<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2019 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2019 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มใหญ่พราก&#039;น้องโยโย่&#039;นอนคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.62 -&amp;nbsp;ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 ร.ต.อ.กิจติพล สีแพน พนักงานสอบสวนสนพลับพลาไชย 1 ได้ควบคุมตัวนายรณชิต บำรุงจิตร์ อายุ 52 ปี ภูมิลำเนา กทม. ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 14/2560 ลงวันที่ 10 ม.ค.62 คดีพราก น้องโยโย่ เด็กนักเรียนหญิง ชั้น ม.2 ซึ่งอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากบิดามารดาฯ มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 ม.ค.นี้เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบปากคำพยานเพิ่มอีก 8 ปาก และรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวนก็ได้คัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหานี้ด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนี เพราะคดีมีอัตราโทษสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2561 เวลาประมาณ 13.05 น. ผู้ปกครองของเด็กหญิง ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาได้แจ้งความว่า เด็กหญิงซึ่งขณะเกิดเหตุอายุ 14 ปี ได้หายออกไปจากโรงเรียนแห่งหนึ่งหลังจากสอบกลางภาค ไม่กลับบ้านพักโดยไม่สามารถติดต่อได้ พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความพร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิด และได้ทำการสืบสวนจนพบซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเงินของเด็กหญิง ซึ่งผู้ต้องหาเป็นผู้จดทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์นั้นไว้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้กล่าวหาแล้ว ทราบว่าผู้ต้องหานั้นเป็นบุคคลที่สนิทสนมกลับกับครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนก็ได้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางบัญชีธนาคาร พบว่ามีการเบิกถอนเงินไปช่วงวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารใน จ.เชียงใหม่ จึงได้ทำการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด ก็พบ ภาพผู้ต้องหาและเด็กหญิงเดินอยู่ด้วยกันภายในห้างสรรพสินค้า ใน จ.เชียงใหม่ ซึ่งผู้กล่าวหาดูภาพแล้วยืนยันบุคคลตามภาพนั้นคือผู้ต้องหาและเด็กหญิงที่เป็นบุตรสาว จึงเชื่อว่าผู้ต้องหาได้หลอกลวงพาเด็กหญิงไปจากผู้ปกครอง พนักงานสอบสวนก็ได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้วขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลา 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ จ.เชียงใหม่ และเมื่อทำการสอบสวนผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพว่าเมื่อประมาณเดือน มิ.ย. 2561 ได้พาเด็กหญิงไปสอนพิเศษ ที่ห้างขายสินค้าค้าปลีกแห่งหนึ่งภายในกรุงเทพฯ จากนั้นได้ร่วมเพศกันภายในรถยนต์ ก่อนพาเด็กหญิงกลับไปส่งบ้านพัก พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ฐานพาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร, พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากผู้ปกครองหรือผู้ดูแล หรือเพื่อการอนาจาร, กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตนโดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ ตามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277, มาตรา 283 ทวิ วรรคสอง และมาตรา 317&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน ซึ่งศาลพิเคราะห์แล้วกรณีตามคำร้องเป็นความผิดอาญาร้ายแรง จึงอนุญาตให้ฝากขังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจนสิ้นสุดเวลาราชการ ผู้ต้องหาก็ไม่ได้ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ เพื่อขอประกันตัวชั้นฝากขังนี้แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้ควบคุมตัวไปคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างการฝากขัง 12 วันนี้ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26391</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องโยโย่, พรากผู้เยาว์, รณชิต บำรุงจิตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190112/image_big_5c39a56acb96b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
