<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยันสำนวนแน่นหนา รตอ.เมาชนรถรพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบก.บุรีรัมย์เผยอาทิตย์นี้สรุปสำนวน รอง สวป.ซิ่งกระบะชนรถ รพ.พยาบาลเสียชีวิต ส่งอัยการพิจารณาสั่งฟ้อง ยันทำคดีรัดกุมไม่ตุกติก สอบผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 27 ปาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม มีรายงานความคืบหน้ากรณี ร.ต.อ.เดชา เปรียบสม รอง สวป.สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ขับรถกระบะไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ข้ามเลนพุ่งชนรถพยาบาลของ รพ.ประโคนชัย บนถนนสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย จนทำให้ น.ส.สุดารัตน์ เชื่อมาก อายุ 25 ปี พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเขาคอก เสียชีวิต, น.ส.จรวยพร ปาประโคน พยาบาลวิชาชีพ รพ.ประโคนชัย บาดเจ็บสาหัส ทั้งยังมีคนขับรถพยาบาล หญิงตั้งครรภ์ซึ่งถูกส่งต่อไปทำคลอดที่ รพ.ศูนย์บุรีรัมย์ และญาติ ได้รับบาดเจ็บอีก 4 คน เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดพนักงานสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ แต่งตั้งขึ้นใหม่จำนวน 6 นาย แทนพนักงานสอบสวนเดิม ได้เร่งสอบปากคำพยานและผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ตำรวจที่พบเห็น ร.ต.อ.เดชา ก่อนเกิดเหตุ พยาบาล รพ.ประโคนชัย รวมแล้ว 27 ปาก &amp;nbsp;ขณะนี้เหลือเพียงสอบปากคำเจ้าหน้าที่อีกบางคน และเยาวชนที่ได้รับบาดเจ็บที่นั่งมาในรถพยาบาลที่ถูกชนซึ่งต้องร่วมกับสหวิชาชีพในการสอบ พร้อมกันนี้ ยังให้พนักงานสอบและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุซ้ำอีกรอบ เพื่อเก็บรายละเอียดหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการได้ภายในสัปดาห์นี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สุรชัย สังขพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;ซึ่งกำกับดูแลคดีนี้ กล่าวว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก คาดว่าจะสรุปสำนวนส่งอัยการได้ภายในสัปดาห์นี้ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาไม่มีบิดเบือนหรือช่วยเหลือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด &amp;nbsp; ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เดชา คู่กรณีปฏิเสธการตรวจวัดแอลกอฮอล์และเจาะเลือดในวันเกิดเหตุนั้นก็ไม่ได้หนักใจ เพราะคำให้การของพยานหลายปากคำ สามารถนำไปเป็นพยานในชั้นศาลได้ ส่วนที่มีคำสั่งย้าย ร.ต.อ.เดชาออกนอกพื้นที่นั้น ก็เพื่อความสบายใจและความเป็นธรรมกับคู่กรณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายฉัตรชัย แสวงตน พี่เขยของ น.ส.สุดารัตน์ พยาบาลที่เสียชีวิต กล่าวว่า หลังจากมีการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนชุดใหม่ และมีการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้วหลายปาก ก็รู้สึกมีความเชื่อมั่นใจการทำคดีของทางตำรวจมากขึ้น แต่ก็ยังมีความกังวลกรณีที่ ร.ต.อ.คู่กรณีไม่ยอมตรวจวัดแอลกอฮอล์ในวันเกิดเหตุ &amp;nbsp;จะทำให้มีผลต่อหลักฐานที่จะต่อสู้ในคดีหรือไม่ ก็อยากฝากตำรวจทำคดีอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวและผู้เสียชีวิตด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งกล่าวหา ร.ต.อ.เดชา 3 ข้อหา คือ &amp;ldquo;ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย, ขับรถโดยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และขับรถขณะมึนเมาสุรา&amp;rdquo; แต่ ร.ต.อ.เดชา ยังคงปฏิเสธข้อหา ขับรถขณะมึนเมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20539</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรวยพร ปาประโคน, พ.ต.อ.สุรชัย สังขพัฒน์, ร.ต.อ.เดชา เปรียบสม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181023/image_big_5bcf1d73890cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รตอ.ขับชนรถรพ. พยาบาลดับ1เจ็บ1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง สวป.ประโคนชัยขับกระบะวูบหลับใน รถพุ่งข้ามเลนชนประสานงารถพยาบาลขณะนำหญิงท้องแก่ส่ง รพ.เพื่อทำคลอด สองฝ่ายบาดเจ็บ 7 คน ขณะที่พยาบาลสาวเสียชีวิต อีกคนมีบาดแผลที่หัวและกระดูกเชิงกรานหัก ส่วนหญิงท้องเจ็บไม่มากและคลอดลูกปลอดภัย สธ.ส่งรองปลัดเยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ เผยผู้ตายอยู่ระหว่างรอการบรรจุ เพื่อนร่วมงานสุดอาลัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 16 ตุลาคมนี้ ตำรวจ สภ.ประโคนชัยรับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะชนประสานงากับรถโรงพยาบาล บนถนนสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ช่วงระหว่างบ้านไทร-ไพบูลย์ ต.บ้านไทร อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ไปตรวจสอบพบรถกระบะสีบรอนซ์เงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ทราบว่ามีนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอก สถานีตำรวจภูธรแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นคนขับ ได้เสียหลักข้ามเลนพุ่งชนประสานงากับรถพยาบาลของโรงพยาบาลประโคนชัย ที่อยู่ระหว่างนำหญิงท้องแก่ใกล้คลอดพร้อมญาติส่งต่อไปยัง รพ.ศูนย์บุรีรัมย์ ทำให้รถพยาบาลพลิกคว่ำตกลงไปข้างทาง พังเสียหายอย่างหนัก อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ตกกระจายเกลื่อน โดยมีพยาบาล หญิงท้องแก่และญาติ กับคนขับรถ บาดเจ็บรวม 6 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยร่มไทร และเจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.บ้านไทร ต่างช่วยนำคนเจ็บส่ง รพ.ประโคนชัย ขณะที่ น.ส.สุดารัตน์ เชื้อมาก อายุ 25 ปี พยาบาลวิชาชีพ รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เขาคอก อ.ประโคนชัย อาการสาหัสมาก ไม่ได้สติ ต้องทำการปั๊มหัวใจ แต่เสียชีวิตในที่สุด ส่วนหญิงท้องแก่ถูกส่งไปรักษาที่ รพ.ศูนย์บุรีรัมย์ ล่าสุดอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ด้านรถกระบะคู่กรณี สภาพรถพังยับเยิน ด้านหน้ารถยุบ แต่คนขับบาดเจ็บเล็กน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะที่รถพยาบาลนำหญิงท้องใกล้คลอดจาก รพ.ประโคนชัย จะส่งไปยัง รพ.ศูนย์บุรีรัมย์ มาถึงที่เกิดเหตุ รถกระบะที่วิ่งสวนทางได้เสียหลักพุ่งข้ามเลน ชนรถพยาบาลเต็มแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สุทิน หวังกลับ รักษาราชการแทน ผกก.สภ.ประโคนชัย เปิดเผยว่า จากรายงานพบว่านายตำรวจที่ขับรถกระบะคันดังกล่าว คือ ร.ต.อ.เดชา เปรียบสม รอง สวป.สภ.ประโคนชัย เบื้องต้นได้ให้การกับพนักงานสอบสวนว่าขับรถกระบะกลับมาจากเกี่ยวข้าวช่วยครอบครัวที่ อ.พลับพลาชัย ซึ่งเป็นช่วงวันหยุด เมื่อมาถึงบริเวณดังกล่าวเกิดอาการง่วงนอนจึงวูบหลับ จากนั้นรถเสียหลักข้ามเลนไปชนกับรถพยาบาล แต่เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจาก ร.ต.อ.เดชายังบาดเจ็บบริเวณหน้าอกจากแรงกระแทก ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ประโคนชัย อีกทั้งยังรอผลตรวจเลือดว่ามีแอลกอฮอล์ในร่างกายด้วยหรือไม่ และต้องสอบปากคำคู่กรณีทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง หลังจากอาการบาดเจ็บดีขึ้น จึงจะแจ้งข้อหากล่าวตามข้อมูลหลักฐานที่ปรากฏ ซึ่งก็จะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สุทินกล่าวว่า หญิงท้องแก่ที่นั่งมาในรถพยาบาลได้ถูกส่งต่อไปยัง รพ.ศูนย์บุรีรัมย์ ล่าสุดคลอดแล้ว อาการปลอดภัยทั้งแม่และลูก ขณะนี้ผู้บาดเจ็บทั้ง 5 ราย ยังรักษาตัวอยู่ รพ.บุรีรัมย์ 2 ราย รพ.ประโคนชัย 3 ราย ส่วน น.ส.สุดารัตน์ เชื้อมาก อายุ 25 ปี พยาบาลสาวที่เสียชีวิต ครอบครัวและญาติมาติดต่อขอรับศพที่ รพ.ประโคนชัย เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวพยาบาลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ส่งต่อผู้ป่วย เมื่อเวลาประมาณ 22.55 น. ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีค่าของกระทรวงสาธารณสุข ขณะนี้ได้มอบให้ นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ไปดูแลและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พร้อมให้กำลังใจ และเยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ และกำชับให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดติดตามอาการผู้บาดเจ็บทุกรายให้ได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด รวมทั้งให้ติดตามความคืบหน้าของคดีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดสาธารณสุขกล่าวว่า อาการของพยาบาลอีกคนที่ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและสงสัยมีกระดูกเชิงกรานหักนั้นได้รับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว พักรักษาที่หอผู้ป่วยหนักศัลยกรรม ส่วนผู้ป่วยส่งต่อคลอด อาการแม่ลูกปลอดภัย ขณะที่สามีผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ กระดูกไหปลาร้าหัก สำหรับคู่กรณีขับรถกระบะได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและมีแผลถลอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พยาบาลที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้อยู่ระหว่างรอการบรรจุ เบื้องต้นจะได้รับเงินช่วยเหลือจากประกันอุบัติเหตุ ประกันสังคม เงินช่วยเหลือจากโรงพยาบาล กองทุนเพื่อให้การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เป็นต้น ด้านสิทธิอื่นๆ อยู่ระหว่างตรวจสอบเพื่อให้ครอบคลุมทุกสิทธิที่ควรจะได้รับการดูแล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุมกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย แม้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุของรถพยาบาล โดยให้จำกัดความเร็วของรถพยาบาลไม่เกิน 80 กม./ชม. หรือไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ผู้ขับขี่ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรฝึกอบรมพนักงานขับรถพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข รถพยาบาลติดตั้งอุปกรณ์ GPS ทุกคัน และติดตั้งกล้องวงจรปิด Closed Circuit Television (CCTV) บันทึกภาพ ห้ามขับรถฝ่าสัญญาณไฟแดงในทุกกรณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังทราบข่าวการเสียชีวิตของ น.ส.สุดารัตน์ ก็ได้มีผู้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความอาลัยว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;น้องดา สุดารัตน์ เชื้อมาก (25 ปี) พยาบาลวิชาชีพ รพ.สต.เขาคอก ได้จากพวกเราไปอย่างไม่มีวันกลับเวลา 02.00 น. เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ พยาบาล Refer. ขณะส่งผู้ป่วยไป รพ.บุรีรัมย์ รถส่งต่อผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถปิกอัพพลิกคว่ำระหว่างทางพยาบาลได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน หนึ่งในนั้นมีน้องของพี่ น้องดา น้องผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีกับทุกคน น่ารัก จิตอาสา พูดจาไพเราะ ทำงานดี ประชาชนที่นี่รักน้องดา เสียใจสุดซึ้งกับการจากไปของน้อง จนไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ขอให้น้องหลับให้สบาย ไปสู่สุขคติในสัมปรายภพ เป็นนางฟ้าในสรวงสวรรค์นะคะน้องดา&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20057</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, พ.ต.ท.สุทิน หวังกลับ, ร.ต.อ.เดชา เปรียบสม, สุดารัตน์ เชื้อมาก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181016/image_big_5bc5e1e4a02b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
