<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มฆ่าตัวหนีผิด ข่มขืนลูกเลี้ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าของสวนทุเรียนระเบิดขมับฆ่าตัวตายหนีความผิดหลังถูกแจ้งจับข่มขืนลูกเลี้ยงวัย 13 ปี จนท้อง 5 เดือน เขียนจดหมายสั่งเสียให้ดูแลทั้งลูกเลี้ยงและทารกในครรภ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 26 กันยายนนี้ ร.ต.อ.อารัทธ์ รักษาวงศ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านวิสัยเหนือ ได้รับแจ้งพบศพคนถูกยิงที่บริเวณสวนทุเรียนหลังบ้านเลขที่ 8/1 หมู่ 8 ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.วิทยา จันทร์นุ้ย รอง ผกก.(สอบสวน) กำลังชุดสายสืบสายตรวจ แพทย์เวรโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ หน่วยกู้ภัยสายชลมูลนิธิชุมพร ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวอยู่ติดกับถนนลาดยางสายวิสัยเหนือ-บ้านชันโต๊ะ บริเวณหลังบ้านทำสวนทุเรียนทะวาย หรือทุเรียนนอกฤดูกาลจำนวนมาก บนเนื้อที่เกือบ 10 ไร่ บริเวณพงหญ้าโคนต้นกล้วยริมสวน พบศพนายพงษ์ศักดิ์ รัตนชัย อายุ 46 ปี เจ้าของบ้าน ถูกยิงที่ขมับขวากระสุนตุงขมับซ้าย 1 นัด สภาพนอนคว่ำหน้า นุ่งกางเกงวอร์มสีดำ สวมรองเท้าแตะ ใส่เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีดำ คลุมทับด้วยเสื้อแจ็กเกตแขนยาวสีน้ำตาล ในกระเป๋ามีขวดน้ำดื่ม 1 ขวด ในมือขวากำปืนสั้นแม็กนัมแบบลูกโม่ขนาด .22 คาดตายมาแล้วราว 2 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบอาวุธปืน ในลูกโม่รังเพลิงมีกระสุนคาอยู่จำนวน 7 นัด เป็นปลอกที่ยิงไปแล้ว 3 นัด และยังไม่ได้ยิงอีก 4 นัด ญาติพี่น้องไม่ติดใจในสาเหตุการตาย เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพส่งไปผ่าชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล ก่อนจะมอบศพให้ญาติดำเนินการตามประเพณีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพงษ์ รัตนชัย อายุ 32 ปี น้องชายผู้ตายซึ่งมีบ้านและสวนทุเรียนอยู่ใกล้กัน ให้การว่า ก่อนพบศพ 2 วน ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น แต่ไม่ได้เอะใจ เข้าใจว่าพี่ชายหรือชาวสวนใกล้เคียงจุดประทัดหรือยิงปืนไล่กระรอกและสัตว์ที่มากัดกินลูกทุเรียน ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว สำหรับนายพงษ์ศักดิ์ ผู้ตาย เป็นคนไม่ดื่มเหล้า ทำแต่งาน ไม่ออกเที่ยวเตร่และไม่มีหนี้สิน ปัจจุบันอยู่บ้านเพียงลำพัง เนื่องจากภรรยาซึ่งเป็นแม่หม้ายลูกติดได้เลิกราหนีออกจากบ้านได้ประมาณ 7 วันที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ตนพบจดหมายที่เขียนไว้ด้านหลังกระดาษปฏิทินจีนจำนวน 4 แผ่น วางไว้บนเตียงนอนของพ่อที่มีอายุมากแล้วและอาศัยอยู่กับตน ลักษณะเขียนเหมือนสั่งเสียลาตาย ช่วงเช้าตนจึงออกตามหาพี่ชายในสวนทุเรียนจนมาพบกลายเป็นศพยิงตัวตายดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจดหมายทั้ง 4 แผ่น เขียนลงวันที่ 22 ก.ย.62 มีใจความสรุปถึงกรณีที่ภรรยาและญาติๆ ของภรรยาได้ไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.บ้านวิสัยเหนือ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กล่าวหานายพงษ์ศักดิ์ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงซึ่งเป็นลูกเลี้ยงอายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 จนตั้งท้องได้ 5 เดือน หลังจากแจ้งความ ภรรยาได้พาลูกหนีออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่น และในจดหมายยังได้เขียนบอกให้ญาติพี่น้องของผู้ตายเองช่วยส่งเสียดูแลลูกเลี้ยงและทารกที่จะคลอดออกมาด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ครูที่โรงเรียนสังเกตเห็นนักเรียนหญิงชั้น ม.1 วัย 13 ปี ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของนายพงษ์ศักดิ์ มีอาการคลื่นไส้คล้ายคนแพ้ท้อง จึงสอบถามและแจ้งให้แม่ของเด็กทราบ จากนั้นแม่ได้สอบถามคาดคั้นจนเด็กยอมเปิดเผยว่าถูกนายพงษ์ศักดิ์ข่มขืนมาเป็นเวลานาน จนท้องได้ 5 เดือน แม่จึงพาลูกสาวไปร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ให้ช่วยเหลือและพาเข้าแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.วิทยา จันทร์นุ้ย รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านวิสัยเหนือ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเพิ่งได้รับแจ้งความเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งยังอยู่ระหว่างสอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐาน และรอผลการตรวจดีเอ็นเอกับหลักฐานทางนิติเวช เพื่อออกหมายจับและแจ้งข้อกล่าวหากับนายพงษ์ศักดิ์ แต่ก็มาคิดสั้นชิงฆ่าตัวตายไปก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46708</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพงษ์ รัตนชัย, พ.ต.ท.วิทยา จันทร์นุ้ย, พงษ์ศักดิ์ รัตนชัย, ร.ต.อ.อารัทธ์ รักษาวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8cbaa42b403.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟไหม้รถทุเรียน วอด18ตัน-10ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถพ่วง 22 ล้อ บรรทุกทุเรียน 18 ตัน จะส่งไปจีน ล้อเกิดระเบิดไฟไหม้ รอรถดับเพลิงนานเกือบ 2 ชั่วโมงยังไม่ถึง ทุเรียนทั้งหมดมูลค่าเกือบ 10 ล้านเสียหายสิ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 19 สิงหาคมนี้ ร.ต.อ.อารัทธ์ รักษาวงศ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.วิสัยเหนือ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 เกิดเหตุไฟไหม้รถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ที่บริเวณถนนเพชรเกษม กม.17 หมู่ที่ 1 ต.วิสัยเหนือ อ.เมือง จ.ชุมพร จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.วรพล ปาลรัตน์ ผกก.สภ.วิสัยเหนือ ไปตรวจสอบ พร้อมหน่วยกู้ภัยสายชลมูลนิธิชุมพร บนถนนเลนซ้ายช่องทางขาขึ้น พบรถพ่วง 22 ล้อ ทะเบียน 70-5790 เชียงใหม่ ตัวพ่วงทะเบียน 70-5504 เชียงใหม่ บรรทุกทุเรียนมาเต็มตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 18 ตัน ไฟกำลังโหมไหม้ที่ล้อยางช่วงตัวพ่วงหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.วิสัยเหนือ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร ให้นำรถน้ำมาช่วยดับไฟ และได้ปิดกั้นการจราจรขาขึ้นห้ามรถวิ่งผ่านเกรงจะได้รับอันตราย และเจ้าหน้าที่ได้ให้คนขับแยกหัวลากออกจากตัวพ่วงไปจอดยังริมทางจุดที่ปลอดภัย ทว่าเวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง รถดับเพลิงจาก อบต.วิสัยเหนือก็ยังไปไม่ถึงจุดเกิดเหตุ ขณะที่ไฟได้ไหม้ล้อยางตัวพ่วงหลังหมดทั้ง 12 ล้อ จนเหลือแต่กระทะล้อ แล้วไฟได้ลุกลามไปยังชิ้นส่วนต่างๆ ใต้ท้องรถ และโหมไหม้ขึ้นไปยังตู้คอนเทนเนอร์จนสีเคลือบหลุดล่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาต่อมา ได้มีคนงานจากล้งรับซื้อทุเรียนของบริษัท แคนแมนกรุ๊ป จำกัด จำนวน 7 คน ขับรถกระบะบรรทุกกะละมังและถังใส่น้ำมาช่วยดับไฟกันอย่างโกลาหล แต่น้ำมีไม่เพียงพอจึงต้องวิ่งลงไปตักน้ำจากหนองน้ำริมถนนใกล้ โดยตำรวจ หน่วยกู้ภัย และชาวบ้านจำนวนหนึ่งมาช่วยกันตักน้ำดับไฟ กระทั่งไฟได้ซาไปเอง หลังจากนั้นรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลวังไผ่ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 12 กิโลเมตร เดินทางมาถึงหลังได้รับแจ้ง ฉีดน้ำดับไฟ แต่คาดว่าทุเรียนทั้ง 18 ตัน มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท เสียหายทั้งหมด เนื่องจากถูกไฟไหม้นานเกือบ 2 ชั่วโมง ซึ่งหลังจากเพลิงสงบ รถดับเพลิงจาก อบต.วิสัยเหนือจึงเดินทางไปถึง แต่ไม่เหลืออะไรให้ดับแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจสอบปากคำนายคมกริช ชูชาติ อายุ 32 ปี คนขับรถพ่วง 22 ล้อ ให้การว่า ขับรถบรรทุกทุเรียนจากล้งในอำเภอหลังสวน จะส่งต่อไปยังประเทศจีน บริเวณแม่น้ำโขงด้าน จ.นครพนม เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ล้อด้านซ้ายของตัวพ่วงเกิดระเบิด แล้วรถได้วิ่งไหลมาอีกประมาณ 200 เมตร จากนั้นได้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้น จึงจอดรถบริเวณไหล่ทางแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43800</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมกริช ชูชาติ, บริษัท แคนแมนกรุ๊ป จำกัด, พ.ต.อ.วรพล ปาลรัตน์, ร.ต.อ.อารัทธ์ รักษาวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5aa470decff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
