<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขวางรถพยาบาล หนุ่มทำผู้ป่วยตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มดวดเหล้าเมาแอ๋ ขับเก๋งขวางรถพยาบาลขณะจะไปรับผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องปั๊มหัวใจ แถมด่าทอ ปาดหน้าให้จอด จนไปช่วยไม่ทันผู้ป่วยเสียชีวิต ตำรวจคุมตัวตรวจแอลกอฮอล์พบสูงถึง 190 เจอก่อน 2 ข้อหา คือเมาขับ และขับรถกีดขวางรถพยาบาล ขณะที่ญาติผู้ตายเตรียมแจ้งความ กระทำโดยเจตนาให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 21 ธันวาคม ร.ต.อ.สราวุธ มั่งมี สวป.สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งชายอยู่ในอาการมึนเมาสุรา ขับรถขวางหน้ารถพยาบาลที่กำลังไปรับผู้ป่วยฉุกเฉิน อีกทั้งยังพยายามหาเรื่องกับเจ้าหน้าที่พยาบาลที่นั่งมาภายในรถ ก่อนขับหลบหนีเข้าไปที่บ้านพักภายในซอยวิทยุการบิน ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยติดตามไป หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่บ้านหลังดังกล่าวพบเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกำลังปิดล้อมรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว ทะเบียน 1 กฎ 438 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่ มีนายสัมฤทธิ์ มณีฤทธิ์ อายุ 38 ปี พนักงานบริษัท เป็นคนขับและอยู่ในอาการมึนเมาสุรา หลบหนีเข้าไปนั่งอยู่ในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าเจรจาก่อนจะพาตัวนายสัมฤทธิ์ไปสอบสวนที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเจ้าหน้าที่รถพยาบาลกู้ชีพของโรงพยาบาลสมุทรปราการ ได้นำคลิปที่ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเหตุการณ์มาเปิดเป็นหลักฐานให้ตำรวจดู ระหว่างที่รถพยาบาลคันดังกล่าวกำลังเดินทางไปรับผู้ป่วยฉุกเฉินที่หมดลมหายใจ และเจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันปั๊มหัวใจอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่งในซอยวิทยุการบิน ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ระหว่างทางบนถนนสุขุมวิท รถพยาบาลได้เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินและเสียงไซเรนเพื่อขอทาง แต่ปรากฏว่านายสัมฤทธิ์ซึ่งขับรถเก๋งคันดังกล่าวอยู่ด้านหน้า ได้ขับรถขวางทางรถพยาบาลอยู่นาน จนเจ้าหน้าที่ตัดสินใจเปลี่ยนเลนจากขวาไปซ้ายเพื่อเร่งไปช่วยชีวิตผู้ป่วย แต่นายสัมฤทธิ์กลับปาดซ้ายกันไว้ พร้อมเปิดกระจกกวักมือเรียกรถพยาบาลให้จอดข้างทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อรถพยาบาลจอด นายสัมฤทธิ์ได้ลงจากรถเดินไปต่อว่าเจ้าหน้าที่ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ทั้งหญิงและชายพยายามอธิบายและร้องขอให้รถพยาบาลไปรับผู้ป่วยก่อน แต่นายสัมฤทธิ์ก็ไม่ยอม หาว่ารถพยาบาลเปิดไฟฉุกเฉินโดยไม่มีเหตุ กระทั่งมีการต่อรองให้นายสัมฤทธิ์ขับรถตามไปพิสูจน์ รถพยาบาลจึงออกเดินทางไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีคลิปวิดีโอที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกกลุ่มหนึ่งถ่ายไว้ขณะไปถึงบ้านผู้ป่วย และพยายามปั๊มหัวใจผู้ป่วยเป็นชายวัย 46 ปี ระหว่างที่รอรถพยาบาลกู้ชีพจากโรงพยาบาลสมุทรปราการมารับตัวส่งโรงพยาบาล สุดท้ายผู้ป่วยรายนี้เสียชีวิตระหว่างทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อเท็จจริงยืนยัน ทว่านายสัมฤทธิ์กลับโทรศัพท์ไปยังศูนย์สั่งการระบบบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินจังหวัดสมุทรปราการ ร้องเรียนกล่าวหารถพยาบาล อ้างว่ารถพยาบาลคันดังกล่าวไม่มีเหตุฉุกเฉินแต่เปิดสัญญาณไฟและเสียง อีกทั้งอ้างว่ามีรถจักรยานยนต์อีกคันขี่ตามพยายามทำร้ายตน ทั้งนี้ภาพจากคลิปไม่ปรากฏรถจักรยานยนต์เลย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมกู้ชีพได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.เมืองสมุทรปราการเข้าจับกุมนายสัมฤทธิ์ได้ที่บ้านพักดังกล่าว จากการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกาย พบมีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 190 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงถูกดำเนินคดีในข้อหา ขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถกีดขวางเส้นทางรถพยาบาล เข้าข่ายผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 76 นอกจากนั้นอาจถูกแจ้งข้อหาหนักอีกกระทงคือ เข้าข่ายกระทำความผิดโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือกระทำโดยเจตนาเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่พยาบาลได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนแล้ว ขณะที่มีรายงานว่าทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตก็เตรียมแจ้งความเอาผิดเพิ่มด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวสุเบญจา บวรพรเกษม พยาบาลวิชาชีพที่อยู่ในรถพยาบาลคันเกิดเหตุ เล่าว่า ขณะที่รถพยาบาลกำลังเดินทางกลับมาจากส่งผู้ป่วยรายแรก เมื่อมาถึงหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ ศูนย์สั่งการได้วิทยุเรียก แจ้งว่ามีผู้ป่วยฉุกเฉินกำลังทำการปั๊มหัวใจช่วยชีวิตอยู่ จึงเดินทางไปยังบ้านผู้ป่วย โดยการเปิดสัญญาณไฟวับวาบและเสียงไซเรนฉุกเฉิน เมื่อรถพยาบาลผ่านพ้นแยกโค้งโพธิ์ สังเกตเห็นว่ามีรถคู่กรณีพยายามขับตีคู่แข่งกับรถพยาบาลก่อนจะปาดหน้ากะทันหัน จึงตัดสินใจคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานตามที่ปรากฏในคลิป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสัมฤทธิ์ผู้ก่อเหตุ หลังถูกจับกุมเจ้าตัวออกมายอมรับผิดและกล่าวคำขอโทษ สาเหตุที่ทำไปอ้างว่ารถพยาบาลขับจี้ท้ายจึงเกิดความไม่พอใจ ยอมรับว่าเห็นไฟฉุกเฉินแต่ไม่ได้ยินเสียง เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวเอาไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87715</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร.ต.อ.สราวุธ มั่งมี, สุเบญจา บวรพรเกษม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201222/image_big_5fe1e86a8bb8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
