<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยจี้&#039;ประยุทธ์&#039;เร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วม แล้ง กร่อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ. 2564 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช ประธานคณะอนุกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คนกรุงเทพฯและปริมณฑล ประสบกับปัญหาน้ำประปามีรสชาติกร่อยและเค็มนั้น ประชาชนยังมองไม่เห็นถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ พรรคเพื่อไทย เคยนำเสนอนโยบายในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำกร่อย แต่ยังไม่เคยเห็นการดำเนินการของรัฐบาลที่ชัดเจน หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนรวม นำนโยบายที่ทางพรรคเคยนำเสนอกลับมาเพื่อดำเนินการแก้ไข ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จัดทำโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยไม่ต้องกู้เงิน อาทิเช่น การสร้างเขื่อนและประตูเพื่อกันน้ำทะเลหนุนและจัดทำประตูเพื่อระบายน้ำลงทะเลรอบกรุงเทพฯ/สมุทรปราการ พร้อมจัดทำนโยบายเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงการสร้างพื้นที่แก้มลิงตามแนวพระราชดำริ ในแนวบริเวณที่ลุ่มของแม่น้ำสายหลักทั่วประเทศ รวมถึงแม่น้ำโขงด้วยเพื่อเก็บกักน้ำไว้ในเวลาที่น้ำมามากเรียกว่าเบรคน้ำ สำหรับเก็บไว้ใช้ในยามที่น้ำมีน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขุดเขื่อนและแม่น้ำสายหลักที่ไม่ไกลกันมากให้เข้าหากันเหมือนดังที่เคยทำมาแล้ว โดยเชื่อมแม่น้ำยมเข้ากับแม่น้ำน่าน ซึ่งจะทำให้สามารถผันน้ำได้ตามปริมาณของน้ำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สนับสนุนการสร้างป่าชุมชน 1 หมู่บ้าน 1 ป่าชุมชน เพื่อทำให้เกิดพื้นที่ชุ่มน้ำมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และแนะนำชาวบ้านในการปลูกหญ้าแฝกเพื่อกันดิน (Soil Erosion) ตามแนวทางพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำกร่อย ดังกล่าวนั้น ทำให้ประเทศไทยเกิดความเสียหายมามากแล้ว และมีหลายครั้งที่เกิดอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรที่จะนำนโยบายข้างต้นทั้งหมดไปใช้ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ได้อย่างยั่งยืน เพราะการทำเพียงแค่บางข้อนั้นจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด เพราะปัญหาดังกล่าวทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงประสบกับความทุกข์ยากอยู่จนทุกวันนี้ และคนไทยทุกคนควรที่จะมีน้ำประปาที่สะอาดและได้มาตรฐานสากลเพื่อใช้ในการอุปโภคและบริโภค ซึ่งหากพล.อ.ประยุทธ์ไม่รีบแก้ไข ก็อาจจะต้องม้วนเสื่อเก็บของกลับบ้านไปเพราะเรื่องน้ำก็เป็นได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92240</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำกร่อย, น้ำท่วม, น้ำแล้ง, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช, แก้ปัญหาจัดการน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f14518abbd6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุ&#039;ภท.&#039;โหวตหนุนศึกซักฟอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; ฟุ้งเสร็จศึกอภิปรายต้องมีรัฐมนตรีไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ยุ &amp;ldquo;ภูมิใจไทย&amp;rdquo; ยกมือโหวตหนุนญัตติฝ่ายค้าน &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; ย้ำไม่ร่วมวง &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; แน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นในวันที่ 25 ม.ค.ว่า มีคนปรามาสว่าพรรค พท.และฝ่ายค้านคงทำอะไรรัฐบาลไม่ได้ &amp;nbsp;ขอเรียนว่าที่ผ่านมาเรามีเรื่องใหญ่ๆ หลายเรื่องที่ทำให้รัฐบาลสั่นคลอน เช่นเรื่องนายกฯ อยู่บ้านหลวง จนเรื่องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งถ้าพรรคไม่พูดป่านนี้ต่อสัญญาไปตั้งนานแล้ว การอภิปรายครั้งนี้เรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวยิ่งเข้มข้นขึ้น เพราะแม้แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็คัดค้านการต่อสัญญาดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การอภิปรายครั้งนี้จะโยงไปถึงนายกฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ลงนามในพระราชบัญญัติร่วมทุน ฝ่ายค้านมีหมัดเด็ด &amp;nbsp;หลังการอภิปรายจะทำให้มีคนต้องไปศาลรัฐธรรมนูญต่ออีก &amp;nbsp;และครั้งนี้นายกฯ โดนหนักแน่ และเชื่อว่ากรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียว พรรคภูมิใจไทยจะยกมือให้ฝ่ายค้านด้วย&amp;rdquo; นายยุทธพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรค พท.กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ นอกจากประเด็นความล้มเหลวในการจัดการเรื่องนายทุนบ่อนการพนันและการลักลอบขนแรงงานเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับคนมีสี &amp;nbsp;ซึ่งส่งผลให้เกิดการระบาดโควิด-19 ในรอบ 2 และจากการที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ที่ค้างคามานานแล้ว &amp;nbsp;ยังพบอีกว่ามีการบริหารงบประมาณแผ่นดินในหลายโครงการที่น่าสงสัย เช่น การลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (อีอีซี), โครงการเชื่อมการเดินทางโดยรถไฟความเร็วสูงระหว่าง 3 สนามบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นิด้าโพลเคยตั้งคำถามเอาไว้ว่า คนไทยรับรู้เรื่องอีอีซีหรือไม่ แต่ผลการสำรวจปรากฏว่า 56.90% ไม่เคยรับรู้ ไม่เคยได้ยิน และคนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ทราบถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับอย่างชัดเจน ดังนั้นศึกซักฟอกในครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งยากที่จะเอาตัวรอดได้ และถ้าวิเคราะห์ดูจากผลงานตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลชุดนี้ คงเป็นไปได้ยากมากที่จะนำประเทศไทยให้พ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ระบุอีกว่า ระหว่างที่คนไทยทั้งประเทศกำลังต่อสู้กับปัญหาโควิด-19 ที่ระบาดหนักรอบ 2 แต่กลับมีมือดีแอบเซ็นสัญญาไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน แบบนี้เราจะยังเชื่อมั่นการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ได้ต่อไปอีกหรือไม่ เพราะประชาชนอดสงสัยไม่ได้ว่าผลประโยชน์ของโครงการอีอีซีที่แท้จริงแล้วตกอยู่กับใครกันแน่ รัฐ นายทุน &amp;nbsp;หรือชาวบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มสร้างไทย กล่าวว่า ขอยืนยันว่าจะไม่ไปร่วมงานกับ &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อตั้งพรรคทหารอย่างที่มีกระแสข่าว จะไม่เป็นบันไดให้เผด็จการต่อท่ออำนาจ หรือเป็นบันไดให้ใครบางคนขึ้นสู่ตำแหน่งที่ต้องการ &amp;nbsp;สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความพยายามใส่ร้ายป้ายสีด้วยการเมืองแบบเก่า การทำงานทางการเมืองมากว่า 30 ปี มีจุดยืนชัดเจน ยืนหยัดต่อสู้เผด็จการ มีจุดยืนอยู่กับฝั่งประชาธิปไตย วันนี้เผด็จการได้สร้างภาระให้ประเทศ และทำให้รัฐราชการใหญ่ขึ้นและประชาชนตัวเล็กลงซึ่งสวนทางกับโลก ตนตั้งใจจะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต่อไปในอนาคต.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90145</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_60043eab9539f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;แนะ&#039;บิ๊กตู่&#039;กลับใจไปฟังเสียงคนรุ่นใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.63 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า จากการชุมนุมของกลุ่ม เยาวชนปลดแอก เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 63 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดการชุมนุมย่อย ๆ หรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;แฟลชม็อบ&amp;rdquo; ตามมา กระแสการเคลื่อนไหวนี้ลุกลามเร็วราวกับไฟลามทุ่งไปทั่วประเทศกว่า 47 จังหวัด ล่าสุดได้เปิดตัวเป็นกลุ่มประชาชนปลดแอก ตามทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก (Butterfly Effect) กระแสที่เกิดขึ้นนี้ยังดึงดูดผู้มีอุดมการณ์ร่วมกัน ไม่ว่าจะวัยหนุ่มสาวหรือวัยอื่นๆ ให้ลุกขึ้นมาขับไล่รัฐบาลจากการบริหารงานที่ล้มเหลวมากว่า 6 ปี ทำเศรษฐกิจพังจนกระทบปากท้องของประชาชนและถ้าหากรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้องของกลุ่มดังกล่าว สถานการณ์อาจบานปลายจนถึงขั้นที่รัฐบาลอยู่ยาก แต่ในตอนนี้สิ่งที่ไม่ยากเกินกว่าที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะทำได้เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ได้ก่อไว้ช่วง 6 ปีที่ผ่านมา คือการใช้ทฤษฎี 5 E เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพเบื้องต้นของรัฐบาล ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. Narrative Economics (เศรษฐศาสตร์นโยบาย) รัฐบาลต้องส่งเสริมให้เงินหมุนเวียนไปถึงคนตัวเล็กตัวน้อยโดยตรง คำว่า &amp;ldquo;เศรษฐกิจดี&amp;rdquo; นั้นหมายความว่าเมื่อผู้คนจับจ่ายใช้สอยสินค้า เงินดังกล่าวต้องไหลไปสู่ผู้ผลิตต้นทาง นำไปสู่การจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้น เกิดการกระจายรายได้และทำให้เกิดการจ้างงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. Education การศึกษาไทยล้มเหลว มาตรฐานการสอนของแต่ละโรงเรียนต่างกัน ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ระบบพัฒนาช้า ไม่ตอบโจทย์ตลาดงานในปัจจุบัน ทำให้เกิดปัญหาบัณฑิตเตะฝุ่นตามมา รัฐบาลต้องแต่งตั้งบุคคลที่มีความเข้าใจปัญหาในระบบการศึกษาจริง ๆ มาบริหาร และแก้ไขให้ตรงจุด สร้างการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ให้เกิดขึ้นในระบบการศึกษา และเข้าถึงปัญหาต่าง ๆ โดยการสร้างความร่วมมือกับทุกฝ่ายโดยเฉพาะกับทุกสถานศึกษาและผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. Environment ปัญหาสิ่งแวดล้อมของไทยที่นับวันจะแย่ลงเรื่อย ๆ เช่น ฝุ่นพิษ PM2.5 ที่มีค่าสูงเกินมาตรฐาน น้ำท่วม น้ำแล้ง ไฟป่า โลกร้อน ขยะล้นเมือง ฯลฯ รัฐบาลต้องออกมาตรการลดการผลิต และการบริโภคที่ฟุ่มเฟือยหรือที่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly) พร้อมทั้งฟื้นฟูระบบนิเวศให้เติบโตไปพร้อมกับมนุษย์ได้เพื่อป้องกันปัญหาโรคติดต่อจากสัตว์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาจากการรุกล้ำพื้นที่ป่าของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. Empower (ให้อำนาจ) รัฐบาลควรเปิดโอกาสและให้อำนาจประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศออกแบบวิธีแก้ไขปัญหาในชีวิตของพวกเราเอง การรับฟังความเห็นของทุกภาคส่วนไม่ว่าจากเป็นผู้เห็นต่างหรือเห็นพ้องย่อมเป็นสิ่งสำคัญ หากรัฐบาลยังปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นอย่างที่เป็นอยู่ ก็ไม่ต่างอะไรจากการเติมเชื้อไฟให้คนออกมาประท้วงเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. Engagement (การมีส่วนร่วม) ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายปัญหาทุกวันนี้ เกิดจากการที่ประชาชนขาดการมีส่วนร่วม ทำให้อนาคตของประชาชนเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดโดยกลุ่มคนบางกลุ่ม แน่นอนว่าอนาคตที่เลือนรางแบบนี้ย่อมทำให้เกิดแรงปะทุจากกลุ่มผู้ถูกกดขี่แน่นอน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่ต้องมีชีวิตต่อไปในอนาคตที่มัวมนนั้น รัฐบาลชุดนี้จะอยู่ต่อไปได้ก็ต้องเห็นอนาคตของประชาชนสำคัญเป็นอันดับแรก หากอนาคตของประชาชนไม่ดีขึ้น ก็ยากที่รัฐบาลจะอยู่ต่อ
ภาคเอกชนและพรรคการเมืองส่วนใหญ่ พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาล เพื่อแก้ไขวิกฤตในครั้งนี้ที่ทุกฝ่ายกำลังประสบอยู่ หากพล.อ.ประยุทธ์ เข้าถึง เข้าใจ และพร้อมแก้ไขปัญหาร่วมกับประชาชน คงไม่สายเกินไปที่จะกลับตัว กลับใจ เปลี่ยนวิธีการบริหารประเทศของตัวเองเสียใหม่ ในขณะที่ความทุกข์ทนของประชาชนจากพิษปัญหาเศรษฐกิจ พิษอำนาจนิยมจากคนบางกลุ่ม หรือนานาปัญหาที่รัฐบาลซุกไว้ใต้พรมกำลังกลับมาทำร้ายตัวรัฐบาลเอง ตัวเลือกสำหรับรัฐบาลคงเหลือไม่มากนัก เว้นเสียแต่ว่ารัฐบาลจะรักษาความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมไทยได้ ก่อนที่จะสายเกินแก้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73857</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f14518abbd6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยแนะ 5 ข้อสอน&#039;บิ๊กตู่&#039;แก้ปัญหาเศรษฐกิจจี้รับฟังคนเห็นต่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ส.ค. 2563 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเจอกับศึกรอบทิศที่นับวันจะโหมกระหน่ำมาเรื่อย ๆ จะเรียกได้ว่ารัฐบาลโดนทั้งศึกในและศึกนอกก็คงไม่ผิด เศรษฐกิจที่ตกต่ำมาตลอด 6 ปีที่รัฐบาลแก้ไม่ได้เสียที พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีก็ต้องเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ประชาชนทุกคนมีภาระค่าใช้จ่ายและประสบกับปัญหาปากท้องทุกวัน จึงขอเสนอให้ประเทศไทยวางยุทธศาสตร์แบบวันต่อวัน แก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและปัญหาสังคมในมิติต่าง ๆ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การใช้งบประมาณของรัฐเพื่อสร้างโครงการที่ทันสมัยร่วมกับภาคประชาชน เพื่อให้ทุกโครงการสามารถจับต้องได้ นำโครงการมาพัฒนาต่อได้ สร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชน และโครงการเหล่านั้นจะต้องกระจายงบประมาณโดยตรงให้ถึงกระเป๋าของประชาชน และช่วยเพิ่มมูลค้าสินค้าไทยเพื่อการส่งออกอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีรายได้ที่น้อยลง ดังนั้นภาครัฐต้องช่วยลดค่าครองชีพให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ประชาชนกำลังประสบกับภาวะข้าวยากหมากแพง รัฐควรควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ และในส่วนของการศึกษา เด็กไทยควรได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม มีคุณภาพและฟรีตลอดระยะเวลา 15 ปี และที่สำคัญคือ &amp;ldquo;ต้องฟรีจริง&amp;rdquo; ไม่ใช่ฟรีแค่ชื่อโครงการ แต่ยังมีค่าใช้จ่ายแอบแฝงอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. รัฐบาลควรเร่งเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว โดยการทำ Travel Bubble (การเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสองประเทศที่สามารถจัดการเรื่องโรคโควิด-19 ได้ดี) ให้สำเร็จร่วมกับหลาย ๆ ประเทศภายใน 14 วัน เพราะก่อนหน้านี้การท่องเที่ยวสร้างเม็ดเงินจำนวนมหาศาลให้เศรษฐกิจไทย แต่ปัจจุบันไทยไม่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศเลย นั้นหมายความว่านักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปกว่า 39.7 ล้านคน หรือขาดรายได้ 1.93 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตามรัฐบาลควรหาจุดสมดุลระหว่างการเปิดประเทศและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปในเวลาเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ประเทศไทยพึ่งพารายได้จากการส่งออกเป็นอย่างมาก จึงไม่ควรเลือกข้างในสงครามการค้า (Trade War) ระหว่างสหรัฐฯ-จีน เพราะการเลือกข้างผิดก็อาจทำให้เศรษฐกิจไทยตกต่ำลงไปอีก แต่เราควรเร่งสร้างข้อตกลงการค้า (Trade Deal) ระหว่างประเทศต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการส่งออกไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ประเทศไทยได้เปรียบเรื่องความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) อย่างไรก็ตาม แม้เราจะส่งออกสินค้าทางการเกษตรต่าง ๆ ทั้งสัปปะรดกระป๋อง ข้าว น้ำตาล กุ้ง และไก่ เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ชาวไร่ ชาวนายังคงลำบาก รัฐบาลควรผลักดันให้ไทยเป็นครัวโลก (Kitchen of the World) ควบคู่กับการกำกับดูแลราคาสินค้าเกษตรอย่างจริงจัง ไม่ให้ชาวไร่ ชาวนาโดนเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลางหรือจากกลุ่มนายทุน นี้ถือว่าเป็นการสร้างความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในอีกมิติหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์กล่าวว่า ศึกต่าง ๆ ที่เข้ามาในตอนนี้คงเป็นตัวเร่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน โดยจุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดคือ การปรับทัศนคติตนเองเสียก่อน ให้เข้าใจว่าคนที่เห็นต่างไม่ใช่ศัตรู ให้รับฟังความคิดเห็นและนำมาแก้ไข จะได้ความเห็นที่หลากหลายขึ้นในการแก้ปัญหา เพราะถ้าหากเศรษฐกิจดีขึ้น ศึกที่กำลังรุมเร้ารัฐบาลอยู่ในขณะนี้ก็จะลดลง ส่วนเหตุที่เยาวชนออกมาเรียกร้องก็เพราะ เยาวชนเหล่านั้นมองไปข้างหน้าไม่เห็นอนาคต ทุกอย่างดูมืดแปดด้าน ก็คงเป็นตามที่กลุ่มเยาวชนได้ออกมาพูดว่า เราทุกคนไม่ควรมาอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ เราควรทำในสิ่งที่พวกเราอยากทำ&amp;rdquo; แต่ในเมื่อสิ่งที่พวกเขาอยากทำมันอยู่ในอนาคตมีความมืดมนในทุกมิติเสียแล้ว ใครจะเป็นผู้แก้ไขและรับผิดชอบ ถ้าหากรัฐบาลไม่สามารถเข้าใจถึงความเสมอภาพทางสังคม (Social Equality) และไม่รับฟังความต้องการของประชาชนทุกฝ่าย เราก็คงหมดหวังที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมได้ เพราะทั้งการเมืองและชีวิตประจำวันของเราย่อมเดินควบคู่ไปด้วยกันเสมอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73157</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช, สอนบิ๊กตู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f14518abbd6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยบี้เลือกตั้งท้องถิ่น เชื่อเงินหมุนเกินแสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; บี้บิ๊กตู่เร่งเคาะเลือกตั้งท้องถิ่น ชี้นอกจากคืนอำนาจแล้วยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะมีเงินสะพัดกว่า 1.3 แสนล้านบาท &amp;ldquo;ธนาธร&amp;rdquo; เดินสายนครปฐม เชื่อว่าที่ผู้สมัคร อบจ.ไม่เป็นงูเห่าแน่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยึดอำนาจและบริหารราชการแผ่นดินในตำแหน่งนายกฯ มากว่า 6 ปี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้แก่ องค์กรบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.), เทศบาล, องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.), เมืองพัทยา และ กทม. รวม 7,852 แห่ง ไม่ได้จัดการเลือกตั้งมาแล้วนานถึง 7-9 ปี &amp;nbsp;ซึ่งสาเหตุจากคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 1/2557 ลงวันที่ 5 ธ.ค.2557 แต่ปัจจุบันเวลาได้ผ่านมานานมากแล้ว สถานการณ์ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ได้อ้าง ส่วนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็พร้อมกำกับดูแลการเลือกตั้งท้องถิ่น แล้วอะไรที่เป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่มีมติกำหนดวันเลือกตั้ง หากยังยืดเยื้อโดยอ้างด้วยเหตุผลเดิมก็คงเป็นเพียงการแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ไปเท่านั้นเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเลือกตั้งท้องถิ่นนอกจากเป็นการคืนอำนาจการตัดสินใจให้กับประชาชนแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกด้วย เพราะการเลือกตั้งทุกครั้งทุกจังหวัดจะมีเงินสดหมุนเวียนสะพัดในระบบเศรษฐกิจ โดยมีทั้งของ กกต.ใช้งบประมาณ 800 ล้านบาท กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5,000 ล้านบาท กทม. 240 ล้านบาท และในส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งประเทศ ซึ่งรวมทุกภาคส่วนจะมีเงินหมุนเวียนกว่า 136,040 ล้านบาท ซึ่งจะถูกส่งตรงถึงกระเป๋าของประชาชนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;rdquo; ร.ต.อ.วัฒนรักษ์กล่าว และว่า กทม.ควรเป็นพื้นที่นำร่องจัดการเลือกตั้ง เพราะเป็นพื้นที่ที่มาก ปัญหาค่อนข้างมากที่รอการแก้ไข ซึ่งหาก พล.อ.ประยุทธ์มั่นใจว่าตัวเองแน่พอ และไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่หากยังผัดวันประกันพรุ่ง พล.อ.ประยุทธ์เองจะมีแต่เสียคะแนน และเสียความน่าเชื่อถือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ชุมชน ต.คลองโยง อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมด้วยนายชัชวาล นันทะสาร ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นครปฐม และทีมผู้สมัคร ส.จ. ร่วมรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ ต.คลองโยง ต.ศาลายา และ ต.คลองมหาสวัสดิ์ โดยเปิดเวทีให้คนในพื้นที่ได้นำเสนอปัญหา และให้คำแนะนำกับทีมงานว่าอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่เป็นอย่างไร &amp;nbsp;ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน มีประชาชนร่วมสะท้อนปัญหาในพื้นที่หลากหลายเรื่อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า ปัญหาที่พี่น้องประชาชนสะท้อนให้คณะก้าวหน้าจะเก็บรวบรวมร่วมกับพื้นที่อื่นๆ ที่เราจะเดินทางไปทั่วทั้งนครปฐม เพื่อนำไปผลิตเป็นนโยบาย เพราะเราเชื่อว่าการนั่งคิด &amp;nbsp;นั่งทำงาน ออกแบบนโยบายแต่ในห้องแอร์ไม่มีทางตอบโจทย์ปัญหาของคนพื้นที่ ดังนั้นต้องเดินทางมารับฟังแบบนี้ โดยเรื่องที่ดีก็ต้องสนับสนุนยกระดับให้ดียิ่งขึ้น ส่วนที่เป็นปัญหาต้องออกแบบหาวิธีการแก้ไข เพราะการเมืองท้องถิ่นนี่แหละเป็นสิ่งที่ใกล้ชิดกับปัญหาเหล่านี้ ซึ่งใน จ.นครปฐม เราได้คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ คือนายชัชวาล ซึ่งเราร่วมงานกันมาตั้งแต่ครั้งเป็นพรรคอนาคตใหม่ เป็นคนที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย และมั่นใจได้ว่าถ้าเลือกไปแล้วไม่มีทางเป็นงูเห่าแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัชวาลกล่าวว่า หนึ่งในความคิดที่อยากทำในนครปฐมคือการรักษาพื้นที่สีเขียวไว้ให้ได้เกิน 50% เพราะปัจจุบันนี้แม้เหลือพื้นที่สีเขียวอยู่ 60% แต่ยังมีการรุกล้ำ เนื่องจากการขยายตัวของเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายธนาธรพร้อมทีมงานเดินตลาดน้ำวัดดอนหวาย มีประชาชนให้ความสนใจเข้ามาร่วมถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71936</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f1451e261144.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ขย่ม&#039;บิ๊กตู่&#039;รีบจัดเลือกตั้งท้องถิ่นคืนอำนาจประชาชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.2563 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจและบริหารราชการแผ่นดินในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากว่า 6 ปี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้แก่ องค์กรบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เมืองพัทยา และกทม. รวม 7,852 แห่ง ไม่ได้จัดการเลือกตั้งมาแล้วนานถึง 7-9 ปี ตัวแทนของประชาชนยังไม่ได้เข้าไปทำหน้าที่ มีสาเหตุมาจากคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 1/2557 ลงวันที่ 5 ธ.ค. 2557 เรื่อง การได้มาซึ่งสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว ได้ออกคำสั่งให้ผู้บริหาร อปท. บางแห่งอยู่ต่อและบางแห่งก็แต่งตั้งผู้บริหารเข้ามาทำงานแทนคนเดิม เช่น ในส่วน กทม. คำสั่งดังกล่าวได้อ้างเหตุผลที่ไม่จัดการเลือกตั้งว่า เพราะสถานการณ์ยังไม่อาจจัดให้มีการเลือกตั้ง อปท. หรือผู้บริหารท้องถิ่นได้โดยเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปัจจุบันนี้ เวลาก็ได้ผ่านมานานมากแล้ว สถานการณ์ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ได้อ้าง ส่วนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมที่จะกำกับดูแลการเลือกตั้งท้องถิ่น แล้วอะไรที่เป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้ถึงยังไม่มีมติกำหนดวันเลือกตั้ง หากยังยืดเยื้อโดยการอ้างด้วยเหตุผลเดิมก็คงเป็นเพียงการแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ไปเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์กล่าวว่า นอกจากการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเป็นการคืนอำนาจการตัดสินใจให้กับประชาชนแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกด้วย เพราะการเลือกตั้งทุกครั้ง ทุกจังหวัดจะมีเงินสดหมุนเวียนสะพัดในระบบเศรษฐกิจ การเลือกตั้งในครั้ง กกต. ใช้งบประมาณ 800 ล้านบาท กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5,000 ล้านบาท กทม. 240 ล้านบาท ในส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งประเทศใช้เงินเพื่อเป็นค่าจัดสัมมนา สื่อโฆษณา อาหาร บุคลากร รถยนต์หาเสียง น้ำมันสำหรับพาหนะ และอีกมากมาย 130,000 ล้านบาท เงินที่จะถูกอัดฉีดเข้าระบบเศรษฐกิจจากการเลือกตั้งเป็นจำนวนรวมจากทุกภาคส่วนกว่า 136,040 ล้านบาทนี้จะถูกส่งตรงถึงกระเป๋าของประชาชนตัวเล็กตัวน้อย โดยการจ้างงานต่าง ๆ จะส่งผลให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีก 5 เท่า การเลือกตั้งท้องถิ่นจึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้อย่างแน่นอน &amp;nbsp;จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตกต่ำตลอด 6 ปีที่ผ่านมา จึงจำเป็นที่จะต้องจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะกทม. ควรเป็นพื้นที่นำร่องจัดการเลือกตั้ง เพราะ เป็นพื้นที่ที่มากปัญหาค่อนข้างมากที่รอการแก้ไขหลังการเลือกตั้ง เช่น 1.ปัญหาเศรษฐกิจ GDP ของเมืองหลวงไทยตกต่ำถึงขีดสุดในรอบ 20 ปี 2. ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่ไม่มีท่าทีว่าจะลดลง เมื่อฝนตกน้ำก็ยังท่วมขังทุกครั้ง แม่น้ำลำคลองเน่าเสีย ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ชาวกรุงต้องจำอยู่กับสภาพแวดล้อมแบบนี้ &amp;nbsp;3.การจราจรติดขัดที่คนกรุงต้องพบเจอเป็นประจำ และยังคงแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ระบบขนส่งมวลชนที่ยังไร้ประสิทธิภาพ ทำให้คนกรุงเลือกที่จะใช้รถส่วนบุคคล 1 คน ต่อรถยนต์ 1 คัน ผลที่ตามมา คือ ปัญหาการจราจรติดขัดที่เรื้อรังยากจะแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ความเหลี่อมล้ำทางสังคมเพิ่มขึ้นทุกวัน โอกาสทางการศึกษาไม่ได้เข้าถึงเด็กทุกคน คนรวยได้เข้าถึงการศึกษาที่ดี ส่วนคนจนก็ไม่มีทางที่จะได้รับโอกาสนั้น และการจัดการศึกษาที่เป็นอยู่ก็ยังไร้ประสิทธิภาพ หากดูจากผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนตามมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment : PISA) ซึ่งการสอบนี้จะจัดสอบขึ้นทุก 3 ปี ในการสอบประจำปี 2018 เด็กไทยสอบตกทุกวิชา เพราะ ความฉลาดรู้ (Literacy) มีไม่มากเท่าที่ควร ขาดทักษะ การสอบนี้สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาไทยที่ยังรั้งท้ายอันดับ 13 ของโลก ไทยอยู่ที่อันดับ 66 จาก 79 ประเทศทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ปัญหายาเสพติดที่เพิ่มขึ้นจนน่าเป็นห่วง ทุกวันนี้ยาเสพติดหาซื้อได้ง่าย แถมยังราคาถูก 4 เม็ด 100 บาท ปัญหาต่าง ๆ อย่างการขโมย การทะเลาะวิวาท ก็ต่อแถวตามมาจากการเสพยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากปัญหาที่ได้กล่าวมาแล้ว ความต้องการของประชาชนยังมีอีกมาก จึงต้องการตัวแทนที่ประชาชนเป็นคนเลือกมาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ หาก พล.อ.ประยุทธ์ มีความมั่นใจว่าตัวเองแน่พอและไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ แต่ต้องการคืนอำนาจกลับคืนสู่ประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวการเลือกตั้งท้องถิ่น และถ้าหากยังผัดวันประกันพรุ่ง พล.อ.ประยุทธ์ เอง จะมีแต่เสียคะแนน เสียความน่าเชื่อถือ เพราะประชาชนคิดว่าที่อยู่ เพียงอยากสืบทอดอำนาจของตัวเองไปวันๆ หรือไม่ และไม่มีเหตุผลใดที่จะยืดเวลาการเลือกตั้งอีกต่อไป ถึงเวลาที่ต้องคืนอำนาจการตัดสินใจให้ประชาชนอีกครั้ง ให้คนที่ประชาชนไว้ใจขึ้นมาเป็นตัวแทนของพวกเขา เพราะตามหลักที่นักรัฐศาสตร์ทั่วโลกเชื่อว่า ประชาธิปไตยอาจไม่ใช่รูปแบบการปกครองที่ดีที่สุด แต่เป็นรูปแบบการปกครองที่เลวน้อยที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71869</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช, เร่งเลือกตั้ง, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e23c2c62349e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่อโวซ้ำรอย&#039;อนค.&#039; กวาดเก้าอี้ท้องถิ่นเขย่าปท./&#039;โพล&#039;หนุนปรับครม.ยกคณะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ช่อ&amp;rdquo; โวคณะก้าวไกลจะเขย่าการเลือกตั้งท้องถิ่นเหมือนยุคส้มหวาน ชี้เป็นมิติใหม่ส่งผู้สมัครในชื่อเดียวกัน อุดมการณ์เดียวกันทั่วประเทศ โพลเผย ปชช.หนุนปรับ ครม.ทั้งคณะ ชี้ &amp;quot;อุตตม-สนธิรัตน์&amp;quot; ไร้ผลงานเด่นชัด แต่ยี้ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ ระบุ &amp;quot;นฤมล&amp;quot; ขาดประสบการณ์ ยังหนุน &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ขณะที่ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; อารมณ์ค้างยกระดับฉายา &amp;quot;นักกู้แห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก&amp;quot; ฟันธงยังไม่ปรับ ครม.จะเกิดสภาพเตี้ยอุ้มค่อม กมธ.งบฯ ตั้งเป้าตัดงบซื้ออาวุธทั้งหมดนำมาแก้ปัญหา ศก.ที่จำเป็น ชงให้ภาค ปชช.-สื่อมวลชนเข้ารับฟังได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ที่อาคารไทยซัมมิท คณะก้าวหน้ายังคงจัดอบรมสัมมนาทีมผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เป็นวันที่สอง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักสนุกสนาน โดยช่วงเช้าเป็นเวทีอบรมเรื่องการสื่อสารทางการเมือง จากนั้นในช่วงบ่ายมีกิจกรรมเวิร์กช็อปโดยให้ทีมผู้สมัคร อบจ.แต่ละจังหวัด ระดมสมองร่วมกันคิดนโยบาย วิเคราะห์ร่วมกัน รวมถึงวางแผนการรณรงค์หาเสียง จากนั้นให้แต่ละทีมได้นำเสนอนโยบายเหล่านั้น โดยมีแกนนำคณะก้าวหน้า อาทิ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช, นายไกลก้อง ไวทยการ, นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์, นายสุนทร บุญยอด และนายนิติพัฒน์ แต้มไพโรจน์ รวมถึงทีมผู้สมัคร อบจ.อื่นๆ ร่วมแสดงความคิดเห็น
น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า กิจกรรมทั้ง 2 วันในการอบรมอัดแน่นไปด้วยสาระความรู้ ซึ่งเป็นการเสริมความเข้มแข็งให้ทีมผู้สมัครของเรา โดยผู้สมัครทั้ง 17 จังหวัดที่มาอบรมครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นบ้านเกิดเมืองนอนตัวเองเปลี่ยนแปลง เราไม่รู้ว่าที่ผ่านมาในการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นเคยมีการจัดกิจกรรมอบรมสัมมนาให้ผู้สมัครอย่างนี้มาก่อนหรือไม่ แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมี &amp;nbsp;ครั้งนี้เป็นมิติใหม่ เพราะอย่างที่เราได้ประกาศไปแล้วว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่จะส่งผู้สมัครในชื่อเดียวกัน อุดมการณ์เดียวกัน และกรอบนโยบายหลักแบบเดียวกัน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะการบรรยายให้ภาพรวมของท้องถิ่นของประเทศไทย, การบรรยายเรื่องแนวทางการสร้างนโยบายและการจัดการงบประมาณ, การบรรยายเรื่องนโยบายและแนวทางการสร้างนโยบาย, การให้แนวทางการสื่อสารทางการเมือง รวมถึงกิจกรรมวันนี้คือเวิร์กช็อปที่ให้แต่ละทีมร่วมกันออกแบบนโยบายของจังหวัดตนเอง แล้วมานำเสนอ บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ทุกคนกระตือรือร้นในการร่วมกันแสดงความคิดเห็น และผลงานก็ออกมาดีมากๆ หลายๆ จังหวัดดึงศักยภาพของพื้นที่ตัวเองออกมาใช้ได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้เรามั่นใจยิ่งขึ้นว่านโยบายที่ทุกคนร่วมกันคิด รวมถึงนโยบายหลักที่คณะก้าวหน้าจะนำไปใช้ในการรณรงค์หาเสียง จะสามารถยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นได้ เราเชื่อว่าประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลง และจะให้โอกาสคณะก้าวหน้าในการเลือกตั้งที่จะมาถึง เราจะสามารถเขย่าการเลือกตั้งท้องถิ่นได้อีกครั้ง อย่างที่ครั้งหนึ่งในนามพรรคอนาคตใหม่เคยทำสำเร็จแล้วกับการเลือกตั้งระดับประเทศ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น ผู้สมัครนายก อบจ.บึงกาฬ กล่าวว่า ปัญหาปัจจุบันของบึงกาฬคือเรื่องราคายางพาราตกต่ำ ดังนั้น นโยบายที่เราออกแบบสำหรับท้องถิ่นก็เพื่อแก้ปัญหาให้เกษตรกร ว่าทำอย่างไรก็ได้ที่เพิ่มมูลค่ายางพาราขึ้น สำหรับการอบรมในครั้งนี้ กิจกรรมเรื่องแนวทางการคิดนโยบายนั้นน่าสนใจมาก การคิดนโยบายที่ฐานต้องมาจากประชาชน จากปัญหาในพื้นที่ จากการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ เพื่อจะออกมาเป็นนโยบายและแก้ปัญหากลับไปให้คนในพื้นที่จริงๆ ทั้งนี้ คณะก้าวหน้าประกาศแล้วว่าจะส่งลงท้องถิ่น 4,000 แห่ง เราอยากได้คนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน รักประชาธิปไตย อยากเห็นบ้านเกิดตัวเองดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัชวาล นันทะสาน ผู้สมัครนายก อบจ.นครปฐม กล่าวว่า เรื่องนโยบายที่เชื่อมโยงการผูกขาดการเมืองใน จ.นครปฐม คือนโยบายรัฐเปิดเผย ซึ่งสำคัญมาก เพราะจะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมออกแบบ ตัดสินว่าประชาชนอยากได้อะไรในท้องถิ่นจริงๆ ภาษีประชาชนจะถูกใช้ไปกับโครงการอะไรบ้าง จะเป็นการลดข้อกังขาการใช้งบประมาณของจังหวัด ถ้ามีโครงการไหนที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ก็สามารถตัดออกแล้วนำงบประมาณตรงนั้นไปใช้ให้ตรงกับความต้องการกับปัญหาท้องถิ่นได้จริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง ปรับ ครม.? ระหว่างวันที่ 29-30 มิ.ย. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป 1,251 ตัวอย่างทั่วประเทศ เกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 43.09% ระบุว่าควรปรับ ครม.ทั้งคณะ เพราะการบริหารงานที่ผ่านมายังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ยังไม่มีผลงานให้เห็นเด่นชัด และอยากให้ท่านอื่นลองเข้ามาบริหารบ้าง รองลงมา 39.89% ระบุว่าควรปรับ ครม.บางตำแหน่ง เพราะบางตำแหน่งยังทำงานไม่ตรงตำแหน่งที่ได้รับ อยากได้บุคคลเข้ามาทำงานเหมาะสมกับตำแหน่ง, 16.95% ระบุว่ายังไม่ถึงเวลาปรับ ครม. เพราะอยากให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 หมดจากประเทศก่อน ขณะที่บางส่วนระบุว่าดีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องปรับ ครม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการปรับนายอุตตม สาวนายน ออกจากตำแหน่ง รมว.การคลัง พบว่า ส่วนใหญ่ 44.76% ระบุว่าควรถูกปรับ เพราะการบริหารงานล่าช้า ผลงานยังไม่มีความโดดเด่น ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้รับ, 38.61% ระบุว่าไม่ควรถูกปรับออก เพราะการทำงานดีอยู่แล้ว นโยบายช่วยเหลือประชาชนดี ควรให้โอกาสในการดำรงตำแหน่งต่อไปก่อน และ 14.95% ระบุว่าไม่แน่ใจ ขึ้นอยู่กับนายกฯ ส่วนการปรับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ออกจากตำแหน่ง รมว.พลังงาน พบว่า ส่วนใหญ่ 41.17% ระบุว่าควรถูกปรับออก เพราะไม่มีผลงานให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ อยากได้บุคคลที่ตรงกับตำแหน่งเข้ามาทำงานมากกว่า, 36.05% ระบุว่าไม่ควรถูกปรับออก เพราะผลงานที่ผ่านมายังดีอยู่ อยากให้โอกาสอยู่ในตำแหน่งต่อเพื่อดูผลงานต่อไป และ 19.26% ระบุว่าไม่แน่ใจ ขึ้นอยู่กับนายกฯ &amp;nbsp;
ปชช.ยังหนุน&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการปรับนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ออกจากตำแหน่ง รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พบว่า ส่วนใหญ่ 37.73% ระบุว่าไม่ควรถูกปรับออก เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ควรให้โอกาสดำรงตำแหน่งต่อไปก่อน, &amp;nbsp;36.45% ระบุว่าควรถูกปรับออก เพราะผลงานยังไม่มีความโดดเด่นเท่าที่ควร ไม่มีการพัฒนา ไม่มีประสิทธิภาพ และ 20.78% ระบุว่าไม่แน่ใจ ขึ้นอยู่กับนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความเหมาะสมกับตำแหน่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐ ของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 44.44% ระบุว่าไม่เหมาะสม เพราะยังขาดประสบการณ์การทำงานทางด้านเศรษฐกิจ ผลงานยังไม่มีความโดดเด่นเท่าที่ควร และการทำงานยังสู้หัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนเดิมไม่ได้ รองลงมา 32.45% ระบุว่าเหมาะสม เพราะมีความสามารถแจกแจงปัญหาได้ชัดเจน มีเหตุมีผล และอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ถ้าวันนี้เลือกตั้งพรรคใดชนะ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,075 ตัวอย่าง &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 3-5 ก.ค. เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นภายหลังจากที่ พปชร.เปิดเผยคนที่จะให้ดูแลงานด้านเศรษฐกิจ พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 67.3% ระบุแย่ลงกว่าทีมเดิม ในขณะที่ 32.7% ระบุว่าดีกว่าทีมเดิม ตามลำดับ เมื่อสอบถามถึงการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์แก้ปัญหาวิกฤติต่างๆ ของประเทศและประชาชน พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 56.9% สนับสนุน ในขณะที่ 43.1% ไม่สนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึง ส.ส.ของพรรคการเมืองที่เคยเลือกในการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี &amp;nbsp;2562 พบว่า 18.9% ระบุพรรคเพื่อไทย, 16.6% ระบุพรรคพลังประชารัฐ, 15.1% ระบุพรรคอนาคตใหม่, 11.7% ระบุพรรคประชาธิปัตย์, 7.2% ระบุพรรคภูมิใจไทย และ 2.6% ระบุพรรคชาติไทยพัฒนา ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อถามถึง ส.ส.ของพรรคการเมืองที่จะเลือกถ้าวันนี้เลือกตั้ง พบว่า 16.7% จะเลือกพรรคก้าวไกล เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากพรรคอนาคตใหม่ชื่อเดิม, 15.7% ระบุพรรคเพื่อไทย ลดลงเล็กน้อย ในขณะที่ 8.7% ระบุพรรคประชาธิปัตย์ และ 8.3% ระบุพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งทั้งสองพรรคได้รับความนิยมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยได้ 6% อย่างไรก็ตาม จำนวนมากหรือ 41.2% ระบุอื่นๆ เช่น ต้องการเลือกพรรคการเมืองที่ทำ &amp;ldquo;การเมืองใหม่&amp;rdquo; และบางส่วนจะเลือกพรรคการเมืองอื่นๆ ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลโพลซูเปอร์โพลว่า พรรครับฟังความคิดเห็นจากผลโพล แต่ก็ต้องสะท้อนความเป็นจริง มุมมองอีกส่วนหนึ่งว่ามีข้อเท็จจริงที่พรรคได้ลงเก็บข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่ได้ชื่นชอบนโยบายของพรรค ที่เมื่อเข้าไปขับเคลื่อนนโยบายหลายโครงการจนเกิดผลสำเร็จที่ประชาชนได้รับประโยชน์มาก กระแสพรรคดีขึ้นโดยลำดับ พรรค จึงไม่หวั่นไหวกับกระแสต่างๆ อยากให้วัดกันที่ผลงาน วัดกันที่ผลการทำงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศ&amp;nbsp;
เชื่อจะมีม็อบไล่รัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสภาผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท ในวาระแรก ว่าเป็นการสร้างสถิติใหม่ให้ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ที่เป็นนายกฯ คนแรกที่จัดงบเองและใช้จ่ายงบเอง ในลักษณะชงเอง กินเอง ยาวนานติดต่อกันถึง 7 ปี รวมเป็นจำนวนสูงเงินถึง 20 ล้านล้านบาท ฉายานักกู้แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยากำลังยกระดับไปสู่นักกู้แห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก สะท้อนการทำงานได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ต้องกล้าเสนอแนะแก้ไขและปรับลด พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าจะทำงานแบบนิวนอร์มอล แต่ที่เห็นในการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบฯ ไม่มีอะไรใหม่ ไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหา ไม่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เป็นการจัดงบแบบเอื้อระบบรัฐราชการและพ่อค้าแบบโอลด์นอร์มอล แม้งบผ่านวาระแรกแล้ว แต่รัฐบาลน่าจะยังไม่ปรับ ครม.ได้ เพราะยิ่งปรับยิ่งเกิดแรงกระเพื่อม คนเก่าไม่อยากออก คนนอกไม่อยากเข้ามารับเผือกร้อน จะเกิดสภาพเตี้ยอุ้มค่อมแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรค พท. กล่าวว่า เป็นร่าง พ.ร.บ.งบประมาณที่ไม่ตอบโจทย์ที่จะรับมือกับวิกฤติโควิด โดยเฉพาะกองทัพที่มีการจัดซื้ออาวุธทั้งที่ควรชะลอไว้ก่อนเพื่อนำงบมาแก้ปัญหาเรื่องสุขภาพ ตอนนี้ประชาชนคาดหวังมากที่สุดคือการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ และการอำนวยความยุติธรรมแก้ความเหลื่อมล้ำ แต่เรื่องเศรษฐกิจพิสูจน์แล้วว่าฝีมือของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่ถึง เมื่อเจอวิกฤติคนก็คาดหวังต้องมีการปรับ ครม. แต่ข่าวที่ออกมาเกี่ยวกับทีมเศรษฐกิจใหม่ก็ไม่เป็นที่เชื่อมั่น ยิ่งทำให้ประชาชนมองมุมกลับ เป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติ ลากประเทศไปสู่ภาวะล้มละลาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางออกมาทางเดียวคือต้องเปลี่ยนรัฐบาล รัฐบาลนี้เป็นเสียงข้างมากที่ไม่ชอบธรรม เพราะมีการดึงงูเห่าเข้าไป ฝ่ายค้านจึงทำอะไรไม่ได้ องค์กรอิสระต่างๆ ก็ยังเป็นที่สงสัยในแง่ความยุติธรรม จึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงคือประชาชนต้องออกมาเรียกร้องเอง และจะเป็นที่มาของม็อบต่างๆ ที่จะเคลื่อนไหวเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล คิดว่าคงใช้เวลาอีกไม่นาน&amp;quot; พล.ท.ภราดรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรามักเห็น พล.อ.ประยุทธ์ชอบพูดว่าประเทศไทยต้องมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน แต่หลังจากศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 64 ก็เริ่มไม่แน่ใจว่า ร่างงบประมาณดังกล่าวจะแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพราะการยึดโจทย์เดิมๆ ไม่ได้ปรับให้เหมาะกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน และยังใช้ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณแบบเก่าๆ ไม่ทันต่อสถานการณ์ ซึ่งหลังโควิด-19 พล.อ.ประยุทธ์คงเหลือแค่ 2 ทางออก คือปรับ ครม.ใหม่ทั้งชุด หรือยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกใครเข้ามาบริหารประเทศ
จ้องตัดงบซื้ออาวุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ในฐานะ กมธ.พิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2564 กล่าวถึงการเตรียมการพิจารณาเม็ดเงิน และโครงการต่างๆ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวว่า เราต้องต่อรองกับฝากรัฐบาลว่างบหลังสถานการณ์โควิดที่ไม่ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจและไม่เป็นประโยชน์จะต้องตัดออก รวมไปถึงงบประมาณที่ใช้จัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ เราจะขอตัดทั้งหมด เพื่อนำเงินมาใช้แก้ไขปัญหาที่จำเป็นจริงๆ และอยากให้ส่วนราชการชี้แจงด้วยว่างานที่คุณตั้งไว้เกี่ยวข้องหรือแก้ปัญหายุคหลังโควิดอย่างไรบ้างด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ในฐานะ กมธ.งบประมาณฯ ปี 64 กล่าวว่า กมธ.จะเริ่มมีประชุมในวันที่ 8 ก.ค.นี้ ซึ่งในหลักการต้องเลือกประธาน กมธ.และตำแหน่งต่างๆ &amp;nbsp;ที่ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงมากกว่าจะได้เป็นประธาน กมธ. จากนั้นคงร่วมกันพิจารณากำหนดกรอบในการทำงานและรับฟังหน่วยงานต่างๆ ภายในระยะเวลาประมาณกว่า 3 เดือน ในกระบวนการร่าง พ.ร.บ.จะต้องสร้างความยุติธรรมให้ประชาชนทุกคนที่เป็นเจ้าของภาษีอากร อยากให้การพิจารณาครั้งนี้เป็นระบบเปิดที่ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เสนอข้อมูล ถ้าไม่ผิดกฎหมายควรเปิดให้สื่อมวลชนได้ถ่ายทอด และรัฐบาล สำนักงบประมาณ ต้องมีข้อมูลที่เพียงพอให้ กมธ. และผลงานหรือการประเมินผลถึงความคุ้มค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ อ.กันทรวิชัย, อ.โกสุมพิสัย และ อ.เมืองฯ จ.มหาสารคาม พร้อมคณะ โดยระบุว่า อยากเห็นงบเยียวยาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจมีการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน ซึ่งในส่วนของงบประมาณ 4 แสนล้านบาทนั้น แทนที่จะนำไปก่อสร้างถนน สร้างอาคาร สำนักงานต่างๆ ซึ่งไม่สามารถสร้างรายได้ต้องปรับเปลี่ยนมาทำระบบชลประทาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังรู้สึกหวั่นวิตกกับการแก้ปัญหาของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการรับมือทางเศรษฐกิจ หลังวิกฤติไวรัสโควิด-19 ผ่านพ้นไป ถ้ารัฐบาลไม่สามารถระดมเม็ดเงินงบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อใช้ในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคมจำนวน 4 แสนล้านบาทได้อย่างทันท่วงที ก็จะทำให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมาอย่างแน่นอน จึงอยากให้รัฐบาลได้เร่งผลักดันงบประมาณจำนวน 4 แสนล้านบาท ในการฟื้นฟูออกมาให้เร็วที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70602</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ชัชวาล นันทะสาน, นพดล กรรณิกา, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร, ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช, ราเมศ รัตนะเชวง, วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล, สุวิทย์ เมษินทรีย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f01d5bfb879f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
