<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 17:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 17:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;รจนา สินที &#039; หนีไปแล้ว !!!คดีโกงเงินเด็กกองทุนเสมาฯ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ก.ย.64- นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวถึงการดำเนินงานโครงการกองทุนเสมาพัฒนาคุณภาพชีวิต ว่า &amp;nbsp;เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ซึ่งได้ทบทวนแผนการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยได้มีการจัดสรรทุนการศึกษาสำหรับปี 2564 สำหรับทุนการศึกษาพยาบาล พร้อมทั้งให้เพิ่มทุนเสมาพัฒนาชีวิตให้แก่นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และนักเรียนที่กำลังศึกษาในโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ด้วย &amp;nbsp;สำหรับการวางแนวทางเพื่อปิดช่องทุจริตไม่ให้เกิดขึ้นเหมือนในอดีตที่ผ่านมานั้น &amp;nbsp;ในยุคที่ตนเป็นผู้ดูแลกองทุนฯดังกล่าวได้ปรับระบบเบิกจ่ายที่รัดกุมขึ้น โดยวิธีการจ่ายเงินจะจ่ายตรงไปยังผู้รับทุนหรือสถานศึกษา ซึ่งหากจะเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินการให้ทุนไม่ว่าจะกี่บาทก็ตาม ตนจะนำเข้าคณะกรรมการกองทุนฯพิจารณาทันที อีกทั้งจะไม่มอบการดำเนินงานในลักษณะหลักการ &amp;nbsp;เช่น ให้ตนต้องเซ็นกำกับเมื่อมีกุญแจหาย หรือนำเงินไปฝากแล้วไม่ฝากไม่ได้ เป็นต้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;การให้ทุนดังกล่าวได้เพิ่มช่องทางการช่วยเหลือด้วยการสนับสนุนทุนการศึกษา สำหรับจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอน รวมถึงในอนาคต ผมอยากให้กองทุน เปิดกว้างสำหรับเด็ก ที่ต้องการรับทุนและประสบภาวะปัญหาความยากจนจริงๆ เนื่องจากที่ผ่านมากองทุนเสมาฯจะให้น้ำหนักกับนักศึกษาพยาบาล อีกทั้งจุดประสงค์ของกองทุน คือ ดึงเด็กหญิงในภาคเหนือที่ยากจน เสี่ยงต่อการล่อลวงไปค้าประเวณี ให้อยู่ในระบบการศึกษาต่อระดับวิชาชีพ หรือ กลุ่มเด็กตกเขียว จึงเขียนระเบียบจำกัดเกินไป ดังนั้นจึงอาจมีการทบทวนเปิดกว้างการจัดสรรทุนให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับเด็กไทยทั่วประเทศที่อยู่ในสภาวะลำบาก เช่น พ่อแม่เสียชีวิต พิการ ขาดผู้อุปการะ มีฐานะยากจน&amp;rdquo;ปลัด ศธ.กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายสุภัทร กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นการฟ้องละเมิดของผู้เกี่ยวข้องที่จะต้องร่วมชดใช้ค่าเสียหายนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของฝ่ายกฎหมาย และผู้กระทำความคิดคือ นางรจนา สินที &amp;nbsp;อดีตข้าราชการระดับ 8 ได้รับทราบว่ามีการหนีคดีระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งเป็นกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามดำเนินคดีต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ในอนาคต ผมเป็นห่วงว่าเงินในกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตที่เป็นเงินฝากประจำและใช้เงินดอกผลจากกองทุนมาจัดสรรนั้น จะไม่มีเงินแล้ว เพราะในยุคของผมที่ยังเหลือวาระอีก 1 ปี สามารถบริหารจัดการได้พอดี แต่ผู้ที่มารับช่วงต่อจากตนจะลำบาก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยน้อยลงและไม่มีรายได้จากทางอื่นมาสมทบเพิ่มเติม ซึ่งในอนาคตจะต้องวางแผนการระดมทุนให้มากขึ้น&amp;quot;ปลัดศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับ นางรจนา สินที เป็นหนึ่งในผู้บริหาร กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ได้กระทำการยักยอกเงินของกองทุนไปเป็นเวลานาน&amp;nbsp; อนเรื่องมาแดง ในปี2561&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงาน&amp;nbsp; สำหรับการตรวจสอบการโอนเงินของกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2551 ถึงเดือนมีนาคม 2561 พบว่า มีการอนุมัติเงิน 166,347,721 บาท เป็นการโอนเงินเข้าบัญชีหน่วยงาน 77,531,072 บาท และเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล 88,816,640 บาท เบื้องต้นพบเป็นบัญชีญาติของข้าราชการคนนั้น โดยในปี 2551 และ 2553 ระบบบัญชียืนยันว่าได้จ่ายแล้ว แต่ยังหาเอกสารไม่พบอยู่ระหว่างการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปี 2552 อนุมัติ 10,892,422บาท โอนบัญชีหน่วยงาน 8,571,276 บาท โอนบัญชีบุคคล 2,320,968 บาท ปี 2554 อนุมัติ 11,409,860 บาท โอนบัญชีหน่วยงาน 7,377,460 บาท โอนบัญชีบุคคล 4,032,400 บาท ปี 2555 อนุมัติ 25,407,608 บาท โอนบัญชีหน่วยงาน 9,074,336 บาท โอนบัญชีบุคคล 16,332,272 บาท ปี 2556 อนุมัติ 37,047,000 บาท โอนบัญชีหน่วยงาน11,806,000 บาท โอนบัญชีบุคคล 25,241,000 บาท ปี 2557 อนุมัติ 10,997,000 บาท โอนบัญชีหน่วยงาน 8,754,000 บาท โอนบัญชีบุคคล 2,243,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2558 อนุมัติ 35,227,000 บาท โอนบัญชีหน่วยงาน 16,954,000 บาท โอนบัญชีบุคคล 18,273,000 บาท ปี 2559 อนุมัติ 18,717,000 บาท โอนบัญชีหน่วยงาน14,169,000 บาท โอนบัญชีบุคคล 4,548,000 บาท ปี 2560 อนุมัติ 13,625,000บาท โอนบัญชีหน่วยงาน 825,000 บาท โอนบัญชีบุคคล 12,800,000 บาท ปี 2561 ถึงเดือนมี.ค. อนุมัติ 3,025,000 บาท โอนเข้าบัญชีบุคคลทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนการโกงเงิน &amp;ldquo;กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต&amp;rdquo; โดยพบว่าข้าราชการหญิงซี 8 ที่ทำเอกสารใช้ในการทุจริตยักยอกเงิน 88 ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118008</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเสมาพัฒนาคุณภาพชีวิต, รจนา สินที</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61519a37179c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จดหมายอ้างชื่อ&#039;รจนา สนที&#039;โผล่ศธ.  แฉยับมีโกงอีกบานแต่ยังหาคนผิดไม่ได้สักราย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย. 61 &amp;nbsp;- นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กล่าวว่า วันนี้ (5 เม.ย.) นางรจนา สนที อดีตนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ระดับ 8 ไม่ได้เข้ามาให้ปากคำหรือข้อมูลใดๆ หลังจากที่คณะกรรมการสืบฯ ได้ส่งหนังสือเชิญมาให้ปากคำ ซึ่งทางคณะกรรมการสืบฯ ก็ไม่ได้วิตกกำลังวล แม้ว่านางรจนาจะไม่มาให้ปากคำ เนื่องจากข้อมูลและเอกสารต่างๆ ที่มีอยู่ ถือว่าสมบูรณ์อยู่แล้ว แต่หากนางรจนาเข้ามาให้ข้อมูลก็จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับการโอนเงินจากนางรจนานั้น ขณะนี้มีการติดต่อมาที่คณะกรรมการสืบฯ เพื่อขอเข้ามาให้ข้อมูลในช่วงระหว่างวันที่ 6-8 เม.ย.นี้ โดยคนหนึ่งเป็นข้าราชการระดับ 8 สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และอีกคนเป็นข้าราชการของกรมที่ดิน ซึ่งเข้าใจว่าทั้ง 2 คนเป็นเพื่อนที่เรียนร่วมกับนางรจนามาในระดับปริญญาโท ซึ่งเบื้องต้นทั้งสองรายยอมรับว่าได้รับการโอนเงินจริง และพร้อมจะนำหลักฐานต่างๆ มาให้คณะกรรมการสืบฯ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในวันที่ 10 เม.ย.จะหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนและกำหนดแนวทางในการทำงานร่วมกันต่อไป อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการสืบฯ อาจจะต้องขอขยายระยะเวลาในการสืบข้อเท็จจริงไปอีก 15 วัน เนื่องจากขณะนี้มีเอกสารหลักฐานและบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอดีตปลัด ศธ. ได้ขอเลื่อนการส่งเอกสารชี้แจงในเรื่องดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่มีจดหมายเปิดผนึก ที่อ้างว่านางรจนาเป็นผู้เขียนนั้น ตนตั้งข้อสังเกตว่าไม่น่าจะใช่นางรจนา พิมพ์เอง เพราะเท่าที่ตนสืบข้อเท็จจริงเอกสารต่างๆ ของนางรจนา ส่วนใหญ่จะใช้ฟรอนท์อังสนา แต่ตัวอักษรในจดหมายเปิดผนึกเป็นฟรอน์ไทย-สารบัญ &amp;nbsp;ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีใครแอบอ้างใช้จังหวะนี้ เพื่อการเกาะแสก็เป็นได้ ดังนั้น ตนจะเก็บจดหมายเปิดผนึกชิ้นนี้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 14.00 น. มีผู้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างนำซองเอกสารสีน้ำตาลจ่าหน้าซองถึงห้องสื่อมวลชน ศธ. ภายในซองเป็นจดหมายเปิดผนึก มีใจความระบุว่า กราบเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันร์โอชา นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ดิฉันนางรจนา สินที อดีตข้าราชการสำนักงานปลัด ศธ.ระดับชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ &amp;ldquo;กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต&amp;rdquo; ที่กำลังโด่งดังขณะนี้ เพราะถูกพิจารณาโทษทางวินัยร้ายแรงโดยถูก &amp;ldquo;ไล่ออกจากราชการ&amp;rdquo; แล้วนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การเขียนจดหมายเปิดผนึกครั้งนี้ ดิฉันจะไม่เรียกร้องความเห็นใจใดๆ เพราะถือว่ายอมรับทุกประการกับผลกรรมที่ได้กระทำลงไปที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อราชการ แต่มีประเด็นที่จะกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อจะเป็นบทเรียนสังคมต่อไป ดังนี้ &amp;nbsp;1.ประเด็นเพื่อพิจารณา คือ การพิจารณาโทษทางวินัยของดิฉันที่กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการอย่างเร่งรีบ รวบรัด การตั้งคณะกรรมการไม่ได้แจ้งคำสั่งเป็นเอกสาร มิได้ให้เวลาดิฉันชี้แจงแม้แต่จำนวนเงินที่เสียหายก็ยังไม่มีข้อยุติ โดยใช้เวลาไม่ถึงเดือน (28 ก.พ.-26 มี.ค.2561) เพื่อลงโทษทางวินัย ทั้งนี้การพิจารณาโทษทางวินัยร้ายแรง ดังกรณีนี้หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าเกิดประโยชน์ต่อทางราชการและกระทำโทษโดยถูกต้องชอบธรรมแล้ว ขอได้โปรดสั่งการกำชับ เร่งรัดให้ทุกหน่วยงานดำเนินการ &amp;ldquo;ทางวินัย&amp;rdquo; แก่ข้าราชการที่กระทำความผิดทุกระดับอย่างเท่าเทียม เพื่อเป็นบรรทัดฐาน ดังเช่นที่ดำเนินการกับดิฉันจักได้ไม่เป็นที่ครหาสืบไป พร้อมขอเป็นกำลังใจให้นายกฯในการต่อสู้กับการทุจริตคอรัปชัน โดยเฉพาะกับผลการวิจัยและสำรวจหลายสถาบันชี้ว่า &amp;ldquo;มีการทุจริตในงบประมาณของประเทศทุกๆปี เฉลี่ยปีละ 5-30% คิดเป็นการสูญเสียกว่าปีละ 3,000-4,000 ล้านบาท และยังมีการรั่วไหลของเงินแผ่นดินอีกจำนวนมาก รัฐบาลนี้หรือทุกรัฐบาลต้องจัดการตรวจสอบแก้ไขต่อความเสียหายอย่างนี้ให้ยุติ &amp;ldquo;มิใช่&amp;rdquo; เกิดกระแสไฟไหม้ฟางหรือเพียงการ &amp;ldquo;จัดงานอีเวนต์&amp;rdquo; รณรงค์สร้างภาพเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในจดหมายเปิดผนึกยังระบุอีกว่า ส่วนประเด็นฝากถึงสังคม ขอความกรุณานายกรัฐมนตรีได้โปรดเร่งรัด จัดการให้ทุกหน่วยงานที่มีปัญหาการทุจริตทุกงาน ทุกโครงการ ไม่ว่ามูลค่าความเสียหายจะเท่าไหร่ จักต้องดำเนินการหาคนผิดมาลงโทษ มารับผิดชอบและขอให้สังคมเฝ้าติดตาม เพราะบางคดีเกิดขึ้นเป็นเวลานานแล้ว แต่เกิดความล่าช้า หาคนผิดไม่ได้และบางคดีอาจลืมหายไปอาทิ 2.1คดีในสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาหลายคดีความเสียหายหลายพันล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.2 คดีการก่อสร้างสนามฟุตซอลทั่วประเทศความเสียหายหลายร้อยล้านบาท 2.3 โครงการไทยเข้มแข็งของ อาชีวศึกษาเสียหายหลาพันล้านบาท 2.4 ความเสียหายการสร้างอควาเรียม สงขลา เสียหายกว่าพันล้านบาท 2.5ความเสียหายโครงการ MOE NET ศธ. เสียหายกว่า 3,000 ล้านบาทความเสียหาย 2.6 โครงการซีซีทีวีใต้เสียหายกว่า 400 ล้านบาท 2.7 โกงเงินธนาคารกรุงไทยเสียหายเป็นหมื่นล้าน 2.8ผลาญงบพัฒนาเมืองโบราณ (บางแห่ง) เสียหายเป็นพันล้านบาท 2.9 ทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (สะสม) เสียหายเป็นหมื่นล้านบาท 2.10 ทุจริตโครงการตำบลละ 5,000,000 บาท เสียหายหลายพันล้านบาทความเสียหาย 2.11 โครงการจำนำข้าวทุกรัฐบาลเสียหายหลายแสนล้าน 2.12 โครงการโกงเงินคนจน ในกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งเกิดขึ้นแทบทุกที่ซึ่งเป็นข่าวก่อนเรื่องของดิฉันเป็นความเสียหายจำนวนมากและกระทบกับคนด้อยโอกาสมากมายมีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องก็ยังหาคนผิดไม่ได้แม้แต่รายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แม้โครงการที่มีความเสียหายที่ คสช. รัฐบาลนี้ใช้อำนาจโดยผ่านม.44 ในระยะเวลา3-4 ปี มานี้บางโครงการมีมูลค่าความเสียหายมหาศาลผู้กระทำความผิดจำนวนมากแต่หาคนผิดมาลงโทษได้กี่ราย หรือแม้แต่โครงการมาหาโปรเจ็คที่รัฐเสียหายหลักพัน-หมื่น-แสนล้าน หากสามารถเร่งรัดหาคนผิดมาลงโทษได้ภายในไม่กี่ไม่ถึงเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นกรณีของดิฉันจะทำให้สังคมและบ้านเมืองได้รับประโยชน์ คนกระทำผิดจะได้เกรงกลัว ขอท่านนายกโปรดอย่าลืม หากกรณีนี้เป็นเหตุให้เกิดปรากฏการเร่งรัดเอาผิด เพื่อนำผู้กระทำผิดมารับโทษทันได้โดยเร็วและเป็นธรรม ก็ขอภาวนาให้เกิดผลกับทุกคดีทุกหน่วยงานเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของชาติและเป็นบทเรียนสำคัญให้สังคมติดตามต่อไป ดิฉันขอยืนยันว่าจะยินดีรับในผลที่กระทำจะไม่หนีและพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของแผ่นดินต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จดหมายฉบับนี้ดิฉันขอฝากกราบขอโทษต่อคุณแม่ซึ่งอายุมากแล้ว ขอโทษญาติพี่น้องคนใกล้ชิดทุกคนที่ดิฉันได้สร้างตราบาปในชีวิตให้กับพวกเขาเหล่านั้น ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่เคยรับรู้เรื่องเหล่านี้ด้วยตลอดทั้งผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานที่ทำให้เสื่อมเสียมาสู่องค์กรซึ่งดิฉันอาจให้เวลากับหน้าที่การงานมากเกินไปจนลืมว่าเวลาของดิฉันนั้นสั้นนัก คำพูดที่สะเทือนใจแต่ทำให้ดิฉันสำนึกได้มากที่สุดคือลูกชายอายุ 30 กว่าปี พูดว่าเกิดเรื่องแม่ติดคุกก็ดีแม่จะได้พักผ่อน เพราะที่ผ่านมาแม่ไม่เคยได้หยุดพัก ทำแต่งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายนี้หากชีวิตที่ผ่านมา 59 ปี ดิฉันได้สร้างปัญหาก่อกรรมทำบาปไว้ก็ขอน้อมรับไว้แต่หากการกระทำของดิฉันประกอบ คุณประโยชน์และความดีเป็นกุศลดิฉันก็ขอน้อมมอบให้แก่ชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ที่ดิฉันยึดมั่นเคารพรักและขอมอบอุทิศให้แม้ชีวิตเพื่อแผ่นดินไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอแสดงความนับถืออย่างสูง รจนา สินที ลงวันที่ 5 เมษายน 2561.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6547</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, กองทุนเสมา, ทุจริต, รจนา สินที, ศธ., อรรถพล ตรึกตรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8cb809818b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่ออก&#039;รจนา สินที&#039; ปปง.ตามบี้ฟอกเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.ก.พ.มีมติไล่ &amp;quot;รจนา สินที&amp;quot; ซี 8 ศธ.โกงเงินกองทุนเสมาฯ ออกจากราชการ ชี้ผิดวินัยอย่างร้ายแรงมีผลทันที &amp;quot;หมอธี&amp;quot; เชื่อไม่ทำคนเดียว กำชับองค์กรหลัก ศธ.ทำเรื่องระบบตรวจสอบบัญชี ให้มีความโปร่งใส ปปง.จ่อฟันฟอกเงินซ้ำ ด้าน ป.ป.ท.สรุปโกงคนไร้ที่พึ่งยอดพุ่งรวม 53 จว. 107 ล้านบาท ขณะที่กรรมการ ป.ป.ช.แฉวิ่งเต้นให้ตัวเองลงไปนั่งเก้าอี้ ผอ.แต่ละจังหวัดหวังโกยเงินเข้ากระเป๋าแน่ เอาผิดตั้งแต่ระดับหัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) วันที่ 26 มีนาคม นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp;(ปลัด ศธ.) แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานปลัด ศธ. &amp;nbsp;(อ.ก.พ.สป.) เพื่อพิจารณาโทษวินัยร้ายแรงนางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ระดับ 8 สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ศธ. กรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ 7:0 โดยพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนางรจนาเป็นการกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ และฐานรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฐานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 82 (2) มาตรา 83 (1) (4) และ (7) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน &amp;nbsp;พ.ศ.2551 เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับการลงโทษข้าราชการผู้กระทำผิดวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร. 0205/ว234 ลงวันที่ 24 ธ.ค.2536 จึงมีมติลงโทษไล่นางรจนาออกจากราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มติดังกล่าวจะมีผลทันที ส่วนการขยายผลไปยังบุคคลอื่นอยู่ระหว่างคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกำลังดำเนินการ หากมีใครเข้าเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการทางวินัยต่อไป โดย ศธ.จะส่งข้อกล่าวหาให้นางรจนารับทราบ และส่งให้ ป.ป.ท.และ ปปง.ได้ไปใช้ในการประกอบดำเนินคดีอีกทางหนึ่งด้วย&amp;quot; นายการุณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม อ.ก.พ.สป.ที่มีนายการุณเป็นประธาน ได้มีการพิจารณาโทษวินัยร้ายแรงนางรจนาโดยใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงในการหารือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนต้องจริงจัง เพราะการปราบทุจริตคือส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งขณะนี้ก็ทราบว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ก็เข้าไปตรวจค้นบ้านนางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ระดับ 8 สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ศธ. ซึ่ง ป.ป.ท.คิดเหมือนตนว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีนางรจนาทำคนเดียว ดังนั้นจะต้องตรวจสอบเครือข่ายว่าเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดบ้าง อีกทั้งก็มีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราเดินหน้าเต็มที่ โดยประเด็นสำคัญต่อจากนี้จะต้องมีการขยายผลเพื่อปราบทุจริตให้หมดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลได้มีหนังสือสั่งการให้ทุกกระทรวงปราบทุจริต ดังนั้นผมจึงมีหนังสือสั่งการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทุจริต กำชับให้หน่วยงานองค์กรหลัก ศธ.ทุกหน่วยงานดำเนินการเรื่องระบบตรวจสอบบัญชีของหน่วยงานตัวเองให้มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ เพราะที่ผ่านมาเราก็เห็นถึงกรณีกองทุนเสมาฯ &amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นแล้วว่า กองทุนก่อตั้งมา 10 ปีแต่ระบบตรวจสอบกลับมีความบกพร่อง ดังนั้นระบบตรวจสอบบัญชีของทุกหน่วยงานจะต้องตรวจสอบได้ว่า ระบบการโอนเงินของหน่วยงานเป็นแบบไหน บุคคลที่รับผิดชอบกับระบบการเงินต้องตอบได้ว่าโอนเงินไปแล้วผู้รับเงินเป็นใคร ซึ่งจะต้องดำเนินการให้ชัดเจน&amp;quot; รมว.ศธ.กล่าว
ปปง.จ่อฟันฟอกเงินซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า ส่วนประเด็น ศธ.ซึ่งเป็นผู้เสียหายจะต้องพิจารณาเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการเบิกจ่ายเงินด้วย เพื่อติดตามเงินกลับมามอบแก่นักเรียนในโครงการที่ยังไม่ได้รับเงิน ทั้งนี้ความผิดทางละเมิดนั้นตามหลักเกณฑ์แล้ว ผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบร้อยละ 100 ตามข้อกฎหมายของกระทรวงการคลังว่าใครจะต้องรับผิดชอบจำนวนเท่าไหร่ แต่หากยึดทรัพย์แล้วไม่สามารถนำมาชดใช้ได้ครบ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบตามสัดส่วนที่เหลือ แม้จะไม่ได้ร่วมกระทำความผิด แต่ได้รับผิดชอบดูแลกองทุนไม่ว่าจะเป็นอดีตผู้บริหาร ศธ. เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น ชั้นกลาง และผู้อนุมัติผ่านงานกลับบกพร่องต่อหน้าที่ก็โดนความผิดทางละเมิดไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรม สำนักงาน ปปง. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมการเงินคดีนางรจนาว่า ขณะนี้การตรวจสอบมีความคืบหน้าไปพอสมควร คาดว่าอีก 1 เ ดือนจะได้ข้อสรุป ซึ่งการตรวจสอบเงินที่โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลอื่น 22 บัญชี พบว่าเงินถูกถอนออกหมดตั้งแต่ต้น ก.พ.ที่ผ่านมา โดย ปปง.จะต้องสืบทรัพย์ต่อว่ามีการนำเงินไปใช้จ่ายหรือแปลงไปเป็นสินทรัพย์ประเภทอื่นหรือไม่ เพราะเชื่อว่านางรจนาไม่สามารถที่จะดำเนินการเรื่องทั้งหมดได้เพียงคนเดียว ทั้งนี้จะดำเนินคดีต่อผู้ต้องหาในคดีฟอกเงิน ซึ่งมีโทษจำคุกทางอาญา 10 ปี โดยนางรจนากระทำผิดหลายกรรม จะต้องฟ้องเรียงกระทงลงโทษ ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงินคดีทุจริตเงินช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยวันนี้ได้ประชุมร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ท. หากมีรายละเอียดจะแจ้งให้ทราบภายหลัง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผอ.กองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 เปิดเผยว่า ที่ต้องเร่งขยายผลคือความเชื่อมโยงถึงข้าราชการในระดับสูงกว่านางรจนา จากการพูดคุยกับนางรจนาขณะสนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ร่วมกับการสังเกตสภาพความเป็นอยู่ที่บ้าน เชื่อว่านางรจนายังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริง คงต้องให้เวลาอีกระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม ในฐานะกำกับดูแล ศธ.กล่าวถึงการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตว่า เป็นช่องโหว่ของกระบวนการตามขั้นตอนที่เปิดช่องให้ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ถือว่าเป็นความล้มเหลวของระบบตรวจสอบ ยืนยันว่าจะต้องมีการเร่งรัด ปรับปรุงกระบวนการขั้นตอนให้มีความรัดกุมมากขึ้น เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญต่อการป้องกันการทุจริต &amp;nbsp;โดยขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังเร่งรัดตรวจสอบ โดยเฉพาะ ป.ป.ท.ที่กำลังตรวจสอบเพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง และได้สั่งการให้เลขาธิการ ป.ป.ท.รายงานเรื่องนี้ต่อที่ประชุมศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากพบมีการทุจริตเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน สามารถขอหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) &amp;nbsp;ใช้อำนาจมาตรา 44 ในการจัดการได้ เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญและต้องการแก้ปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง เพราะถือเป็นวาระแห่งชาติและเป็นนโยบายเร่งด่วน&amp;quot; พล.อ.อ.ประจินกล่าว
แฉวิ่งเต้นเป็น ผอ.จ้องงาบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน ป.ป.ท. พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท.เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบงบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รวมระยะเวลา &amp;nbsp;41 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ - 25 มี.ค.61 วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 123,159,000 บาท กรอบระยะเวลาถึง &amp;nbsp;31 มี.ค.นี้ ล่าสุดรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาพบความผิดปกติเพิ่มอีก 4 จังหวัด คือ เลย ชลบุรี ภูเก็ต และปัตตานี รวมขณะนี้เป็น 53 จังหวัดที่พบมีการทุจริตแล้ว วงงบประมาณ 107,049,000 บาท หรือ ประมาณ 87 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 23 จังหวัดกำลังตรวจสอบ คิดเป็น 13 เปอร์เซ็นต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ป.ป.ท.ยังดำเนินการตรวจสอบนิคมสร้างตนเอง ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง ศูนย์ประสานงานโครงการอื่นๆ อีก 6 แห่ง รวมวงเงินงบประมาณ 125,092,000 บาท คือ 1.นิคมสร้างตนเองเชียงพิณ จ.อุดรธานี งบประมาณ 7,030,000 บาท ซึ่งบอร์ด ป.ป.ท.รับไว้ไต่สวนแล้วเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา 2.นิคมสร้างตนเองห้วยหลวง จ.อุดรธานี งบประมาณ 5,030,000 บาท กับ 3.นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น งบประมาณ 11,700,000 บาท ส่ง ป.ป.ช.เพราะ ผอ.ศูนย์เป็นข้าราชการระดับซี 8 (อำนวยการต้น) เกินอำนาจ ป.ป.ท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ล่าสุดพบอีก คือ 4.นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้จังหวัดสตูล งบประมาณ 10,980,000 บาท 5.ศูนย์ประสานงานโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง เชียงใหม่ งบประมาณ 23,747,000 บาท และ 6.ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ งบประมาณ 66,605,000 บาท ส่อทุจริตมีพฤติการณ์ลักษณะมุ่งเน้นให้เงินทุนกลุ่มวิชาชีพและเบิกสงเคราะห์จำนวนหลายครั้ง อยู่ระหว่างหาข้อมูลเพิ่มเติมและจัดทำรายงานเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท.&amp;quot; พ.ท.กรทิพย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 53 จังหวัดที่พบการทุจริตงบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประกอบด้วย ขอนแก่น เชียงใหม่ บึงกาฬ หนองคาย สุราษฎร์ธานี ตราด น่าน สระแก้ว อุดรธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กระบี่ ตรัง &amp;nbsp;ร้อยเอ็ด ยะลา พัทลุง ชุมพร สุรินทร์ อ่างทอง พิษณุโลก ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สงขลา นราธิวาส มหาสารคาม &amp;nbsp;ลำพูน นครราชสีมา อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี นครพนม กาฬสินธุ์ พิจิตร ราชบุรี นครปฐม &amp;nbsp;มุกดาหาร ลำปาง เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก อุทัยธานี สตูล ลพบุรี หนองบัวลำภู ศรีสะเกษ กำแพงเพชร พังงา สกลนคร จันทบุรี เลย ชลบุรี ภูเก็ต และปัตตานี ที่บอร์ด ป.ป.ท.อนุมัติไต่สวนแล้วมี 9 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ขอนแก่น บึงกาฬ หนองคาย น่าน ตราด สุราษฎร์ธานี เชียงราย และอุบลราชธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า การทุจริตเงินอุดหนุนผู้ยากไร้ ทั้งกรณีเงินช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งและเงินสงเคราะห์พัฒนาชาวเขาเกิดขึ้นบ่อยครั้งตั้งแต่อดีต และไม่ว่าจะตรวจสอบไปจังหวัดใดมักจะพบทุจริตในจังหวัดนั้น และยังพบว่า เมื่อมีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในแต่ละปี มักจะมีการวิ่งเต้นขอให้คนใกล้ชิดไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ในแต่ละจังหวัด เนื่องจากเป็นแหล่งเงินที่สามารถทุจริตนำมาเข้ากระเป๋าตัวเองได้ หากจะเอาผิดต้องตรวจสอบตั้งแต่ข้าราชการระดับสูงจนไปถึงเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนล่าสุดที่ พม.ได้มีคำสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับซี 9 จำนวน 14 รายออกจากตำแหน่งเป็นการชั่วคราว หลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือพวกพ้องตนเองให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการในศูนย์พักพิงคนไร้ที่พึ่ง และศูนย์พัฒนาพื้นที่สูงนั้น เชื่อว่าหลังจากนี้กระทรวงจะยื่นเรื่องมาถึง ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบเอาผิดข้าราชการทั้งหมดที่มีส่วนเกี่ยวข้อง&amp;quot; นายสุรศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ออกจดหมายเปิดผนึกขอทราบความคืบหน้าและแนวทางดำเนินการของ ป.ป.ช.เกี่ยวกับกรณีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนถึง พล.ต.อ.วัชรพล &amp;nbsp;ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยขอให้ชี้แจงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมครอบครองนาฬิกาและแหวนเพชรราคาแพงหลายรายการ และกรณี &amp;nbsp;พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อดีตสมาชิก คสช. และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ยืมเงิน 300 ล้านบาทจากเอกชนในขณะที่ยังดำรงตำแหน่งราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยระบุว่าเนื่องจากสองกรณีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญในรัฐบาลที่มีหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายของประเทศ จึงขอให้ ป.ป.ช.ได้ชี้แจงประเด็นต่างๆ ให้สังคมได้รับรู้เป็นที่กระจ่างชัด ดังนี้ 1.คำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ ป.ป.ช.ได้รับมาอย่างต่อเนื่องนั้น ถือว่ามากเพียงพอแล้วหรือยัง 2.กรณีพล.อ.ประวิตร แหวนเพชรและนาฬิกาทั้ง 25 เรือนที่ตรวจสอบ แต่ละรายการมีที่มาที่ไปอย่างไร 3.กรณี พล.ต.อ.สมยศยืมเงินจำนวน 300 ล้านบาท มีประเด็นทางกฎหมายและข้อเท็จจริงอย่างไร 4.มีการตั้งประเด็นในการแสวงหาข้อเท็จจริงหรือไต่สวนเรื่องเหล่านี้อย่างไร 5.ขั้นตอนที่จะดำเนินการต่อไปมีอะไรอีกบ้าง และมีกรอบเวลาตามกฎหมายอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ตลอดจนภาคีเครือข่ายและสังคมโดยส่วนรวม มีความเป็นห่วงภาพพจน์ของ ป.ป.ช.ในสายตาประชาชน จึงได้ทำจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ขึ้นมา เพื่อขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชน อันจะนำมาซึ่งความเชื่อมั่นต่อ ป.ป.ช. ที่เป็นองค์กรสำคัญของรัฐในการต่อต้านและปราบปรามการทุจริตมิชอบของประเทศตลอดไป&amp;quot; จดหมายเปิดผนึกระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการถือครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตรว่า ขณะนี้คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงได้ตรวจสอบหนังสือชี้แจงจำนวน &amp;nbsp;38 หน้า ที่ พล.อ.ประวิตรส่งมาเรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ ส่วนจะเชิญตัว พล.อ.ประวิตรมาให้ข้อมูลด้วยตัวเองหรือไม่นั้น ต้องรอมติจากที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในวันที่ 29 มี.ค.ก่อน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5853</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, ฟอกเงิน, รจนา สินที, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โกงเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab906d5acb3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 00:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.เด็ดขาดไล่ออก &#039;รจนา สินที&#039;  โกงเงินกองทุนเสมาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26&amp;nbsp;มี.ค. 61 - เมื่อเวลา 16.30 น.ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) - นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp;แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนสำนักงานปลัด ศธ. (อ.ก.พ.สป.) เพื่อพิจารณาโทษวินัยร้ายแรงนางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ (ซี8)สังกัดสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา สำนักงานปลัด ศธ. &amp;nbsp;กรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ 7 : 0 โดยพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนางรจนา เป็นการกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นโยบายของรัฐบาลและไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ และฐานรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชาอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นปฎิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 82 (2) มาตรา 83 (1) (4) และ (7) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับการลงโทษข้าราชการผู้กระทำผิดวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0205/ว234 ลงวันที่ 24 ธ.ค.2536 จึงมีมติลงโทษไล่นางรจนา ออกจากราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับมติดังกล่าวจะมีผลทันที ส่วนการขยายผลไปยังบุคคลอื่นอยู่ระหว่างคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกำลังดำเนินการ หากมีใครเข้าเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการทางวินัยต่อไป &amp;nbsp;โดย ศธ.จะส่งข้อกล่าวหาให้นางรจนารับทราบ และส่งให้ ป.ป.ท. และ ป.ป.ง.ได้ไปใช้ใช้ในการประกอบดำเนินคดีอีกทางหนึ่งด้วย&amp;rdquo;ปลัด ศธ.กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมอ.ก.พ.สป. ที่มีนายการุณ เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาโทษวินัยร้ายแรงนางรจนา ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง ในการหารือ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5824</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเสมาฯ, ทุจริต, รจนา สินที, ไล่ออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8cb27d3509.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดหน้า&quot;รจนา สินที&quot;ซี8ผู้เกี่ยวข้อง&quot;กองทุนเสมาฯ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก youtube&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุด กรณีการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต โดยมีการโอนเงินทุนการศึกษาของนักเรียนในโครงการเข้าบัญชีของบุคคลอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ปี 2551-2561 จำนวน 22บัญชี&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นเงินรวมกว่า 88 ล้านบาท และพบว่ามีข้าราชการฝ่ายปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 ราย ซึ่งขณะนี้ได้ถูกสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่หน่วยงานอื่น และได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงไปแล้ว โดยนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) &amp;nbsp;เปิดเผยว่าหนึ่งในข้าราชการ5ราย ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าว สารภาพไปแล้ว 1ราย คือ นางรจนา สินที ข้าราชการซี 8 ของ ศธ. &amp;nbsp;ซึ่งเร็วๆนี้จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนของ สป. เพื่อพิจารณาโทษความผิดวินัยร้ายแรงของนางรจนาทันที&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจาก ถือว่าเป็นความผิดชัดแจ้ง และเจ้าตัวสารภาพ ทำให้ไม่ต้องมีการสอบสวนวินัยอีก และก็ถือว่าเป็นไปตามกฎ ก.พ.ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2556 ซึ่งโทษวินัยร้ายแรงก็มีอยู่ 2 กรณี คือ ไล่ออก กับ ปลดออก ส่วนผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงก็จะลงสืบข้อมูลเชิงลึก ซึ่งก็ให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนางรจนา สินที &amp;nbsp;ปัจจุบันรั้งตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริสำนักกิจการพิเศษ สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ประสานงานระหว่างศธ.กับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5046</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเสมาพัฒนาคุณภาพชีวิต, การุณ สกุลประดิษฐ์, รจนา สินที</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aa9d1d9cdfcc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
