะเปิดหัวก๊อก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนใกล้ชิดคนทางไกลมองในแง่ยุทธศาสตร์ เอากระแสเป็นเครื่องต่อรอง รักกันจริงต้องอดทน เพื่อความเป็น ส.ส.ในวันข้างหน้า ส่วนคนพื้นที่มองอีกมุม สะท้อนความเห็น งานพื้นที่เลี่ยงไม่ได้ต้องดูแลเป็นประเพณี วัฒนธรรม ไม่มีเว้นว่าง ไม่ว่าจะได้เป็นหรือไม่ได้เป็นผู้แทนฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระดับแกนนำพรรค เจอปัญหาให้ต้องคิดดับปมร้อนกันอย่างต่อเนื่อง ผู้นำพรรคยังไม่ลงตัว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเบอร์หนึ่ง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กับ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ต่างฝ่ายต่างมีพลังสนับสนุนอยู่ในฐานที่ &amp;lsquo;แบ็กแน่น&amp;rsquo; ทั้งคู่ สุดท้าย ชายหรือหญิง ใครจะเป็นตัวจริง ซึ่งมีได้เพียงคนเดียว มหากาพย์เบอร์ 1 กลายเป็นซีรีส์ยาวให้ต้องติดตามห้ามกะพริบตา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่ากันด้วยเรื่อง แบ็กอัพ ของทั้งสองคน เป็นประเภทเกรดเอเจ้าของพรรค ว่ากันด้วยเรื่องกองเชียร์ อดีต ส.ส. สมาชิกพรรคก็มีด้วยกันทั้งคู่ มีทั้งเปิดหน้าออกตัวชัดกับฝ่ายอยู่ห่างๆ แต่ส่งใจให้เต็มร้อย ไม่เปิดหน้า ออกตัว ขอแทงหวยเลือกข้างกันในใจ กลัวฤทธิ์เดชบางฝ่ายขยับตัวแรงไม่สบอารมณ์เจ๊ๆ เฮียๆ สมุนใกล้ชิดเมื่อไหร่ มีหวังอนาคตการเมืองดับวูบกลางทางใช่จะเป็นไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัชชาติ-สุดารัตน์ ออกมาดับข่าวร้อน จับมือควงคู่กันลงพื้นที่พบปะประชาชน ทั้งต่างจังหวัด กรุงเทพฯ ประสานพลังแสดงให้เห็นความเป็น ทีมเพื่อไทย แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพอันหนึ่งอันเดียวกัน พร้อมกับประสานเสียงให้สัมภาษณ์ ไม่มีความขัดแย้ง ใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดจุดอ่อนฝ่ายตรงข้ามพยายามเจาะยางเสี้ยมให้แตกคอรบกันเอง เป็นการตัดกำลัง ไปถึงข่าวที่คนเพื่อไทยพยายามโยงให้ไปเกี่ยวพันไปถึงบางพรรคการเมือง ให้ข่าวให้ร้ายโยงประเด็นคนนอกที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวการจัดวางตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี วางกลซ่อนในเกมรอจุดพลาดเอาถึงขั้น ยุบพรรค&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลโพลภายในถูกงัดออกมาย้ำเตือน ส.ส.ได้เท่านั้นเท่านี้ที่นั่ง เรามาแน่ ชนะแน่ เป็นชุดข้อมูลผลิตซ้ำ ตรึงให้สมาชิก (ต้อง) อยู่ ลบภาพความจริงปรับจูนให้ผู้สมัครเชื่อมั่น มุ่งมั่นในความหวัง แล้วมองภาพใหญ่บนเป้าเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;ชนะเลือกตั้ง ทวงคืนอำนาจ&amp;rsquo;!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นความหวังที่ฉายภาพให้เห็นถึงความน่าจะเป็น แต่ในโลกความเป็นจริง สิ่งที่จะเกิดในอนาคต ยังต้องรอพิสูจน์ แต่ในส่วนของคนที่ยังอยู่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;กูพูด (ดัง) ไม่ได้ บ่นกันระงมปรับทุกข์ของคนช้ำ หัวอกเดียวกัน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเมื่อเลือกที่จะอยู่&amp;nbsp; &amp;hellip;ก็ต้องทนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27263</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ชัชชาติ, ประชาธิปัตย์, ภูมิใจไทย, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์, ลีลาวดี วัชโรบล, สุดารัตน์, อนาคตใหม่, เพื่อไทย, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c473117bcee0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
