<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สึก&#039;ปิง&#039;เสพสังวาส! ภาพสัมพันธ์ฆราวาสชายมัด/ยืนยันตัว&#039;พรหมเมธี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับสึก &amp;quot;เจ้าคุณปิง&amp;quot; อาบัติปาราชิก หลักฐานมัดภาพถ่ายสัมพันธ์ลึกซึ้งฆราวาสชาย &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; ถึงสนามบินแฟรงก์เฟิร์ตประเทศเยอรมนี ยืนยันตัว &amp;quot;อดีตพระพรหมเมธี&amp;quot; แล้ว รอประสานทำเอกสารพากลับไทย 6 มิ.ย.นี้ &amp;quot;กองปราบฯ&amp;quot; เตรียมดึงคดี 5 ศิษย์พาอดีตเจ้าคุณจำนงค์หนีมารวมสำนวน &amp;nbsp;&amp;quot;เลขาฯ สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; เตือนใช้สติปัญญาบริโภคข่าวพระเชิงลบ &amp;quot;เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ&amp;quot; นำ &amp;nbsp;&amp;quot;อดีตพระพุทธะอิสระ&amp;quot; ส่ง รพ.หลังพบเลือดออกในกระเพาะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ตั้งแต่ช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ในฐานะคณะทำงานชุดคลี่คลายคดีทุจริตเงินทอนวัด ได้นิมนต์พระวิสุทธิศาสนวิเทศ (กวีศิลป์ วิสุทธิกุโล) หรือเจ้าคุณปิง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และพระเลขานุการส่วนตัวของอดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มาสอบปากคำที่กองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป.) หลังจากเจ้าหน้าที่ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นวัดสระเกศฯ เป็นครั้งที่ 3 เพื่อนิมนต์มาให้ปากคำถึงความเชื่อมโยงในคดีเมื่อวันที่ 2 &amp;nbsp;มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ปรากฏเจ้าคุณปิงได้หายตัวไป รวมทั้งตรวจค้นกุฏิพบภาพบุคคลหน้าคล้ายเจ้าคุณปิงกำลังมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับฆราวาสชาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนิมนต์ตัวเจ้าคุณปิงมาครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาเข้าข้างอาคารเพื่อหลบกลุ่มผู้สื่อข่าว เพราะการทำงานของกองปราบปรามคดีเงินทอนวัดช่วงหลังๆ เจ้าหน้าที่จะไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดในเนื้องาน เช่นเดียวกับการจับกุมอดีตพระพรหมเมธีที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ตร.ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจห้ามให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ได้นิมนต์พระวิสุทธิศาสนวิเทศขึ้นรถยนต์กระบะด้านข้างอาคาร ก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว โดยเดินทางไปวัดสระเกศฯ เพื่อทำพิธีลาสิกขา (สึก) เนื่องจากอาบัติปาราชิกขาดจาดความเป็นพระภิกษุ จากการพบภาพถ่ายมีสัมพันธ์กับฆราวาสหรือกลุ่มชายรักชาย ก่อนนำตัวไปตรวจค้นกุฏิเพื่อหาหลักฐานความเชื่อมโยงของคดีที่ยังเป็นข้อสงสัยของเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกรณีทุจริตเงินทอนวัดกับเจ้าคุณปิง &amp;nbsp;เพราะยังไม่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่าเจ้าคุณปิงมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ จึงยังไม่สามารถพิจารณาดำเนินคดีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเจ้าคุณปิง หรือพระวิสุทธิศาสนวิเทศ ถือเป็นพระสงฆ์ที่มีความสนิทกับวงการศิลปินดารา มีลูกศิษย์ในวงการบันเทิงหลายคน และเจ้าคุณปิงยังเป็นพระที่ถูกจับตามอง โดยเป็นหนึ่งในพระที่ได้เลื่อนสมณศักดิ์อย่างรวดเร็ว บวชมาเพียง 16 พรรษา แต่ได้เป็นถึงพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญที่ตำแหน่งพระวิสุทธิศาสนวิเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี หรืออดีตท่านเจ้าคุณจำนงค์ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี คุมตัวระหว่างยื่นหนังสือเดินทางขอผ่านด่าน ตม.เข้าประเทศเยอรมนี หลังตำรวจสากลไทยประสานเป็นบุคคลตามหมายจับที่ทางการไทยต้องการตัว
ยืนยันตัว &amp;#39;พรหมเมธี&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมคณะที่เดินทางจากประเทศไทยไปประเทศเยอรมนีเพื่อรับตัวอดีตพระพรหมเมธี ได้เดินทางถึงสนามบินนครแฟรงก์เฟิร์ตเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับเข้ายืนยันตัวบุคคลอดีตพระพรหมเมธีที่ถูกกักตัวไว้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตั้งอยู่ภายในบริเวณสนามบิน เนื่องจากทางการไทยได้ขอยกเลิกพาสปอร์ตปกน้ำเงิน และเยอรมนีก็เพิกถอนวีซ่าขอเข้าประเทศด้วย เนื่องจากถูกร้องขอไม่ให้รับตัวอดีตพระพรหมเมธีเข้าประเทศ โดยขณะนี้ตำรวจไทยกำลังเตรียมการประสานข้อมูลเอกสาร รวมทั้งรายละเอียดข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อที่จะรับตัวเดินทางกลับประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้จองตั๋วเครื่องบินเที่ยวกลับ เป็นเที่ยวบินที่ TG 921 จำนวน 14 ที่นั่ง ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 06.25 ของวันที่ 6 มิ.ย. โดยเป็นการจองแบบบล็อกทั้งโซน ซึ่งเป็นรูปแบบการจองตั๋วเพื่อเตรียมการนำตัวผู้ต้องหากลับประเทศ หากขั้นตอนการส่งกลับไม่ผิดพลาด คณะของ ผบ.ตร.ก็น่าจะนำตัวผู้ต้องหาเดินทางกลับด้วยเที่ยวบินดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ปฏิเสธที่จะกล่าวถึงการไปรับตัวอดีตพระพรหมเมธี โดยระบุว่าไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้ ต้องรอให้คณะของ พล.ต.อ.จักรทิพย์เดินทางกลับมาและเป็นผู้ให้รายละเอียดในเรื่องดังกล่าวแต่เพียงคนเดียวเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) กล่าวว่า การที่ตำรวจไปรับตัวอดีตพระพรหมเมธีที่เยอรมนีนั้นเป็นขั้นตอนของฝ่ายบริหาร คือตำรวจได้ติดต่อกันระหว่างไทยกับเยอรมนี และน่าจะเป็นกรณีทางเยอรมนีปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศหรือไม่มีวีซ่า จึงบังคับให้เดินทางกลับประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นขั้นตอนปกติที่ตำรวจสามารถทำได้เอง ไม่เกี่ยวกับสำนักงานอัยการสูงสุด เพราะหากเกี่ยวกับอัยการ คือชั้นขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน ที่ตำรวจต้องสอบสวนและมีความเห็นควรฟ้อง ประกอบกับศาลมีหมายจับ อัยการจึงจะประสานขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศที่เป็นภาคีได้&amp;quot; รองโฆษก อสส.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามเข้าประชุมหารือเพื่อนำคดีของอดีตพระพรหมเมธีที่เกิดในพื้นที่จังหวัดนครพนมโอนเข้ามารวมไว้ที่กรุงเทพฯ ส่วนหมายจับที่เตรียมยื่นต่อศาลจังหวัดนครพนมนั้น มีผู้ถูกกล่าวหาร่วมรู้เห็นในการพาอดีตพระพรหมเมธีหลบหนีทั้งสิ้น 5 คน ประกอบด้วย 1.สีกาจุ๋ม ผู้มีสามีเป็นคนไทย ประกอบอาชีพด้านสัมปทานเหมืองแร่ที่แขวงสาละวัน 2.นายโค้ดคนขับรถของอดีตพระพรหมเมธี 3.สีกาจัน นักธุรกิจใหญ่ชาวลาว 4.ลูกชายสีกาจันที่ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 (นครพนม-คำม่วน) มาขับรถตู้ไปจอดที่วัดป่าสุคนธรักษ์ และ 5.นางปุ๋ยลูกสาวของสีกาจันที่ข้ามโขงมากับแม่เพื่อรับอดีตพระพรหมเมธีไปยัง สปป.ลาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (ผบก.ภ.จว.นครพนม) กล่าวว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตพระพรหมเมธี พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้ควบคุมดูแลการทำงานด้วยตัวเองตั้งแต่การสืบสวนจับกุม ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจนครพนมเป็นเพียงผู้ปฏิบัติงาน และไม่สามารถจะตัดสินใจในการดำเนินการตามกฎหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูล หรือการออกหมายจับใครก็ตาม ต้องรอคำสั่งจากทาง ผบ.ตร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นคดีสำคัญต้องมีหลายขั้นตอน อยากชี้แจงสื่อหรือการนำเสนอข้อมูลอย่าคิดกันไปเอง เกรงว่าจะเกิดความสับสน รวมถึงกระทบต่อการทำงานของตำรวจ ล่าสุดยังไม่มีการออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานตามคำสั่งของ ผบ.ตร. หากมีความชัดเจนหรือมีข้อมูลที่เปิดเผยได้ ผู้บังคับบัญชาจะเปิดเผยให้ข้อมูลตามขั้นตอน&amp;quot; ผบก.ภ.จว.นครพนมกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กล่าวถึงข่าวเชิงลบที่เกิดขึ้นกับคณะสงฆ์ไทยในช่วงนี้โดยเฉพาะประเด็นการทุจริตเงินทอนวัดว่า อย่าไปเล่นข่าวกันนักเพราะเกิดความเสียหาย เป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งข่าวที่ออกมาเป็นลบ ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าจริงหรือไม่จริง แต่ขยายความตีข่าวจนเกินไป ไม่ใช่เรื่องดี เนื่องจากกระทบกระเทือนต่อสถาบัน อาจส่งผลต่อวิกฤติศรัทธา หากข้อมูลยังไม่ชัดเจนไม่ควรนำมาเสนอ
ส่งพุทธะอิสระเข้า รพ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระพรหมมุนีกล่าวถึงความคืบหน้าการแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมที่ว่าง 3 ตำแหน่ง หลังมหาเถรสมาคม (มส.) มีมติปลดอดีต 3 พระพรหมด้วยว่า ยังไม่มีการแต่งตั้ง กรรมการที่มีอยู่สามารถทำงานและประชุมได้ตามปกติ ไม่มีกฎกติกาว่าจะต้องครบถึงประชุมได้ แต่ต้องครบกึ่งหนึ่ง มติต่างๆ ที่ออกมาจากมหาเถรสมาคมมีเจ้าคณะหน เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด และเจ้าคณะปกครอง กลั่นกรองมาตามลำดับแล้ว เพื่อเสนอมหาเถรสมาคมรับทราบเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกอย่างไม่ใช่อำนาจตัดสินใจของ มส.เพียงอย่างเดียว แต่มีการตรวจสอบหลายชั้น ส่วนจะมาว่า มส.ทุจริตนั้นไม่ใช่ เพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล มส.เป็นองค์กร อยากให้ใช้สติและปัญญาศึกษาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในการบริโภคข่าว&amp;quot; เลขานุการสมเด็จพระสังฆราชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองทัพไทย พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบ ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) &amp;nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัดว่า ในชั้นต้นได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในสิ่งที่เกิดขึ้นมีข้อมูลอย่างไรบ้าง ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ชัดเจนเนื่องจากตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา เพียงแต่เชิญ ร.ท.ฐิติทัตน์ไปสอบสวน ยังไม่ได้มีการกล่าวโทษแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายินดีให้ความร่วมมือหาก ร.ท.ฐิติทัตน์ มีความผิด หรือตำรวจได้ชี้ประเด็นมาว่าผิดอย่างไร เราก็จะดำเนินการตามขั้นตอนอยู่แล้ว พร้อมให้การสนับสนุน ซึ่งเบื้องต้นเขามารายงานตัวกับผู้บังคับบัญชาเรียบร้อยแล้ว และสั่งสำรองราชการไว้ก่อน หมายถึงไม่ให้เขาใช้ตำแหน่งหน้าที่เดิมไปมีบทบาท หรือมีอิทธิพลเหนือหลักฐานต่างๆ แต่ยังคงได้รับเงินเดือนเพราะความผิดไม่สำแดง เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหา&amp;quot; พล.อ.ธารไชยยันต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากังวลสังคมมองมีการช่วยเหลือกันเองหรือไม่ ผบ.ทสส.กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลหากถูกมองว่า ทหารช่วยเหลือกัน เพราะทุกอย่างต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทางราชการ หากดำเนินการรุนแรงกว่านี้ เขาฟ้องกลับว่าใช้อำนาจเกินกว่าเหตุจะทำอย่างไร คงรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาแก่ ร.ท.ฐิติทัตน์ก่อนค่อยดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หน้าที่ของกองทัพตอนนี้คือ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัย หากมีข้อสงสัยว่าเขาทำให้กองทัพเสียหาย ซึ่งก็ดำเนินการอยู่ แต่ในทางกฎหมายอาญาทางตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาใด เพราะทราบมาว่า &amp;nbsp;ร.ท.ฐิติทัตน์ได้ชี้แจงต่อตำรวจกรณีมีอาวุธปืนหลายสิบกระบอก ซึ่งทุกกระบอกมีหลักฐานการครอบครองถูกต้อง ส่วนเงินทอนวัดเขาปฏิเสธไม่เกี่ยว&amp;quot; ผบ.ทสส.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ &amp;nbsp;กล่าวถึงการควบคุมอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในคดีเงินทอนวัด และนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ซ่องโจร และปลอมพระปรมาภิไธยว่า การดูแลอดีตพระผู้ใหญ่ขณะนี้เริ่มปรับตัวได้บ้างแล้วไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤชกล่าวว่า ในส่วนของอดีตพระพุทธะอิสระเมื่อเช้า (4 มิ.ย.) ที่ผ่านมา พบมีอาการเลือดออกในกระเพาะอาหาร จึงนำตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อไปตรวจอาการอย่างละเอียดที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ก่อนนำตัวกลับมาคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้พบกับอดีตพระพุทธะอิสระ ได้บอกว่าฉันดื้อเองท่าน ผบ. ในเบื้องต้นพบเป็นอาการข้างเคียงจากการรับประทานยาที่รักษาอาการโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ทางแพทย์ประจำโรงพยาบาล ได้เปลี่ยนเป็นยาฉีดแล้ว เพราะอดีตพระพุทธะอิสระมีระบบขับถ่ายอุจจาระเป็นสีดำมาหลายวันแล้ว ก็นำไปตรวจอาการอย่างละเอียด จึงพบมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร&amp;quot; นายกฤชกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ กล่าวว่า ในส่วนอาการปวดหลังยังคงทรงๆ ไม่ได้ดีขึ้น เจ้าหน้าที่จะมาไขกุญแจเปิดเรือนนอน เท่าที่ทราบจากเจ้าหน้าที่ช่วงตี 1 อดีตพระพุทธะอิสระจะลุกขึ้นมานั่งสมาธิภายในห้องขัง ที่มีเพื่อนผู้ต้องขังนอนร่วมห้องประมาณ 20 คน โดยนั่งสมาธิจนถึงช่วงเช้าก่อนออกไปทำกิจวัตรประจำวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10681</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤช กระแสร์ทิพย์, กวีศิลป์ วิสุทธิกุโล, กองบังคับการกองปราบปราม, ประเทศเยอรมนี, พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน), พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล, พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ, ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา, สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต, สำนักงานอัยการสูงสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง, เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b1547fe07c92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 13:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ยังไม่แจ้งข้อหา&#039;ร.ท.ฐิติทัตน์&#039;เอี่ยวเงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.61-พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบ ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัดว่า ในชั้นต้นได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่าในสิ่งที่เกิดขึ้น มีข้อมูลอย่างไรบ้างซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ชัดเจนเนื่องจากทางตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพียงแต่เชิญ ร.ท.ฐิติทัตน์&amp;nbsp;
ไปสอบสวน ยังไม่ได้มีการกล่าวหาโทษแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ทั้งนี้เรายินดีให้ความร่วมมือหากร.ท.ฐิติทัตน์ มีความผิด หรือทางตำรวจ ได้ชี้ประเด็นมาว่าผิดอย่างไรเราก็จะดำเนินการตามขั้นตอนอยู่แล้ว พร้อมให้การสนับสนุน ซึ่งเบื้องต้นเขามารายงานตัวกับผู้บังคับบัญชาเรียบร้อยแล้ว และสั่งสำรองราชการไว้ก่อน หมายถึง ไม่ให้เขาใช้ตำแหน่งหน้าที่เดิมไปมีบทบาท หรือมีอิทธิพลเหนือหลักฐานต่างๆ แต่ยังคงได้รับเงินเดือน &amp;nbsp;เพราะความผิดไม่สำแดง เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหา&amp;quot; พล.อ.ธารไชยยันต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ทสส.กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลหากถูกมองว่า ทหารช่วยเหลือกัน เพราะทุกอย่างต้องปฏิบัติตามขั้นตอนทางราชการ หากดำเนินการรุนแรงกว่านี้ เขาฟ้องกลับว่าใช้อำนาจเกินกว่าเหตุจะทำอย่างไร คงรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหากับ ร.ท.ฐิติทัตน์ ก่อนค่อยดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; หน้าที่ของกองทัพตอนนี้ คือ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัย หากมีข้อสงสัยว่า เขาทำให้กองทัพเสียหาย ซึ่งก็ดำเนินการอยู่ แต่ในทางกฎหมายอาญา ทางตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาใด เพราะทราบว่ามา ร.ท.ฐิติทัตน์ ได้ชี้แจงกับตำรวจกรณีมีอาวุธปืนหลายสิบกระบอก ซึ่งทุกกระบอกมีหลักฐานการครอบครองถูกต้อง
ส่วนเงินทอนวัด เขาปฏิเสธไม่เกี่ยว&amp;quot; ผบ.ทสส.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10636</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริตเงินทอนวัด, ตำรวจ, ทหาร, ผบ.ทสส., พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ, ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา, ศรภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b14c86e82a6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิบัติการบุกค้น3วัดดัง เงินทอนวัดใกล้อวสาน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เหนือความคาดหมายเท่าไหร่ สำหรับปฏิบัติการกองปราบปรามปูพรมตรวจค้น 3 วัดดังกลางกรุง ประกอบด้วย วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา และวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้วนเป็นวัดที่มีพระผู้ใหญ่ ซึ่งถูก พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แจ้งความร้องทุกข์เอาไว้กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ป.) ก่อนหยุดยาวสงกรานต์ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดทั้งสิ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะ พระพรหมสิทธิ หรือ &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, พระพรหมดิลก หรือ &amp;quot;เจ้าคุณเอื้อน&amp;quot; เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และ พระพรหมเมธี หรือ &amp;quot;เจ้าคุณจำนงค์&amp;quot; ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ที่เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความคืบหน้าของคดีนับแต่ พ.ต.ท.พงศ์พร แจ้งความต่อ ป.ป.ป. มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยเฉพาะการส่งสำนวนไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในเย็นวันที่ 11 เมษายน วันเดียวกันกับที่รับเรื่องจากผู้อำนวยการ พศ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ปฏิบัติการ &amp;quot;ฉีกหน้ากากแก๊งเงินทอนวัด&amp;quot; ในมือของกองปราบปรามดูจะวูบวาบ การดำเนินการต่างๆ มักปรากฏ &amp;quot;ตัวละคร&amp;quot; ที่เข้าใกล้ &amp;quot;ตัวใหญ่&amp;quot; มากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะการเข้าตรวจค้นบ้าน ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา สังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย ภายในซอยมิสทีน เขตสะพานสูง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังพบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีพระผู้ใหญ่ไปให้ น.ส.นุชรา สิทธินอก แม่บ้านที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว จำนวน 25 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเข้าตรวจค้นบ้าน ร.ท.ฐิติทัตน์ ถือเป็นการปฏิบัติการครั้งสำคัญ เพราะทำให้ขยับเข้าใกล้พระผู้ใหญ่ 1 รูป ที่ถูกกล่าวหาคดีเงินทอนวัด หลังมีการขุดคุ้ยความสัมพันธ์หลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปฏิบัติการสาวไส้แก๊งเงินทอนวัดยังมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ถัดจากนั้นแค่ 3 วัน ในวันที่ 19 พฤษภาคม กองปราบปรามได้เข้าตรวจค้นบ้านหลังใหญ่ ย่านบางกรวย จ.นนทบุรี หลังพบว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ได้รับเงินโอนเข้าบัญชี จำนวน 5 ล้านบาท จาก พศ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองปราบปรามใช้เวลาเพียงเดือนเศษ ก่อนที่เปิดปฏิบัติ &amp;quot;กรุแตก&amp;quot; ตรวจค้น 3 วัดดัง ที่ก่อนหน้านี้มีแต่ข่าวคราวว่า เชื่อมโยงกับรูปนั้นรูปนี้ แต่ไม่มีการคอนเฟิร์ม ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือว่าสั่นสะเทือนวงการผ้าเหลืองเมืองไทยอย่างมาก และถือเป็นครั้งแรกที่มีการเข้าตรวจค้นอารามหลวงพร้อมกันถึง 3 แห่ง เพื่อควบคุมตัวพระระดับเจ้าอาวาส และกรรมการ มส.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญยิ่งสมทบความเชื่อของพุทธศาสนิกชนก่อนหน้านี้ที่ตะขิดตะขวงใจมานานว่า สุดท้ายเป็นเพียงแค่การปรักปรำหรือไม่ หลัง &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; หายตัวไปตั้งแต่ค่ำวันที่ 23 พฤษภาคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ตลอดการรุกคดีเงินทอนวัดด้วยการแจ้งความพระผู้ใหญ่ใน มส. 3 รูป มีข่าวลือออกมาตลอดว่า &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; ที่ดูเหมือนว่าจะถูกจับจ้องมากสุดหลังการบุกค้นบ้าน ร.ท.ฐิติทัตน์ ได้หลบหนีไปต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่จนแล้วจนรอด เจ้าอาวาสวัดสระเกศยังคงมาปรากฏตัว และเข้าร่วมการประชุม มส.อยู่ตลอด แม้กระทั่งล่าสุด เพื่อเป็นการสยบข่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สาเหตุที่หลบหนีจนกระทั่งปล่อยมาถึง &amp;quot;เส้นยาแดงผ่าแปด&amp;quot; ก่อนการตรวจค้นวัดไม่กี่ชั่วโมง เพราะมีการประเมินกันว่า การตรวจสอบเงินทอดวัด ที่แจ้งความพระผู้ใหญ่ใน มส. 3 รูป จะสร้างผลกระทบให้หนักสุดเพียง &amp;quot;ปลด&amp;quot; หรือ &amp;quot;พักงาน&amp;quot; พระราชาคณะเหล่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหมือนที่พระพรหมสุธี หรือ &amp;quot;เจ้าคุณเสนาะ&amp;quot; อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศเคยโดน หลังพัวพันคดีงบประมาณพิธีพระราชทานเพลิงสมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือ &amp;quot;สมเด็จเกี่ยว&amp;quot; อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ไม่ถึงขั้น &amp;quot;จับเข้าคุก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีรายงานว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; ได้หารือร่วมกับพระหลายรูปที่วัดสระเกศ เกี่ยวกับทางหนีทีไล่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่ากันว่า มีการวางเกมจะดัน &amp;quot;เจ้าคณะภาค&amp;quot; 1 รูป ที่เป็นพระในเครือข่าย ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศต่อจากตนเองเมื่อถูก &amp;quot;ปลด&amp;quot; หรือ &amp;quot;พักงาน&amp;quot; เพื่อมารักษาผลประโยชน์ในวัดแห่งนี้ที่มีระดับถึง 1,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อข่าวหลุดมาว่า ปฏิบัติการครั้งนี้จากตำรวจอาจแรงกว่าแค่ &amp;quot;ปลด&amp;quot; หรือ &amp;quot;พักงาน&amp;quot; ก็มีการเปลี่ยนแผน เตรียมเงินร้อยกว่าล้านบาทในบัญชี เพื่อหาช่องทางหลบหนี ทว่า เงินก้อนนั้นถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดไปเสียแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังมีรายงานอีกว่า ตลอดคืนที่ผ่านมา &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; ยังคงอยู่ในประเทศ แต่ได้หลบออกทาง &amp;quot;ประตูลับ&amp;quot; ที่เพิ่งจะสร้างขึ้นมาได้ไม่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่น่าสนใจนับจากนี้ นอกจากรูปคดีที่กองปราบปรามดำเนินการ คือ &amp;quot;สถานะ&amp;quot; ของพระผู้ใหญ่ทั้ง 3 รูป ใน มส.ว่า จะถูก &amp;quot;พักงาน&amp;quot; หรือ &amp;quot;ปลด&amp;quot; หรือไม่ หลังคดีคืบหน้าถึงขั้นต้อง &amp;quot;ฝากขัง&amp;quot; และ &amp;quot;ประกันตัว&amp;quot; โดยตรงนี้ถือเป็นพระราชอำนาจของสมเด็จพระสังฆราช ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ปี 2535&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ในการประชุมพระสังฆาธิการทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม สมเด็จพระสังฆราชทรงประทานพระโอวาทตอนหนึ่ง ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พระสังฆาธิการที่มาประชุมในที่นี้ ย่อมทราบดีว่า เป็นเจ้าพนักงาน ตามกฎหมายในกฎหมายของบ้านเมือง ถ้าบุคคลใดมีตำแหน่งหน้าที่เป็นเจ้าพนักงาน ก็ย่อมอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกันคือ ถ้าปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ บุคคลผู้เป็นพนักงานย่อมต้องได้รับผลร้ายตามกฎหมายของบ้านเมืองอย่างไม่มีข้อยกเว้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานะของพระผู้ใหญ่ ในสัปดาห์นี้ต่อเนื่องสัปดาห์หน้า จึงน่าติดตามทั้งทางโลกคือ &amp;quot;คดี&amp;quot; และทางสงฆ์คือ &amp;quot;พระธรรมวินัย&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9944</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ฉีกหน้ากากแก๊งเงินทอนวัด, น.ส.นุชรา สิทธินอก, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม), พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ), พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี), ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06d76c04548.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 22:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวไส้แก๊งเงินทอนวัด โยงสัมพันธ์ลึก&#039;พิศิษฐ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเป็นระลอกจริงๆ สำหรับคดีทุจริตเงินทอนวัด หลังล่าสุดกองปราบปราม ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นำหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรีเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลีรามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม. ที่มีชื่อ ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังสืบทราบว่า น.ส.นุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบุคคลที่พักอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวรับโอนเงินจำนวน 25 ล้านบาท จากพระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรากฏว่า น.ส.นุชรา เป็นเพียงแม่บ้านที่มารับงานเสริม มาช่วยเลี้ยงดูบุตรหลานให้กับเจ้าของบ้าน โดยอาชีพหลักคือ แม่ค้าขายลูกชิ้นที่ตลาดสี่มุมเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องยิ่งมีความไม่ชอบมาพากล นอกจาก น.ส.นุชรา ที่เป็นเพียงแม่บ้าน แต่ยังไปมีชื่อเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ดี ดี ทวีคูณ ที่จดทะเบียนจัดตั้ง เมื่อวันที่ 28 ม.ค.52 ทุน 3,500,000 บาท แจ้งที่อยู่เลขที่ 265/154 หมู่บ้านสิวลีรามคำแหง ซึ่งเป็นหลังเดียวกับที่ตำรวจเข้าตรวจค้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นุชรา จึงถูกมองว่าเป็น &amp;quot;นอมินี&amp;quot; ขณะที่เจ้าของบ้านอย่าง ร.ท.ฐิติทัตน์ กลายเป็นคนที่ถูกเพ่งเล็งแทน โดยเฉพาะเมื่อมีการขุดคุ้ยพบว่า เขาคือนายทหารที่ถูก นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ดึงตัวจาก ศรภ. ไปช่วยงานในตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ สตง. ในช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมีการขุดค้นประวัติเก่าๆ ของ ร.ท.ฐิติทัตน์ พบว่า เข้า-ออกวัดสระเกศฯ อยู่เป็นประจำ และเคยอุปสมบทที่วัดแห่งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานอุปสมบทครั้งนั้น ปรากฏภาพ &amp;quot;พิศิษฐ์&amp;quot; เป็นประธานงานบวชดังกล่าว ซึ่งมีแขกเหรื่อไปร่วมงานจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ นายบุญเลิศ โสภา อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเงินทอนวัดล็อตที่ 2 คล้องพวงมาลัยให้ ร.ท.ฐิติทัศน์ เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การบวชครั้งนั้น ร.ท.ฐิติทัตน์ หรือ &amp;quot;หมวดฐิติทัตน์&amp;quot; มี พระพรหมสิทธิ หรือ &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ซึ่งเป็น 1 ใน 5 พระผู้ใหญ่ที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ.แจ้งข้อหาในคดีเงินทอนวัดล็อตที่ 3 เป็น &amp;quot;พระอุปัชฌาย์&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังมี พระราชกิจจาภรณ์ หรือ &amp;quot;เจ้าคุณเทอด&amp;quot; กับ พระเมธีสุทธิกร หรือ &amp;quot;เจ้าคุณสังคม&amp;quot; ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่เป็น 2 ใน 5 พระผู้ใหญ่ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาคดีเงินทอนวัดในล็อตที่ 3 เป็น &amp;quot;พระพี่เลี้ยง&amp;quot; อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ร.ท.ฐิติทัตน์ ยังเป็นหลานชายของ นายปรีชา นิพนธ์พิทยา อดีต ส.ว.จังหวัดนครปฐม และเป็นน้องชายของ น.ส.ฑัมมพร นิพนธ์พิทยา เจ้าของ หจก. ดี ดี ทวีคูณ ที่มีข่าวว่ามีความสนิทสนมกับพระผู้ใหญ่วัดดังที่กำลังตกเป็นข่าว เคยเดินทางไปต่างประเทศในโครงการของ พศ.มาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังมีกระแสว่า น.ส.ฑัมมพร มีความสนิทสนมกับ นายบุญเลิศ โสภา เจ้าหน้าที่ พศ. ที่กำลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเงินทอนวัดล็อตที่ 2 เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ &amp;quot;พิศิษฐ์&amp;quot; อดีตมือปราบค่ายพระราม 6 ถูกโยงกับเรื่องนี้ด้วย ส่วนหนึ่งเพราะ &amp;quot;หมวดฐิติทัตน์&amp;quot; เคยเป็นเลขานุการผู้ว่าฯ สตง. ที่สำคัญ ในระยะหลังมานี้ &amp;quot;พิศิษฐ์&amp;quot; คือคนหนึ่งที่มักออกมาให้ข่าวในเชิงปกป้องพระผู้ใหญ่ที่ถูกแจ้งความในคดีเงินทอนวัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งที่ก่อนหน้านี้ &amp;quot;พิศิษฐ์&amp;quot; เคยเป็นคีย์แมนสำคัญในการปราบการทุจริตต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการใช้งบประมาณของวัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนกลับไปสมัยพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือ &amp;quot;สมเด็จเกี่ยว&amp;quot; อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ &amp;quot;พิศิษฐ์&amp;quot; ได้เข้าไปตรวจสอบการใช้งบประมาณดังกล่าวว่ามีความไม่ชอบมาพากล จนเป็นเหตุให้พระพรหมดิลก หรือ (เจ้าคุณเอื้อน) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร สั่งพักงาน พระพรหมสุธี หรือ &amp;quot;เจ้าคุณเสนาะ&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วแต่งตั้ง พระพรหมสิทธิ หรือ &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ แทนจนถึงปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มาวันนี้เมื่อ &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; ถูก พ.ต.ท.พงศ์พร แจ้งความ &amp;quot;พิศิษฐ์&amp;quot; ในวันนั้นที่ตรวจสอบอย่างขะมักเขม้น กลับรับหน้าที่ออกมาชี้แจงแทนแบบที่ใครหลายคน &amp;quot;งงเป็นไก่กาแตก&amp;quot; เหตุนี้เลยทำให้ &amp;quot;พิศิษฐ์&amp;quot; ถูกลากเข้ามาอยู่ในข่ายต้องสงสัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ขณะนี้เขายังไม่เกี่ยวข้องอะไร แต่ถือว่า &amp;quot;เสียรังวัด&amp;quot; มือปราบทุจริตที่ใครต่อใครเคยยกย่องพอสมควร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9435</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ฑัมมพร นิพนธ์พิทยา, น.ส.นุชรา สิทธินอก, บุญเลิศ โสภา, ปปง., ปรีชา นิพนธ์พิทยา, พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ), พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร), ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา, ศรภ., สตง., สมเด็จเกี่ยว, หมู่บ้านสีวลีรามคำแหง, เสียรังวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afda0b4df37f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ&#039;ฐิติทัตน์&#039;ซี้ปึ้กแก๊งเงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พันกันไปหมด! เงินทอนวัดโยงไปถึงคลังแสง เปิดตัว &amp;quot;ร.ท.ฐิติทัตน์&amp;quot; ประวัติไม่ธรรมดา หลานชายอดีต ส.ว.นครปฐม เด็กอดีตผู้ว่าฯ สตง. แฉงานบวชมาครบทีม เจ้าคุณธงชัย วัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าคุณเทอด เจ้าคุณสังคม ล็อต 3 เป็นพระพี่เลี้ยง ไปกันใหญ่ &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; ชี้อาจเกี่ยวคดีความมั่นคงด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ร่วมกับ พล.ต.คณิศร สุนทรธีมากร ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คสช. แถลงข่าวกรณีที่ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. และ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม. ภายหลังสืบทราบว่าบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือคดีเงินทอนวัด โดยพบว่ามีการโอนเงิน 25 ล้านบาท มายังบัญชีธนาคารของ น.ส.นุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการตรวจค้นบ้านพักหลังนี้ พบว่ามี ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเจ้าของบ้าน รวมทั้ง น.ส.นุชรา ตรวจสอบพบตู้เซฟ 3 ใบ อาวุธปืนยาว 4 กระบอก ได้แก่ ปืนลูกซอง 3 กระบอก และปืนลูกกด 1 กระบอก, ปืนสั้น 18 กระบอก ขนาด 9 และ 11 มม. พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวม 1,005 นัด รวมทั้งทองรูปพรรณ แหวนเพชร และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ หลายรายการ เอกสารเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนและของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบที่มาที่ไป ก่อนสืบสวนขยายผลทางคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า จากการประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าอาวุธปืนทั้งหมดมีทะเบียนถูกต้อง แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบการครอบครองว่าถูกต้องหรือไม่ ส่วนกล้องเล็งไม่เข้าข่ายเป็นยุทธภัณฑ์ สำหรับใบ ป.4 อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางพนักงานสอบสวน บก.ป. ได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานกรณีการครอบครองอาวุธปืนทั้งหมดนั้นเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล เพื่อพิจารณาขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ความเกี่ยวพันกับคดีเงินทอนวัดนั้น ก็ยังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน หากมีผู้ใดเกี่ยวข้อง ก็จะพิจารณาดำเนินคดีทั้งหมด โดยรายละเอียดต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงจะกระทบกับสำนวนคดี แต่ขณะนี้ทางฝ่ายความมั่นคงจะมุ่งเน้นการตรวจสอบในประเด็นการครอบครองอาวุธปืนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถูกใช้งานในเหตุการณ์ใดหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะต้องมีการพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในส่วนของ ร.ท.ฐิติทัตน์ เนื่องจากเป็นข้าราชการ หากพบประเด็นใดที่เข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ก็จะต้องส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ดำเนินการต่อไป ซึ่งหลักๆ แล้วที่ตนมาดำเนินการในวันเดียวกันนี้ เป็นเพราะมีการพบอาวุธปืนจำนวนมากจึงต้องมีการตรวจสอบ เพราะอาจเกี่ยวพันกับคดีความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.คณิศรเปิดเผยว่า ในส่วนของกฎหมาย ก็คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการไป และยังต้องรอผลการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่วนทางวินัย ยังไม่ได้มีการพิจารณา สำหรับกรณีการครอบครองอาวุธปืนที่มีจำนวนมากนั้น ก็ไม่สามารถระบุหรือจำกัดได้ว่าเจ้าหน้าที่ทหารต้องมีอาวุธอยู่ในครอบครองเท่าใด เพียงแต่ว่าหลังจากนี้ เมื่อมีหลักฐานปรากฏเช่นนี้ ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบที่มาที่ไปว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่มีข้อกำหนดด้วยว่าต้องครอบครองปืนได้เท่าใด แต่ภารกิจของทหารสังกัด ศรภ.ก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนมากขนาดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ร.ท.ฐิติทัตน์ มีชื่อเป็นเจ้าของบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลี รามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม. ที่กองปราบปรามนำหมายค้น มีความสนิทสนมกับนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาถูกนายพิศิษฐ์ดึงตัวมาช่วยงานที่ สตง. ในตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าฯ สตง.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังปรากฏภาพนายพิศิษฐ์ไปเป็นประธานงานอุปสมบทของ ร.ท.ฐิติทัตน์ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2559 ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหารอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรูปภาพในงานอุปสมบทดังกล่าว มีแขกเหรื่อมาร่วมงานจำนวนมาก รวมถึงนายบุญเลิศ โสภา อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา พศ. ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุดการบูรณปฏิสังขรณ์และการพัฒนาวัด ล็อตที่ 2 ขึ้นไปคล้องพวงมาลัยให้กับ ร.ท.ฐิติทัตน์อีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การอุปสมบทดังกล่าวของ ร.ท.ฐิติทัตน์ มีพระพรหมสิทธิ (เจ้าคุณธงชัย) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ และมีพระราชกิจจาภรณ์ (เจ้าคุณเทอด) กับพระเมธีสุทธิกร (เจ้าคุณสังคม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่ถูก พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แจ้งข้อกล่าวหาคดีเงินทอนวัดในล็อตที่ 3 ร่วมกับพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม (มส.) อีก 3 รูป เป็นพระพี่เลี้ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังพบว่า ร.ท.ฐิติทัตน์ เป็นหลานชายของนายปรีชา นิพนธ์พิทยา อดีต ส.ว.จังหวัดนครปฐมอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้รับรายงานการเข้าค้น ส่วนเส้นทางการโอนเงิน 25 ล้านบาท ไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับใคร อย่างไรบ้าง เรื่องนี้อยู่ที่ตำรวจ จึงอยากให้ไปสอบถามจากทางตำรวจ ในส่วนของ พศ.จะดูเรื่องวินัย เรื่องการสอบสวนความผิดของข้าราชการ พศ. และการประสานการทำงานควบคู่กับตำรวจ ก็ให้เป็นหน้าที่ของ พศ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทราบว่าเป็นกระบวนการทุจริตงบประมาณแผ่นดินของพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินและอดีตผู้ว่าฯ สตง. ออกมาปกป้องพระผู้ใหญ่ โดยพยายามกดดัน แทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ทุกวิถีทาง แต่ตอนนี้มีหลักฐานปรากฏแล้วว่าพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เฉพาะวัดนี้เบิกงบประมาณแผ่นดินเพื่อใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปแล้วหลายร้อยล้าน ปีละ 60 ล้านบาท โดยกรณีนี้นำเงินหลวงมาเข้าบัญชีวัดที่ตนเป็นเจ้าอาวาส จากนั้นก็โอนเงิน 25 ล้านบาทเข้าบัญชีสีกา แล้วให้สีกาเบิกเงินเป็นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายคืนให้กับคนที่เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มส. แล้วก็นำไปใช้ต่อ พฤติกรรมอย่างนี้ทำให้เชื่อได้ว่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินที่ได้จากการทุจริตเงินหลวงแล้ว และล่าสุดทราบว่าพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มส.รายนี้ขณะนี้อยู่ต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์เชื่อว่า การตรวจสอบทุจริตเงินหลวงของพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการ มส. โดยหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังขบวนการหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกมาก เป็นความเข้มแข็งของการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลในยุคนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ และการจัดการทรัพย์สินวัดและพระภิกษุให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ตามแนวทางที่คณะผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปเสนอนโยบายแก้ไขปัญหา โดยให้มี พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฉบับ &amp;ldquo;ธรรมาธิปไตย&amp;rdquo; ขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักข่าวอิศรา ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวในหน่วยงานตรวจสอบว่า หจก. ดี ดี ทวีคูณ ปรากฏชื่อเข้าไปรับงานเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์วัดแห่งหนึ่งมาโดยตลอด ขณะที่ น.ส.นุชรา สิทธินอก มีฐานะเป็นตัวแทน หรือนอมินี ให้เข้ามาช่วยถือหุ้นแทนเท่านั้น ส่วนเจ้าของ หจก.ตัวจริง ถูกระบุว่าแท้จริงแล้ว คือแม่ของ ร.ต.ฐิติทัตน์นั่นเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้น น.ส.นุชราให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและ ปปง. ว่าปกติมีอาชีพขายลูกชิ้นอยู่ที่ตลาดสี่มุมเมือง แต่มารับทำงานเสริมเป็นแม่บ้าน ช่วยเลี้ยงดูบุตรหลานให้กับเจ้าของบ้าน พร้อมกับยอมรับว่าเป็นผู้รับเงินที่โอนมาจากทางวัด และมีการเบิกเงินออกมาจริง เนื่องจากคนในบ้านคนหนึ่งที่สนิทสนมกับตนเองได้มาขอให้ช่วยเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งหลังจากที่มีเงินเข้ามาแล้วก็จะไปทำการถอนออกให้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่แหล่งข่าวจากกองทัพไทยให้ข้อมูลยืนยันว่า ร.ต.ฐิติทัตน์เข้ามารับราชการทหารเพราะมีผู้ใหญ่ฝากมาทำงานในกองทัพ แต่หลังจากได้รับการบรรจุเข้ารับราชการที่ ศรภ.แล้ว ไม่เคยเข้ามาทำงานที่ ศรภ.แต่อย่างใด ตั้งแต่รองเสธ. จนกระทั่งเป็นเสธ. ก่อนที่จะมีการทำเรื่องขอตัวจาก สน.เสธทหาร ไปช่วยราชการติดตาม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญจศรี แต่ก็มีข่าวว่า ร.ต.ฐิติทัตน์มักจะไปปรากฏตัวที่วัดสระเกศฯ เนื่องจากเป็นคนสนิทเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เข้านอกออกในวัดอยู่เป็นประจำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9430</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ธรรมาธิปไตย, พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว, พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ, พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ, พฐ., พล.ต.คณิศร สุนทรธีมากร, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญจศรี, ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา, ศรภ., สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อีโอดี, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd865ad26f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจสอบยิบ &#039;คลังแสง&#039; นายทหารยศร้อยโท!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 6 1 - &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป.พร้อมคณะ ร่วมกับ พล.ต.คณิศร สุนทรธีมากร ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คสช.แถลงข่าว กรณีที่ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว &amp;nbsp;รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย นำกำลัง พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจบ้านเลขที่ 265/154 หมู่บ้านสีวลีรามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม.ภายหลังสืบทราบว่า บุคคลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าว มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือคดีเงินทอนวัด โดยพบว่ามีการโอนเงิน 25 ล้านบาท มายังบัญชีธนาคารของ น.ส.นุชรา สิทธินอก อายุ 32 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการตรวจค้นบ้านพักหลังนี้ พบว่ามี ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา ทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเจ้าของบ้าน รวมทั้ง น.ส.นุชรา ตรวจสอบพบตู้เซฟ 3 ใบ อาวุธปืนยาว 4 กระบอก ได้แก่ ปืนลูกซอง 3 กระบอก และปืนลูกกด 1 กระบอก , ปืนสั้น 18 กระบอก ขนาด 9 และ 11 มม.พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ รวม 1,005 นัด รวมทั้งทองรูปพรรณ แหวนเพชร และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ หลายรายการ , เอกสารเกี่ยวกับธุรกรรมการเงิน และเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนและของกลางทั้งหมด ไว้ตรวจสอบที่มาที่ไป ก่อนสืบสวนขยายผลทางคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า จากการประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าอาวุธปืนทั้งหมดมีทะเบียนถูกต้อง แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบการครอบครองว่าถูกต้องหรือไม่ ส่วนกล้องเล็งไม่เข้าข่ายเป็นยุทธภัณฑ์ แต่สำหรับใบ ป.4 อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางพนักงานสอบสวน บก.ป.ได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานกรณีการครอบครองอาวุธปืนทั้งหมดนั้นเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล เพื่อพิจารณาขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า สำหรับความเกี่ยวพันกับคดีเงินทอดวัด นั้น ก็ยังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน หากมีผู้ใดเกี่ยวข้อง ก็จะพิจารณาดำนินคดีทั้งหมด โดยรายละเอียดต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเกรงจะกระทบกับสำนวนคดี แต่ขณะนี้ทางฝ่ายความมั่นคงจะมุ่งเน้นการตรวจสอบในประเด็นการครอบครองอาวุธปืนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ถูกใช้งานในเหตุการณ์ใดหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะต้องมีการพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ดี ในส่วนของ ร.ท.ฐิติทัศน์ เนื่องจากเป็นข้าราชการ หากพบประเด็นใดที่เข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ก็จะต้องส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ดำเนินการต่อไป ซึ่งหลักๆ แล้วที่ตนมาดำเนินการในวันเดียวกันนี้เป็นเพราะมีการพบอาวุธปืนจำนวนมากจึงต้องมีการตรวจสอบเพราะอาจเกี่ยวพันกับคดีความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.คณิศร กล่าวว่าในส่วนของกฎหมายก็คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการไป และยังต้องผลการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่วนทางวินัยยังไม่ได้มีการพิจารณา สำหรับกรณีการครอบครองอาวุธปืนที่มีจำนวนมากนั้น ก็ไม่สามารถระบุหรือจำกัดได้ ว่าเจ้าหน้าที่ทหาร ต้องมีอาวุธอยู่ในครอบครองเท่าใด เพียงแต่ว่าหลังจากนี้ เมื่อมีหลักฐานปรากฏเช่นนี้ ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบที่มาที่ไป ว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่มีข้อกำหนดด้วยว่าต้องครอบครองปืนได้เท่าใด แต่ภารกิจของทหารสังกัด ศรภ.ก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนมากขนาดนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9395</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการปราบปราม, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา, เงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd39bb4b9ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
