<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 18:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ๊ะเอ๋! &#039;หมวดเจี๊ยบ&#039; แขวะ &#039;นายกฯฉลาดทิพย์&#039; ทำวัคซีนโควิดขาดแคลน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.64 - ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนโควิดขาดแคลน เพราะรัฐบาล &amp;quot;นายกฯ ฉลาดทิพย์&amp;quot; ? ..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทราบหรือไม่ว่า การประกาศเลื่อนนัดฉีดวัคซีนให้ประชาชนของหน่วยงานต่าง ๆ ในเวลานี้ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล และส่งผลกระทบถึงความน่าเชื่อถือของประเทศมากแค่ไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสาเหตุที่วัคซีนโควิดขาดแคลน ก็เป็นเพราะรัฐบาลไม่กระจายความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีนโควิด แต่ทุ่มเทซื้อวัคซีนเพียงยี่ห้อเดียว จึงไม่มีวัคซีนโควิดยี่ห้ออื่น ๆ สำรองไว้ใช้เพื่อแก้ปัญหาในยามจำเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันที่จริง รัฐบาลควรจะเผื่อเหลือเผื่อขาดเอาไว้บ้าง ไม่ใช่ไปฝากความหวังไว้ที่ บริษัท แอสตร้าซิเนก้า เพียงเจ้าเดียว จนทำให้ปั่นป่วนกันไปหมดทั้งประเทศ เพราะแม้แต่ สส.ในพรรคร่วมรัฐบาลเอง ยังออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวโวยวายเรื่องการกระจายวัคซีนไม่ทั่วถึงในจังหวัดที่มีความจำเป็นเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ก็คงพูดไม่ได้เต็มปาก ว่า วัคซีนจะมาวันไหนกันแน่ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับความพร้อมของ บริษัท แอสตร้าซิเนก้า เป็นหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่แค่ล็อตแรก ๆ ก็เริ่มมีปัญหา แล้วล็อตหลัง ๆ จะเป็นไปอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญ ไทม์ไลน์ต่าง ๆ เรื่องโควิดจะเป็นไปตามที่รัฐบาลวางแผนเอาไว้หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมรัฐบาลจึงไม่เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้บ้าง เหตุใดจึงปล่อยให้เกิดปัญหาวัคซีนขาดแคลน จนต้องมีการประกาศเลื่อนนัดฉีดวัคซีน ซึ่งสะท้อนถึงความบกพร่องและอ่อนด้อยในการบริหารจัดการวัคซีนโควิดของรัฐบาล ซึ่งจะสั่นคลอนความเชื่อมั่นของทุกฝ่ายทั้งในและนอกประเทศต่อยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาโควิดทั้งระบบของประเทศไทยด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จะไปโทษบริษัทผู้ผลิตวัคซีนฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ แต่ต้องโทษรัฐบาลว่าทำไม จึงไปฝากผีฝากไข้ไว้ที่ผู้ผลิตเพียงรายเดียว จนส่งผลกระทบทั่วไปหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนี่ก็ไม่ใช่ความผิดของแพทย์หรือพยาบาล เพราะบุคลากรเหล่านี้ มีหน้าที่หลัก คือ การรับวัคซีนมาฉีด แต่หน้าที่ในการจัดหาและบริหารวัคซีน เป็นการดำเนินการจากส่วนกลาง คือ รัฐบาล โดยอยู่ในอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกประเด็นที่น่าห่วง คือ รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ชอบทำอะไรกลับหัวกลับหาง โดยเรื่องที่ควรจะกระจายอำนาจ อย่างเช่นวัคซีน ก็ผูกขาด จนคนไทยไม่มีวัคซีนทางเลือกที่หลากหลายเพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทีเรื่องที่สมควรจะรวมศูนย์อำนาจ เช่น แอพลงทะเบียนฉีดวัคซีนซึ่งควรจะมีแอพเพียงแค่หนึ่งเดียว เพื่อความเป็นเอกภาพ แต่รัฐบาลกลับปล่อยให้หน่วยงานต่าง ๆ ผลิตแอพของตัวเองให้ประชาชนไปลงทะเบียนเข้าคิวฉีดวัคซีน จนชาวบ้านสับสนไปหมดแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถมยังทำให้ข้อมูลกระจัดกระจายสะเปะสะปะ ไม่เป็นประโยชน์ต่อการรวบรวมข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการโควิดเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งยังน่าเสียดายงบประมาณในการพัฒนาแอพต่าง ๆ อีกด้วย ซึ่งอันที่จริง หากนำเงินส่วนนี้ไปซื้อวัคซีนเพิ่มเพื่อนำมาฉีดให้ประชาชน หรือนำไปเป็นเงินเยียวยาให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดก็ยังจะมีประโยชน์มากกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียกว่าบริหารจัดการวัคซีนได้เละเทะ สมกับเป็นรัฐบาลของ &amp;quot;นายกฯ ฉลาดทิพย์&amp;quot; จริง ๆ .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104271</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง, วัคซีนโควิด, หมวดเจี๊ยบ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181127/image_big_5bfcf64155b39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2020 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2020 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมวดเจี๊ยบ&#039; จวกยับ &#039;โพลนพดล&#039; เชียร์ลุงตู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ธ.ค.63 - ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง ผู้เชี่ยวชาญประจำคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำงบประมาณฯ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ความเห็นถึงกรณีซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง &amp;ldquo;ราษฎร พอใจ ลุงตู่&amp;rdquo; ที่ระบุร้อยละ 80.1 ไม่มีนักการเมืองที่เหมาะสมกับตำแหน่งนายกฯ แทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้ ว่า คุณค่าของการที่สถาบันใดสถาบันหนึ่งจะทำโพลขึ้นมาอยู่ที่ความน่าเชื่อถือ เมื่อใดที่โพลสำนักนั้นเปิดเผยผลการศึกษาออกมาในลักษณะที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง สวนทางกับความเป็นจริง สวนทางกับความเห็นของคนส่วนใหญ่ในสังคม คือการทำลายตนเองของโพลอยู่แล้ว ไม่มีคุณค่าใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงของนักวิชาการและปัญญาชนทั่วไป ทำลายคุณค่าตัวเองอยู่แล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวต่อไปว่า คนทำโพลย่อมมีข้ออ้างระเบียบวิธีวิจัยว่าได้ปฏิบัติตามขั้นตอนถูกหลักวิชาการ เพื่อมาสนับสนุนผลโพลที่ตัวเองโน้มน้าวให้สังคมเชื่อ แต่ผลงานในอดีตที่ผ่านมาหลายครั้งค้านสายตา ค้านความรู้สึกประชาชน ไม่สะท้อนภาพความเป็นจริง จะหมดความน่าเชื่อถือไปเอง ผู้มีอำนาจจะเลิกใช้งาน ท่อน้ำเลี้ยงจะไปไม่ถึง วันหนึ่งจะไม่สามารถเป็นเครื่องมือทางการเมืองให้กับใครได้ สังคมยุคใหม่อุดมปัญญา เป็นปัญญาชน ไม่ได้ชี้วัดด้วยปริญญา แต่ตัดสินใจอะไรด้วยการคิดวิเคราะห์ คนไทยตื่นรู้ศึกษาหาข้อมูลก่อนว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อสิ่งใด โพลบิดเบือนไม่มีประโยชน์ในการจะมาล้างสมองชี้นำสังคม.&lt;/p&gt;


	ชาว 3 นิ้วเงิบ!ราษฎรพอใจ &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; นั่งนายกฯต่อ&amp;nbsp;
	จับไต๋ &amp;#39;แทมมี-สว.มะกัน&amp;#39; ออกโรงให้ท้ายม็อบ 3 นิ้ว
	&amp;#39;ชูวิทย์&amp;#39; เล่าเรื่องคุก เตือนสติ 3 นิ้วทะลุเพดาน
	สุดแปลกใจ!สื่อ-เพจฝ่ายประชาธิปไตย
	&amp;#39;หมอวรงค์&amp;#39; ส่งซิกปราบ &amp;#39;กบฏสาธารณรัฐ&amp;#39;&amp;nbsp;
	โห! &amp;#39;โบ้&amp;#39; จ้วงรัวๆ &amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39;&amp;nbsp;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86037</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง, หมวดเจี๊ยบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c8c7d9068a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81089</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2020 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2020 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยยื่นศาลแพ่ง เพิกถอนประกาศพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.63 - &amp;nbsp;ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า &amp;quot;วันนี้ เวลา 13.00 น. จะมีการแถลงข่าว เรื่อง การยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มนักการเมือง นักศึกษาและทนายความ นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ นาย วรพล มนทิรารักษ์ นายธนวัฒน์ วงศ์ไชย และ นาย นรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย โดยจะแถลงข่าว ในวันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2563 เวลา 13.00 ณ ที่ทำการสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ถนน วิสุทธิกษัตริ&amp;quot;&lt;/p&gt;


	อัดขี้แพ้ชวนตี! &amp;#39;ธนาธร-ปิยบุตร&amp;#39; เหลือเวลาน้อยเต็มที
	&amp;nbsp;แนะม็อบยึดหลักเหตุผลเหนืออารมณ์ หลังเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์ที่แยกบางนา(คลิป)
	ฝ่ายประชาธิปไตยซัดกันนัว!&amp;#39;ปวิน&amp;#39;บูลลี่&amp;#39;โบว์&amp;#39;ภาษาอังกฤษงูๆปลาๆเจอสวนขยะจริงๆ
	&amp;#39;อดีตรองผอ.ข่าวกรอง&amp;#39;แฉเบื้องลึกความวุ่นวายการเมืองในไทย!
	กอร.ฉ.สั่งตรวจสอบและให้ระงับการออกอากาศ 4 สื่อ 1 เพจม็อบ อ้างกระทบความมั่นคง!
	พุทธะอิสระ : เมื่องานเลี้ยงของม็อบเลิก เจ้าหน้าที่ค่อยยื่นบิลเก็บค่าเสียหายทีหลัง
	&amp;#39;ลุงสุทิน&amp;#39; จ้วงยับ &amp;#39;คณะประชาชน&amp;#39; ขโมยหนังเสือมาคลุมหมา!
	ฝ่ายค้านไม่เอายุบสภา! ยุพรรคร่วมรบ.ถอนตัวบีบ&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;ถอดสลักการเมือง

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81089</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบการเมือง, ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง, ราษฎร, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f87f07abe5f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมวดเจี๊ยบ&#039; ชมสปิริต กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางแก้รธน. กล้าเขย่าอำนาจเผด็จการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย. 63 - ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟสบุ๊กแฟนเพจหมวดเจี๊ยบ Sunisa Divakorndamrong ตอนหนึ่งว่า แสดงความชื่นชม รายงานผลการศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เพิ่งมีการเสนอรายงานต่อสภาผู้แทนราษฏรเมื่อวันที่ 10 ก.ย 2563 โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 เนื้อหารายงานออกมาดีกว่าที่คิด เพราะไม่ได้มุ่งอวยรัฐบาล แต่กล้าพูดถึงปัญหาการใช้อำนาจเผด็จการของรัฐบาล ในหลาย ๆ เรื่องอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะประเด็นที่มาอันไม่ชอบธรรมของ สว. ที่สรรหาโดยคสช. ซึ่งในรายงานฉบับนี้ ระบุชัดเจนว่า เรื่องนี้เป็นต้นตอหนึ่งของความขัดแย้งในสังคม ทั้งนี้ ที่มาและอำนาจของสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันขัดกับหลักประชาธิปไตยและทำลายหลักความเป็นกฎหมายสุงสุดของรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดปัญหาบ้านเมืองและเป็นการสร้างความไม่ชอบธรรมและทำให้เกิดการต่อต้านรัฐธรรมนูญ และยังระบุด้วยว่า สว. ชุดนี้ ไม่มีความเป็นกลาง แต่มุ่งรับใช้เป็นเครื่องมือของรัฐบาล &amp;nbsp;และไม่ควร มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ หากในอนาคตมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแต่ยังให้วุฒิสภามีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองได้ ซึ่งจะเห็นว่าผลการศึกษาดังกล่าวสอดคล้องกับเสียงเรียกร้องของคนส่วนใหญ่ในสังคม ซึ่งปรากฏในหน้าที่ 133,135 และ 136 ของรายงานเล่มหลักของคณะกรรมาธิการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในรายงานหน้า 125 ยังระบุว่า &amp;ldquo;กรรมาธิการจำนวนมากเห็นว่าควรตัดบทบัญญัติในเรื่องการปฏิรูปประเทศออกจากรัฐธรรมนูญ ในหมวดที่ 16 เพราะที่ผ่านมาไม่สามารถปฏิรูปประเทศได้จริง&amp;quot;ซึ่งในความคิดเห็นส่วนตัวของตน ถือเป็นการ ด้อยค่าเผด็จการ ในเชิงสัญญลักษณ์อย่างหนึ่งทีเดียว เพราะเป็นเจ้าของความคิดในการปฏิรูปประเทศ รวมทั้ง ไอเดียประเภทยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งจะบังคับให้ประชาชนทำตามโดยเขียนไว้เป็นกฎหมาย โดยไม่สนใจเสียงวิจารณ์ว่า เป็นแนวคิดที่เชยล้าหลังยิ่งกว่าไดโนเสาร์ เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ชื่นชมสปิริต ของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ทั้ง 49 ท่าน ที่ยอมให้รายงานเขียนออกมาอย่างตรงไปตรงมาได้มากขนาดนี้ เพราะต้องยอมรับว่า กรรมาธิการทุกคนไม่ได้คิดเหมือนกันทั้งหมด และมาจากพรรคหรือกลุ่มการเมืองที่มีจุดยืนแตกต่างกัน แต่ทุกท่านก็ยอมรับเสียงส่วนใหญ่ ทำให้หน้าตาของรายงานฉบับนี้ไม่ได้ขี้เหร่หรือเน้นอวยรัฐบาลจนเดินงามอย่างที่ใครๆ กลัวกันในตอนแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม รายงานผลการศึกษาเรื่องแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการฯ ในครั้งนี้ ก็เป็นเพียงก้าวแรกของการแก้รัฐธรรมนูญ ด้วยการร่าง รธน. ใหม่ทั้งฉบับ โดย สสร. เท่านั้น ส่วนการตั้ง สสร. จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ ต้องลุ้นในการประชุมสภา วันที่ 23-24 ก.ย. นี้ ซึ่งจะมีการพิจารณาญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สิ่งที่สำคัญคือ รายงานฉบับนี้จะกลายเป็นคัมภีร์อ้างอิงของทุกฝ่ายในการออกแบบรัฐธรรมนูญในอนาคต เพราะมีความชอบธรรมในฐานะที่เป็นผลการศึกษาอันเกิดจากการระดมความคิดเห็นของทุกภาคส่วนในสังคม ตามกลไกของรัฐสภาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ประชาชนจึงควรไปหามาอ่าน เพราะรัฐธรรมนูญ คือ เข็มทิศของประเทศ และเป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนควรรู้ เพราะเป็นผลประโยชน์ของพวกเราทุกคน ทั้งนี้รายงานผลการศึกษาสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไข รธน. 60 ดังกล่าว มีด้วยกัน 3 เล่ม ประกอบด้วย รายงานเล่มหลัก 1 เล่ม และภาคผนวกอีก 2 เล่ม รวมเป็น 3 เล่ม โดยความยาวรวมกันกว่าหนึ่งพันหน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77125</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง, หมวดเจี๊ยบ, เพื่อไทย, แก้ไขรัฐธรรมนูญ, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8c8c7d9068a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาหารสุนัขพรีเมียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมวดเจี๊ยบ-ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย หายหน้าหายตาไปจากข่าวสารบ้านเมือง ไม่ค่อยออกมาวิพากษ์วิจารณ์การเมือง เพราะกำลังวุ่นๆ กับการตระเตรียมของช่วยเหลือ เพื่อนร่วมโลกตัวน้อย โดยเฉพาะสุนัขที่กำลังได้รับผลกระทบ เดือดร้อนไม่ใช่น้อยอยู่เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งในช่วงที่ยังไม่มีการคลายล็อกให้เปิดห้าง ยังไม่ให้เปิดร้านตัดแต่งขนสุนัข ทำเอาเจ้าของที่เลี้ยงสุนัขลำบากไม่น้อย แม้ช่วงนี้สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายบ้างแล้ว แต่โครงการของ หมวดเจี๊ยบ ที่ส่งมอบอาหารให้คนเลี้ยงสุนัขยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่กี่วันก่อนเจอเจ้าตัว เลยได้ฟังคำบอกเล่าถึงโครงการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ช่วงโควิดก็เป็นห่วงสุนัข และคนเลี้ยงสุนัขที่ต้องแบกรับภาระตรงนี้อยู่เหมือนกัน เลยใช้ช่องทางการสื่อสารส่วนตัวในเฟซบุ๊ก เปิดให้ผู้ที่ต้องการอาหารสุนัขทักเข้ามา โดยเราพร้อมจัดส่งให้โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ และอาหารนี้เป็นอาหารอย่างดี เกรดพรีเมียมจากเมืองนอก มีชื่อเสียงในลำดับต้นๆ ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุนัขกินเข้าไปได้สารอาหารครบถ้วน เพราะวัตถุดิบที่นำมาใช้ทำให้สุนัขเป็น human grade เหมือนกับที่คนกิน เพียงแต่เอามาอัดเม็ด เพราะฉะนั้นจะได้โปรตีน สารอาหารจำเป็นสำหรับสุนัขครบถ้วน ต่อถุงที่ส่งให้ผู้รับคนละครึ่งกิโลกรัมนั้น หากเป็นสุนัขไซส์กลางๆ กินได้ถึง 2-3 สัปดาห์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนท้ายเจ้าตัวยังบอกอีก...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้ยังมีเพียงพอ รอส่งมอบให้เจ้าของสุนัขและเจ้าของแมวเหมียวทั้งหลายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใครสนใจอินบ็อกซ์ไปช่องทางเฟซบุ๊กของ &amp;quot;หมวดเจี๊ยบ&amp;quot; ได้เลย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;ม้าไม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66468</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ม้าไม้, ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง, อาหารสุนัขพรีเมียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e440014a98e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมวดเจี๊ยบ&#039; เตรียมแจกอาหารหมา-แมว ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.63 -&amp;nbsp;ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า ตนจะแจกอาหารสุนัขชนิดเม็ด จำนวน 1200 ถุงๆละ ครึ่งกิโล ผ่านทาง FB แฟนเพจ หมวดเจี๊ยบ&amp;nbsp; sunisa divakorndamrong จัดส่งฟรีทางไปรษณีย์ โดยไม่คิดค่าขนส่ง เพื่อช่วยลดภาระของประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยงแต่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด และสำหรับคนในเขตวังทองหลางและลาดพร้าว ซึ่งตนเคยลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตนี้ จะได้รับเจลแอลกอฮอล์ยี่ห้อ ทักษิณ ชินวัตร เป็นรางวัลพิเศษด้วย เชื่อว่า ขณะนี้ ประชากรสัตว์ที่เป็นสุนัขและแมว ราว 10 ล้านตัว ในประเทศไทย 88.1 % เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของ และอีก 11.83 % % เป็นสุนัขหรือแมวจรจัด กำลังเดือดร้อนจากพิษโควิด เพราะเจ้าของต้องรัดเข็มขัดเรื่องค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ สัตว์จรจัดก็หาอาหารได้ยากขึ้น เพราะสถานที่ๆ เคยเป็นแหล่งอาหารหยุดกิจการ โดยเฉพาะ ร้านอาหาร วัด และ โรงเรียน เป็นต้น จะหวังพึ่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็คงไม่ได้ เพราะลำพังการให้ความช่วยเหลือประชากรที่เป็นมนุษย์ในประเทศ ก็ทำได้ไม่ทั่วถึงอยู่แล้ว คงไม่ต้องหวังว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญเรื่องความเป็นอยู่ของหมาแมว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงไม่ต้องพูดถึงว่าประชากรสัตว์ในประเทศจะมีความเป็นอยู่อย่างไร ตนจึงลุกขึ้นมาแบ่งปันอาหารให้คนอื่นที่มีสัตว์เลี้ยงตามกำลังเท่าที่มี เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้มีสัตว์เลี้ยง ซึ่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรให้ความสำคัญกับรายจ่ายของประชาชน ในเรื่องการดูแลสัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้มีไว้เพื่อการพาณิชย์ด้วย เพราะประชากรสุนัขและแมวทั่วประเทศ มีมากถึง 10 ล้านตัว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64801</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง, หมวดเจี๊ยบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2ea0fd94e5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงถอดบทเรียนกราดยิงป้องกันซํ้ารอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โพลชื่นชม &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; ในเหตุการณ์กราดยิงโคราช หนุนนั่งรัฐมนตรีหลังเกษียณ &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; ปลุกทุกฝ่ายไม่แยกฝ่ายค้าน-รัฐบาลถอดบทเรียน ชงตั้ง กมธ.หวังไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย แต่ลูกพรรคพาเหรดขย้ำ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ทั่วหน้า จิรายุไล่ให้ทั้ง ครม.ไปยืนไว้อาลัยที่เกิดเหตุ &amp;ldquo;หมวดเจี๊ยบ&amp;rdquo; ไปไกลบอกทหารส่วนใหญ่เสพติดความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 10 ก.พ. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ ได้นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่องเสียงประชาชนต่อเหตุสลดที่โคราช กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวน 1,053 ตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่หรือ 71% ติดตามข่าวคนร้ายกราดยิงอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง 26.3% ติดตามบ้าง และ 2.7% ติดตามน้อยถึงไม่ติดตามเลย
ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือ 73.7% รู้สึกสงสารผู้บริสุทธิ์ 65.8% หดหู่ใจ เศร้าใจ สลดใจ 63.2% &amp;nbsp;เสียใจ 36.8% วิตกกังวล 35.7% เครียด และ 26.3% กลัว นอกจากนี้ส่วนใหญ่หรือ 94.7% ต้องการให้หน่วยงานความมั่นคงยกระดับป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ ในขณะที่ 5.3% ไม่ต้องการ และส่วนใหญ่หรือ 87.1% ต้องการได้ยินข่าวอื่นๆ ที่ดีเสริมสร้างความสุขคนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;(ผบ.ตร.) ในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน ส่วนใหญ่หรือ 92.9% เชื่อมั่นถึงเชื่อมั่นมากที่สุด ในขณะที่ 7.1% เชื่อมั่นน้อยถึงน้อยที่สุด นอกจากนี้เมื่อถามถึงความคิดเห็นสนับสนุน พล.ต.อ.จักรทิพย์เป็นรัฐมนตรีคุมความมั่นคงหลังเกษียณอายุราชการ พบว่าส่วนใหญ่หรือ 83.7% เห็นด้วยถึงเห็นด้วยอย่างยิ่ง ในขณะที่ 16.3% ไม่เห็นด้วยถึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่มีความรักความห่วงใยต่อคนไทยด้วยกันไม่ว่าจะอยู่ภูมิภาคใด จึงน่าจะเป็นข้อมูลที่เกิดประโยชน์ต่อผู้นำประเทศในการบริหารจัดการอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนได้ดีขึ้น การแสดงออกของผู้บริหารประเทศน่าจะนำไปสู่การรักษาความรักความห่วงใยของคนไทยด้วยกัน เพราะอารมณ์ของสาธารณชนเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้นำประเทศและทีมบริหารต้องเข้าให้ถึง ที่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หรือจะทำให้อารมณ์คนคล้อยตามปรับเปลี่ยนถูกชักจูงได้โดยง่าย&amp;rdquo; ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดลกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นของนักการเมืองในเหตุการณ์ดังกล่าว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่าจำเป็นต้องถอดบทเรียนมาป้องกันในอนาคต เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดความรุนแรงหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการปล้นร้านทองหรือการใช้อาวุธสร้างความรุนแรงต่างๆ เราต้องถอดบทเรียนเพื่อให้มีมาตรการป้องกัน และการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะมีชีวิตปกติสุขโดยไม่ถูกทำร้ายในที่สาธารณะอีกแล้ว รวมทั้งยังจะสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี ก็ต้องยิ่งสร้างความมั่นใจให้ทุกคนกล้าออกไปจับจ่ายซื้อของ ทั้งนี้ยังมีคนที่ไม่หวังดีใช้โซเชียลในการปล่อยข่าวข่มขู่ว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นที่นั่นที่นี่ ก็ยิ่งทำให้ประชาชนขวัญเสีย
ปลุกทุกฝ่ายร่วมตั้ง กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคและฝ่ายค้านได้พูดคุยกับประธานวิปฝ่ายค้าน และเลขาธิการพรรคเพื่อไทยว่า เป็นเวลาที่รัฐบาล ฝ่ายค้าน ข้าราชการ และประชาชนต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ในการที่จะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจากอาวุธสงครามที่รุนแรง ดังนั้นพรรคจะตั้งกระทู้ถามและเสนอญัตติตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการทำร้ายด้วยอาวุธร้ายแรงแบบนี้กับประชาชนในที่สาธารณะ พร้อมทั้งกำชับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเอาไปโจมตีใคร แต่เป็นเวลาที่ต้องร่วมแรงกันหาวิธีการป้องกัน ดังนั้นรัฐสภาควรเปิดพื้นที่ให้รัฐบาลและฝ่ายค้านหารือกัน หาแนวทางดูแลความปลอดภัยในที่สาธารณะให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่า ส.ส.พรรคจะเสนอต่อประธานสภาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสัปดาห์หน้า&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรค พท.กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเยียวยาผู้สูญเสียในทันที และหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ขึ้นได้อีก ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ไปที่เกิดเหตุแล้วแสดงมินิฮาร์ต และส่งสัญลักษณ์ไอเลิฟยูเหมือนกับการลงพื้นที่หาเสียงดังปรากฏเป็นข่าว จนทำให้ประชาชนแทบทั้งประเทศรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง จึงขอเรียกร้องให้นายกฯ รีบแก้ภาพลักษณ์ดังกล่าว ก่อนที่จะลุกลามเป็นความไม่พอใจต่อญาติผู้สูญเสียและประชาชนมากไปกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอเรียกร้องให้นายกฯ นำคณะรัฐมนตรีไปที่เกิดเหตุและยืนไว้อาลัยอย่างสงบ และอาการสำรวม หรือทำในการประชุม ครม.ในวันอังคารซึ่งจะถือเป็นการให้เกียรติผู้สูญเสีย มากกว่าที่จะโบกไม้โบกมือทำสัญลักษณ์มินิฮาร์ตหรือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูดังที่ปรากฏเป็นข่าว เพราะยิ่งนายกฯ เคยเป็นผู้นำกองทัพยิ่งต้องระมัดระวังบุคลิกและท่าทางต่อเหตุการณ์สำคัญของประเทศชาติที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง&amp;rdquo; นายจิรายุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวอีกว่า นอกจากปัญหาเรื่องตัวบุคคลและข้อขัดแย้งที่เป็นมูลเหตุแล้ว ระบบรักษาความปลอดภัยในค่ายทหารและการบริหารจัดการปัญหาในเชิงวิกฤติ ซึ่งหากมีกลุ่มผู้ก่อการร้ายหรือคนร้ายปฏิบัติการในลักษณะเช่นนี้มากกว่า 5 คน รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ประชาชนได้อย่างไร เหตุใดจึงปล่อยให้ล่วงเลยเกือบ 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติต้องร่วมมือกันเพื่อพิจารณาและหาทางออกในเชิงป้องกัน โดยจะตั้งกระทู้ถามสดในรัฐสภาต่อนายกฯ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเชิงป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวต่อไปในอนาคต
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรค พท.กล่าวว่า การป้องกันไม่ให้ทหารคลั่งจากแรงกดดันในกองทัพ จนต้องระบายออกด้วยการทำร้ายประชาชนนั้นถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ รมว.กลาโหมต้องเร่งป้องกันและแก้ไข พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรอ้างว่าความขัดแย้งเป็นเพียงเรื่องส่วนตัว เพราะนี่คือปัญหาเชิงระบบของกองทัพที่ส่งผลกระทบต่อบุคคลภายนอก เนื่องจากทหารชั้นผู้น้อยไม่ได้รับความเป็นธรรมในกองทัพ แต่ทำอะไรผู้บังคับบัญชาไม่ได้ จึงออกมาไล่ยิงประชาชนเพื่อระบายความแค้นแบบคนไม่มีอะไรจะเสีย&amp;nbsp;
ทหารเสพติดความรุนแรง!
&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ต้องยอมรับความจริงว่า ทหารชั้นผู้น้อยที่ถูกผู้บังคับบัญชาเอาเปรียบไม่ได้มี จ.ส.อ. จักรพันธ์คนเดียว แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ทหารส่วนใหญ่ในกองทัพก็มีบุคลิกนิยมความรุนแรงแบบเดียวกับ &amp;nbsp;จ.ส.อ.จักรพันธ์ทั้งนั้น จะเห็นได้ว่าทหารส่วนใหญ่ก็โพสต์รูปปืนและอาวุธต่างๆ ลงโซเชียล และสนใจหนังบู๊แอคชั่นเหมือนๆ จ.ส.อ.จักรพันธ์เช่นกัน ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์อย่าพูดง่ายๆ ว่ามีแค่ จ.ส.อ.จักรพันธ์เพียงคนเดียวในกองทัพที่มีปัญหาทางจิตจนสามารถทำเรื่องโหดร้ายแบบนี้ได้ เพราะนั่นเป็นการประเมินปัญหาต่ำเกินไป มั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดลัทธิเอาอย่างหรือพฤติกรรมเลียนแบบ&amp;rdquo; รองโฆษก พรรค พท.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอย้ำอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องรีบจัดการ คือขจัดเงื่อนไขการกดขี่ทหารชั้นผู้น้อย ไม่เช่นนั้นอาจเกิดลัทธิเอาอย่างในอนาคต เพราะอาจมีทหารในกองทัพเกิดความกดดันจนสติแตก ลุกขึ้นมาไล่ยิงชาวบ้านเพราะรู้สึกคับแค้นใจต่อระบบที่ไม่เป็นธรรมในกองทัพอีก ถึงแม้ว่าทหารส่วนใหญ่ในกองทัพจะสามารถควบคุมตนเองได้เป็นอย่างดี เพราะได้รับการฝึกมาอย่างเชี่ยวชาญและมีวินัยสูงก็ตาม แต่ในกองทัพย่อมมีทหารที่ควบคุมสติอารมณ์ไม่ได้แฝงอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งหากสติแตกหรือฟิวส์ขาดขึ้นมาวันไหน ก็ย่อมสร้างหายนะให้ประชาชนได้อย่างไม่สามารถจินตนาการได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรค พท.กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นถึงหัวหน้ารัฐบาลกลับไม่เข้าใจสถานการณ์ ไม่มีการเตือนว่าอาวุธที่มีการปล้นไปเป็นอาวุธแบบไหน มีความร้ายแรงขนาดไหน ประหนึ่งไม่มีความห่วงใยในชีวิตของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานและประชาชน ทั้งๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยเป็นถึงผู้บัญชาการทหารบก ต้องทำมากกว่าเดินทางไปด้วยท่าทางเหมือนไปหาเสียง และยังไม่ให้เกียรติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ การยิ้มโบกไม้โบกมือทักทายประชาชน รวมไปถึงสัญลักษณ์มินิฮาร์ต เป็นการกระทำที่ไม่น่าจะเกิดมาจากคนที่เป็นผู้นำประเทศ เพราะในขณะที่ประชาชนกำลังร้องไห้ &amp;nbsp;ท่านยืนยิ้มได้อย่างไร ไร้ภาวะผู้นำสิ้นดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า คงถึงเวลาแล้วที่การปฏิรูปกองทัพต้องเกิดขึ้นในประเทศไทย การปฏิรูปกองทัพไม่ใช่เกมการเมืองอย่างที่ฝ่ายผู้มีอำนาจคิด แต่การปฏิรูปกองทัพเป็นเกียรติยศที่กองทัพควรกอบกู้ความเชื่อมั่นจากประชาชนคืนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค.โพสต์เช่นกันว่า หลังจากนี้สังคมไทยต้องช่วยกันถอดบทเรียนถึงต้นเหตุของปัญหาที่ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ แน่นอนว่าคงปฏิเสธไม่ได้ถึงการกดขี่และเหลื่อมล้ำในชนชั้นของผู้บังคับบัญชาที่มีต่อทหารชั้นผู้น้อย รวมไปถึงความหละหลวมของกองทัพต่อการเข้าถึงอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงเป้าหมายที่ควรมีการปฏิรูปกองทัพตามที่พรรคอนาคตใหม่ทำมาโดยตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันอีกครั้งว่าการปฏิรูปกองทัพไม่ใช่การช่วงชิงชัยชนะทางการเมือง แต่เป็นการสร้างความมั่นคงและสร้างคุณภาพให้กองทัพไทย&amp;rdquo; นายคารมระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า อยากให้กองทัพได้ศึกษาบทเรียนและหาทางป้องกันและควบคุมการเข้าถึงและการใช้อาวุธร้ายแรง เพราะประชาชนจำนวนมากไม่เข้าใจว่าทำไมทหารผู้ก่อเหตุถึงได้มีอาวุธมากมายขนาดนี้ และจะป้องกันได้อย่างไรที่จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยจากการศึกษาบทเรียนจากต่างประเทศพบว่า การเกิดเหตุการณ์กราดยิงจนทำให้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมากในลักษณะนี้มีโอกาสสูงที่จะเกิดการลอกเลียนแบบได้ ซึ่งเกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ &amp;nbsp;แม้กระทั่งการกราดยิงในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัย ในที่ทำงาน และในห้างสรรพสินค้า ในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ยังเกิดขึ้นกันอยู่บ่อยครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลต้องเร่งสร้างมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก รวมถึงการดูแลสภาพจิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา โดยเชื่อว่าปัจจัยที่ทำให้คนปกติสามารถกระทำการอันอุกอาจขนาดนี้ได้ ต้องเกิดมาจากความเครียดอย่างรุนแรง ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องหาทางแก้ไขไม่ให้ประชาชนเครียดกันมาก โดยเฉพาะความเครียดรุนแรงทางเศรษฐกิจ เพราะปีนี้เศรษฐกิจจะเลวร้ายยิ่งกว่าปีที่แล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัยกล่าวอีกว่า ประชาชนจำนวนมากไม่พอใจกับการแสดงออกของ พล.อ.ประยุทธ์ที่เดินทางไปแถลงข่าวที่โคราช จากพฤติกรรมคล้ายการหาเสียงมากกว่าจะไปแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ซึ่งไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมในภาวะที่เศร้าสลดเช่นนี้ โดยอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ศึกษาว่าผู้นำประเทศที่มีชื่อเสียงจากประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาแสดงอากัปกิริยาสำรวมอย่างไรในภาวะเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 18.30 น. ที่ห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จ.นครราชสีมา นายปิยบุตร &amp;nbsp;แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นตัวแทนพรรคอนาคตใหม่ร่วมวางดอกไม้แสดงความเสียใจและเขียนข้อความไว้อาลัยแด่ผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ #กราดยิงโคราช&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรเขียนข้อความในกระดาษพร้อมช่อดอกไม้ไว้อาลัยว่า &amp;quot;ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกท่าน และขอเอาใจช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้ไปได้ ผมขอส่งกำลังใจให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้ประสบเหตุการณ์ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อันไม่คาดฝันนี้ ขอให้ทุกท่านก้าวผ่านพ้นประสบการณ์อันเลวร้ายนี้ไปให้ได้โดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และไม่ย่อท้อจนสามารถคลี่คลายสถานการณ์ลงได้ ผมขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวโคราชที่ร่วมกันแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ช่วยเหลือกัน และไม่ทอดทิ้งกันในวันแห่งความยากลำบากเช่นนี้&amp;rdquo; นายปิยบุตรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกุลธิดาเขียนข้อความว่า &amp;quot;ขอแสดงความเสียใจกับดวงใจทุกดวงที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ ครอบครัว ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่สูญเสีย เจ้าหน้าที่ อาสาสมัครทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานอย่างแข็งขันเพื่อฝ่าฟันวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่เป็นเพียงเหตุการณ์ แต่จะเป็นบทเรียนอันสำคัญเพื่อให้พวกเราทุกคนร่วมกันทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่า เพื่อไม่ให้ใครต้องประสบพบเจอประสบการณ์เช่นนี้อีก&amp;rdquo; กุลธิดาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ทั้งสองยังได้วางดอกไม้และข้อความไว้อาลัยจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยมีข้อความว่า &amp;quot;ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตในโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น การเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างกะทันหันโดยไม่คาดคิดเป็นสิ่งที่ยากจะทำใจยอมรับในเวลาอันสั้น ผมคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าส่งกำลังใจให้ทุกท่านในช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ผมขอยกย่องในความกล้าหาญของทุกท่าน ความเสียสละของท่านทำให้หลายชีวิตของผู้บริสุทธิ์ได้รอดคืนสู่อ้อมกอดครอบครัวของพวกเขา ผมหวังว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้จะเป็นบทเรียนให้กับทุกฝ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต&amp;rdquo; นายธนาธรระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากการวางดอกไม้แสดงความอาลัย ทั้งสองได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ พร้อมกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ขอให้กำลังใจชาวโคราชและพี่น้องชาวไทยทุกคนให้ผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้ด้วยดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56833</URL_LINK>
                <HASHTAG>การุณ โหสกุล, คารม พลพรกลาง, จิรายุ ห่วงทรัพย์, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ดร.นพดล กรรณิกา, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พิชัย นริพทะพันธุ์, ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200210/image_big_5e416b7da9867.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
